บทที่ 64 : ความลับของหางปลอม
แต่คนเก่งคนนั้นคงคิดไม่ถึงหรอกว่า ในบรรดาคนที่เรียกตัวเองว่าเผ่าปีศาจทั้งสามคนน่ะ มีแค่ครึ่งปีศาจอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น
ถ้าพูดถึงเรื่องการวางแผนซ้อนแผนล่ะก็ อวี๋โย่วโย่วเหนือกว่าคนพวกนั้นอยู่หลายขุมทีเดียว
พอกลางดึก อวี๋โย่วโย่วกับพี่น้องอีกสองคนก็พากันไปเคาะประตูห้องผู้อาวุโสหม่า
"พวกเจ้าสามคนมาทำลับๆ ล่อๆ อะไรกันป่านนี้ ทำไมไม่หลับไม่นอน"
ผู้อาวุโสหม่าปรายตามองเด็กทั้งสามคน
อวี๋โย่วโย่วไม่ได้พูดอะไรอธิบาย นางแค่ล้วงเอาถุงมิติใบนั้นออกมายื่นให้แทนคำตอบ
ผู้อาวุโสหม่าเห็นของในมือก็หัวเราะร่วนออกมา
"นังหนู นี่กลัวหินวิญญาณจะโดนขโมยจนต้องเอามาให้ข้าเก็บไว้เชียวหรือ ขอบอกไว้ก่อนนะว่าของเข้ากระเป๋าข้าแล้วไม่มีทางได้คืนหรอก"
พูดไม่ทันขาดคำ เสียงของเขาก็ขาดห้วงไป ชายชราพลิกถุงมิติในมือดูซ้ำไปซ้ำมา น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
"ถุงมิติใบนี้เจ้าไปเอามาจากไหน"
อวี๋โย่วโย่วตีหน้าซื่อเล่าเรื่องโกหกหน้าตาย
"ข้าเก็บได้ตอนเดินไปกินบะหมี่มันปูเจ้าค่ะ"
ผู้อาวุโสหม่ากวาดตามองแค่มองปราดเดียว สีหน้าก็เปลี่ยนไปมาอย่างน่าดูชม
"นังหนูตัวแสบ กล้าโกหกข้าเชียวหรือ ของพรรค์นี้ไม่ใช่ว่าใครจะมีปัญญาซื้อหามาใช้ได้หรอกนะ แล้วเจ้าคิดว่าตัวอักษร 'ซู' ที่ปักหราอยู่บนถุงมิติใบนี้มันเอาไว้ดูเล่นหรือยังไงกัน!"
เด็กทั้งสามคนที่ยังไม่ทันได้สังเกตรายละเอียดบนถุงมิติอย่างถี่ถ้วนได้แต่มองหน้ากัน พลาดเสียแล้ว
แต่ผู้อาวุโสหม่าก็ไม่มีเวลามาซักไซ้ไล่เลียง ตอนนี้ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมา ชายชราลูบคลำถุงมิติใบนั้นด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
"อย่าบอกนะว่านี่คือของซูหลิวไป๋"
อวี๋โย่วโย่วพยักหน้ารับ ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ตามมา
"เจ้าค่ะ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เตาหลอมคู่แฝดที่พวกท่านพูดถึงก่อนหน้านี้ก็น่าจะอยู่ในนั้นด้วย"
ผู้อาวุโสหม่าผู้มักจะทำตัวเสเพลมาตลอดถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
อวี๋โย่วโย่วนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง นางเก็บท่าทีเกียจคร้านที่มักจะแสดงออกเป็นประจำ แล้วเปลี่ยนมาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
"ผู้อาวุโสหม่า คงต้องรบกวนท่านช่วยเปิดถุงมิติใบนี้แล้วล่ะเจ้าค่ะ ส่วนเตาหลอมคู่แฝดที่อยู่ข้างใน ถ้าเป็นไปได้ ข้าอยากฝากท่านเอาไปมอบให้ศิษย์พี่ชวี"
"ข้าได้ยินมาว่าสมุนไพรวิญญาณระดับห้าที่นางหามาได้เมื่อสามปีก่อนถูกซูเฟยไป๋แย่งไป ถือซะว่าเอาเตาหลอมคู่แฝดนี่ไปชดใช้ให้นางก็แล้วกัน"
พูดจบนางก็รีบเสริมขึ้นมาทันที
"แต่หินวิญญาณข้างในข้าขอเก็บไว้นะเจ้าคะ"
นางลงทุนไปตั้งห้าพันก้อนเชียวนะ!
ทว่ายังไม่ทันที่ผู้อาวุโสหม่าจะได้ตอบรับ ชวีชิงเมี่ยวกับผู้อาวุโสหนิวก็เดินออกมาจากห้องด้านในเสียก่อน
ในมือของทั้งคู่ยังมีสมุนไพรติดมาด้วย เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังปรึกษาหารือกันอยู่ในห้องของผู้อาวุโสหม่าตั้งแต่แรกแล้ว เพียงแต่เด็กทั้งสามคนไม่ทันสังเกตเห็นเท่านั้น
กลุ่มเด็กแสบทั้งสามคนเริ่มหน้าเสีย พวกเขาไม่รู้หรอกว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้
การที่ผู้อาวุโสหม่ารู้เรื่องที่พวกเขาเอาเงินไปจ้างโจรขโมยของมันก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่พอผู้อาวุโสอีกสองคนมารู้เข้าด้วย พวกเขากลับรู้สึกเหมือนกำลังจะโดนผู้ใหญ่ลงโทษยังไงอย่างนั้น
มิน่าล่ะ ตอนที่ปรึกษากันว่าจะหาทางเปิดถุงมิติใบนี้ยังไง ทั้งสามคนถึงใจตรงกันนึกถึงผู้อาวุโสหม่าขึ้นมาเป็นคนแรก
คงเป็นเพราะดูหน้าผู้อาวุโสหม่าแล้วเหมือนพวกไม่ค่อยน่าไว้ใจละมั้ง
และแล้วก็เป็นไปตามคาด ผู้อาวุโสหนิวผู้รักความยุติธรรมเดินหน้าเคร่งหน้าดำเข้ามาหาด้วยตัวที่สั่นเทา ชายชรายกมือขึ้นสูงเตรียมจะลงไม้ลงมือเต็มที่!
แต่ฝ่ามือที่คิดว่าจะฟาดลงมา กลับกลายเป็นการตบลงบนบ่าของเด็กทั้งสามคนอย่างหนักแน่น
"ทำได้ดีมาก!"
ผู้อาวุโสหนิวตื่นเต้นจนมือไม้สั่น ดวงตาฝ้าฟางเปล่งประกายเจิดจ้า น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื้นตัน
"เด็กดีทั้งสามคน!"
เด็กดีทั้งสามได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ผู้อาวุโสหนิวพูดด้วยน้ำเสียงขึงขัง
"สำนักเสวียนหูเล่นสกปรก ทำร้ายศิษย์ที่เก่งกาจที่สุดของสำนักเราจนหมดอนาคตในการบำเพ็ญเพียรไปถึงสองคน แถมยังทำให้ชิงเมี่ยวบาดเจ็บสาหัส แล้วยังมาชิงสมุนไพรวิญญาณระดับห้าที่พวกเราหามาได้ก่อนไปอีก"
"การที่พวกเราหนามยอกเอาหนามบ่ง คืนสนองด้วยวิธีเดียวกันแบบนี้ ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมมาก!"
ชวีชิงเมี่ยวที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับเอาแต่จ้องมองอวี๋โย่วโย่วนิ่งๆ อยู่นานสองนานโดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมาเลย
เด็กสาวเริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ในใจก็นึกกังวลว่าปกติศิษย์พี่ชวีออกจะเป็นคนเถรตรงและจริงจัง นางจะโกรธเอาหรือเปล่า
ทว่าประโยคต่อมาของชวีชิงเมี่ยวกลับทำให้นางต้องประหลาดใจ
"ทำได้ดีมาก!"
ไม่น่าเชื่อว่านางเองก็จะเอ่ยปากชมออกมาด้วยเหมือนกัน
ชวีชิงเมี่ยวลูบหัวอวี๋โย่วโย่วเบาๆ น้ำเสียงของนางเต็มเปี่ยมไปด้วยความความซาบซึ้งใจ
"ความหวังดีของเจ้า ศิษย์พี่รับไว้ด้วยใจก็พอ กฎของสำนักตานติ่งคือใครมีปัญญาหาของมาได้ ของชิ้นนั้นก็ตกเป็นของคนนั้น"
"กว่าเจ้าจะได้เตาหลอมคู่แฝดมาคงยากลำบากไม่น้อย ของชิ้นนี้เจ้าเก็บเอาไว้ใช้เองเถอะ"
อวี๋โย่วโย่วกระแอมเบาๆ
"จริงๆ แล้วก็ได้มาไม่ยากเท่าไหร่หรอกเจ้าค่ะ อีกอย่างข้าก็มีเตาหลอมที่ท่านให้มาแล้ว ใช้ดีมากเลยด้วย"
แต่ชวีชิงเมี่ยวกลับไม่ยอมโอนอ่อนตามใจนาง หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องพูดทันที
"ข้าต้องเอาเตาหลอมนี้ไปเก็บไว้ก่อน เตาหลอมคู่แฝดมีชื่อเสียงแล้วก็สะดุดตาเกินไป ขืนมีคนมาเห็นเข้าจะนำภัยมาสู่ตัวเจ้าได้"
"รอให้กลับไปถึงสำนัก ข้าจะไปขอให้ท่านอาจารย์ช่วยนำเตาหลอมนี้ไปหลอมขึ้นรูปใหม่ อย่างน้อยก็ต้องทำให้คนอื่นจำไม่ได้"
อาจารย์ของชวีชิงเมี่ยว ก็คือเจ้าสำนักตานติ่ง ผู้บำเพ็ญเพียรระดับฮว่าเสินอันแข็งแกร่งนั่นเอง
ให้ตายเถอะ นี่คนทั้งสำนักนิสัยเหมือนกันหมดเลยใช่ไหม
ผู้อาวุโสหม่าที่ยืนอยู่ด้านข้างรวบรวมสมาธิลบประทับจิตบนถุงมิติไปพลาง เอ่ยถามไปพลาง
"แต่คนพวกนั้นบอกว่าเป็นผู้บำเพ็ญเพียรเผ่าปีศาจสามคนขโมยถุงมิติไปไม่ใช่หรือ ตกลงพวกเจ้าไปเอาของสิ่งนี้มาได้ยังไงกันแน่"
อวี๋โย่วโย่วไม่อยากเล่าเรื่องที่เกิดในตลาดมืดออกมา เพราะยังไงวันหน้านางก็ต้องกลับไปหาเงินที่นั่นอีก
นางก็เลยตอบแบบขอไปที
"ข้าเสียหินวิญญาณไปนิดหน่อยเจ้าค่ะ ปลอมตัวเป็นเผ่าปีศาจแล้วไปจ้างพวกโจรให้ลงมือแทน"
ผู้อาวุโสหม่าขมวดคิ้วมุ่น
"เผ่าปีศาจหรือ พวกเจ้าไปรู้จักกับคนของเผ่าปีศาจตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"
ยังไม่ทันที่อวี๋โย่วโย่วจะได้ตอบอะไร ฉี่หนานเฟิงกับซูอี้จื้อที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ดึงเอาหางปลอมสองเส้นนั้นออกมาอวดด้วยท่าทางภูมิใจเสียก่อน
"พวกเราเอาของเล่นนี่มาใช้ปลอมเป็นเผ่าปีศาจขอรับ!"
ซูอี้จื้อยังจัดการสาธิตลูกเล่นใหม่ที่เขาเพิ่งค้นพบให้ทุกคนดูด้วย
"ตรงนี้มีกลไกซ่อนอยู่ด้วยนะขอรับ พอเปิดแล้วมันจะขยับไปมาเองได้ เหมือนหางกำลังแกว่งอยู่จริงๆ"
ผู้อาวุโสหนิวกับชวีชิงเมี่ยวมองหน้ากันด้วยความงุนงง ดูเหมือนทั้งสองคนจะไม่รู้ว่าของชิ้นนี้จริงๆ แล้วเอาไว้ใช้ทำอะไร
พวกเขาถึงขั้นหยิบเอาหางแมวที่กำลังสั่นกระตุกขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจัง พร้อมกับพยักหน้าชื่นชมไม่หยุด
"ของชิ้นนี้ทำออกมาได้ประณีตมาก กลไกก็ซับซ้อนแยบยลจนดูคล้ายของจริงมากทีเดียว"
"แถมยังมีค่ายกลสลักไว้เพื่อจำลองกลิ่นอายของเผ่าปีศาจอีกต่างหาก มิน่าล่ะถึงหลอกคนพวกนั้นได้"
ไม่สิ คนที่งงที่สุดตอนนี้ควรจะเป็นข้ามากกว่า
อวี๋โย่วโย่วมองหางแมวที่กำลังส่ายไปส่ายมาด้วยสายตาที่สิ้นหวังเหลือเกิน
แต่เพื่อไม่ให้ตัวเองดูแปลกแยกไปจากกลุ่ม นางก็เลยต้องตีหน้าซื่อแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวต่อไป
ทว่าทันทีที่ผู้อาวุโสหม่าวางถุงมิติลงแล้วหันมาเห็นภาพตรงหน้า ชายชราก็ร้องเสียงหลงออกมาทันที
"ให้ตายเถอะ นี่มันจุกอุดบั้นท้ายไม่ใช่หรือยังไง!"
อวี๋โย่วโย่วหันขวับไปมองจ้องหน้าเขาทันที
"ผู้อาวุโสหม่า ท่านนี่ชักจะแปลกๆ แล้วนะ!"
[จบบท]