“หนูชื่อจ้าวหม่านหม่านค่ะ…” เด็กหญิงตัวน้อยคุกเข่าอยู่กลางร้าน ก่อนจะเบะปากแล้วร้องไห้ออกมา
“มีคนขโมยสมองของหนูไป! ช่วยเอาคืนมาให้หนูทีนะ ไม่งั้นหนูสอบไม่ผ่านแน่!”
เจียงหนิงหนิงนิ่งไปทันที ส่วนคนดูในไลฟ์สดก็ขำจนแทบสำลัก
【???】
【ฮ่าๆ ฉันเจอสาเหตุที่สอบตกแล้วล่ะ!】
【พรุ่งนี้จะไปบอกแม่ว่าสมองโดนขโมยไป!】
【ฉันจะตั้งตารอเจ้าของร้านรับจัดงานศพไลฟ์สดตามหาสมองอนะ!】
เจียงหนิงหนิงสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอเกือบถามเด็กคนนั้นอีกรอบเพราะไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
แต่ประเด็นที่ทำให้เธอสะดุดใจกว่าเรื่องสมอง คืออีกฝ่ายก็แซ่จ้าวเหมือนกัน ก่อนหน้านี้มีจ้าวเฉียนเฉียน มีพี่จ้าว
และตอนนี้ก็มีจ้าวหม่านหม่านอีกคน หรือเธอจะมีดวงสมพงษ์กับคนแซ่จ้าวจริงๆ?
“แล้วหนูรู้ไหมว่าสมองหายไปไหน?” เจียงหนิงหนิงถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย เด็กหญิงสะอื้น
“หนูถูกทำร้ายแถวภูเขาเป่าซานค่ะ หนูคิดว่าสมองน่าจะหายอยู่แถวนั้น พวกโจรปล้นสุสานน่าจะเอาไปด้วย!”
“พี่สาวช่วยหนูด้วยนะคะ ถ้าไม่มีสมอง หนูสอบไม่ได้... ถ้าสอบไม่ได้ หนูก็เกิดใหม่ไม่ได้!”
พูดจบ เธอก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม เจียงหนิงหนิงขมวดคิ้ว “แล้วการเกิดใหม่มันไปเกี่ยวอะไรกับการสอบด้วย?”
เด็กหญิงรีบตอบทันที “โลกวิญญาณมีการสอบคัดเลือกปีละสองครั้งค่ะ คนที่สอบผ่านจะได้เกิดใหม่ในครอบครัวดีๆ”
“แต่ถ้าสอบตก... จะถูกจัดเข้าโครงการแรงงานแห่งโชคชะตา!”
“ต้องเรียนหนักตั้งแต่เด็ก ทำงานหนักตอนโต บางคนยังไม่ทันแก่ก็ตายเพราะทำงานแบบ 996 อีก!”
เจียงหนิงหนิงเงียบไปนาน ต่อให้เป็นคนตาย ก็ยังหนีการแข่งขันไม่พ้นสินะ...
เมื่อได้ยินคำว่า “เกิดใหม่” เธอรีบปิดไลฟ์สดทันที เรื่องแบบนี้ปล่อยออกอากาศไม่ได้เด็ดขาด
เด็กหญิงไม่ทันสังเกต ยังคงร้องไห้ต่อ “หนูจะให้เงินทั้งหมดเลยค่ะ ช่วยเอาสมองกลับมาให้หนูที!”
พร้อมกันนั้น เธอก็หยิบเงินออกมาหนึ่งปึก เป็นแบงค์วิญญาณล้วนๆ เจียงหนิงหนิงมองเงินกองนั้น
แล้วมองเด็กหญิงที่ร้องไห้จนตาแดง สุดท้ายก็ถอนหายใจ
“เก็บเงินไว้เถอะ ฉันจะช่วยเอง” ดวงตาของจ้าวหม่านหม่านสว่างขึ้นทันที
“จริงเหรอคะ ขอบคุณค่ะพี่สาว!” พูดจบ ร่างของเธอก็ลอยขึ้นจากพื้น “หนูจะนำทางไปเองค่ะ!”
กลางดึก ภูเขาเป่าซานภูเขารกร้างนอกเมืองซวนเฉิง
กลางฤดูร้อน ป่าไม้หนาทึบจนแทบไม่เห็นแสงจันทร์ ชายวัยสามสิบกว่าคนหนึ่งกำลังเดินขึ้นเขาพร้อมบ่นไม่หยุด
“ซวยชะมัดเลยจริงๆ พี่จ้าวดันถูกจับไปแล้ว รู้งี้ฉันไม่น่าทิ้งดาบไว้กับยัยนั่นเลย!”
“ไม่น่าโลภเงินหมื่นหยวนแล้วไปรับงานถึงบ้านเลยจริงๆ ดีนะที่ยัยนั่นไม่รู้ชื่อจริงของฉัน...”
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ไม่นานเขาก็มาถึงจุดหมาย แม้ภูมิประเทศจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่สำหรับคนในวงการอย่างเขา
เขารู้ทันทีว่าที่นี่เคยเป็นสุสานโบราณ ชายคนนั้นถูมือด้วยความตื่นเต้น “คืนนี้รวยแน่ฉัน!”
หลังจากนี้ก็หนีออกจากซวนเฉิงได้อย่างสบายใจแล้วและไม่มีใครจับเขาได้อีก เขาหยิบอุปกรณ์ออกมาเตรียมลงมือขุด
ไม่ไกล จ้าวหม่านหม่านชี้ไปทางเขาด้วยความตื่นเต้น “เขาคนนั้นแหละค่ะ หนูว่าสมองของหนูน่าจะอยู่ตรงก้นเขานั่นแหละ!”
เจียงหนิงหนิงเกือบสะดุดล้ม “ก้น... เขา?” เด็กหญิงพยักหน้าอย่างจริงจัง
“หนูถอดสมองออกมาวางบนก้อนหิน เพื่อรับพลังฟ้าดินค่ะ แต่พอวางปุ๊บ เขาก็มานั่งทับแล้วเอาไปเลย!”
เจียงหนิงหนิงเงียบกริบ เธอไม่รู้จะว่าเริ่มบ่นจากตรงไหนดี สุดท้ายจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องเก็บหลักฐานไว้ก่อน
แชะ! แฟลชสว่างวาบกลางความมืด ภาพชายที่กำลังขุดสุสานถูกบันทึกไว้ชัดเจน รวมถึงใบหน้าของเขาด้วย
ทันทีที่เห็นแสงแฟลช ชายคนนั้นก็ตกใจ เขาหันขวับมาทันที ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความดุร้ายและมือก็คว้าปืนทำเองที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมาทันที
“ใคร!” เจียงหนิงหนิงเก็บโทรศัพท์อย่างใจเย็น แล้วเดินออกมาจากหลังต้นไม้
“สวัสดีค่ะ ฉันเจียงหนิงหนิง เจ้าของร้านรับจัดงานศพ”
“ฉีนมาทวงหนี้ค่ะ” ชายคนนั้นชะงักก่อนจะสบถลั่นทันที
“แก!” พอได้ยินชื่อนี้ เขาก็โกรธจนหน้าแดง จากนั้นก็หัวเราะออกมา
“ดี พอดีเลย แกกล้ามาหาฉันถึงนี่เลยเหรอ!” เขามองไปรอบๆ แล้ทำสีหน้าพอใจ
ภูเขาลึกกลางดึก ไม่มีสัญญาณ ไม่มีไลฟ์สด ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ชายคนนั้นยิ้มอย่างชั่วร้ายทันที
“สาวน้อย...ฉันจำไม่ได้เลยนะว่าไปติดหนี้อะไรเธอไว้ตอนไหน เอ๊ะ หรือว่าจะเป็นหนี้รักกันนะ?”
เขาหัวเราะเสียงดังจนฝูงนกกาบนต้นไม้บินแตกตื่น จากนั้นก็ยกปืนขึ้นเล็งตรงมาที่เธอ
“อย่าขยับ!” “ไม่งั้นปืนพี่ไม่ไว้หน้าเธอแน่!” เจียงหนิงหนิงเลิกคิ้ว “งั้นดาบโบราณที่อยู่บ้านพี่จ้าว ก็เป็นของนายสินะ?”
“ใช่แล้ว จะทำไม!” ชายคนนั้นตะคอก “ถ้าไม่ใช่เพราะแก ดาบของฉันจะถูกพบงั้นเหรอ?”
“คืนนี้ฉันก็คงไม่ต้องออกมาขุดสุสานอีกครั้งหรอก ทั้งหมดเป็นความผิดของแก!”
เขามองเธอจากหัวจรดเท้า แววตาเต็มไปด้วยความคิดสกปรก “ถอดเสื้อผ้าออกเดี๋ยวนี้!”
ด้านหลัง จ้าวหม่านหม่านหน้าซีดเผือด “ขะ... เขามีปืนจริงๆ ด้วย...”
เธอหันมาทางเจียงหนิงหนิงอย่างรู้สึกผิด “หนูไม่รู้จริงๆค่ะ ขอโทษนะ...”
และทันใดนั้นเด็กหญิงก็สูดหายใจลึก สีหน้าแน่วแน่ราวกับวีรบุรุษผู้กล้า
“หนูจะไปเข้าสิงเขา แล้วพี่ก็รีบหนีไปนะ แต่หนูจะคุมเขาได้ไม่นาน อย่างมากแค่ห้านาที!”
พูดจบ เธอก็พุ่งตัวออกไปทันที แต่ยังไม่ทันถึงตัวชายคนนั้น มือหนึ่งก็คว้าคอเสื้อเธอไว้
จ้าวหม่านหม่านถูกยกขึ้นเหมือนลูกแมว ก่อนจะถูกดึงกลับมา เด็กหญิงกะพริบตาปริบๆ
“เอ๊ะ?” เจียงหนิงหนิงปล่อยเธอลงข้างตัว จากนั้นเงยหน้ามองโจรปล้นสุสานที่ถือปืนอยู่ตรงหน้า
รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าแต่ดวงตากลับเย็นเฉียบ
“คืนนี้...ทั้งมืด ทั้งลมแรง ฉันจะโชว์วิชาพิเศษให้เขาได้ดูเป็นบุญตาสักหน่อยก็แล้วกัน”
ชายคนนั้นชะงักไปโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าทำไมทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายถือปืนอยู่แท้ๆ แต่จู่ๆ เขากลับรู้สึกเหมือนว่ามีลางร้ายกำลังคืบคลานเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ