ทันทีที่ตำรวจปรากฏตัวในไลฟ์สด ผู้ชมก็พากันฮือฮาทันที แต่เจียงหนิงหนิงกลับใจเย็น เธอรีบปิดการไลฟ์สด
ก่อนหันไปบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “คุณตำรวจ รอสักครู่ได้ไหมคะ?”
เจ้าหน้าที่ตำรวจพยักหน้า เจียงหนิงหนิงจึงหันไปหาจ้าวเสี่ยวฮุยที่ยืนงุนงงอยู่หน้าเคาน์เตอร์
“ฉันขอตัวเดี๋ยวนะ รบกวนคุณช่วยเฝ้าร้านให้หน่อย ถ้ามีคนมาซื้อวิลล่ากระดาษ ก็ขายหลังละ 250 หยวน ส่วนอย่างอื่นไม่ต้องสนใจ” จ้าวเสี่ยวฮุยรีบคว้าแขนเธอไว้ทันที “ฉันรอคุณกลับมาก่อนได้ไหมคะ? เรื่องดาบไม่รีบร้อนก็ได้...”
เจียงหนิงหนิงเลิกคิ้ว “ไม่อยากตามหาดาบประจำตระกูลของคุณแล้วเหรอ?”
จ้าวเสี่ยวฮุยชะงักไปทันที เธอยังไม่ได้เล่าอะไรเลยนะ แต่สีหน้ากลับบอกชัดเจนว่า คุณรู้ได้ยังไง?
เจียงหนิงหนิงตบไหล่เธอเบาๆ “รอฉันกลับมาก่อนก็แล้วกัน ในร้านมีขนม มีน้ำ อยากกินอะไรก็หยิบได้เลย”
พูดจบ เธอก็สะพายกระเป๋าผ้า เดินออกจากร้านไปกับพร้อมตำรวจ ไม่นาน ร้านรับจัดงานศพทั้งร้านก็เหลือเพียงจ้าวเสี่ยวฮุยคนเดียว ปกติแล้ว การอยู่ลำพังในร้านรับจัดงานศพย่อมชวนขนลุกอยู่บ้าง แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนที่เธอเพิ่งเจอผีของจริงมา...
ความน่ากลัวพวกนั้นก็ดูจืดไปทันที เธอเดินวนดูพวงหรีด ชุดกระดาษ ของไหว้ และวิลล่ากระดาษไปมาอยู่หลายรอบ
แต่เวลาก็ผ่านไปเพียงห้านาทีเท่านั้น สุดท้ายเธอจึงนั่งลงบนเก้าอี้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น
แล้วเธอก็ได้สัมผัสกับพลังของอัลกอริทึมอย่างเต็มรูปแบบ ทันทีที่เปิดแอป ไลฟ์สดหนึ่งก็เด้งขึ้นมาทันที
ชื่อบัญชีก็คือ [ร้านจัดงานศพพี่หวัง]
“สวัสดีทุกคน วันนี้เราจะมาพูดถึงเจียงหนิงหนิง เจ้าของร้านรับจัดงานศพที่กำลังดังจากการไลฟ์สดทวงหนี้กันในตอนนี้!”
จ้าวเสี่ยวฮุยขมวดคิ้วทันที พี่หวังพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูแคลนสุดๆ
“ร้านของเธออยู่ติดกับร้านผมเลยครับ ผมรู้จักดี เธอไม่ใช่หมอดู ไม่ใช่ผู้วิเศษ และไม่มีความสามารถพิเศษอะไรทั้งนั้น”
“ผมไม่รู้ว่าเธอไปได้คำแนะนำอะไรมาถึงได้เริ่มไลฟ์สดทวงหนี้”
“เรื่องทวงหนี้ยังไม่พูดถึงนะ แต่เรื่องที่เธอบอกว่ามีแค่วิลล่ากระดาษของร้านตัวเองเท่านั้นที่ส่งถึงคนตายได้จริงนี่
ผมว่ามันไร้สาระมาก ของพวกนี้ก็ทำจากกระดาษเหมือนกันหมด มันต่างกันตรงไหน?”
“ถ้าจะสร้างเรื่อง อย่างน้อยก็ช่วยใช้สมองหน่อยเถอะ!” เขาหัวเราะเยาะ ก่อนพูดต่อ
“แล้วดาบสำริดในบ้านพี่จ้าวนั่นอีก เธอบอกว่าเป็นของโบราณฝังไปพร้อมกับศพ?”
“ฮ่าๆ เพื่อยอดวิวก็กล้าพูดอะไรแบบนี้ได้เนอะหน้าด้านจริงๆ”
“ตอนนี้เพื่อนๆเห็นหรือยัง? ขนาดตำรวจยังทนไม่ไหว มาจับตัวเธอไปแล้ว!”
ช่องแชตเต็มไปด้วยเสียงเห็นด้วย
[ฮ่าๆๆ ครั้งแรกเลยที่เห็นสตรีมเมอร์โดนตำรวจพาตัวไประหว่างไลฟ์สด]
[น่าจะโดนจับเพราะพูดมั่วเรื่องดาบนี่แหละ]
[ตำรวจมาถึงปุ๊บก็รีบปิดไลฟ์ทันที เห็นได้ชัดว่ารู้ตัวว่ามีปัญหา]
[ทุกวันนี้ใครๆ ก็เป็นสตรีมเมอร์ได้จริงๆ]
เมื่อเห็นคนจำนวนมากกำลังรุมด่าเจียงหนิงหนิง จ้าวเสี่ยวฮุยก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอรีบพิมพ์ข้อความทันที
[วิลล่ากระดาษของร้านเจียงไม่เหมือนของที่อื่นจริงๆ ค่ะ ฉันเผาให้ญาติมาหลายครั้ง ไม่เคยฝันเห็นใครเลย
แต่เมื่อคืนมีคนมาหาฉันในฝันจริงๆ แล้วดาบเล่มนั้นก็เป็นของที่ฝังไปพร้อมกับศพจริงๆ]
ที่จริงเธออยากจะบอกเพิ่มว่า ดาบเล่มนั้นเป็นของบรรพบุรุษตัวเองด้วยซ้ำ แต่ยังไม่ทันส่งข้อความต่อ พี่หวังก็อ่านชื่อเธอขึ้นมา
“ดูสิครับ พวกหน้าม้ามาแล้ว เจียงหนิงหนิงจ้างคุณเท่าไหร่ล่ะ?”
“เจ้าตัวโดนตำรวจพาตัวไปแล้ว คุณยังจะมาปกป้องเธออีกเหรอ?”
“แบบนี้มันคล้ายลัทธิแล้วนะ!”
พี่หวังซึ่งอายุราวสี่สิบปี พ่นน้ำลายใส่กล้องขณะพูดอย่างออกรส ร้านของเขาเปิดอยู่ติดกับร้านตระกูลเจียง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็มีลูกค้าก็พอๆ กัน แต่จู่ๆ เจียงหนิงหนิงกลับพลิกสถานการณ์
จากคนที่เป็นหนี้จนแทบปิดกิจการ กลายเป็นคนดังในโลกออนไลน์ ทั้งได้เงินคืน ทั้งได้ยอดผู้ติดตาม
ทำไมกัน? ทำไมคนอื่นถึงดีขึ้นได้ ส่วนเขากลับยังเหมือนเดิม? ยิ่งเห็นคนรุมด่าเจียงหนิงหนิง เขาก็ยิ่งสะใจ
“เอาล่ะ อย่าเสียเวลากับพวกคนไร้จรรยาบรรณเลย”
“มาดูสินค้าของร้านผมดีกว่า วันนี้มีของแจกฟรีด้วยนะ ผมจะสุ่มผู้โชคดี 20 คน...”
พออาศัยกระแสของเจียงหนิงหนิง เขาก็เริ่มขายของทันที ส่วนจ้าวเสี่ยวฮุยนั้น ยิ่งอธิบายก็ยิ่งโดนรุมด่า
เธอโมโหจนแทบระเปิด
ในเวลาเดียวกัน ที่สถานีตำรวจเมืองซวนเฉิง เจียงหนิงหนิงกำลังมองชายคนหนึ่งในห้องสอบสวนด้วยสีหน้าแปลกๆ
ชายคนนั้นก็คือโจรปล้นสุสานที่เธอเจอเมื่อคืนบนภูเขาเป่าซานนั่นเอง เมื่อคืนเขาเอาปืนที่ทำเองมาขู่เธอ
ส่วนเจียงหนิงหนิง...ก็แค่เรียกสายฟ้าสีม่วงผ่าลงมาใส่ใกล้ๆ ตัวเขา จากนั้นต้นไม้รอบๆ ก็ช่วยกันมัดเขาไว้ชั่วคราวก็แค่นั้นเอง
ไม่ได้ทำอะไรเขามากจริงๆ แต่ตอนนี้ชายคนนั้นกลับร้องโวยวายสุดชีวิต
“คุณตำรวจเธอมันไม่ใช่มนุษย์ เธอต้องไม่ใช่มนุษย์แน่ๆ คุณตำรวจต้องช่วยผมด้วนะ”
“แค่เธอชี้ขึ้นฟ้าแล้วสายฟ้าก็ผ่าลงมาทันที สายฟ้านั่นนะ! พวกคุณเข้าใจไหมว่านั่นคือสายฟ้า!”
“แล้วก็ต้นไม้พวกนั้นอีก! พวกมันถอดเสื้อผ้าผม มัดผม แล้วแขวนผมห้อยหัวลงกลางอากาศ!”
“มันไม่กิ่งไม้ธรรมดาๆ นะ พวกคุณรู้ไหมว่ากิ่งไม้นั่นคืออะไร!” ชายคนนั้นทุบอกคร่ำครวญครางเหมือนกำลังจะขาดใจ
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยทั้งความโกรธและความหวาดกลัว เจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโสที่ยืนข้างเจียงหนิงหนิงถึงกับถอนหายใจ
“เช้านี้เราได้รับสายขอความช่วยเหลือจากเขา เขาบอกว่าถูกปีศาจต้นไม้จับตัวไว้บนภูเขา”
“พอเจ้าหน้าที่ไปถึง ก็พบว่าเขานอนหมดสติอยู่กลางป่าในสภาพเปลือยกาย”
“หลังตรวจร่างกายแล้ว ก็ไม่พบบาดแผลใดๆ แต่พอฟื้นขึ้นมา เขาก็เป็นแบบนี้ และยืนยันว่าคุณเป็นคนทำ”
เจียงหนิงหนิงกะพริบตาปริบๆ “เดี๋ยวนะคะ... พวกคุณไม่ได้เชื่อเขาจริงๆ ใช่ไหม?”
เจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโสส่ายหน้า“เราไม่เชื่อเรื่องผีหรอก”
“แต่หลังจากตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าคุณขึ้นไปบนภูเขาเป่าซานเมื่อคืนจริงๆ”
“ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่าคุณไปทำอะไรที่นั่น?” เจียงหนิงหนิงเงียบไปเธอคิดใจใจว่า
ถ้าบอกว่าไปตามหาสมองให้ผี...คงไม่มีใครเชื่อแน่ เธอจึงตอบอย่างจริงจัง
“เมื่อคืนฉันฝันว่ามีชายชราคนหนึ่งมาบอกว่าหลุมศพบรรพบุรุษของเขาถูกขุด”
“พอดีฉันเปิดร้านรับจัดงานศพ ก็เลยเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่บ้าง ฉันก็เลยขึ้นเขาไปดูค่ะ”
เจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโส รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที คนหนึ่งบอกว่าถูกปีศาจต้นไม้จับ
อีกคนบอกว่าทำตามคำบอกของเล่าของผีในความฝัน วันนี้เขาต้องเจอกับอะไรกันแน่?
“แล้วคุณเจอเขาบนภูเขาไหม?” ตำรวจถามต่อ
“เจอค่ะ” เจียงหนิงหนิงพยักหน้า ก่อนหยิบโทรศัพท์ออกมา
“ไม่ใช่แค่เจอนะคะ ฉันยังถ่ายรูปเขาเอาไว้ด้วย”
เธอยื่นโทรศัพท์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดู ในภาพปรากฏชายคนหนึ่งกำลังขุดสุสานตอนกลางดึกจริงๆ
ข้างตัวมีอุปกรณ์ครบชุด ทั้งพลั่วเฉพาะทาง หน้ากากกันแก๊ส และตะขอสำหรับขุดสุสาน
หลักฐานมันชัดเจนจนไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเลย
ในขณะเดียวกัน จากอีกฝั่งของห้องสอบสวน เสียงโวยวายยังดังไม่หยุด
“ไปจับเธอสิ ผมเป็นพลเมืองดีนะ ทำไมพวกคุณถึงมาสอบสวนผมล่ะ!”
“เธอทำให้ผมเสียขวัญ ผมจะฟ้องเธอ ผมต้องการค่าชดเชยความเสียหายทางจิตใจ!”
“จ่ายมา! เธอต้องจ่ายค่าชดเชยมาให้ผม!”