เจียงหนิงหนิงมองหวังโชวไฉ ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างสดใส
“ตกลงค่ะ” คำพูดเพียงคำสั้น ๆ นั้นกลับทำให้หวังโชวไฉขนหัวลุกทันที เขารู้สึกเหมือนเส้นผมทุกเส้นกำลังลุกตั้งขึ้น
ทำไมถึงรู้สึกแปลกๆนะ เขาสบถในใจ ก่อนฝืนยิ้มแล้วพูดต่อ
“งั้นเจอกันพรุ่งนี้เก้าโมงเช้านะ บ้านผมอยู่หมู่บ้านฟู่หมิน คุณก็รู้จักอยู่แล้ว”
หลังออกจากร้านจัดงานศพของเจียงหนิงหนิง ความรู้สึกหนาวเย็นและเสียวสันหลังก็ยังไม่หายไป
“บ้าเอ๊ย...” เขาพึมพำ ก่อนจะเริ่มคิดถึงแผนการสำหรับวันรุ่งขึ้น ตราบใดที่จับตัวเจียงหนิงหนิงได้ ทุกอย่างก็จะจบ
หลังปิดร้าน เขาจึงรีบกลับไปเตรียมแผนการทันที
เขตที่พักอาศัยฟู่หมิน ทันทีที่กลับถึงบ้าน โทรศัพท์ของหวังโชวไฉก็ดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นภรรยาโทรมา
เขากดรับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดทันที “มีอะไร?” เสียงสะอื้นดังมาจากปลายสาย
“วันนี้ครบเจ็ดวันแล้วนับจากวันที่ผิงผิงจากไป... คุณคิดจะกลับมาบ้างไหม? อย่างน้อยก็ช่วยเผาเงินกระดาษให้ลูกหน่อยก็ได้”
ผิงผิงเป็นลูกสาวคนโตของเขา เธอเรียนจบมหาวิทยาลัยเมื่อสองปีก่อน และได้งานในบริษัทต่างชาติ
เงินเดือนมากกว่าหมื่นหยวนต่อเดือน เดิมทีหวังโชวไฉวางแผนชีวิตเธอไว้เรียบร้อยแล้ว
ทันทีที่เรียนจบ เธอต้องแต่งงาน ฝ่ายเจ้าบ่าวตกลงจ่ายค่าสินสอดถึงห้าแสนหยวน
แต่ใครจะคิดว่า ผิงผิงกลับมีแฟนอยู่ข้างนอกแล้ว แถมยังเก็บเงินที่หามาได้ไว้เอง ไม่เคยส่งกลับบ้านเลยสักหยวน
สำหรับหวังโชวไฉ นี่คือการทรยศอย่างร้ายแรง เขาเคยไปหาเธอที่บริษัทหลายครั้ง โทรศัพท์ก็ไม่รับ ติดต่อไม่ได้เลย
สุดท้ายเขาจึงวิธีหลอกเธอว่าเขาเสียชีวิต เพื่อบังคับให้ลูกสาวกลับบ้าน และผิงผิงก็เชื่อจริง ๆ
ทันทีที่เธอกลับมา เขาก็ขังเธอไว้ในบ้าน ชายที่เขาหาไว้ให้อาจจะอายุมากและไม่ค่อยฉลาดนัก แต่ครอบครัวนั้นมีทรัพย์สินมากมาย
หากผิงผิงแต่งเข้าไปและรู้จักบริหารจัดการดีๆ สุดท้ายทุกอย่างก็อาจตกเป็นของครอบครัวเขา
แต่เธอกลับยอมตายดีกว่ายอมแต่งงาน ท้ายที่สุด เธอโขกศีรษะกระแทกกำแพงจนเสียชีวิต
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ หวังโชวไฉก็ยิ่งหงุดหงิด เขาเชื่อว่าช่วงหลังที่ชีวิตเขาตกต่ำไม่หยุด อาจเป็นเพราะผิงผิงกำลังตามรังควานเขาอยู่
เขาตวาดกลับไปทางโทรศัพท์เสียงดัง “จะเผาเงินกระดาษไปทำไม? คุณยังเชื่อเรื่องงมงายแบบนั้นอีกเหรอ?”
“ของพวกนั้นผมขายให้คนอื่นเพื่อหาเงินนะ ไม่ใช่เอามาเผาทิ้งเล่น ถ้าไม่มีเรื่องอะไรสำคัญก็อย่าโทรมาอีก!”
ภรรยาของเขารีบพูดทั้งน้ำตา “งั้นอย่างน้อยก็พาเสี่ยวเล่อกลับมาบ้างได้ไหม? ฉันไม่ได้เจอลูกชายมาหลายวันแล้ว...”
หวังโชวไฉมีลูกสาวถึงแปดคน ทั้งหมดก็เพราะเขาอยากได้ลูกชาย จนกระทั่งคนที่เก้าถึงได้ลูกชายสมใจ
เขาจึงทะนุถนอมลูกชายคนนี้ยิ่งกว่าสิ่งใด ตั้งแต่เด็กชายเข้าโรงเรียนประถม เขาก็ส่งเข้าโรงเรียนเอกชนที่ดีที่สุดในเมืองซวนเฉิง
ตัวเขาเป็นคนรับส่งลูกชายด้วยตัวเอง วันหยุดก็พาลูกชายไปพักในเขตฟู่หมิน
ส่วนภรรยากับลูกสาวที่เหลือ ยังคงอยู่บ้านชนบทเหมือนเดิม ตอนนี้เขากำลังหมกมุ่นอยู่กับแผนจับตัวเจียงหนิงหนิง
จึงตอบไปส่งๆด้วยความรำคาญ “ไว้ค่อยคุยกันทีหลังก็แล้วกัน”
เขาพูดแค่นั้นแล้วก็ตัดสายทันที จากนั้นจึงเริ่มตรวจสอบอุปกรณ์ที่เตรียมไว้
เชือก
มีดสั้น
เทปกาว
สเปรย์ยาสลบ
ทุกอย่างพร้อมแล้ว
สี่ทุ่ม ชายหนุ่มในชุดสูทขับรถมาถึงหมู่บ้านชิงเหอ ชานเมืองซวนเฉิง
เขาคือลูกค้าคนที่ซื้อไปวิลล่ากระดาษจากร้านเจียงหนิงหนิงในวันนี้ เขาไม่ได้เข้าไปในหมู่บ้าน แต่เลือกพื้นที่โล่งด้านนอก
เขาวาดวงกลมบนพื้น ก่อนจุดไฟเผาวิลล่ากระดาษและทองคำแท่งกระดาษทีละชิ้น เปลวไฟลุกสว่างในความมืด
ชายหนุ่มมองกองไฟแล้วพูดเบา ๆ “ผิงผิง... ผมมาหาคุณแล้วนะ”
“เจ้าของร้านจัดงานศพบอกว่าของพวกนี้จะส่งไปถึงจริง ๆ ถ้าคุณได้รับแล้ว ช่วยบอกผมสักครั้งนะ ผมคิดถึงคุณมาก”
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “ตอนที่ครอบครัวคุณบอกว่าคุณแต่งงานไปแล้ว ผมเสียใจมาก”
“ผมโกรธด้วยซ้ำ ว่าทำไมคุณถึงไม่บอกผมก่อน แต่สุดท้ายผมถึงได้รู้ว่า... คุณไม่ได้ยอมแต่งงาน”
น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ “เมื่อวานผมเจอผู้หญิงคนหนึ่งใต้สะพานลอย เธอหน้าคล้ายคุณมาก”
“ผมเลยพาเธอไปกิน ไก่ทอด เธอชื่อหวังเจียวเจียว...เป็นน้องสาวของคุณ”
“แล้วเธอบอกผมทุกอย่าง เธอบอกว่าพ่อของคุณบังคับคุณจนคุณต้องเอาหัวโขกกำแพงตาย”
“และเขายังขายเธอให้กับสถานที่แบบนั้นเพื่อหาเงินอีกด้วย...”
ชายหนุ่มกำหมัดแน่น “ผิงผิง... ผมเกลียดตัวเองจริง ๆ ถ้าวันนั้นผมกลับบ้านไปกับคุณ เรื่องทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้น”
ไฟค่อย ๆ มอดลง วิลล่ากระดาษและทองคำแท่งกระกลายเป็นเถ้าถ่าน ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน
จนกระทั่งเปลวไฟสุดท้ายดับลง เขาจึงลุกขึ้นช้า ๆ
“ไม่ต้องห่วง ผมอาจช่วยอะไรคุณไม่ได้ แต่ผมจะช่วยน้องสาวของคุณออกมาให้ได้”
เขาเช็ดน้ำตา หันหลังและเดินจากไป ท้ายรถค่อย ๆ หายลับไปในความมืด สายลมพัดผ่านกองเถ้าถ่านเบา ๆ
ร่างของเด็กสาวในชุดขาวปรากฏขึ้นข้างกองขี้เถ้า น้ำตาไหลอาบแก้ม
เธอมองไปยังทิศทางที่ชายหนุ่มจากไป แล้วพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ
“แล้วฉันจะไปหาคุณได้อย่างไร เพราะคุณยังต้องมีชีวิตอีกตั้งนาน...”
เช้าวันรุ่งขึ้น ที่ร้านจัดงานศพตระกูลเจียง
เจียงหนิงหนิงตื่นแต่เช้า จัดการร้านเรียบร้อย ก่อนออกเดินทางตอนเก้าโมงตรง วันนี้เธอสวมกางเกงยีนส์ขาสั้น เสื้อยืดสีดำ
สวมหมวกกันน็อกและสะพายกระเป๋าใบเล็ก เมื่อเปิดไลฟ์สด เธอก็ยิ้มให้กล้องอย่างสดใส
“ทุกคน พร้อมออกไปทวงหนี้กันหรือยัง?” ก่อนจะเสริมอย่างอารมณ์ดี
“ไม่ต้องห่วงว่าไลฟ์จะหลุดนะคะ วันนี้ฉันพกพาวเวอร์แบงก์มาสองก้อนเลย” และก็เช่นเคยคอมเมนต์ไหลทะลักทันที
[ฮ่า ๆ ๆ ยังแซวเรื่องแบตหมดอีกเหรอ!]
[พี่หวังชาร์จโทรศัพท์เสร็จหรือยังเนี่ย?]
[วันนี้ต้องมีคนได้เข้าไปนั่งเย็บผ้าแน่นอน!]
[เมื่อวานบอกว่าจะไปตอนเที่ยงไม่ใช่เหรอ ทำไมออกตั้งแต่เช้าล่ะ?]
เจียงหนิงหนิงสตาร์ตรถมอเตอร์ไซค์ “ซวนเฉิงไม่ได้ใหญ่หรอกค่ะ แต่จุดหมายของเราอยู่ค่อนข้างไกล”
“มาเถอะ วันนี้ฉันจะพาไปชมวิวชนบทของซวนเฉิงกัน และจุดหมายของเราคือ... หมู่บ้านชิงเหอ”
ทันทีที่สิ้นเสียง เธอก็บิดคันเร่งออกตัวไป ส่วนปลายทางที่หวังโชวไฉเตรียมไว้ที่ เขตที่พักอาศัยฟู่หมินนะเหรอ
ฝันไปเถอะว่าเธอจะไปตามที่เขาบอก
เขตที่พักอาศัยฟู่หมิน หวังโชวไฉมองนาฬิกา ได้เวลาเก้าโมงตรงพอดี เจียงหนิงหนิงก็น่าจะมาถึงในอีกไม่นาน
ระหว่างรอ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมดูไลฟ์สด แต่ยังไม่ทันเปิดดู สายโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน
“ฮัลโหล ใครครับ?” เขาถือโทรศัพท์พลางมองผ่านตาแมวที่ประตู เผื่อว่าเจียงหนิงหนิงมาถึงจะได้เปิดทันที
แต่ทันใดนั้น เสียงคำรามก็ดังลั่นจากปลายสาย “หวังโชวไฉใช่ไหม?!”
“ผู้หญิงที่แกขายให้ฉันมามันหนีไปแล้ว บ้าเอ๊ย! ฉันจ่ายเงินให้แกตั้งสองแสนหยวน แล้วแกปล่อยให้คนหนีอย่างงั้นเหรอ?!”
หวังโชวไฉหน้าซีดทันที หวังเจียวเจียวหนีไปแล้วงั้นเหรอ? เป็นไปได้ยังไง! เขารีบถามทันที
“มีเรื่องอะไรเข้าใจผิดหรือเปล่าครับ?”
“เข้าใจผิดบ้าอะไร ตอนนี้ฉันอยู่ที่บ้านแกแล้ว ฉันให้เวลาแกหนึ่งชั่วโมง แกรีบกลับมาเดี๋ยวนี้เลย
ถ้าไม่กลับ ฉันจะรื้อบ้านแกให้หมด!” จากนั้นสายก็ตัดไปทันที หวังโชวไฉยืนนิ่งอยู่กับที่ สีหน้าเปลี่ยนไปหลายรอบ
คนพวกนั้นรู้ที่อยู่บ้านเกิดของเขาได้ยังไง ไม่ได้ ในบ้านหลังนั้นยังมีบางอย่างที่ห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาด!
เขาไม่ลังเลอีกต่อไป รีบคว้าโทรศัพท์แล้วรีบพุ่งออกจากบ้านทันที
ส่วนเจียงหนิงหนิง...ครั้งนี้ถือว่าเธอโชคดีไปก็แล้วกัน!