ซ่งกุ้ยฮวาหันหลังกลับแล้วพุ่งพรวดเข้าไปในลานบ้านทันที “ลูกแม่! ลูกแม่!”
เจียงหนิงหนิงขมวดคิ้ว ก่อนจะรีบเดินตามเข้าไป
ตายแล้ว นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?
[บ้าเอ๊ย! ผู้ชายสองคนกำลังจับเด็กผู้หญิงยัดเข้าไปในรถ! แถมยังมัดมือ ปิดปากอีกด้วย!]
[โทรแจ้งตำรวจเร็วเข้า]
[เป็นอย่างที่คิดจริงๆเลย คนที่โดนเจ้าของร้านรับงานศพตามทวงหนี้นี่ ไม่มีใครเป็นคนดีเลยสักคน!]
หวังโชวไฉเพิ่งยัดลูกสาวสองคนขึ้นรถได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงของซ่งกุ้ยฮวาร้องไห้โวยวายวิ่งเข้ามา
ความโมโหของเขาก็พุ่งขึ้นมาทันที เขาหันกลับไปตบหน้าเธออย่างแรง
เพียะ! “อีตัวน่ารำคาญ! แกหนีออกมาได้ยังไง? นี่แกอยากให้ฉันล่ามโซ่แกอีกใช่ไหม—”
คำด่าที่เขากำลังจะพูดออกมาก็ค้างอยู่กลางอากาศทันที เพราะสายตาเขาเหลือบไปเห็นเจียงหนิงหนิงที่ยืนอยู่ด้านหลังซ่งกุ้ยฮวา
สีหน้าของหวังโชวไฉจึงเปลี่ยนไปทันที “เธอ... เธอมาที่นี่ได้ยังไง?”
[ตกใจหมดเลยล่ะซิ!]
[เขานัดทวงหนี้กันตอนเที่ยงไม่ใช่เหรอ?]
[มีใครสังเกตโซ่ที่เขาพูดถึงไหม?]
[ รีบจัดการมันเลย!]
ซ่งกุ้ยฮวาถูกตบจนล้มลงไปกองกับพื้น พอได้ยินคำว่า “ล่ามโซ่” เธอก็หดตัวด้วยความหวาดกลัว กอดขาตัวเองแน่น ตัวสั่นไม่หยุด
“อย่าขังฉัน... อย่าขังฉันนะ...ฉันไม่หนีแล้ว...ฉันไม่หนีแล้ว”
“ฉันจะให้กำเนิดลูกชายให้คุณ... ฉันจะไม่หนีอีกแล้ว อย่าตีฉันนะ”
เสียงสั่นเครือของเธอดังก้องไปทั่วลานบ้านอันเงียบงัน และเหตุการณ์ถูกถ่ายทอดเข้าสู่ไลฟ์สดอย่างชัดเจน
เมื่อเห็นดังนั้นหวังโชวไฉก็ยิ่งโมโหกว่าเดิม เขาเตะเข้าที่กลางอกของซ่งกุ้ยฮวาเต็มแรง “แกหุบปากซะ!”
จากนั้นจึงหันไปมองเจียงหนิงหนิง แม้ภายนอกจะพยายามรักษาความสงบ แต่หัวใจกลับเต้นรัวไม่หยุด
เขานัดเธอไว้ที่ชุมชนฟู่หมินชัดๆ แล้วเธอมาโผล่ที่บ้านเกิดของเขาได้ยังไง? เธอรู้ได้ยังไงว่านี่คือบ้านเขา?
แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลามาคิดเรื่องนั้นแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือทำให้เจียงหนิงหนิงหยุดไลฟ์สดให้ได้
โทรศัพท์ที่ติดอยู่บนหน้าอกของเธอยังเปิดอยู่ ความคิดเห็นในห้องไลฟ์สด ยังคงไหลไม่หยุด
หวังโชวไฉสูดหายใจลึกๆ “คุณ เจียง ผมติดหนี้คุณสองหมื่นหยวนใช่ไหม ผมจะคืนให้เดี๋ยวนี้เลย”
“คุณไปรอข้างนอกก่อนนะ ผมมีเรื่องในบ้านต้องจัดการถ้าเสร็จแล้วผมจะตามออกไป”
พูดจบ เขาก็พยายามพาเจียงหนิงหนิงออกไปนอกบ้าน
[เมื่อวานยังบอกว่าไม่ได้ติดหนี้อยู่เลยไม่ใช่เหรอ?]
[ตอนนี้อยากใช้เงินปิดปากแล้วเหรอ? สายไปแล้ว!]
[ผู้หญิงคนนั้นดูผิดปกติมากเลยนะ บอกให้ตำรวจรีบมาเถอะ!]
เจียงหนิงหนิงเหลือบมองซ่งกุ้ยฮวาที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม
หวังโชวไฉมีลูกสาวแปดคน และลูกชายหนึ่งคน ผู้หญิงตรงหน้าเธอไม่ได้แก่ขนาดนั้น
เธอแค่ถูกชีวิตทรมานจนดูแก่เกินวัย การคลอดลูกเก้าคน ทำงานหนัก ถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจมานานหลายปี
สภาพจึงเป็นอย่างที่เห็น หวังโชวไฉคว้าแขนเจียงหนิงหนิง พยายามดันเธอออกไป เจียงหนิงหนิงเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ยังไม่ขยับ
“คุณหวัง ถ้าจะจ่ายหนี้ ก็จ่ายมาตอนนี้เลยค่ะ จะจ่ายเป็นเงินโอนหรือเงินสดก็ได้ ถ้าฉันได้เงินเมื่อไหร่ ฉันก็จะไปเอง”
หวังโชวไฉชะงักไปครู่หนึ่ง เขานึกถึงเหตุการณ์ที่เจียงหนิงหนิงต่อยผนังทีวีจนพังในไลฟ์ของหลิวเถาเมื่อครั้งก่อน
ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา ถ้าใช้กำลังตรงๆ อาจเสียเปรียบได้ ดังนั้นเขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“งั้นผมโอนผ่าน วีแชท ให้” เจียงหนิงหนิงหยิบโทรศัพท์อีกเครื่องออกมา เปิดคิวอาร์โค้ดรับเงิน แล้วยื่นให้เขา
หวังโชวไฉมองที่หน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง ยอดเงินคงเหลือในบัญชีมีเพียงแปดพันหยวนไม่พอจ่ายด้วยซ้ำ
แล้วเขาจะโอนไปทำไมล่ะ เดิมทีเขาวางแผนจะจับเจียงหนิงหนิงไปขายอยู่แล้ว สายตาของเขาจึงค่อยๆ เลื่อนไปที่โทรศัพท์ไลฟ์สด บนหน้าอกของเธอ เขาคิดว่า ถ้าคว้ามันมาได้แล้วปิดไลฟ์สด ก็จะไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในหมู่บ้านแห่งนี้
ที่นี่ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีพยาน หวังโชวไฉสูดลมหายใจเข้าลึกๆอีกครั้ง แล้วจู่ๆ เขาก็ยื่นมือไปคว้าโทรศัพท์ของเจียงหนิงหนิงทันที!
[เฮ้ย! มันจะทำอะไรน่ะ?!]
[รีบหนีสิ!]
[ตอนนี้มีใครอยู่ที่หมู่บ้านชิงเหอไหม?!]
หวังโชวไฉกดนิ้วโป้งลงบนปุ่มเปิดปิด อีกเพียงครึ่งวินาทีปุ่มปิดเครื่องก็จะเด้งขึ้นมา แล้วเขาก็—
ปัง! ร่างของหวังโชวไฉกระเด็นลอยออกไปทันที เขาเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น
เจียงหนิงหนิงถอยหลังเพียงแค่ครึ่งก้าว แล้วยกขาเตะสวนเข้ากลางท้องของหวังโชวไฉอย่างแม่นยำ
ร่างอ้วนๆ ของเขาพุ่งชนกำแพงด้านหลังเสียงดังสนั่น ก่อนจะตกลงมากองกับพื้น
“โอ๊ย!”เขาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ชายอีกคนที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ในรถมาตลอดมองภาพนั้นด้วยความตกใจ
เดิมทีเขาคิดว่าเธอเป็นแค่เด็กสาวอายุยี่สิบต้นๆ หวังโชวไฉจัดการได้สบายๆอยู่แล้ว
แต่ใครจะคิด...ผู้ชายตัวใหญ่อย่างหวังโชวไฉกลับถูกเตะจนปลิวเหมือนใบไม้ร่วงแบบนั้น
“ไอ้ขยะเอ๊ย ไร้ประโยชน์สิ้นดี!”ชายคนนั้นสบถด่เขา พลางโยนก้นบุหรี่ลงพื้น
“แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวยังจัดการไม่ได้อีก!” จากนั้นเขาก็ชี้หน้าเจียงหนิงหนิง
“เธอคือเจ้าของร้านรับจัดงานศพใช่ไหม ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ปิดไลฟ์สด แล้วออกไปจากที่นี่ซะ”
“ไม่งั้นอย่าหวังจะทำธุรกิจต่อไปได้อีก!”
[โอ้โห มาเฟียเหรอเนี่ย?]
[หยิ่งจัด!]
[คุณหนู หนีเถอะ คนแบบนี้สู้ไปก็จะมีแต่ปัญหา]
แต่เจียงหนิงหนิงไม่ได้กลัวคำขู่ของเขา เธอบิดคอ บิดข้อมือเบาๆ ก่อนจะยิ้มที่มุมปาก
“ว้าว พี่ชาย อยากสู้งั้นเหรอ ได้สิ แต่ก่อนสู้ ช่วยคืนเงินสองหมื่นหยวนที่หวังโชวไฉติดฉันอยู่ก่อนนะ”
“แม่งเอ๊ย!” ชายคนนั้นเดือดทันที และเขาก็ก้าวเข้ามาหาเธออย่างดุดัน
เจียงหนิงหนิงหยิบท่อนไม้ขนาดพอดีมือขึ้นมาจากพื้น รอยยิ้มอันตรายปรากฏบนใบหน้าแล้วเหวี่ยงไม้ไปเต็มแรง!
เด็กๆ ในลานบ้านกรีดร้องด้วยความตกใจ ทุกคนย่อตัวลง เอามือกุมหัว
แต่ไม้ไม่ได้ฟาดใส่ชายคนนั้น กลับฟาดเข้าใส่กำแพงบ้านหลักของหวังโชวไฉอย่างจัง
ปัง! กำแพงอิฐปูนแตกร้าว เกิดเป็นรูขนาดใหญ่ทันที ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง แม้แต่ชายที่เพิ่งขู่เธอก็ยังยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ
ถ้าไม้ท่อนนั้นโดนคนเข้าละก็ คงได้ตายคาที่แน่
และในจังหวะนั้นเอง ก็มีบางอย่างหล่นออกมาจากรูในกำแพง “ลูกชายฉัน!” หวังโชวไฉร้องลั่นก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่สิ่งนั้นอย่างบ้าคลั่ง “อย่าแตะต้องลูกชายฉันนะ!”
[เดี๋ยวนะ?]
[นั่นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมไม่ใช่เหรอ?!]
[ข้างในยังต้องมีของซ่อนอยู่อีกแน่! ทุบต่อเลย!]
เจียงหนิงหนิงเองก็ตกใจ เธอก้มลงเก็บรูปปั้นที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา นี่มัน...รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมประทานบุตรไม่ใช่เหรอ!
เธอขมวดคิ้วคิด ก่อนหน้านี้เธอคำนวณไว้ชัดเจนว่าในกำแพงนี้ควรมีเงินสดซ่อนอยู่สิ แล้วทำไมถึงกลายเป็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมไปได้ล่ะ? นี่เธอคำนวณพลาดงั้นเหรอ? เจียงหนิงหนิงมองกำแพงที่แตกออก ก่อนจะยกไม้ขึ้นอีกครั้งอย่างช้าๆ...