หลังจากการไลฟ์สดของเจียงหนิงหนิงจบลง เรื่องของหวังโชวไฉก็แพร่สะพัดไปทั่วอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว
ชาวเน็ตทั้งหลายเหมือนกลายเป็นเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ต่างพากันหยิบแว่นขยายขึ้นมาขุดคุ้ยอดีตของหวังโชวไฉ
พร้อมสาปแช่งเขาว่าเป็นสัตว์เดรัจฉานในคราบมนุษย์ แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย
เจียงหนิงหนิงกลับมาที่ร้านตามปกติ ทันทีที่จอดรถหน้าร้าน เธอก็ได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงดังขึ้นทันที
“แม่คะ ดอกไม้สวยจัง หนูเอาเงินค่าขนมซื้อให้แม่ได้ไหม? ถ้าแม่ติดดอกไม้นี้ แม่ต้องสวยที่สุดในโลกแน่เลย!”
เด็กหญิงอายุประมาณห้าหกขวบกำลังกระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริง ขณะที่แม่วัยสามสิบกว่าปีรีบดึงเธอกลับเข้ามา
“แม่ใส่ดอกไม้พวกนี้ไม่ได้จ้ะ” น้ำเสียงของเธอทั้งขำทั้งจนปัญญา เจียงหนิงหนิงเหลือบมองดอกไม้กระดาษหลากสีหน้าร้านก่อนจะยิ้ม “หนูจ๋า ดอกไม้พวกนี้เอาไว้ให้ญาติที่จากไปแล้วนะ ถ้าอยากซื้อให้คุณแม่ ไปเลือกเครื่องประดับผมน่ารัก ๆ ที่ห้างดีกว่า”
เด็กหญิงตัวน้อยถูกดึงเข้ามาในอ้อมกอดแม่ ก่อนจะกระพริบตากลมโตถามอย่างไร้เดียงสา
“แล้วคุณยายใส่ได้ไหมคะ?” เธอไม่ได้เป็นเด็กเล็กที่ไม่รู้อะไรอีกต่อไป เพราะทุกปีช่วงเช็งเม้ง แม่จะพาเธอไปไหว้คุณยาย
พร้อมเอาขนมอร่อย ๆ ไปฝากเสมอ เจียงหนิงหนิงนึกถึงเด็กหญิงตัวน้อยในบ้านของหวังโชวไฉขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เธอหยิบดอกไม้กระดาษสีเหลืองขนาดใหญ่ขึ้นมาแล้วพูดกับแม่เด็ก
“ฉันเป็นเจ้าของร้านค่ะ ถ้าชอบ เอาไปเผาให้คุณยายก็ได้ค่ะ”
แม่ของเด็กรีบปฏิเสธทันที “ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมาก” ไม่ใช่เพราะเธอรังเกียจร้านรับจัดงานศพ แต่เธอรู้สึกว่าไม่ควรรับของจากคนอื่นฟรี ๆ “พวกเราเผาของให้คุณยายเยอะแล้ว ไม่จำเป็นต้องเพิ่มอีกหรอกลูก คราวหน้าค่อยซื้อใหม่นะ”
แต่เด็กหญิงกลับจ้องดอกไม้ไม่วางตา “แต่ไม่มีอันไหนสวยเท่านี้เลยนี่คะ คุณยายชอบของสวย ๆ ด้วย ถ้าคุณยายเป็นคนขายดอกไม้ในโลกหน้า แล้วเราส่งดอกไม้ไปให้เยอะ ๆ คุณยายก็จะขายได้เยอะ มีเงินใช้ แล้วก็มีความสุขไม่ใช่เหรอคะ?”
เจียงหนิงหนิงถึงกับพูดไม่ออก ความคิดของเด็กสมัยนี้ช่างเหนือความคาดหมายจริง ๆ
แม่ของเด็กเองก็ทั้งขำทั้งจนคำพูด สุดท้ายเธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “งั้นฉันขอซื้อค่ะ ราคาเท่าไหร่?”
เจียงหนิงหนิงยิ้มแล้วส่งดอกไม้ให้เด็กหญิง “ไม่ต้องหรอก ถือว่านี่เป็นพรหมลิขิตก็แล้วกันนะ”
เด็กหญิงรับดอกไม้ด้วยรอยยิ้มสดใส “ขอบคุณค่ะพี่สาว ถ้าวันหนึ่งพี่จากไป หนูจะเผาดอกไม้สวย ๆ ให้พี่ด้วยนะคะ”
แม่ของเธอตกใจจนรีบปิดปากลูกสาวทันที “ขอโทษด้วยค่ะ เธอยังเด็กยังไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้”
เจียงหนิงหนิงเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ สุดท้ายแล้ว ทุกคนก็ต้องมีวันจากไป เธอมองแม่ลูกคู่นั้นเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม
เด็กหญิงตัวน้อยวิ่งเล่นอย่างร่าเริง และไม่นานก็ถูกดึงดูดโดยเด็กชายคนหนึ่งที่กำลังเล่นหนังสติ๊กอยู่ริมถนน
เจียงหนิงหนิงไม่ได้สนใจนัก เธอหันกลับเข้าไปในร้านรับจัดงานศพ
เมื่อผลักประตูเข้าไป เธอก็ชะงักไปทันที เธอรีบถอยออกมาข้างนอกด้วยความตกใจ
หรือว่าเธอเข้าร้านผิด? สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเปิดประตูเข้าไปใหม่อีกครั้ง และภาพตรงหน้ายังคงเหมือนเดิม
นกนับร้อยตัวเกาะอยู่ทั่วทุกมุมของร้าน ทันทีที่ประตูเปิดออก ดวงตาหลายร้อยคู่ก็หันมามองเธอพร้อมกัน
เจียงหนิงหนิงเงียบไปทันที ต่อให้เธอเป็นนักพรต ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตที่ต้องตื่นเต้นขนาดนี้ไหม?
เธอปิดประตูดังปัง ก่อนหันไปมองฝูงนก “เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ?” อีกาดำตัวหนึ่งบินลงมาจากบ้านกระดาษ แล้วเกาะอยู่บนพนักเก้าอี้ข้างเธอ จากนั้นก็พูดด้วยภาษามนุษย์อย่างชัดเจน “ได้ยินว่าคุณรับทวงหนี้ใช่ไหม?”
เจียงหนิงหนิงเงียบไปครู่หนึ่ง ชื่อเสียงของเธอดังปไกลขนาดนี้แล้วงั้นหรือ?
เธอเอามือกุมหน้าผากอย่างเหนื่อยใจ “แล้วใครติดหนี้พวกนายล่ะ?”
อีกาดำพูดอย่างเคียดแค้น “ก็ไอ้เด็กชายข้างนอกคนนั้น มันยิงหนังสติ๊กใส่พวกเราทุกวัน ฆ่าเพื่อนของเราไปหลายตัวแล้ว”
“เลือดต้องชดใช้ด้วยเลือด ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต!” เจียงหนิงหนิงนึกถึงเด็กชายที่เล่นหนังสติ๊กเมื่อครู่ทันที
เธอรีบเปิดประตูออกไป แต่ทั้งเด็กชายและเด็กหญิงตัวน้อยก็หายไปแล้ว
อีกาดำพูดอย่างโกรธแค้น “เราต้องการความยุติธรรม เขาฆ่าแม้แต่ลูกของพวกเราที่เพิ่งเกิดได้ไม่ถึงเดือน หนี้แค้นนี้ต้องชำระ!”
นกทั้งฝูงร้องประสานเสียงกันทันที “ทวงหนี้!” เจียงหนิงหนิงปวดหัวตุบๆขึ้นมาทันที
“จะให้ฉันฆ่าคนไม่ได้หรอกนะ ที่นี่เป็นสังคมที่มีกฎหมาย” อีกาดำตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“แล้วเพื่อนของเราสมควรตายงั้นหรือ? พวกเขาทำผิดอะไร แค่เพียงเพราะเราเกิดมาเป็นนกอย่างงันหรือ?”
คำถามนั้นทำให้เจียงหนิงหนิงเงียบไป นกพวกนี้ไม่ได้ผิด แต่เธอก็ไม่อาจฆ่าคนเพื่อล้างแค้นแทนพวกมันได้เช่นกัน
หลังคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอจึงพูดขึ้น “ฉันจะไปหาเด็กคนนั้น ให้เขาขอโทษพวกนาย แล้วให้ครอบครัวของเขาออกค่าใช้จ่ายในการทำพิธีศพให้เพื่อนของพวกนาย เพื่อส่งดวงวิญญาณของพวกมันไปสู่ภพภูมิที่ดี”
อีกาดำเพิ่งจะอ้าปาก แต่เจียงหนิงหนิงก็พูดดักไว้ก่อน “ฉันทำได้แค่นี้ ถ้าพวกนายยังคิดจะเอาชีวิตเขา ฉันไม่ยอมแน่ และถ้าพวกนายคิดจะลงมือกันเอง ฉันก็จะหยุดพวกนายเหมือนกัน” อีกาดำเงียบไปชั่วครู่
“ก็ได้ พวกเราจะไม่ทำให้คุณลำบาก” พูดจบ มันก็กระพือปีก ฝูงนกทั้งหมดก็ขยับตัวตาม
จากนั้น...ธนบัตรจำนวนมากก็ร่วงลงมาราวกับสายฝน เจียงหนิงหนิงถึงกับตกตะลึง
ฝูงนกแต่ละตัวคาบเงินออกมาจากใต้ปีกของตัวเองราวกับกำลังถวายสินสอด
อีกาดำตัวนั้นพูดอย่างจริงจัง “นี่ถือว่าเป็นค่าจ้าง แต่มีเงื่อนไขหนึ่งข้อ”
“พรุ่งนี้ก่อนฟ้ามืด พิธีนี้ต้องเสร็จสิ้น ไม่เช่นนั้น พวกเรายอมตายดีกว่าปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป”
“เด็กคนนั้นอยู่คอมเพล็กซ์ฟู่เหมิน อาคาร 24 ยูนิต 1 ห้อง 402”
พูดจบ อีกาดำก็กระพือปีกบินออกไป ฝูงนกทั้งหมดบินตามไปในพริบตา
ในร้านเหลือเพียงเจียงหนิงหนิงที่ยืนอึ้งอยู่กลางร้าน คอมเพล็กซ์ฟู่เหมิน...อาคาร 24...ยูนิต 1...ห้อง 402...
ทำไมถึงรู้สึกว่ามันคุ้นๆขนาดนี้นะ? และแล้วดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นทันที เดี๋ยวก่อนนะ!
นั่นมันไม่ใช่บ้านคุณยายของเจ้าของร่างเดิมหรอกหรือ คุณพระ!!!!! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย ?!