ในจังหวะคับขัน เจียงลี่เย่ยกมือคว้าข้อมือของจางเหยียน ก่อนสะบัดออกไปด้านหลังอย่างแรง
จางเหยียนเซถอยหลังไปสองก้าว เกือบสะดุดก้อนอิฐล้มลง
ลู่เหยามองซากบ้านด้วยดวงตาแดงก่ำ ความโกรธพลุ่งพล่าน เขาตะโกนใส่คนตรงหน้า
“อย่าคิดว่าจะรังแกคนอื่นได้ เพียงเพราะตัวเองเป็นคนของหมู่บ้าน!”
“ลูกชาย! ลูกชายของแม่ ในที่สุดลูกก็กลับมาแล้ว!”
ติงชุยฮัวที่แอบฟังอยู่ในบ้าน รีบวิ่งออกมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงลู่เหยา เธอโผเข้ากอดลูกชายแน่น ร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ลูกเอ๋ย ถ้าลูกไม่กลับมา พ่อแม่คงถูกไอ้สารเลวนั่นฆ่าตายไปแล้ว!”
“ลูกของแม่... ดูสิ ผอมลงตั้งเยอะ ต้องลำบากมาแน่ ๆ”
ผู้คนทั้งในและนอกลานบ้านต่างจ้องมอง ลู่เหยารู้สึกอับอาย เขารีบผลักติงชุยฮัวออกทันที เมื่อเห็นน้ำตาและน้ำมูกเปื้อนเต็มใบหน้าแม่
“แม่ เลิกร้องก่อน บอกผมมาว่าเกิดอะไรขึ้น”
ติงชุยฮัวสะอื้นไม่หยุด
“ลูกเอ๋ย... บ้านเราแยกครอบครัวกันแล้ว”
ลู่เหยาคว้าไหล่แม่ไว้แน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“อะไรนะ? แยกครอบครัวแล้ว?”
ลู่เจิ้งเดินเข้ามาจากด้านหลัง เอ่ยเสียงเรียบ
“ใช่ เราแยกบ้านกันแล้ว และตอนนี้ฉันกำลังรื้อบ้านในส่วนของตัวเอง”
จางเหยียนรีบพุ่งเข้าไปขวางคนงาน
“ไม่ได้! บ้านหลังนี้เป็นของฉัน! พ่อแม่บอกแล้วว่าเป็นของฉัน ลู่เหยา แล้วก็ลูกสองคนของเรา!”
...ลูกสองคน...
เพียงนึกถึงลูกชายทั้งสองที่ถูกพ่อค้ามนุษย์พาตัวไป เพราะน้ำมือของตัวเอง ทั้งที่เงินค่าจ้างยังอยู่ในกระเป๋า จางเหยียนก็ทรุดลงกับพื้นทันที
เธอปิดหน้า ร้องไห้อย่างเจ็บปวด เสียงสะอื้นดังก้องไปทั่วลานบ้าน
เหวินเชียนที่ยืนอยู่หน้ากระท่อมมุงจาก มองภาพนั้นแล้วอดนึกถึงอดีตไม่ได้
ชาติที่แล้ว... คนที่น่าสงสารยิ่งกว่าจางเหยียนก็คือเธอ
ตอนนั้นตระกูลลู่มัดเธอไว้ ไม่ยอมให้แจ้งตำรวจหรือออกตามหาลูก
หลังจากนั้น เธอก็ไม่เคยรู้ข่าวของลูกชายอีกเลย
“ลูกของแม่... เสี่ยวเหวิน... เสี่ยวเฟิง... พวกเธออยู่ที่ไหน...”
“แม่ผิดเอง... แม่ผิด...”
แม้จางเหยียนจะร้ายกาจ คอยกลั่นแกล้งเหวินเชียนกับลู่เฉินมาตลอด
แต่กับลูกชายทั้งสองของตัวเอง เธอก็รักสุดหัวใจเช่นกัน
ลู่เจิ้งปรายตามองลู่เหยา ก่อนพูดเสียงเย็น
“อย่ามายืนขวาง”
ทั้งสองสบตากันเพียงชั่วอึดใจ
ขาของลู่เหยาก็อ่อนยวบแทบทรุดลงกับพื้น เพราะเขามองเห็นแววตาของลู่เจิ้งที่จับจ้องจางเหยียน
มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วย... เจตนาฆ่า
เหงื่อเย็นไหลท่วมแผ่นหลัง ลู่เหยารู้สึกเหมือนตกลงไปในเหวลึก ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
พี่ชายที่เขาเคยคิดว่าหมดเยื่อใยไปตั้งแต่แต่งงานกับเหวินเชียน...แท้จริงแล้วไม่เคยเลิกรักและปกป้องเธอเลย
ทันใดนั้น เสียงเอะอะก็ดังขึ้นจากหน้าประตู
เหวินเชียนหันไปมอง เห็นคนตระกูลจางกำลังเดินเข้ามา
ทันทีที่เห็นจางเหยียนร้องไห้อยู่กลางลาน และบ้านถูกทุบทิ้งจนเหลือแต่ซาก แม่ของจางก็รีบวิ่งเข้าไปกอดลูกสาว
“ เหยียนเอ๋อร์ลูกแม่!”
น้ำตาไหลอาบแก้มทันที
“ดีแล้วที่ลูกกลับมา กลับบ้านกับแม่เถอะ”
จางเหยียนกอดแม่แน่น ร้องไห้ไม่หยุด แต่สุดท้ายก็ส่ายหน้า
“แม่... ฉันไปไม่ได้”
“ทำไมจะไม่ได้? ถ้าลูกกลับไป แม่จะหาครอบครัวดี ๆ ให้แต่งงานใหม่ ถึงลูกจะเสียลูกไป ก็ยังมีใหม่ได้”
พี่ชายของจางเหยียนรีบเสริม
“น้องสาว กลับบ้านกับพวกเราเถอะ อย่าอยู่ที่นี่อีกเลย”
ลู่เหยารีบผลักแม่ยายออก ก่อนดึงจางเหยียนมากอดไว้
“เธอไปไม่ได้! แม่ ทำไมแม่ใจร้ายแบบนี้!”
แม่ของจางลุกขึ้น สีหน้าเย็นชา
“ใจร้ายหรือ?”
“ครอบครัวแกทำให้ลูกสาวฉันเสียลูกทั้งสองคน แถมยังถูกตำรวจพาตัวไปจนแทบเอาชีวิตไม่รอด แถมยังไม่มีโอกาสมีลูกได้อีกด้วย!”
“ลู่เหยา อย่างน้อยก็ปล่อยให้ลูกสาวฉันมีทางรอดบ้างเถอะ!”
เธอประกาศเสียงดัง
“วันนี้ลูกสาวฉันต้องกลับไปกับฉัน ใครก็ห้ามขวาง!”
สิ้นเสียง ชายฉกรรจ์หลายคนก็กรูกันเข้ามาลากจางเหยียนออกไป
ลู่เหยาจะเข้าไปช่วย แต่ถูกพี่น้องตระกูลจางขวางไว้
“แม่ยาย อย่าทำแบบนี้เลย พวกเราถูกปล่อยตัวแล้ว จะพาเธอไปอีกทำไม?”
แม่ของจางแค่นหัวเราะ
“ฉันแค่พาลูกสาวกลับบ้าน มันผิดตรงไหน?”
ติงชุยฮัวตัวสั่น พูดเสียงแผ่ว
“คุยกันดี ๆ ไม่ได้หรือ?”
แม่ของจางหันมองด้วยสายตาเย็นชา
“บ้านพวกแกไม่เหลืออะไรให้อยู่ต่ออีกล่ะ? ห้องก็ไม่มีแล้ว”
จางเหยียนดิ้นสุดแรง แต่แม่กลับตบหน้าเธอฉาดใหญ่
“อยู่นิ่ง ๆ!”
จางเหยียนมองแม่ด้วยสายตาเว้าวอน
ร่างกายที่อ่อนแรงจากการถูกสอบสวนหลายวัน ไม่มีเรี่ยวแรงจะขัดขืนชายฉกรรจ์หลายคน
เธอทรุดลงกับพื้น แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เหมือนเพิ่งปีนขึ้นจากเหวลึก... แต่กลับถูกผลักลงสู่อีกเหวที่มืดมนกว่าเดิม
เธอหันไปมองลู่เหยา ส่วนลู่เหยาก็กำลังจ้องคนตระกูลจางด้วยดวงตาแดงก่ำ
ในสายตาของเขา คนพวกนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าเหวินเชียนเสียอีก
สุดท้าย จางเหยียนก็ถูกลาก ออกไปต่อหน้าต่อตาทุกคน
ลู่เหยาและติงชุยฮัวได้แต่ยืนนิ่งราวกับคนไร้วิญญาณ
เหวินเชียนเหลือบมองไปยังห้องของผู้เฒ่าลู่
ชายชรายังคงนอนหลบอยู่ข้างใน ไม่กล้าแม้แต่จะออกมา เพราะรู้ดีว่าตระกูลจางไม่ใช่คนที่ควรหาเรื่อง
เรื่องของจางเหยียน...ไม่มีทางจบลงง่าย ๆ แน่นอน
ลู่เหยาและติงชุยฮัวพากันกลับเข้าไปในห้องของผู้เฒ่าลู่ ไม่ออกมาอีก
เหวินเชียนจึงพาลู่เจิ้งเดินไปเคาะประตู
“แล้วเงินสองร้อยหยวนที่ตกลงกันไว้ตอนแบ่งทรัพย์สินล่ะ? ถ้าไม่จ่าย พรุ่งนี้เราจะรื้อบ้านที่เหลือให้หมด”
ลู่เหยาตะโกนอย่างเดือดดาล
“พวกแกมันเกินไปแล้ว!”
เหวินเชียนเหลือบมองเขา ก่อนยิ้มเยาะในใจ
คนอ่านหนังสือไม่ออก ไปอยู่โรงพักแค่สองวัน กลับพูดเป็นสำนวนขึ้นมาเสียแล้ว
ผู้เฒ่าลู่มองทั้งสองนิ่ง ๆ ก่อนดึงแขนเสื้อลู่เหยาเบา ๆ
“ให้พวกเขาไปเถอะ”
“พ่อ!”
ลู่เหยากำเงินในกระเป๋าแน่น สีหน้าไม่เต็มใจ
ผู้เฒ่าลู่พูดซ้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ให้เขาไป”
สุดท้าย ลู่เหยาจึงจำใจหยิบเงินสองร้อยหยวนส่งให้ลู่เจิ้ง
เดิมทีเขาคิดจะโยนลงพื้น แต่เมื่อสบตาลู่เจิ้ง ความคิดนั้นก็หายวับไป
ติงชุยฮัวมองเงินก้อนนั้นด้วยใบหน้าซีดเผือด ริมฝีปากสั่นไม่หยุด
นี่คือเงินที่ได้มาจากการขายหลานชายของตัวเอง...
เหวินเชียนรับเงินมา ก่อนหันหลังเดินออกไปพร้อมลู่เจิ้ง
เธอคิดในใจว่า หากไม่รีบเอาตอนนี้ อีกไม่นานเงินก้อนนี้คงถูกใช้จนหมด
แต่ทันทีที่ทั้งสองก้าวพ้นประตูบ้าน ก็มีเสียงร้องตกใจดังขึ้นจากด้านใน
“พ่อ! พ่อเป็นอะไรไป!”