เหวินเชียนมองลู่เหวินกับลู่เฟิงที่นั่งจ้องประตูห้องของเธอตาเป็นมัน ก่อนหยิบจานที่มีกระดูกไก่ที่เหลืออยู่ เดินออกมาพร้อมล็อกประตู
ระหว่างทาง กระดูกชิ้นหนึ่งหล่นลงพื้น เด็กทั้งสองรีบพุ่งเข้าไปแย่งกันทันที
“ฉันเห็นก่อน! เอามานะ!”
“ของฉันต่างหาก!”
ทั้งคู่ยื้อแย่งกันวุ่นวาย ก่อนเห็นเหวินเชียนเดินถือจานออกไป จึงรีบวิ่งไปตามติดๆ
แต่ทันทีที่ออกจากบ้าน เหวินเชียนก็เทกระดูกทั้งหมดลงในชามของต้าหวง สุนัขเฝ้าบ้านของป้าฮัวข้างบ้าน
ปกติมันแทบไม่เคยได้กินเนื้อเลย พอได้กลิ่นก็รีบก้มหน้ากินอย่างเอร็ดอร่อย
เมื่อลู่เหวินกับลู่เฟิงเห็นเช่นนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปแย่งกระดูกกับสุนัขทันที
เหวินเชียนหันหลังเดินจากมา ปล่อยให้เสียงหมาเห่าปนเสียงร้องโวยวายของเด็กทั้งสองดังไล่หลัง
พวกมันเคยรังแกเสี่ยวเฉินมาตลอด แล้วทำไมเธอต้องใจอ่อนด้วยล่ะ
ยิ่งนึกถึงชาติที่แล้ว... เพราะเด็กสองคนนี้ร่วมมือกันขายลูกชายของเธอให้พ่อค้ามนุษย์อีกด้วย
ชาตินี้ เธอจะไม่มีวันปรานีพวกมันเด็ดขาด
ในเมื่อพวกมันโหดร้าย เธอก็จะโหดร้ายยิ่งกว่า
รอยยิ้มเย็นเฉียบผุดขึ้นที่มุมปาก เมื่อเห็นสองพี่น้องร้องไห้ วิ่งหนีสุนัขกันอลหม่าน
ชาติที่แล้ว พวกมันพรากลูกชายของเธอไป ชาตินี้...ถึงเวลาที่พวกมันต้องชดใช้บ้างแล้ว
เธอเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้ครอบครัวลู่อยู่แล้ว
โดยเฉพาะหลานชายสุดที่รักของพวกเขา
ตกบ่าย เหวินเชียนออกมาเดินเล่นรอบหมู่บ้าน ฝากเสี่ยวเฉินไว้กับป้าฮัว ให้เล่นกับหลานชายตัวน้อยของอีกฝ่าย
ป้าฮัวเป็นคนใจดี และในชาติที่แล้วก็เคยช่วยดูแลเสี่ยวเฉินอยู่บ่อยครั้ง
เมื่อฝากลูกไว้กับคนที่ไว้ใจได้ เหวินเชียนก็โล่งใจขึ้นมาก
ขณะเดียวกัน บนขบวนรถไฟ ลู่เจิ้งกลับนั่งกระสับกระส่ายไม่หยุด สีหน้าเคร่งเครียดจนผู้โดยสารรอบข้างไม่กล้าเข้าใกล้
ระหว่างเดินอยู่ในหมู่บ้าน เหวินเชียนมองเห็นทั้งใบหน้าที่คุ้นเคยและไม่คุ้นตา
สีหน้าของเธอค่อยๆ เย็นลงทันที ในกลุ่มคนเหล่านั้น มีชายสองคนที่เคยลักพาตัวเสี่ยวเฉินในชาติที่แล้วรวมอยู่ด้วย
พวกมันไม่กล้าลงมือกับเด็กในหมู่บ้านตรงๆ แต่จะคอยดักเหยื่อที่เดินเข้าป่าเอง
และตอนนี้...พวกมันก็มาเฝ้ารออยู่แล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น ลานบ้านเงียบผิดปกติ เหวินเชียนเปิดประตูออกมา เห็นลู่เหวินกับลู่เฟิงกำลังเล่นกันอยู่
ทันทีที่เห็นเธอ ทั้งคู่ก็หน้าซีด รีบถอยหลังอย่างหวาดกลัว
แต่เหวินเชียนกลับยิ้มบางๆ แล้วเรียกพวกเขา
“อยากกินลูกอมไหม?”
พอได้ยินคำว่า "กิน" ความกลัวก็หายไปในพริบตา ดวงตาของเด็กทั้งสองเป็นประกายทันที
“อยาก!”
เหวินเชียนหยิบลูกอมออกมายื่นให้คนละเม็ด
ทั้งคู่รีบรับไป แกะห่อแล้วยัดเข้าปากทันที
แม้จะเป็นเพียงลูกอมแข็งธรรมดา ไม่ใช่ลูกอมกระต่ายขาว แต่สำหรับพวกเขาแล้วก็ถือเป็นของหายาก
เหวินเชียนยิ้มก่อนถามต่อ “อยากไปซื้อซาลาเปาไส้เนื้อกับฉันไหม?”
“ไป!”
“ฉันไปด้วย!”
เด็กทั้งสองรีบพยักหน้ารัวๆ เหวินเชียนล็อกประตูบ้าน ก่อนพาพวกเขาเดินออกจากหมู่บ้านไป
แดดยามสายร้อนจัด ผู้ใหญ่ต่างออกไปทำงานกันหมด ถนนจึงเงียบไร้ผู้คน
เด็กสองคนวิ่งนำหน้าอย่างร่าเริง ส่วนเหวินเชียนเดินตามหลังช้าๆ
รอยยิ้มเย็นชาค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าของเธอ
ใครจะเชื่อว่าเด็กที่ดูไร้เดียงสาสองคนนี้ จะเติบโตเป็นคนที่โหดเหี้ยมถึงเพียงนั้น
ไม่นาน เธอก็สัมผัสได้ว่ามีคนแอบตามมา
พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และวัชพืชรกทึบ เหมาะแก่การซ่อนตัวที่สุด
ชาติที่แล้ว เธอหมดสติในป่า เสี่ยวเฉินจึงถูกลักพาตัวไป
พอฟื้นขึ้นมา ก็รีบกลับไปขอความช่วยเหลือที่บ้าน แต่เธอกลับเห็นลู่เหยากำลังพูดคุยกับพ่อค้ามนุษย์
ในตอนนั้นเอง เธอจึงรู้ว่า คนที่ขายลูกชายของเธอ ก็คือคนในครอบครัวนี้
คราวนี้ เหวินเชียนจงใจเดินแยกออกไปอีกทาง ราวกับไม่สนใจเด็กทั้งสอง
พ่อค้ามนุษย์ที่แอบซุ่มอยู่ถึงกับชะงัก ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงเดินหนีไปเองแบบนั้นล่ะ?
พวกมันเหลือบมองเหวินเชียนที่นั่งยองๆ อยู่ไม่ไกล ก่อนหัวเราะเยาะ
ผู้หญิงคนนี้ช่างสกปรกเหลือเกิน แม้แต่จะปลดทุกข์ยังไม่รู้จักหาที่ลับเลย
ทั้งสองคนสบตากัน ก่อนพุ่งเข้าไปใช้ผ้าคลุมหัวลู่เหวินกับลู่เฟิง และอุ้มเด็กทั้งสองขึ้นแล้วรีบวิ่งหายเข้าไปในป่าทันที
สองพี่น้องยังไม่ทันเข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ถูกแบกไปเสียแล้ว
ส่วนพ่อค้ามนุษย์กลับยิ้มกว้าง เดิมทีตั้งใจจะจับเด็กแค่คนเดียว
แต่ตอนนี้กลับได้ถึงสองคน แถมยังแข็งแรงสมบูรณ์ น่าจะขายได้ราคาดี
เหวินเชียนได้ยินทุกอย่าง แต่เธอแค่ยืนฟังนิ่งๆ ปล่อยให้เงาของชายทั้งสองค่อยๆ หายลับเข้าไปในป่า
เธอกำลังจะหันกลับ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากด้านหลัง
เมื่อหันไปมอง เธอก็เห็นชายร่างสูงคนหนึ่งวิ่งตรงเข้ามา หายใจหอบอย่างหนัก
ทันทีที่เห็นใบหน้าของเขา เหวินเชียนก็ชะงัก มือทั้งสองกำแน่น ดวงตาค่อยๆ แดงก่ำ
เขาตคือ ลู่เจิ้ง... สามีที่จากเธอไปตั้งแต่หลังวันแต่งงาน
ลู่เจิ้งเองก็หยุดฝีเท้า เมื่อเห็นหญิงสาวยืนขวางอยู่ตรงหน้า
ใบหน้าของเธอดูคุ้นตาอย่างประหลาด แต่เขากลับนึกไม่ออกว่าเป็นใคร
เขาคิดว่า น่าจะเป็นลูกสะใภ้บ้านไหนบ้านหนึ่งในหมู่บ้านนี่แหละ
เขาขมวดคิ้วก่อนถามอย่างสุภาพ “สหาย มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
คำพูดนั้นทำให้ความโกรธของเหวินเชียนปะทุขึ้นทันที
ดี...
ดีมาก...
เขาจำเธอไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เธอยกมือตบหน้าเขา แต่ลู่เจิ้งยกมือรับไว้ได้ทัน แต่ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งตัว เหวินเชียนก็ใช้มืออีกข้างฟาดลงบนใบหน้าของเขาเต็มแรง
เพียะ!
ใบหน้าคมคายเอียงไปด้านหนึ่ง แก้มบวมแดงขึ้นทันที
แต่แค่นั้นยังไม่อาจดับความแค้นในใจของเธอได้
เหวินเชียนมองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ เสียงแหบสั่นด้วยความโกรธ
“ลู่เจิ้ง... นี่คุณจำฉันไม่ได้จริงๆ งั้นเหรอ?”
ชายหนุ่มมองเธออย่างตกตะลึง ก่อนเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ
“คุณ... คือ เหวินเชียนใช่มั้ย?”
คำตอบที่เต็มไปด้วยความลังเล ทำให้น้ำตาสองสายไหลอาบแก้มของเธอ
เหวินเชียนหัวเราะเยาะทั้งน้ำตา
“ใช่... ฉันเอง”
“นี่ขนาดฉันยืนอยู่ตรงหน้าคุณ คุณยังจำไม่ได้เลยหรือ?”
ผ่านมาตั้งห้าปี...หรืออาจนานกว่านั้นเสียอีก
แม้แต่เธอเองก็ไม่อยากนับเวลาเหล่านั้น เพราะไม่เคยคิดว่า วันที่ได้พบกันอีกครั้ง จะเป็นแบบนี้
“เสี่ยวเชียน... คุณ...”
ลู่เจิ้งเพิ่งพูดได้ไม่กี่คำ ก็ถูกเธอตัดบททันที
เหวินเชียนสะบัดมือเขาออก ก่อนมองชายตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา
“อยากถามใช่ไหมว่าทำไมฉันถึงกลายเป็นแบบนี้?”
“ก็เพราะครอบครัวของคุณไงล่ะ!”
“ถ้าคุณกลับมาช้ากว่านี้อีกไม่กี่วัน สิ่งที่คุณจะได้เห็น คงเป็นศพของฉันกับลูก!”
นั่นคือจุดจบในชาติที่แล้ว ตอนที่เขากลับมา...เธอก็ตายไปแล้ว
เสี่ยวเฉินเองก็ถูกทรมานจนสิ้นใจ
ถึงแม้ว่าภายหลังเขาจะล้างแค้นให้ทั้งสองแม่ลูกได้สำเร็จ
แล้วมันยังไงล่ะ? คนตายไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้หรอก ทุกอย่าง...มันสายเกินไปแล้ว
ความแค้นที่สะสมมาสองชาติเอ่อล้นอยู่ในอก เหวินเชียนมองลู่เจิ้งด้วยสายตาเย็นเฉียบ
ส่วนชายหนุ่มก็ได้แต่ยืนนิ่ง กำหมัดแน่น ก้มหน้ารับทุกคำด้วยความรู้สึกผิด
เหวินเชียนปาดน้ำตาออกจากแก้ม ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ครั้งนี้ที่ฉันเรียกคุณกลับมา ก็เพื่อให้คุณกลับมาจัดการครอบครัวของตัวเอง”
“ถ้าคุณทำไม่ได้...”
เธอจ้องตาเขาอย่างไม่หลบ
“พรุ่งนี้ เราหย่ากัน”