บทที่ 157 : สวรรค์ประทานมาให้
หลังจากจ่ายเงินใส่ซองเสร็จเรียบร้อย หลี่เฉิงหยวนก็กวาดสายตามองไปรอบบริเวณบ้าน ก่อนที่สายตาของเขาจะไปหยุดชะงักอยู่ที่ร่างของเฉียวอวี้
วันนี้มีคนมาร่วมงานเยอะมาก เมื่อครู่เขามัวแต่รีบร้อนไปจ่ายเงินใส่ซอง เพราะกลัวว่าถ้าถึงเวลาเริ่มกินเลี้ยงแล้วทางเจ้าภาพจะไม่รับซองของขวัญอีก ด้วยความเร่งรีบก็เลยไม่ได้ทันสังเกตเห็นใคร
ทว่าตอนนี้แค่ปรายตามองเพียงแวบเดียวเขาก็สะดุดตากับผู้ชายคนนั้นทันที ดูจากการแต่งเนื้อแต่งตัวและท่าทางที่ดูดีมีสง่าราศีแล้ว ผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นคู่ดูตัวของลู่ชิงชิงสินะ?
ก่อนหน้านี้หลี่เฉิงหยวนเป็นคนที่ค่อนข้างมั่นใจในตัวเองมาก เขามักจะคิดเสมอว่าตัวเองเป็นคนมีเสน่ห์ดึงดูดใจ ไม่อย่างนั้นบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ในหมู่บ้าน รวมถึงพวกปัญญาชนหญิงที่ถูกส่งตัวมาพร้อมกัน จะพากันมาตกหลุมรักเขาได้ยังไงกัน?!
และในบรรดาผู้หญิงทั้งหมดที่เขาเคยรู้จักมา ลู่ชิงชิงถือว่าเป็นคนที่หน้าตาสวยโดดเด่นที่สุด เธอมีผิวพรรณขาวสว่าง รูปร่างก็ผอมเพรียวบอบบาง ดูไม่เหมือนกับชาวบ้านในชนบทที่ต้องตรากตรำทำงานหนักอยู่เป็นประจำเลยสักนิด
ทั้งรูปร่างหน้าตาและสัดส่วนของเธอมันชวนให้คนมองรู้สึกหลงใหลได้ง่ายๆ ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจเลือกผู้หญิงอย่างลู่ชิงชิง ช่วงแรกที่คบกันความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนถือว่าราบรื่นดีมาก ลู่ชิงชิงมักจะแอบเอาของกินของใช้มาให้เขาอยู่เสมอโดยไม่ให้คนในบ้านรู้เรื่อง
ตัวเขาเองก็ตั้งใจเอาไว้ว่าในช่วงเวลาที่ต้องทนตกระกำลำบากอยู่ในชนบทแห่งนี้ เขาจะใช้ชีวิตคบหาดูใจกับเธอไปแบบนี้ก่อน รอให้วันข้างหน้ามีโอกาสได้กลับเข้าเมืองไป ค่อยมาคิดหาทางออกกันอีกที ถ้าโชคดีได้เจอผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า เขาก็คงจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้ว
แต่ถ้าเกิดว่าเขาไม่สามารถหาผู้หญิงที่ดีกว่านี้ได้แล้ว ถึงตอนนั้นค่อยกลับมารับตัวลู่ชิงชิงเข้าไปอยู่ในเมืองด้วยกันก็ยังไม่สาย แถมถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ ลู่ชิงชิงก็คงจะไม่มีทางโกรธเคืองอะไรเขา ซ้ำยังจะต้องรู้สึกซาบซึ้งใจในบุญคุณของเขาด้วยซ้ำไป
เพียงแต่จู่ๆ สถานการณ์ทุกอย่างมันก็เกิดพลิกผันขึ้นมา ลู่ชิงชิงตัดสินใจกระโดดลงไปในแม่น้ำ แล้วหลังจากที่ฟื้นขึ้นมา เธอก็ประกาศตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาอย่างเด็ดขาด! มิหนำซ้ำเธอยังรีบไปหาคู่ดูตัวคนใหม่ที่เป็นคนในเมืองอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้มันทำให้เขารู้สึกเจ็บใจจนแทบจะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
หลี่เฉิงหยวนยืนกำหมัดแน่นอยู่ที่เดิมอยู่นาน สองตาของเขายังคงจ้องเขม็งไปที่ร่างของเฉียวอวี้ไม่วางตา ถ้าให้พูดกันตามตรง ผู้ชายคนนี้ดูดีกว่าเขามากจริงๆ ก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมลู่ชิงชิงถึงได้เปลี่ยนใจไปหาคนอื่นรวดเร็วขนาดนี้ ความจริงข้อนี้มันทำให้ความมั่นใจที่เขาเคยมีพังทลายลงจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
ใจจริงเขาอยากจะเดินเข้าไปหา แล้วป่าวประกาศเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างเขากับลู่ชิงชิงให้ทุกคนได้รับรู้ เพื่อให้ผู้ชายคนนั้นทนไม่ได้และยอมถอยหลังกลับไปซะ
แต่พอลองคิดทบทวนดูอีกที เขาก็รู้ว่าขืนทำแบบนั้นไปมันต้องไม่เป็นผลดีแน่ ถ้าทำลงไปลู่ชิงชิงจะต้องเกลียดชังเขาเข้ากระดูกดำ แล้วคราวนี้เขาจะไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกเลย
ส่วนทางด้านของเฉียวอวี้ที่ยืนอยู่ตรงบริเวณประตู เขายืนอยู่ข้างๆ ลู่ชิงหวยมาตลอดตั้งแต่ต้น ทว่าจู่ๆ เขากลับรู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังจ้องมองมาที่ตนเอง จึงหันหน้ามองสำรวจไปรอบๆ ก่อนจะบังเอิญสบตาเข้ากับหลี่เฉิงหยวนที่ยืนอยู่ภายในบ้านพอดี
ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคนไม่ได้ไกลกันมากนัก เฉียวอวี้สังเกตเห็นแววตาของผู้ชายคนนั้นดูผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด อีกฝ่ายมองมาที่เขาเหมือนกับกำลังมองศัตรูคู่อาฆาต แต่เขาแน่ใจว่าตัวเองไม่เคยรู้จักกับผู้ชายคนนี้มาก่อน แล้วจะไปมีความแค้นเคืองกันมาตั้งแต่ตอนไหน?
เขาตัดสินใจสะกิดแขนลู่ชิงหวยที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ผู้ชายคนนั้นเอาแต่มองหน้าฉัน เขาเป็นใครเหรอ?"
ลู่ชิงหวยหันกลับไปมองตามทิศทางที่บอก พอเห็นว่าเป็นใครเขาก็ตกใจจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น เขาจำหลี่เฉิงหยวนได้แม่นยำ เพราะตอนที่หลี่เฉิงหยวนถูกส่งตัวมาเป็นปัญญาชนที่หมู่บ้านนี้ ตัวเขายังไม่ได้ย้ายเข้าไปทำงานในเมืองเลย
หลังจากนั้นเขาก็พอจะได้ยินเรื่องราวข่าวคราวระหว่างผู้ชายคนนี้กับน้องสาวของตัวเองมาบ้างเหมือนกัน แล้ววันนี้หมอนี่โผล่หน้ามาที่นี่ต้องการจะทำอะไรกันแน่? หรือว่าตั้งใจจะมาหาเรื่องสร้างความวุ่นวาย?
แต่เรื่องพวกนี้เขาจะปล่อยให้เฉียวอวี้รู้ไม่ได้เด็ดขาด ลู่ชิงหวยจึงต้องพยายามปั้นหน้าแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก คงเพราะไม่เคยเห็นหน้าก็เลยมองดูน่ะ ไม่ต้องไปสนใจหรอก เขาเป็นปัญญาชนในหมู่บ้านเรานี่แหละ ปกติก็เข้ากับชาวบ้านได้ดี สงสัยคงจะแค่มาร่วมงานให้คึกคักล่ะมั้ง?!"
"อย่างนั้นเหรอ?"
เฉียวอวี้พึมพำกับตัวเองเบาๆ ลึกๆ แล้วเขาก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก เพราะจากแววตาของอีกฝ่าย เขามองเห็นถึงความมุ่งร้ายที่แผ่กระจายออกมาอย่างชัดเจน
ทางด้านของหลี่เฉิงหยวนก็ไม่ได้จ้องมองอยู่นานนัก เพราะเป้าหมายหลักของเขาไม่ใช่เฉียวอวี้ ทันทีที่เขาสังเกตเห็นว่าลู่ชิงชิงหมุนตัวเดินออกไปข้างนอก เขาก็รีบก้าวเท้าเดินตามเธอออกไปทันที
อันที่จริงลู่ชิงชิงจงใจทำให้อีกฝ่ายมองเห็นเพื่อล่อให้เขาเดินตามออกมา ตอนนี้บริเวณลานบ้านมีชาวบ้านมารวมตัวกันอยู่เยอะมาก จะพูดคุยอะไรก็คงไม่สะดวกนัก เธอจึงตัดสินใจเดินเลี้ยวไปทางด้านข้างของตัวบ้าน บริเวณนี้มีทางเดินสายเล็กๆ ที่ทอดยาวไปถึงสวนผักด้านหลัง ซึ่งปกติแล้วมักจะไม่มีใครเดินผ่านเข้ามาทางนี้
และมันก็เป็นไปตามที่เธอคาดการณ์เอาไว้ หลังจากที่เธอเดินมายืนรอได้ไม่นาน หลี่เฉิงหยวนก็เดินตามมาจริงๆ ทันทีที่เขามองเห็นลู่ชิงชิง ใบหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มดีใจออกมาทันที
"ชิงชิง..."
ลู่ชิงชิงรีบยกมือขึ้นมาเป็นเชิงห้ามเพื่อขัดจังหวะคำพูดของเขาทันที
"คุณเป็นคนความจำเสื่อมหรือยังไง? หรือว่าคราวก่อนโดนตีไปยังเจ็บไม่พอ?"
"ผม... ชิงชิง ทำไมคุณถึงยังเย็นชากับผมแบบนี้อีกล่ะ? นี่คุณตั้งใจจะไม่สนใจผมแล้วจริงๆ เหรอ? แล้วคำสัญญาที่พวกเราเคยให้กันไว้เมื่อก่อน มันไม่มีความหมายแล้วใช่ไหม?"
ลู่ชิงชิงพยักหน้ารับอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ก็ใช่น่ะสิ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว เมื่อก่อนฉันเคยพูดอะไรไว้ฉันก็ลืมไปหมดแล้ว จะไปมีความหมายอะไรอีกล่ะ? นี่คุณฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง? วันนี้คุณมาร่วมงาน ฉันก็ขอเป็นตัวแทนพี่รองขอบใจคุณก็แล้วกัน แต่เรื่องอื่นคุณไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ฉันไม่รู้จักคุณด้วยซ้ำ!"
สิ่งที่ลู่ชิงชิงพูดออกมาคือความจริงจากใจทั้งหมด แต่หลี่เฉิงหยวนกลับไม่ยอมเชื่อ ซึ่งก็คงไม่มีใครหน้าไหนยอมเชื่อเรื่องแบบนี้ง่ายๆ หรอก
"ทำไมคุณถึงได้ใจร้ายใจดำขนาดนี้? พอคิดจะตัดขาดก็ตัดกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ? เมื่อก่อนคุณไม่ใช่คนแบบนี้นี่!"
ลู่ชิงชิงฟังแล้วก็โมโหจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว
"เมื่อก่อนเหรอ? เมื่อก่อนฉันยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะต้องมาอยู่ในสภาพนี้! คุณคิดว่าฉันอยากจะมาอยู่ในที่แบบนี้มากหรือไง? แล้วยังต้องมาโดนคนแบบคุณคอยตามรังควานอีก ฉันนี่มันซวยจริงๆ!"
ยิ่งพูดอารมณ์โกรธก็ยิ่งปะทุขึ้นมา ซ้ำยังมีความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก จู่ๆ เธอก็ต้องพลัดพรากจากครอบครัวอันเป็นที่รัก แล้วทะลุมิติมาอยู่ในสถานที่แปลกประหลาดแบบนี้ ต่อให้คนที่นี่จะดูแลเอาใจใส่และดีกับเธอมากแค่ไหน แต่พวกเขาก็ไม่ใช่พ่อแม่แท้ๆ ของเธออยู่ดี
แล้วที่แย่ไปกว่านั้นคือเธอไม่สามารถทำอะไรกับเรื่องนี้ได้เลย นอกเสียจากต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมของตัวเอง โชคยังดีที่เธอได้มาพบเจอกับเฉียวอวี้ ถือซะว่าสวรรค์ยังพอเมตตาไม่ใจร้ายกับเธอจนเกินไปนัก และถ้าหากว่าชีวิตของเธอไม่ต้องมาทนเห็นหน้าผู้ชายตรงหน้านี้ก็คงจะสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
แน่นอนว่าหลี่เฉิงหยวนไม่มีทางเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของเธอเลยสักนิด และเขาก็ไม่ได้มีความคิดที่อยากจะทำความเข้าใจด้วย
เขาเอาแต่คิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอคงจะเบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตลำบากลำบนในชนบท ถึงได้หน้ามืดตามัวยอมตกลงปลงใจไปกับผู้ชายในเมืองคนนั้นเพื่อหวังจะสุขสบาย
"ชิงชิง คุณให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะนะ ไม่ใช่แค่หมอนั่นคนเดียวหรอกนะที่จะพาคุณเข้าเมืองไปมีชีวิตที่ดีได้ ผมเองก็ทำได้เหมือนกัน วันข้างหน้าผมก็ต้องกลับ..."
ทว่าคำว่า 'กลับเข้าเมือง' ยังไม่ทันได้หลุดออกจากปาก หลี่เฉิงหยวนก็รู้สึกได้ว่ามีมือของใครบางคนเอื้อมมาตบลงบนไหล่ของเขาเบาๆ เขาตกใจจนสะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับกลับไปมองด้านหลังทันที ก่อนจะสบตาเข้ากับสายตาของเฉียวอวี้ที่จ้องมองมา
"เฮ้ย! แก..."
แววตาของเฉียวอวี้ดูเรียบนิ่งและน่าเกรงขาม เขาออกแรงกดลงบนไหล่ของอีกฝ่าย แล้วดันตัวหลี่เฉิงหยวนให้หลบไปทางด้านข้าง
"ใกล้จะถึงเวลากินเลี้ยงแล้ว นายไม่ไปกินข้าวหรือไง?"
การผลักในครั้งนี้เขาจงใจออกแรงมากเป็นพิเศษ ส่งผลให้หลี่เฉิงหยวนถึงกับเซถลาไปชนเข้ากับกำแพงบ้าน หลี่เฉิงหยวนเหลือบสายตามองลู่ชิงชิงสลับกับเฉียวอวี้ด้วยความหวาดระแวง เขาไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรออกมาอีก รีบหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกจากทางเดินเล็กๆ แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังประตูใหญ่ทันที
แต่ในใจของเขากลับไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรเลย เพราะมั่นใจว่าบทสนทนาเมื่อครู่นี้ ผู้ชายคนนั้นน่าจะได้ยินมันทั้งหมดแล้ว และถ้าหากเรื่องนี้มันจะกลายเป็นชนวนเหตุให้ทั้งสองคนต้องผิดใจและเลิกรากันไป มันก็ถือว่าเป็นผลดีกับเขามากที่สุด
หลังจากที่หลี่เฉิงหยวนเดินลับสายตาไปแล้ว เฉียวอวี้ก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของลู่ชิงชิง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมกับทอดสายตามองไปที่เธอ
"ทีหลังอย่าไปเสียเวลาพูดคุยกับคนแบบนี้เลยนะครับ เดี๋ยวจะพานทำให้อารมณ์เสียเปล่าๆ"
"อืม... หืม?"
ลู่ชิงชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยความประหลาดใจ
"คุณไม่มีอะไรอยากจะถามฉันหน่อยเหรอคะ?"
เมื่อครู่นี้หลี่เฉิงหยวนยืนบังทัศนวิสัยของเธอเอาไว้จนมิด ทำให้เธอไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าเขาเดินตามมาตั้งแต่ตอนไหน แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว เขาน่าจะได้ยินบทสนทนาไปบ้างไม่มากกน้อย
ลู่ชิงชิงเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่อัดอั้นอยู่ภายในใจก่อนหน้านี้ พอได้มาเห็นหน้าเขา มันกลับยิ่งเอ่อล้นทะลักออกมาจนห้ามไม่อยู่
ขอบตาของเธอเริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย แต่พอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าวันนี้เป็นวันมงคลของครอบครัว เธอจึงพยายามสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้
เฉียวอวี้สังเกตเห็นท่าทางของเธอแล้วก็อดรู้สึกปวดใจไม่ได้ แต่เขาก็ยังคงรักษาระยะห่าง ไม่ได้ทำท่าทีวู่วามอะไรลงไป เขาเพียงแค่เอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"มีสิครับ แล้วคุณพร้อมจะเล่าให้ผมฟังไหมล่ะครับ?"
ลู่ชิงชิงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไหล่ทั้งสองข้างตกลงอย่างคนหมดแรง เธอไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะอธิบายเรื่องพรรค์นี้ให้เขาฟังยังไงดี จะบอกว่าเธอกับหลี่เฉิงหยวนไม่มีความสัมพันธ์อะไรกันเลยงั้นเหรอ? แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจะอธิบายคำพูดของหลี่เฉิงหยวนเมื่อครู่นี้ยังไง? หรือว่าจะยอมเล่าความจริงให้เขาฟังไปเลย? แต่เฉียวอวี้จะยอมเชื่อเรื่องเหลือเชื่อแบบนี้เหรอ? อีกอย่าง ตอนนี้มันก็ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมเลยสักนิด!
ลู่ชิงชิงยืนนิ่งจมอยู่ในความคิดของตัวเองอยู่นาน ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจเอ่ยปากพูดออกไป
"ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม แต่ฉันกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลยจริงๆ ค่ะ เมื่อก่อนก็ไม่มี และวันข้างหน้าก็ไม่มีทางจะมีด้วย ถ้าฉันพูดโกหก ขอให้ฟ้าผ่าตายเลยเอ้า!"
เฉียวอวี้ไม่ได้เอ่ยปากตอบรับหรือปฏิเสธคำพูดนั้น เขาทำเพียงแค่ยืนจ้องมองเธออยู่อย่างนั้นเงียบๆ
เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น ลู่ชิงชิงก็ตัดสินใจยอมทุ่มสุดตัว ยังไงซะเรื่องนี้ไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องรู้ความจริงอยู่ดี เธอจึงยืดอกขึ้นเชิดหน้ามองสบตาเขาอย่างไม่คิดจะหลบเลี่ยงหรือหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
เฉียวอวี้ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมอยู่เนิ่นนาน เขายังคงทอดสายตามองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาของเธอในตอนนี้แฝงไปด้วยความดื้อรั้นและจริงจัง ขอบตาก็แดงก่ำราวกับลูกกระต่ายตัวน้อยที่กำลังตื่นตระหนกตกใจ
ประโยคสนทนาของลู่ชิงชิงเมื่อครู่นี้ เขาได้ยินมันอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ และเขาก็สามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่แตกต่างไปจากสิ่งที่หลี่เฉิงหยวนพยายามจะสื่อสารออกมา
ดูท่าทางแล้ว สิ่งที่เขาเคยคาดเดาเอาไว้คงจะไม่ผิดแน่ ภรรยาตัวน้อยของเขาคนนี้ เป็นของล้ำค่าที่สวรรค์ประทานมาให้เขาจริงๆ
เพราะฉะนั้นหน้าที่สำคัญเพียงอย่างเดียวของเขาในตอนนี้ก็คือ การคอยดูแลเอาใจใส่และทำดีกับเธอให้มากๆ ทำให้เธอรู้สึกผูกพันจนทนไม่ได้ที่จะต้องจากเขาไป ไม่อย่างนั้นก็ไม่แน่ว่าวันดีคืนดีเธออาจจะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว หรืออาจจะหายวับไปเหมือนกับตอนที่เธอเพิ่งปรากฏตัวมาที่นี่ก็เป็นได้
ซึ่งไม่ว่าผลลัพธ์มันจะออกมาเป็นแบบไหน มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถรับมือและทนรับความเจ็บปวดได้เลยสักทาง
ส่วนไอ้ผู้ชายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเมื่อครู่นี้น่ะเหรอ... มันก็แค่คนไร้ค่า ไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรเลยสักนิด และไม่มีทางที่จะมาเป็นภัยคุกคามอะไรเขาได้เลย เพราะเขามั่นใจเต็มเปี่ยมว่าตอนนี้หัวใจของภรรยาตัวน้อยได้เอนเอียงมาอยู่ฝั่งเขาเรียบร้อยแล้ว
[จบบท]