บทที่ 20 : เรื่องของการดูตัว
ลู่ชิงหวยรักและเอ็นดูน้องสาวแท้ๆ คนนี้มาก ถึงแม้น้องเล็กจะถูกตามใจจนมีนิสัยเอาแต่ใจไปบ้าง แต่เนื้อแท้แล้วเธอก็เป็นเด็กดีและน่ารักคนหนึ่ง
"พี่ซื้อของดีๆ มาฝากด้วยนะ เข้าไปดูในบ้านกันเถอะ" ลู่ชิงหวยพูดพลางส่งยิ้มให้ ทว่าพอเขาก้าวเท้าผ่านประตูบ้านเข้าไป ก็เห็นพ่อเดินออกมาจากห้องด้านในพอดี
เขารีบทักทายขึ้นมา "พ่อครับ วันนี้อยู่บ้านกันหมดเลยเหรอครับ ในจดหมายบอกว่าจะถึงพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ ผมก็นึกว่าวันนี้ไม่มีใครอยู่ซะอีก"
ลู่กั๋วเฉียงเบี่ยงตัวหลบให้ทุกคนเดินเข้าไปในบ้าน จากนั้นถึงได้เอ่ยปากคุย "เมื่อหลายวันก่อนฝนตก ออกไปทำงานไม่ได้ วันนี้ก็เลยว่างพอดี ทำไมแกล่วงหน้ามาก่อนล่ะ แล้วพวกเขาล่ะ?"
คำว่า ‘พวกเขา’ ในที่นี้ หมายถึงฝ่ายชายที่กำลังจะมาดูตัวนั่นเอง
ลู่ชิงหวยวางของที่ถือมาในมือลง แล้วขยับไปนั่งลงบนขอบเตียงเตา "เรามาด้วยกันครับ แต่ผมคิดว่าถ้าตรงมาที่นี่วันนี้เลยมันจะดึกเกินไป พวกเขาก็เลยไปพักบ้านญาติก่อน แล้วพรุ่งนี้เช้าถึงจะเข้ามาครับ"
ลู่กั๋วเฉียงพยักหน้ารับรู้ พลางหยิบกล้องยาสูบมาเติมยาเส้นเข้าไปอีกนิด "แล้วพรุ่งนี้พวกเขาจะจำทางได้เหรอ แกต้องไปรับด้วยไหม?"
"ครับ ผมไปรับที่ตัวตำบลก็พอ ทางช่วงนั้นพวกเขาพอหาทางมาได้" ลู่ชิงหวยตอบพลางหันไปมองลู่ชิงชิง
"น้องเล็ก เธอคิดยังไงกับเรื่องนี้ มีอะไรก็บอกพี่มาตรงๆ เลยนะ"
เรื่องที่ลู่ชิงชิงไปสนิทสนมกับปัญญาชนก่อนหน้านี้ ลู่ชิงหวยเองก็รู้เรื่องดี ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้กลับบ้าน แต่ก็ยังส่งจดหมายติดต่อกันอยู่ตลอด ที่บ้านมีเรื่องอะไรก็จะคอยเล่าให้เขาฟังเสมอ
ในตอนนี้ ภายในใจของลู่ชิงชิงกำลังรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก เธอขยับเข้าไปนั่งชิดกับลู่ชิงหวย ถึงแม้ว่าเขาจะยังดูหนุ่มแน่น แต่ในสายตาของเธอแล้ว ลู่ชิงหวยก็เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
และเมื่ออยู่ต่อหน้าญาติผู้ใหญ่ที่คอยรักและเอ็นดู เธอจึงชอบที่จะออดอ้อน ลู่ชิงชิงคว้าแขนของลู่ชิงหวยมาจับไว้แล้วส่งยิ้มให้ "ฉันรู้ว่าพี่รองไม่มีทางปล่อยให้ฉันเสียเปรียบหรอก พี่ต้องดูมาดีแล้วแน่ๆ ฉันเชื่อพี่นะ"
พอได้ฟังแบบนั้น ลู่ชิงหวยก็รู้สึกเบาใจขึ้นมา ทว่าในขณะเดียวกันก็อดเป็นห่วงไม่ได้ "น้องเล็ก อย่าเชื่อพี่ไปซะทุกเรื่องเลย สิ่งที่พี่รู้มันก็แค่สิ่งที่พี่เห็น เอาเข้าจริงลับหลังเขาจะเป็นคนยังไง พี่เองก็ไม่รู้แน่ชัดหรอก เธอเองก็ต้องหัดดูคนให้เป็นด้วย เข้าใจไหม"
"เข้าใจแล้วค่ะ" ลู่ชิงชิงยิ้มจนตาหยี ภายในใจของเธอรู้เรื่องนี้ดีกว่าใครเสียอีก
ในขณะที่ทางนี้กำลังคุยกัน หยางซิ่วอิงก็นำข้าวของที่ลูกชายซื้อกลับมาไปจัดเก็บให้เข้าที่เข้าทาง แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา "กลับมาก็กลับมาสิ จะซื้อของมาเยอะแยะทำไม ไม่รู้จักประหยัดเงินไว้บ้าง ฐานะบ้านเราก็เป็นแบบนี้ วันหน้าแกยังต้องแต่งเมียอีกนะ"
ลู่ชิงหวยรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า "แม่ พูดไปถึงไหนแล้วครับเนี่ย ทำไมวกกลับมาเรื่องของผมได้ล่ะ"
"ทำไมล่ะ ถ้าเรื่องของน้องสาวแกตกลงกันได้ ก็คงอีกไม่นานหรอกที่จะได้แต่งงาน แกเป็นพี่ชายแท้ๆ แต่ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่อายเขาเหรอ"
"โธ่ จะมาพูดเรื่องนี้ทำไมล่ะครับ ผมซื้อของมาแค่นิดเดียวเอง ที่เหลือคนอื่นเขาเป็นคนซื้อฝากมาให้ต่างหาก"
หยางซิ่วอิงชะงักไปเล็กน้อย "ใครกัน"
"ทางบ้านฝ่ายชายเป็นคนซื้อมาครับ เขาบอกว่าไม่ว่าเรื่องนี้จะสำเร็จไหม อุตส่าห์เดินทางมาตั้งไกล จะให้มามือเปล่าก็คงไม่ดี ถ้าเกิดตกลงกันได้ ของพวกนี้ก็ถือว่าเป็นของขวัญ แต่ถ้าไม่สำเร็จก็ถือซะว่าเป็นการมารบกวน พอดีว่าผมจะกลับบ้านมาก่อน เขาก็เลยฝากให้ผมถือของพวกนี้มาบางส่วนครับ"
"บางส่วนเหรอ" คราวนี้หยางซิ่วอิงถึงกับอึ้งไปเลยจริงๆ เมื่อครู่ตอนที่จัดการเก็บของพวกนั้น เธอก็รู้สึกว่ามันเยอะมากแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นของกิน แล้วก็มีของใช้ในชีวิตประจำวันอีกจำนวนหนึ่ง แต่พอได้ยินว่านี่เป็นเพียงแค่บางส่วน เธอก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากขึ้นไปอีก
ทางด้านลู่กั๋วเฉียงเองก็รู้สึกตกใจไม่แพ้กัน "ฉันยังไม่ได้ถามแกเลย ในจดหมายก็ไม่ได้อธิบายให้ชัดเจน ครอบครัวของคนบ้านนั้นตกลงแล้วเป็นยังไงกันแน่ ถึงได้ใจป้ำยอมจ่ายหนักขนาดนี้"
เมื่อได้ฟังบทสนทนาของพวกเขา ลู่ชิงชิงก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาบ้าง ลองคิดดูสิ ชื่อเสียงเรื่องดวงกินเมียของชายคนนั้นโด่งดังออกไปขนาดนั้น คงจะหาคู่แต่งงานด้วยยาก พอได้เจอสักคนก็ย่อมต้องทำตัวเอาอกเอาใจเป็นพิเศษอยู่แล้ว
ลู่ชิงหวยเพิ่งจะนึกขึ้นได้ ว่าเขายังไม่ได้เล่ารายละเอียดให้ทุกคนฟังอย่างจริงจัง ชายหนุ่มจึงรีบจัดแจงให้พ่อกับแม่นั่งลงให้เรียบร้อย ก่อนจะเริ่มอธิบายอย่างละเอียด
ลู่ชิงชิงที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ก็พลอยได้รับรู้เรื่องราวคร่าวๆ ไปด้วย ทว่าลึกๆ แล้วเธอยังคงตั้งความหวังเอาไว้กับชายคนนั้น ไม่ว่าเขาจะมีดวงกินเมียจนทำให้เธอต้องตาย หรือจะพาเธอออกไปจากหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ได้ จะพูดให้ถูกก็คือ ชายคนนั้นเปรียบเสมือนหุ้นส่วนคนสำคัญในอนาคตของเธอนั่นเอง
หลังจากที่ได้ฟังคำอธิบายจากลู่ชิงหวย ทุกคนในครอบครัวถึงได้เข้าใจว่าเรื่องราวมันเป็นมาอย่างไร
ที่แท้ฐานะทางครอบครัวของชายคนนั้นก็จัดว่าดีมากทีเดียว พ่อของเขาเป็นถึงเลขาธิการของโรงงานเหล็กกล้า ส่วนแม่ก็ทำงานเป็นพนักงานบัญชีอยู่ที่โรงงานกระดาษ แถมยังมีน้าเขยที่ทำงานอยู่ในโรงไฟฟ้าอีกคนหนึ่งด้วย
สำหรับตัวเขาเองก็ทำงานอยู่ที่โรงงานเหล็กกล้าเช่นกัน เขายังมีน้องชายอีกคนที่ทำงานอยู่ในแผนกการผลิตของโรงงานกระดาษ และมีน้องสาวที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายอีกคน
หากดูจากโครงสร้างของครอบครัวแล้ว ต้องบอกเลยว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบมาก ทุกคนในบ้านล้วนมีอาชีพการงานที่มั่นคงเหมือนชามข้าวเหล็กกันทั้งนั้น
ส่วนตัวลู่ชิงหวยนั้นเป็นเพียงแค่พนักงานชั่วคราวของโรงงาน เป็นเพราะว่าเมื่อปีก่อนหน้า ตอนที่เขากำลังเดินทางไปที่เมืองหลวงของมณฑล เขาได้บังเอิญไปช่วยชีวิตคนเอาไว้ จึงได้รับคำชมเชย และประจวบเหมาะกับช่วงที่มีการเปิดรับพนักงานพอดี เขาเลยได้เข้ามาทำงานในโรงงานอย่างราบรื่น
โดยปกติแล้วเขาและชายคนนั้นมักจะบังเอิญเจอกันอยู่บ่อยครั้ง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว จากการที่ได้พูดคุยและคลุกคลีกัน ลู่ชิงหวยก็รู้สึกว่าชายคนนี้มีนิสัยใจคอที่ดีมาก ในตอนแรกด้วยความที่ฐานะทางครอบครัวแตกต่างกัน ลู่ชิงหวยจึงไม่กล้าคิดอะไรเกินเลย เพราะครอบครัวแบบนั้น เขาคงไม่อาจเอื้อมไปเกี่ยวดองด้วยได้
จนกระทั่งช่วงที่ผ่านมา เขาเพิ่งจะได้ยินข่าวมาว่า ที่แท้แล้วชายคนนี้เคยหมั้นหมายมาก่อน แต่ต่อมาฝ่ายหญิงเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ด้วยเหตุนี้เขาจึงยังครองตัวเป็นโสดมาจนถึงปัจจุบัน
เมื่อรู้แบบนั้นลู่ชิงหวยก็เริ่มสนใจขึ้นมา ถึงอย่างไรมันก็เป็นเพียงแค่การหมั้นหมายเท่านั้น ไม่ได้มีผลกระทบอะไรมากมาย ถ้าเกิดน้องเล็กสามารถแต่งงานเข้ามาอยู่ในครอบครัวนี้ได้ มันก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว
น้องเล็กเป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม งานหนักในชนบทแบบนี้เธอคงทำไม่ไหวอย่างแน่นอน แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนหน้าตาสวยและฉลาด จึงเหมาะสมกับงานแต่งงานในครั้งนี้มาก
ประกอบกับตอนนั้นที่บ้านส่งจดหมายมาบอกพอดี ว่าน้องเล็กกำลังสนิทสนมกับปัญญาชนคนหนึ่งและกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น เขาถึงได้ตัดสินใจลงมือจัดการเรื่องนี้
ในขณะเดียวกัน ภรรยาของผู้อำนวยการโรงงานก็ได้บังเอิญมารู้เข้าว่าลู่ชิงหวยกำลังสืบเรื่องของชายคนนี้อยู่ เธอจึงมาหาเขาเพื่อพูดคุยด้วยเหตุผลบางอย่าง พร้อมกับรับปากว่าจะช่วยจัดการเรื่องการแต่งงานในครั้งนี้ให้สำเร็จให้ได้ ด้วยเหตุนี้เอง จึงเกิดเป็นการดูตัวในวันนี้ขึ้นมา
สำหรับข้อเสนอต่างๆ ที่ภรรยาของผู้อำนวยการโรงงานรับปากเอาไว้นั้น ลู่ชิงหวยไม่ได้เก็บมาคิดใส่ใจมากนัก เขาเพียงแค่หวังว่าน้องเล็กจะได้มีชีวิตที่มีความสุข ถ้าหากเรื่องนี้สำเร็จขึ้นมาจริงๆ เธอจะต้องมีความสุขมากแน่ๆ
เมื่อเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ให้ฟัง ทุกคนในครอบครัวถึงได้เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด ลู่กั๋วเฉียงเคาะกล้องยาสูบเบาๆ "ก็แค่เคยหมั้นแล้วผู้หญิงตายไปไม่ใช่เหรอ เรื่องแค่นี้ไม่เห็นจะใหญ่โตอะไรเลย บ้านเขามีฐานะดีขนาดนั้น ถ้าเกิดไม่มีเรื่องแบบนี้ขึ้นมา เขาจะมาเกี่ยวดองกับบ้านเราได้ยังไง"
ลู่ชิงหวยพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย "ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ ผมรู้จักเขาดี เขาเป็นคนดีมาก รักพวกพ้อง แล้วก็ไม่มีนิสัยเสียอะไรเลยด้วย ยิ่งไปกว่านั้นนะ..."
เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง แล้วหันไปมองลู่ชิงชิง "ผู้ชายคนนั้นหน้าตาดีมากเลย น้องเล็กจะต้องพอใจแน่ๆ"
ลู่ชิงชิงพูดพลางยิ้มขำ "ไม่เชื่อหรอก ในสายตาฉัน พี่รองดูดีที่สุดแล้วค่ะ"
เธอไม่ได้สนใจหรอกว่าผู้ชายคนนั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ไม่แน่ว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งงานกันเลยก็ได้ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ แล้วหันกลับไปมองครอบครัวของตัวเอง ภายในใจของเธอกลับรู้สึกอาวรณ์ขึ้นมาอย่างประหลาด
ทว่าในเวลาเพียงไม่นาน เธอก็สามารถเก็บซ่อนความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ได้ เดิมทีตัวเธอเองก็ไม่ใช่คนของช่วงเวลานี้อยู่แล้ว การกลับไปที่เดิมจึงเป็นเรื่องที่สมควรที่สุด ส่วนลู่ชิงชิงในห้วงเวลานี้ ก็ได้ตายจากโลกนี้ไปนานแล้ว เธอเป็นเพียงแค่คนที่เข้ามาอาศัยร่างนี้อยู่ชั่วคราวเท่านั้น
แต่ทว่า จู่ๆ ในตอนนี้เธอกลับรู้สึกผิดต่อคนที่กำลังจะมาดูตัวด้วยอย่างบอกไม่ถูก สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ในตอนนี้ มันต่างอะไรกับตอนที่ลู่ชิงชิงตัดสินใจกระโดดน้ำฆ่าตัวตายกันล่ะ
ถึงแม้วิธีการจะแตกต่างกัน แต่ผลลัพธ์ที่คาดหวังเอาไว้กลับเป็นสิ่งเดียวกัน เจ้าของร่างเดิมตัดสินใจกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ก็เพียงเพื่อที่จะโยนความผิดให้กับชายคนนั้นว่าเขามีดวงกินเมียเพิ่มไปอีกหนึ่งข้อหาก็เท่านั้น
ส่วนตัวเธอเอง ถ้าหากต้องตายเพราะดวงกินเมียของเขาจริงๆ ชื่อเสียงของผู้ชายคนนั้นก็คงจะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
เดิมทีเขาก็หาคนแต่งงานด้วยยากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเกิดเขามาทำให้เธอต้องตายอีก... ลู่ชิงชิงเริ่มรู้สึกเห็นใจเขาขึ้นมานิดๆ แล้ว เรื่องของตัวเองนี่มันจำเป็นที่จะต้องไปทำร้ายคนอื่นเพื่อให้สำเร็จจริงๆ เหรอ
แต่ถ้าหากเธอไม่ลงมือทำอะไรเลย สิ่งที่รอเธออยู่ ก็คงมีเพียงแค่การใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ไปตลอดกาล อยากจะสร้างเนื้อสร้างตัวงั้นเหรอ ถึงแม้ว่าจะไม่มีต้นทุน ทว่าการไม่มีโอกาสเลยต่างหากที่เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้เลย และที่แห่งนี้ก็ขาดแคลนโอกาสที่ว่านั่นเสียด้วย
[จบบท]