บทที่ 5 : ผู้ชายดวงกินเมีย
"ใช่ เธอจำได้หมดแล้วนี่นา"
หลิวจิ้งเสียนพยักหน้า
ให้ตายเถอะ คุณยายใสซื่อเกินไปแล้ว! ลู่ชิงชิงลอบบ่นในใจ แต่เรื่องนี้ก็ไม่น่าแปลกใจนัก ทั้งแม่และตัวเธอเองก็มีนิสัยมองโลกในแง่ดีและใสซื่อคล้ายคุณยายเลย
แย่แล้ว คราวนี้หนีไปไหนไม่ได้แน่ ลู่กั๋วเฉียงคือคุณปู่ทวด การที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่คงเป็นเรื่องที่สวรรค์กำหนดไว้แล้วสินะ มิน่าล่ะพอเห็นหน้าคนครอบครัวนี้ถึงได้รู้สึกผูกพันนัก! แต่ชื่อลู่ชิงชิงนี่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะ ถ้าไล่เรียงตามลำดับญาติแล้วก็น่าจะเป็นคุณย่าเล็ก ถ้าเป็นแบบนั้น ทำไมชื่อของเธอถึงไปซ้ำกับคุณย่าเล็กได้ล่ะ!
ขนาดลู่อีอีที่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตา เธอก็ยังเคยได้ยินชื่อมาก่อน มีเพียงชื่อลู่ชิงชิงเท่านั้นที่ไม่เคยผ่านหู หรือว่าเรื่องนี้จะมีอะไรซ่อนอยู่อีก?
แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาคิดให้ปวดหัว ค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกัน เป้าหมายหลักคือต้องสลัดคู่หมั้นคนนั้นทิ้งไปให้พ้น แล้วก็ผู้ชายที่ชื่อหลี่เฉิงหยวนอะไรนั่นด้วย เธอไม่ใช่ลู่ชิงชิงคนเดิม จะไม่มีทางไปยุ่งเกี่ยวด้วยเด็ดขาด
"แล้วคนที่เธอชอบพูดถึง...หลี่เฉิงหยวน เขาเป็นใครกัน? ยังจำไม่ได้เลย"
ลู่ชิงชิงตกใจแทบสิ้นสติเพราะเมื่อครู่เกือบจะหลุดปากเรียกคุณยายออกไปแล้ว หญิงสาวได้แต่โอดครวญในใจ ถ้าต้องเผชิญหน้ากับคุณยาย รวมไปถึงคุณปู่และคุณปู่ทวด ต่อไปจะอ้าปากเรียกคนพวกนี้ว่ายังไงดีล่ะ?
หลิวจิ้งเสียนลอบมองลู่ชิงชิงอย่างระมัดระวัง
"จำเขาไม่ได้แล้วเหรอ? เธอเคยบอกเองนะว่าสนิทกันมาก"
ลู่ชิงชิงหน้าถอดสี
"หา? ไม่มั้ง!"
ถ้าลองคำนวณจากอายุของคุณพ่อและคุณปู่ ยุคนี้น่าจะอยู่ในช่วงยุค 70 ตามหลักแล้วการแต่งงานแบบอิสระยังไม่เป็นที่นิยมนัก หรือว่าคุณย่าเล็กจะเป็นคนนำเทรนด์กันนะ?
อย่าเชียวนะ! เธอยังไม่เคยมีความรักเลยสักครั้ง! หรือว่าที่ทะลุมิติมานี่ก็เพื่อมาแต่งงาน?
"จิ้งเสียน ฉันคงไม่ได้ทำเรื่องอะไรเกินเลยลงไปใช่ไหม?"
หลิวจิ้งเสียนส่ายหน้าเบาๆ
"ไม่หรอก เธอซื่อจะตายไป ที่บอกว่าสนิทกันก็แค่แอบคบหากันลับๆ หลี่เฉิงหยวนเป็นปัญญาชนที่ลงมาทำงานในชนบท หน้าตาดูดีกว่าพวกหนุ่มๆ ในหมู่บ้านเรา แถมยังดูเรียบร้อย คงชอบเขาตรงนี้แหละมั้ง เรื่องที่เกิดขึ้นคราวนี้ก็อาจจะเป็นเพราะเขาด้วย คงไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นล่ะสิ"
"ฉันชอบเขาขนาดนั้นเลย?"
ถึงขั้นยอมแลกด้วยชีวิต ความรักที่ลึกซึ้งรุนแรงขนาดนี้ช่างน่าอิจฉาจริงๆ เธอชักจะอยากรู้เรื่องของผู้ชายคนนี้ขึ้นมาบ้างแล้วสิ
"เรื่องนั้นก็ไม่รู้สิ ตกลงว่าวันนี้เธอตั้งใจกระโดดแม่น้ำเองใช่ไหม? ต้องโทษฉันเองแหละ ถ้าเมื่อวานฉันไม่พูดเรื่องพวกนั้นให้เธอฟัง เธอคงไม่คิดสั้นแบบนี้"
หลิวจิ้งเสียนมีสีหน้าเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด
ดวงตาของลู่ชิงชิงเป็นประกายขึ้นมา
"จริงสิ เมื่อกี้เธอพูดถึงตัวซวยอะไรสักอย่าง สรุปแล้วมันยังไงกันแน่?"
หลิวจิ้งเสียนส่ายหน้าปฏิเสธ
"เล่าไม่ได้แล้ว ในเมื่อลืมไปแล้วก็อย่าถามอีกเลย ขืนเล่าไปเดี๋ยวก็คิดสั้นอีก ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาฉันคงทำใจไม่ได้"
เมื่อเห็นเพื่อนสนิททำท่าจะร้องไห้ ลู่ชิงชิงจึงรีบยื่นมือไปดึงแขนอีกฝ่ายไว้
"อย่าเพิ่งใจเสียไปเลย เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอสักหน่อย ลองคิดดูสิ ถึงจะไม่ยอมบอกยังไงวันข้างหน้าฉันก็ต้องจำได้อยู่ดี เผลอๆ อาจจะมีคนอื่นเอามาเล่าให้ฟังด้วยซ้ำ ให้ฟังจากปากเธอยังจะดีกว่าอีกนะ"
หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ หลิวจิ้งเสียนฟังแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล จึงหันไปมองข้างนอกเมื่อเห็นว่าไม่มีใครเข้ามาก็กระซิบเสียงเบา
"เอาล่ะ เล่าให้ฟังอีกรอบก็ได้ เพราะที่บ้านไม่ยอมรับเรื่องเธอกับหลี่เฉิงหยวน ก็เลยรีบร้อนจัดการหมั้นหมายให้ ตอนหลังมีคนพูดกันเยอะแยะเลยว่าผู้ชายคนนั้นเป็นตัวซวย ถ้านับรวมทั้งตอนหมั้นและแต่งงาน เขาเป็นต้นเหตุให้ผู้หญิงตายไปถึง 3 คนแล้ว! พอได้ยินมาแบบนั้นฉันก็เลยรีบเอามาบอก เรื่องนี้คนในบ้านยังไม่มีใครรู้หรอกนะ!"
"มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความดีใจ
ดวงกินเมียอย่างนั้นเหรอ? ดีเยี่ยมไปเลย!
ลู่ชิงชิงดีใจจนแทบจะกระโดดตัวลอย การที่ต้องมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำให้เธอไม่อยากทนรั้งอยู่ต่อไป ต่อให้ตอนนี้จะรู้แล้วว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ในร่างของคุณย่าเล็กก็เถอะ
เธออยากกลับไปหาพ่อแม่และครอบครัว แต่จะให้ชิงฆ่าตัวตายก็ใจไม่กล้าพอ จะหนีไปเฉยๆ ก็ทำไม่ได้ ตอนนี้ในที่สุดสวรรค์ก็ประทานโอกาสทองมาให้แล้ว
ผู้ชายดวงกินเมียอะไรนั่นมันช่างดีมาก! ถ้าแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น เผลอๆ อาจจะโดนอาถรรพ์เล่นงานจนตายตั้งแต่ยังไม่ทันเข้าหอ พอพริบตาตื่นขึ้นมาอีกทีก็กลับไปอยู่ที่บ้านของตัวเอง แล้วก็พบว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความฝัน
ลู่ชิงชิงใช้ชีวิตอยู่ในสังคมยุคใหม่ที่เชื่อในหลักวัตถุนิยม เดิมทีเธอไม่เคยงมงายกับเรื่องโชคลางพวกนี้เลยสักนิด แต่ตอนนี้สถานการณ์มันบังคับให้ต้องเชื่อ ขนาดตัวเธอเองยังทะลุมิติข้ามเวลามาได้ แล้วทำไมคนอื่นจะเป็นตัวซวยดวงกินเมียไม่ได้ล่ะ?
ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจแน่วแน่ในทันทีว่าจะยอมตกลงปลงใจกับงานแต่งงานครั้งนี้ เพื่อไขว่คว้าโอกาสให้ตัวเอง แน่นอนว่าการลงทุนทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง บางทีดวงชะตาของเธออาจจะแข็งแกร่งจนต้านทานอาถรรพ์ได้ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเธอก็ไม่กลัวหรอก ถ้าแต่งงานไปแล้วยังรอดตาย ค่อยหาทางหนีเอาทีหลังก็ยังทัน!
อาจจะเป็นเพราะแสดงความตื่นเต้นออกมานอกหน้ามากเกินไป หลิวจิ้งเสียนมองแล้วรู้สึกแปลกใจ
"ชิงชิง เป็นอะไรไป? เธอดูท่าทางดีใจนะ"
ลู่ชิงชิงตีหน้าตายแล้วเริ่มพูดจาไหลลื่น
"หา? เปล่าซะหน่อย แค่เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้น่ะ เธอเคยเล่าให้ฟังจริงๆ ด้วย แต่สบายใจได้เลย ฉันไม่โง่ไปฆ่าตัวตายหรอก! เรื่องวันนี้มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ ฉันบังเอิญลื่นตกลงไป ไม่ได้ตั้งใจกระโดดแม่น้ำสักหน่อย เธออย่าคิดมากไปเลย วันหลังจะระวังตัวให้มากกว่านี้ก็แล้วกัน"
"ถ้าอย่างนั้นก็ค่อยโล่งใจหน่อย"
หลิวจิ้งเสียนรู้สึกแปลกใจอยู่ลึกๆ วันนี้ลู่ชิงชิงดูมีพฤติกรรมต่างไปจากเมื่อก่อน แต่จะให้ระบุว่าตรงไหนที่แปลกไปก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน
หลังจากพูดคุยกันต่ออีกพักใหญ่ ลู่ชิงชิงก็ค่อยๆ ปะติดปะต่อเรื่องราวความสัมพันธ์และข้อมูลพื้นฐานของคนรอบตัวจนเข้าใจกระจ่างแจ้ง เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยมาพอสมควร หลิวจิ้งเสียนจึงขอตัวกลับ
หลังจากออกไปส่งหลิวจิ้งเสียนที่หน้าบ้าน ทุกคนก็กลับเข้ามาในห้อง ลู่กั๋วเฉียงเตรียมอุปกรณ์สานเสื่อให้พร้อม แล้วลงมือสานเสื่อใต้แสงตะเกียงร่วมกับลูกชายคนโตและภรรยา
ลู่ชิงชิงได้รับคำสั่งให้พักผ่อนไม่ต้องช่วยทำงาน หญิงสาวจึงนั่งมองทุกคนง่วนอยู่กับงานบนเตียงเตาด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่ชิงชิงถึงได้รวบรวมความกล้าพูดขึ้นมา
"เอ่อ พ่อคะ"
เธอต้องทำใจอยู่นานกว่าจะยอมเปล่งเสียงเรียกคำนี้ออกมาได้ ลู่กั๋วเฉียงขานรับ
"มีอะไรหรือเปล่าลูก? ยังกลุ้มใจอยู่อีกเหรอ? วางใจเถอะ พรุ่งนี้พ่อจะไปยกเลิกงานหมั้นให้เอง"
ลู่ชิงชิงรีบแย้งทันควัน
"อ๊ะ! อย่านะคะ! พ่อคะ หนูคิดได้แล้ว ทุกคนเป็นครอบครัวของหนู ไม่มีทางทำร้ายหนูแน่นอน ส่วนหลี่เฉิงหยวนอะไรนั่น หนูไม่อยากเจอหน้าเขาอีกแล้ว ในเมื่อจัดการหมั้นหมายให้แล้ว ก็ให้มันเป็นไปตามนั้นเถอะค่ะ พ่อกับแม่คงสืบประวัติมาอย่างดีแล้ว หนูเชื่อฟังพ่อค่ะ"
คราวนี้ลู่กั๋วเฉียงถึงกับวางมือจากงานที่ทำอยู่ หันไปสบตากับภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ก่อนจะมองหน้าลูกสาวที่นั่งอยู่บนเตียงเตา
"ลูกคิดแบบนี้จริงๆ เหรอ?"
ลู่ชิงชิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น
"อืม! จริงสิคะ!"
ลู่กั๋วเฉียงหันกลับไปสานเสื่อต่อ
"เอาล่ะ ในเมื่อตัดสินใจดีแล้ว พ่อก็จะไม่ขัดใจ นอกเหนือจากเรื่องของหลี่เฉิงหยวนแล้ว มีเรื่องไหนบ้างที่พ่อไม่ตามใจลูก"
ตกดึก ลู่ชิงชิงตระหนักได้อีกครั้งว่า การใช้ชีวิตในยุคสมัยนี้มันช่างยากลำบากแสนเข็ญเหลือเกิน
บ้านตระกูลลู่มีห้องทั้งหมด 3 ห้อง ถ้าไม่นับรวมโถงกลาง ลู่กั๋วเฉียงกับภรรยาและลู่ชิงชิงลูกสาวคนเล็กนอนรวมกันในห้องฝั่งตะวันออก ส่วนลู่ชิงซงกับครอบครัวทั้ง 3 ชีวิตนอนอยู่ห้องฝั่งตะวันตก แค่ห้องนี้ไอเบาๆ ห้องนู้นก็ได้ยินชัดเจน หรือถ้าห้องนู้นผายลมเสียงดังสักนิด ห้องนี้ก็รู้กันหมด
ลู่ชิงชิงนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงเตาจนนอนไม่หลับ อาจจะเป็นเพราะช่วงบ่ายงีบหลับไปแล้ว ตอนนี้ก็เลยตาสว่าง พอฟังเสียงกรนของพี่ใหญ่ที่ดังลอดมาจากห้องฝั่งตะวันตก สลับกับเสียงนอนกัดฟันของหยางซิ่วอิงในห้องนี้ ยิ่งทำให้จิตใจว้าวุ่นจนหงุดหงิดไปหมด
[จบบท]