บทที่ 132: เมามาย
เผยเซ่าเชิดหน้าขึ้น
"จะให้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรแบบไหนกันล่ะ?"
"ใต้เท้าเผยถูกลอบสังหาร รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด จากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังก็คืออู๋กวนเยวี่ยและบุตรชาย และมีข่าวลือในหมู่ชาวบ้านว่าความจริงแล้วอู๋กวนเยวี่ยกับบุตรชายซ่อนตัวอยู่ในวัดกวนอิมฉาน"
เผยเซ่าหรี่ตาลง
"นี่เจ้ากำลังจะให้ข้าบีบบังคับให้เจ้าหัวโล้นเฒ่านั่นส่งตัวอู๋กวนเยวี่ยกับบุตรชายออกมาอย่างเปิดเผยเลยหรือ?"
"ไม้อ่อนใช้ไม่ได้ผล ก็ต้องใช้ไม้แข็งแล้วล่ะ" เยี่ยนซานเหอเหลือบตามองเซี่ยจือเฟยที่กำลังยกชาขึ้นดื่ม "พวกขุนนางอย่างพวกเจ้า ล้วนถนัดใช้วิธีการแบบนี้ไม่ใช่หรือ?"
พรวด!
น้ำชาร้อนๆ พุ่งพรวดออกมา เซี่ยจือเฟยไม่เพียงไม่โกรธแต่กลับหัวเราะร่วน
"เยี่ยนซานเหอ ก่อนที่เจ้าจะรื้อฟื้นเรื่องเก่า เจ้าช่วยส่งเสียงเตือนล่วงหน้าหน่อยได้หรือไม่ ข้าจะได้เตรียมใจเอาไว้ก่อน"
"จี๊ด!" เยี่ยนซานเหอส่งเสียงเตือน
เซี่ยจือเฟยไร้คำพูดจะเอื้อนเอ่ย
เผยเซ่าเองก็เงียบงันไปเช่นเดียวกัน
เวลาผ่านไปเพียงแค่ครึ่งชั่วยาม ความรู้สึกสิ้นหวังไร้หนทางราวกับเดินมาถึงทางตันก็มลายหายไปจนสิ้น ความหวังถูกจุดประกายขึ้นในใจของทุกคนอีกครั้ง
บนโลกใบนี้มีสองสิ่งที่ไม่อาจประเมินค่าได้ สิ่งแรกคือมิตรภาพ สิ่งที่สองคือความเชื่อมั่น และสิ่งหลังนี้มักจะเป็นตัวตัดสินความสำเร็จหรือล้มเหลวของเรื่องราวต่างๆ ได้เสมอ
เซี่ยจือเฟยมองเยี่ยนซานเหอ หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
ส่วนเผยเซ่าที่อยู่ด้านข้างก็มองเยี่ยนซานเหอเช่นกัน ทว่าจังหวะการเต้นของหัวใจเขากลับปั่นป่วนจนเสียจังหวะไปอย่างสิ้นเชิง
....
โถงวิหารหลักแห่งวัดกวนอิมฉาน
คมดาบวาววับพาดอยู่บนลำคอของฉางชิง ทุกคนในที่นั้นล้วนได้ยินเสียงสะอื้นไห้ด้วยความหวาดกลัวสุดขีดดังเล็ดลอดออกมาจากลำคอของเขา
"กล้าซ่อนตัวนักโทษสำคัญของราชสำนัก เจ้าหัวโล้นเฒ่าฉางชิง ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าเสียจริงนะ"
"นี่ นี่ นี่"
ฉางชิงตาเหลือกค้าง แทบจะหมดสติล้มพับไปอยู่รอมร่อ
"หากรู้จักหลบหลีกภัย ก็จงรีบส่งตัวอู๋กวนเยวี่ยกับบุตรชายออกมาเสียดีๆ มิเช่นนั้น"
เผยเซ่าตบโต๊ะเสียงดังปัง สีหน้าถมึงทึง
"ข้าจะลงมือสังหารก่อนแล้วค่อยรายงานเบื้องบน และเจ้าจะเป็นคนแรกที่ต้องรับคมดาบนี้"
....
ในขณะที่ใต้เท้าเผยแทบจะบีบคั้นฉางชิงจนใกล้จะขาดใจตายอยู่นั้น เซี่ยจือเฟยกำลังกอดคอพี่ซานพั่ง ปรึกษาหารือกันว่ามื้อเย็นนี้จะไปกินข้าวที่ไหนดี และจะไปฟังเพลงที่หอนางโลมแห่งใด
คติประจำใจของคุณชายสามนั้นเรียบง่ายมาก
เงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญ การที่เหล่าพี่น้องได้กินอิ่ม ดื่มสุราจนหนำใจ และสนุกสนานอย่างเต็มที่ต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ซานพั่งตบหน้าอกตัวเองเสียงดังป้าบๆ
"เซี่ยเกอเอ๋อร์ มอบหมายหน้าที่นี้ให้ข้าจัดการได้เลย ข้ารับรองว่าจะจัดการเรื่องราวในค่ำคืนนี้ให้เจ้าอย่างงดงามสมบูรณ์แบบที่สุด"
"ข้าจะไม่ปล่อยให้พี่ซานพั่งต้องเหนื่อยเปล่าหรอกนะ"
ดวงตาพราวดอกท้อของเซี่ยจือเฟยหยีโค้งลง
"ใครก็ตามในที่ทำการที่สนิทชิดเชื้อกับพี่ซานพั่ง จงพามาให้หมดเลยนะ คนเยอะๆ สิถึงจะครึกครื้น"
นี่ต่างหากถึงจะเรียกว่าใจป้ำอย่างแท้จริง
ซานพั่งไม่ขัดข้อง เขารีบไปจัดการเตรียมการตามนั้นทันที
ใช้เงินของผู้อื่น มาจัดงานเลี้ยงของตนเอง ซื้อใจเหล่าพี่น้อง และยังได้ปลอบขวัญน้องชายคนเล็กของตัวเองอีกด้วย
หึ!
บนโลกใบนี้ยังมีเรื่องใดงดงามไปกว่านี้อีกหรือ?
เซี่ยจือเฟยมองแผ่นหลังของคนผู้นั้น รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ จางหายไป
เขาเดินกลับไปที่เรือนพักอย่างไม่รีบร้อน เมื่อปิดประตูลง เขาก็ล้มตัวลงนอนหลับไปในทันที
การไปฟังเพลงที่หอนางโลมถือเป็นงานที่ต้องใช้พละกำลัง เขาจำเป็นต้องพักผ่อนเก็บเกี่ยวเรี่ยวแรงเอาไว้ให้เต็มเปี่ยม
....
เมื่อรัตติกาลมาเยือน
ภายในห้องส่วนตัวของเหลาจอดสุรา มีบุรุษอกสามศอกนั่งล้อมวงอยู่รอบโต๊ะกลมตัวใหญ่จำนวนสิบคนถ้วน
คุณชายสามเซี่ยนั่งหันหน้าไปทางทิศใต้ เขายกจอกสุราขึ้น
"สุราจอกแรกนี้ ข้าขอคารวะพี่ซานพั่ง หากวันนั้นไม่ได้ท่านออกหน้าช่วยเหลือ ชีวิตน้อยๆ ของข้าคงจบสิ้นไปแล้ว"
ซานพั่งได้รับทั้งหน้าตาและเกียรติยศอย่างเต็มเปี่ยม
"มิกล้า มิกล้า มาดื่มพร้อมกัน ดื่มให้หมดจอก"
"สุราจอกที่สอง ข้าขอคารวะพี่น้องทุกคน การมาเยือนเมืองกว่างซีเป็นครั้งแรก ข้าต้องขอขอบคุณพี่น้องที่คอยดูแล หากวันหน้ามีโอกาสได้ไปเยือนเมืองหลวง ขอให้พวกท่านเปิดโอกาสให้เซี่ยเกอเอ๋อร์ผู้นี้ได้แสดงน้ำใจตอบแทนบ้างนะ"
"เซี่ยเกอเอ๋อร์ ช่างมีน้ำใจกว้างขวางเสียจริง!"
"เซี่ยเกอเอ๋อร์ ดื่ม!"
"สุราจอกที่สาม ข้าขอคารวะใต้เท้าโจวที่ไม่ได้มาร่วมงานในวันนี้ ใต้เท้าโจวเป็นขุนนางที่ดีมากจริงๆ การดูแลเอาใจใส่ราษฎรของท่านนั้นไร้ที่ติ"
ในขณะที่เซี่ยจือเฟยเบนหัวข้อสนทนาไปที่ผู้ว่าการโจว ใต้เท้าเผยและคณะก็เดินทางกลับมาถึงเรือนพักด้วยสภาพเหนื่อยล้าอ่อนแรง
เยี่ยนซานเหอก้าวเท้าเข้ามาในห้องก็ออกคำสั่งทันที
"จูชิง เจ้าจงไปรับตัวคุณชายสามกลับมา"
"ขอรับ!"
"หวงฉี เจ้าจงไปปรนนิบัติใต้เท้าของเจ้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและกินข้าวเสีย"
"ขอรับ!"
"เผยหมิงถิง ทางฝั่งของพวกเราไม่มีความคืบหน้า ก็ไม่ได้หมายความว่าทางฝั่งของคุณชายสามเซี่ยจะไม่มีความคืบหน้าเช่นกัน เก็บสีหน้าอมทุกข์ของเจ้าไปซะ แล้วรวบรวมความกระปรี้กระเปร่ากลับมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
"คุณหนู ใต้เท้าเผยรวบรวมความกระปรี้กระเปร่าไม่ไหวแล้วล่ะ ท่านไม่เห็นหรือว่าบนใบหน้าของเขามีตัวอักษรเขียนเอาไว้อยู่ประโยคหนึ่งน่ะ?"
"ตัวอักษรอันใดกัน?"
"ใต้เท้าตายแล้ว มีธุระอันใดก็เผากระดาษเงินกระดาษทองมาบอกเอาเถิด"
เพียงประโยคเดียว ก็สามารถทำให้ใต้เท้าเผยที่นอนหมดสภาพราวกับสุนัขใกล้ตาย ฟื้นคืนชีพกลับมาได้อย่างปาฏิหาริย์!
....
สองชั่วยามต่อมา เซี่ยจือเฟยเดินก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับกลิ่นสุราที่คลุ้งไปทั่วทั้งตัว
ระยะทางเพียงสองสามก้าวจากหน้าประตูไปยังเก้าอี้ เขาเดินโซซัดโซเซแทบจะไม่ตรงทาง
เผยเซ่าเห็นแล้วรู้สึกปวดใจเหลือเกิน เขารีบยื่นถ้วยชาของตัวเองส่งไปให้
"เร็วเข้า ดื่มน้ำชาสร่างเมาเสียหน่อยเถอะ"
"ไม่เอา"
เซี่ยจือเฟยปรายตามองด้วยความรังเกียจเล็กน้อย นิ้วชี้ไปที่ถ้วยชาใบใหม่
"รินถ้วยใหม่มาให้ข้า"
นี่ยังจะมีหน้ามารังเกียจกันอีกหรือ?
เผยเซ่าหันไปทางจูชิง
"เร็วเข้า รีบรินชาถ้วยใหม่มาให้คุณชายสามเร็วเข้า"
จูชิงรีบรินน้ำชาถ้วยใหม่มาให้ทันที
เซี่ยจือเฟยรับมาเตรียมจะดื่ม แต่จู่ๆ เขาก็กระแทกถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดังปัง
"คิดจะลวกให้ใครตายกันฮะ?"
คุณชายสามแห่งจวนตระกูลเซี่ยผู้นี้ ปกติแล้วเป็นคนอารมณ์ดี มีรอยยิ้มประดับใบหน้าอยู่เสมอ ยกเว้นก็เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น นั่นคือหลังจากที่เขาดื่มสุราเข้าไป
หากความเมามายพุ่งทะลุเกินเจ็ดส่วน อารมณ์ฉุนเฉียวก็จะพุ่งตาม นิสัยเอาแต่ใจก็จะปรากฏ ปรนนิบัติรับใช้ยากยิ่งกว่าใครๆ
ในเวลาปกติเขามักจะเรียกเผยเซ่าว่าบรรพบุรุษน้อย แต่ในเวลานี้กลับกลายเป็นเผยเซ่าที่ต้องเรียกเขาว่าบรรพบุรุษเสียเอง
"เด็กดี ดื่มชาของข้าไปก่อนเถอะนะ" ใต้เท้าเผยพยายามเกลี้ยกล่อมและหลอกล่อ
"เอาออกไป!"
เซี่ยจือเฟยตวัดสายตามองค้อน ยกมือขึ้นชี้หน้า
"เยี่ยนซานเหอ เอาของเจ้ามาให้ข้าดื่ม ข้าจะดื่มแค่ของเจ้าเท่านั้น"
ดวงตาของเยี่ยนซานเหอทอประกายขุ่นเคืองขึ้นมาทันที
เมาแล้วอาละวาดมาลงที่หัวข้าอย่างนั้นหรือ?
ถุย!
"แม่ทูนหัว เจ้าก็ยอมให้เขาดื่มสักคำเถอะนะ!"
เผยเซ่าทำหน้าตาเว้าวอน
"คนผู้นี้เวลาดื่มสุรามากเกินไปก็จะมีสภาพเช่นนี้แหละ หากเจ้าไม่ยอมทำตามใจเขา เขาจะยิ่งอาละวาดหนักกว่าเดิมนะ"
จูชิงเองก็ช่วยออกหน้าแทนเจ้านายของตน
"แม่นางเยี่ยน สภาพร่างกายของคุณชายสามความจริงแล้วดื่มสุราไม่ค่อยเก่งนัก หากดื่มมากเกินไปก็จะรู้สึกทรมานมากขอรับ"
"เยี่ยนซานเหอ จะให้หรือไม่ให้ รีบๆ พูดมาคำเดียวก็พอ"
คุณชายสามเซี่ยเอียงคอ ทำหน้าตากวนประสาทราวกับจะบอกว่า หากไม่ให้ ข้าก็จะลงมือแย่งมาเอง
เยี่ยนซานเหอเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว นางไม่มีเรี่ยวแรงจะไปต่อกรกับคนเมาไร้สติอีก จึงวางถ้วยชาของตนเองลงตรงหน้าเขาอย่างแรง
คุณชายสามเซี่ยคว้าถ้วยชามาได้ก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็น เขาทำหน้าตาได้ใจ เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งพลางกระดกน้ำชาดื่มรวดเดียวสองอึกก็หมดเกลี้ยง
เมื่อดื่มหมดเขาก็วางถ้วยชากระแทกลงตรงหน้าเยี่ยนซานเหอ
"เอาอีก!"
เยี่ยนซานเหอเห็นสายตาของทุกคนจับจ้องมาที่นาง นางจึงเพิ่งจะตระหนักได้ว่าคนผู้นี้กำลังสั่งให้นางรินชาให้ด้วยมือของตัวเอง
ฝันไปเถอะ!
นางทำหน้าบึ้งตึงไม่ยอมขยับเขยื้อน
เผยเซ่ากับจูชิงร้อนรนใจแทบตาย คนหนึ่งขยิบตาหลิ่วตาจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า ส่วนอีกคนก็จ้องมองนางเงียบๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำตัดพ้อต่อว่า
คุณชายสามเมาถึงเพียงนี้แล้ว รินชาให้สักถ้วยจะเป็นไรไปเล่า!
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นมาทันที
เยี่ยนซานเหอสูดลมหายใจเข้าลึก นางหยิบป้านชาขึ้นมารินน้ำชาให้เขาครึ่งถ้วย
บัดซบเอ๊ย!
ไม่รู้ว่าใครหน้าไหนตามใจเขาจนเสียนิสัยถึงเพียงนี้ ช่างไร้กฎเกณฑ์เอาเสียเลย!
ทว่ายังมีเรื่องที่ไร้กฎเกณฑ์ยิ่งกว่านั้นรออยู่อีก
เซี่ยจือเฟยใช้นิ้วเรียวยาวหยิบถ้วยชาขึ้นมา เลิกคิ้วอย่างลำพองใจ
"เยี่ยนซานเหอ แบบนี้ก็ถือว่าเจ้าเป็นเด็กดีไม่ใช่หรือ?"
"เซี่ยอู่สือ เจ้ารีบๆ หุบปากไปเถอะ!"
เผยเซ่าแทบจะถูกคนเมาทำให้ตกใจตายอยู่แล้ว เขากล้าดีอย่างไรถึงไปพูดจาเช่นนั้นกับแม่หมอเยี่ยน
เสียสติไปแล้วหรืออย่างไร?
ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่?
"บรรพบุรุษน้อย เลิกก่อกวนเสียทีจะได้หรือไม่ ถือว่าข้าขอร้องเจ้าก็แล้วกัน!"
"ได้สิ เจ้าก็คุกเข่าอ้อนวอนข้าก่อนสิ?"
บัดซบ!
ข้าสามารถบีบคอเขาให้ตายคามือตอนนี้เลยได้หรือไม่?
เผยเซ่าขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโห
[จบบท]