บทที่ 229: หน้าหนา
"พวกเจ้าเบิกตาดูให้ดี อย่าให้เล็ดลอดสายตาไปได้แม้แต่นิ้วเดียว"
ผู้ติดตามที่ชื่อพี่หลิวตะโกนลั่น
"หากปล่อยให้พวกมันหนีรอดไปได้ ไม่ใช่แค่พวกเราที่จะซวย ตระกูลสวีก็ต้องซวยไปด้วย ได้ยินหรือไม่?"
"ขอรับ!"
"ต้นไม้ทุกต้นก็ต้องดูให้ละเอียด"
"ขอรับ!"
คราวนี้แม้แต่เซี่ยจือเฟยก็ยังไม่กล้าหายใจแรง หัวใจเต้นระทึกจนแทบกระดอนออกมานอกอก
ไม่รู้ว่าสวรรค์ทรงโปรดหรือดวงดี จู่ๆ ก็มีเสียงนกกระพือปีกดังมาจากที่ไกลๆ
"พี่หลิว ทางนั้นมีความเคลื่อนไหวขอรับ"
"ตามไป!"
กลุ่มผู้ติดตามพากันวิ่งกรูกันไปทางนั้น
เซี่ยจือเฟยพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด พอสบมองตัวเองก็พบว่าเสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ
พอมองไปอีกทีเยี่ยนซานเหอก็มีสภาพไม่ต่างกันนัก เส้นผมสีดำขลับเปียกชุ่ม เหงื่อออกมากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ
ตอนนี้ท่าทางของทั้งสองคนราวกับจักจั่นสองตัวที่เกาะหนึบอยู่บนต้นไม้
เยี่ยนซานเหอยืนอยู่บนกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง สองแขนกอดรัดต้นไม้เอาไว้แน่น
ส่วนเซี่ยจือเฟยยืนอยู่อีกกิ่งหนึ่ง สองมือชูขึ้นสูงเกาะเกี่ยวติดกับกิ่งไม้ด้านบนราวกับผีแขวนคอ
"ความจริงแล้ว"
เซี่ยจือเฟยตัดสินใจสารภาพบางสิ่งออกมา
"ในเรือนนี้มีแค่เราสองคนเท่านั้น"
นางเดาไว้นานแล้ว มิเช่นนั้นคุณชายสามเซี่ยอย่างเขาคงไม่ต้องมาทนอึดอัดทำตัวเป็นผีแขวนคอเช่นนี้หรอก
"แล้วพวกเขาล่ะ?"
"ข้าก็ถูกจับตัวมาเหมือนกัน"
"อะไรนะ?"
เยี่ยนซานเหอฟันกระทบกันจนเกือบจะกัดลิ้นตัวเอง
ขันทีสวีเซิ่งนั่นยอมจ่ายเงินจ้างยอดฝีมือมามากขนาดไหนกัน
"แล้วเจ้าล่ะ ถูกจับมาได้อย่างไร จอมยุทธ์หลี่ผู้เก่งกาจไปไหนเสียล่ะ?"
เยี่ยนซานเหอตอบตามความจริง
"ตอนนั้นข้าอยู่บนบก ส่วนนางอยู่ใต้น้ำ"
คราวนี้เป็นฝ่ายเซี่ยจือเฟยที่ต้องตกตะลึงบ้าง
"นางลงไปทำอะไรใต้น้ำ?"
"งมของ"
"ของอะไร?"
"เสื้อผ้าชุดที่จิ้งเฉินสวมใส่ก่อนตาย"
ช่างบังเอิญเสียจริง
เซี่ยจือเฟยจ้องมองใบหน้าของเยี่ยนซานเหอพลางถามด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย
"เรื่องคลายปมวิญญาณเป็นอย่างไรบ้าง มีความคืบหน้าหรือไม่?"
เยี่ยนซานเหอมองเขาด้วยใบหน้าเรียบเฉยพลางคิดในใจ
ตอนนี้ใช่เวลามาคุยเรื่องนี้หรือ ห่วงเรื่องหนีเอาชีวิตรอดก่อนเถอะคุณชายสาม
คุณชายสามเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมาสั้นๆ
"เป็นห่วงเจ้า"
เยี่ยนซานเหอพยักหน้ารับอย่างสงวนท่าที ส่งเสียงในลำคอตอบรับไปคำหนึ่ง ทว่าใบหูรวมถึงเสี้ยวหน้าด้านข้างที่โผล่พ้นออกมากลับแดงซ่าน
คุณชายเสเพลตระกูลเซี่ยบ้าบอ วันๆ นอกจากเที่ยวหอนางโลมฟังเพลง ก็เอาแต่หยอกเย้าสตรีชาวบ้าน
ไม่คิดจะทำเรื่องเป็นงานเป็นการบ้างหรืออย่างไร?!
คุณชายเสเพลแซ่เซี่ยไม่มีความคิดจะทำเรื่องจริงจังแม้แต่น้อย กลับถามหน้าตายออกมาอีกประโยค
"ปีนต้นไม้ด้วยกัน หนีตายมาด้วยกัน เยี่ยนซานเหอ แบบนี้ถือเป็นวาสนาของพวกเราหรือไม่"
เยี่ยนซานเหอคร้านจะสนทนากับคนผู้นี้อย่างจริงจัง
"เอ่อ"
เยี่ยนซานเหอชักจะโมโห กดเสียงต่ำตวาดใส่
"ยังไม่จบอีกหรือ?"
ยังไม่จบ!
เซี่ยจือเฟยแย้มยิ้ม
"เรียนปีนต้นไม้ตั้งแต่เมื่อใด ปีนเก่งใช้ได้เลย เก่งกว่าข้าเสียอีก"
เยี่ยนซานเหอขมวดคิ้วไม่ยอมตอบ
"เจ้าเชื่อหรือไม่"
เซี่ยจือเฟยพูดยิ้มๆ
"เมื่อก่อนข้ารู้จักเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ทำอย่างอื่นไม่เอาไหนสักอย่าง แต่เรื่องปีนต้นไม้นี่เก่งเป็นพิเศษ"
เยี่ยนซานเหออดไม่ได้ที่จะประชดประชันกลับไปบ้าง
"เด็กผู้หญิงที่คุณชายสามรู้จัก มีไม่น้อยเลยสินะ"
คุณชายสามพยักหน้ารับอย่างจริงจัง
"อืม แต่คนที่เก็บไว้ในใจมีไม่มากหรอก"
นางแค่นเสียงขึ้นจมูก
"คนที่ถูกเจ้าทำลายคงมีไม่น้อย"
"ที่ทำลายสำเร็จมีไม่มาก"
คุณชายสามเผยรอยยิ้มแฝงความหมายลึกซึ้ง
"ยังมีอีกหรือไม่ ว่ามาต่อสิ"
"ป่วยก็ไปรักษานะคุณชายสาม"
มุมปากของคุณชายสามยกขึ้น เขาก้มหน้ามองนาง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเชื่องช้า
"โรคคะนึงหา ผู้ใดจะรักษาได้เล่า?"
สถานการณ์ชักจะแปลกไปเสียแล้ว เมื่อหลายเดือนก่อนเป็นนางที่เถียงจนเขาไปไม่เป็น แล้วเหตุใดตอนนี้ นางถึงรับมือเขาไม่ได้กันเล่า!
เซี่ยจือเฟยได้ใจจนหางตาและคิ้วแทบจะลอยขึ้นฟ้า บุรุษหน้าหนาสักหน่อย ย่อมไร้เทียมทานจริงๆ
เอาล่ะ ไม่ล้อเจ้าเล่นแล้ว
"แม้ข้าจะตัวคนเดียว แต่คุณชายสามจวนตระกูลเซี่ยหายตัวไป คนที่ร้อนใจย่อมมีมากมาย"
เซี่ยจือเฟยปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้นกะทันหัน
"ป่านนี้พวกเขาน่าจะกำลังเร่งเดินทางมา ประเดี๋ยวเจ้าอ้อมเรือนไปทางทิศใต้ ไม่แน่ว่าอาจจะได้พบพวกเขา"
เยี่ยนซานเหอรู้สึกว่าคำพูดของเขาชวนให้งุนงง
"แล้วเจ้าล่ะ?"
"ข้าย่อมไปกับเจ้าไม่ได้"
เซี่ยจือเฟยกล่าวอย่างใจเย็น
"ชายหญิงอยู่กันตามลำพัง ถึงตอนนั้นคงอธิบายลำบาก คุณชายสามอย่างข้าทำสิ่งใดย่อมมีขอบเขต"
เยี่ยนซานเหอขบกรามแน่น
"ขอบเขตอะไร?"
เซี่ยจือเฟยอมยิ้มบางๆ
"จะไม่ยอมทำร้ายเด็กผู้หญิงที่ปีนต้นไม้เป็นเด็ดขาด"
นางเตะไอ้ลูกเต่าคนนี้ลงไปได้หรือไม่?
เยี่ยนซานเหอมีสีหน้าเหมือนคนใกล้ตายที่กำลังดิ้นรน
ทว่าในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากทางหน้าเรือน
"แย่แล้วขอรับ เจ้านายกลับมาแล้ว"
ดวงตาที่เบิกบานของเซี่ยจือเฟยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา มือขวาปล่อยจากการจับยึดกะทันหัน
เยี่ยนซานเหอสะดุ้งเฮือก
"เจ้าจะทำสิ่งใด?"
"เอาของดีให้เจ้า"
เจ้าช่างเลือกเวลาได้ดีเหลือเกิน
"อย่าขยับส่งเดช ระวังตกลงไป"
"วางใจเถอะ!"
เซี่ยจือเฟยค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบห่อกระดาษเล็กๆ ออกมา แล้วยัดใส่ตรงหลังคอของเยี่ยนซานเหอ
"นี่คือผงพิษ หากเจออันตราย ให้ปิดปากปิดจมูก แล้วสาดใส่พวกคนร้ายก็พอ"
เยี่ยนซานเหอตัวแข็งทื่อในพริบตา
"เหตุใดเจ้าไม่เอาออกมาให้เร็วกว่านี้เล่า ตอนที่พวกมันปีนกำแพงเข้ามา หากสาดไปสักกำมือ พวกเรายังต้องมาเบียดกันอยู่ที่นี่อีกหรือ?"
"ข้าก็ นึกไม่ออกนี่นา"
หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ ป่านนี้เซี่ยจือเฟยคงตายไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว ทว่าเขากลับยังมีหน้ามายิ้มรับ
รอยยิ้มนี้ทำเอากิ่งไม้ใต้เท้าสั่นสะเทือนจนเกิดเสียงดังกรอบแกรบ
"แย่แล้ว กิ่งไม้นี่กำลังจะหัก"
สีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที
"เยี่ยนซานเหอ ข้าต้องไปหาต้นไม้อื่นซ่อนตัวก่อน เจ้าอย่าขยับเด็ดขาด อย่าขยับนะ"
"เจ้ารีบไปเถอะ"
เยี่ยนซานเหออยากจะใช้สายตาฆ่าเขาอีกรอบ
เซี่ยจือเฟยคลายมือออก ปล่อยให้ร่างไถลตัวลงไปด้านล่าง
เขารูดตัวลงไปเร็วเกินเหตุ ตอนที่เท้าแตะพื้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงยืนไม่อยู่ ร่างหงายหลังล้มตึงลงไป
กิ่งไม้แห้งด้านหลังหักดังกรอบแกรบ เสียงนั้นดังก้องกังวานมาก
ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายเท้าจรดศีรษะของเยี่ยนซานเหอ ขนลุกชันไปทั้งตัว
เซี่ยจือเฟยผู้นี้เหตุใดจึงไม่ระวังตัวเอาเสียเลย?
"ทางนั้นมีความเคลื่อนไหว!"
"พี่หลิว มีคนอยู่ตรงนั้นขอรับ"
"รีบตามไป!"
เซี่ยจือเฟยรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น ทอดสายตามองลึกขึ้นไปบนต้นไม้แวบหนึ่ง แล้วสับเท้าวิ่งหนีสุดชีวิต
"มันหนีไปแล้ว!"
"ตามไป"
"เร็วเข้า เร็วเข้า โอบล้อมไว้ โอบล้อมไว้"
เหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
เยี่ยนซานเหอเผยอปากเล็กน้อย เบิกตากว้างมองเงาร่างหลายสายที่วิ่งตะบึงอยู่ใต้ต้นไม้ นางเพิ่งจะขยับตัวไต่ลงไปเพื่อช่วยเหลือเขา ทว่าในหัวก็มีคำพูดของคนผู้นั้นแล่นเข้ามา
หากประเดี๋ยวพวกเราถูกพบตัว เจ้าอย่าขยับ จำไว้ให้มั่น
พวกเราถูกพบตัวแล้วหรือ?
เจ้าอย่าขยับ?
เลือดในกายเย็นเฉียบจับแข็ง ความคิดหนึ่งสว่างวาบขึ้นมาในหัวของเยี่ยนซานเหอราวกับสายฟ้าฟาด ที่แท้เขาก็ทำเพื่อช่วยนาง ถึงได้จงใจล่อพวกผู้ติดตามเหล่านั้นออกไป
เหตุใดเขาถึงต้องทำเช่นนั้นด้วย?
เยี่ยนซานเหอขบเม้มริมฝีปากแน่น เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกมืดแปดด้านและทำอะไรไม่ถูก
และในตอนนั้นเอง เสียงต่อสู้ก็ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ ตามติดด้วยเสียงตะโกนก้อง
"จับตัวได้แล้ว รีบไปรายงานคุณชายเร็วเข้า"
"แล้วนังผู้หญิงนั่นล่ะ!"
"ต้องยังอยู่ในป่านี้แน่!"
"บัดซบ ไอ้ลูกเต่านี่มีมีด เร็วเข้า รีบกดตัวมันไว้"
"มารดามันเถอะ หนีไปได้อีกแล้ว"
"ไปดักข้างหน้าไว้ เร็ว เร็วเข้า"
[จบบท]