บทที่ 54: เชื่อข้า
จูชิงสังเกตเห็นสีหน้าของผู้เป็นนายดูย่ำแย่ เขาย่อมรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่
"ข้าไปสืบข่าวมาแล้วขอรับ พวกเขาบอกว่าได้รับบาดเจ็บภายนอกเพียงเล็กน้อย ส่วนจุดอื่น...ไม่ได้เป็นอะไรขอรับ"
เซี่ยจือเฟยรู้สึกหน้ามืดทะมึน ร่างกายโอนเอนไปมา
จูชิงรีบเข้าไปประคองเอาไว้
"คุณชายสาม"
"โชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไร มิเช่นนั้น..."
คำพูดหลังจากนั้น เซี่ยจือเฟยไม่เพียงแต่ไม่กล้าพูดต่อ แต่เขายังไม่กล้าแม้แต่จะคิดต่อไปด้วยซ้ำ
"คุณชายสาม แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันต่อดีขอรับ"
"พอสวีไหลกลับไปถึงจวน เห็นว่าลูกชายตัวเองปลอดภัยดี เดี๋ยวเขาก็คงจะค่อยๆ ใจเย็นลงเองแหละ"
"เหตุใดคุณชายสามถึงรู้ว่าไอ้เดรัจฉานนั่นไม่เป็นอะไรล่ะขอรับ"
"เยี่ยนซานเหอจะมีเรี่ยวแรงสักเท่าไรกันเชียว ก็เป็นแค่กระบวนท่าตื้นๆ เท่านั้นแหละ"
จูชิงพยักหน้ารับ
เซี่ยจือเฟยยกมือขึ้นลูบปลายคาง เรื่องนี้ทำให้เขาร้อนใจจนหนวดเคราขึ้นเร็วกว่าปกติเสียอีก
"พอทางนั้นเริ่มใจเย็นลง ท่านพ่อก็สามารถไปนั่งเจรจากับเขาได้ เรื่องที่มันมาลวนลามคุณหนูรองจวนตระกูลเซี่ยของเรา ต่อให้ไปร้องเรียนต่อหน้าฮ่องเต้ ตระกูลเซี่ยก็ยังเป็นฝ่ายถูกอยู่ดี เขาจะต้องยอมอ่อนข้อให้แน่"
"ข้าจะส่งคนไปดักรอนายท่านเดี๋ยวนี้เลยขอรับ"
เซี่ยจือเฟยมองจูชิงด้วยสายตาชื่นชม
"บอกให้เขาตรงไปที่จวนสกุลสวีเลย เรื่องนี้ต้องจัดการกันเองเป็นการส่วนตัว แล้วก็ต้องแสดงท่าทีให้แข็งกร้าวเข้าไว้ด้วยล่ะ"
"ขอรับ"
"แล้วเผยเซ่าล่ะ"
"รอคุณชายสามอยู่ด้านหน้ากรมอาญาขอรับ"
ก้อนหินหนักอึ้งที่เพิ่งจะถูกยกออกไปจากอกของเซี่ยจือเฟย กลับมากดทับลงที่เดิมอีกครั้ง
เรื่องราวในเมืองหลวง ตราบใดที่ยังไม่ได้ก่อเรื่องใหญ่โตจนทะลุฟ้าทะลุแผ่นดิน ก็ยังพอมีหนทางให้แก้ไขได้เสมอ
แต่เรื่องคลายปมวิญญาณนี่สิ...
"จูชิง"
"คุณชายสามมีอะไรหรือขอรับ"
"กำชับท่านพ่อของข้า ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพานางออกมาให้ได้ แล้วก็ต้องเร็วที่สุดด้วย"
"ขอรับ"
แม่ทูนหัวที่ถูกขังอยู่ในคุกผู้นั้นคือตัวแปรสำคัญของเรื่องนี้
….
ด้านหน้ากรมอาญา
เผยเซ่าเดินวนไปวนมาอยู่ใต้ร่มไม้ราวกับมดบนกระทะร้อน
"เข้าไปตั้งนานขนาดนี้ หมอนั่นคงไม่ได้ตกลงไปในบ่อส้วมของกรมอาญาหรอกนะ"
เขากระทืบเท้าอย่างหัวเสีย ไม่สนอะไรอีกแล้ว เขาจะบุกเข้าไปงมคนในห้องน้ำของกรมอาญาเดี๋ยวนี้แหละ
เพิ่งจะก้าวเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็มีคนเดินโฉบเข้ามาทางด้านข้าง
พลั่ก!
ไหล่ของคนทั้งสองชนกระแทกกันอย่างแรง
เดิมทีอารมณ์ก็ขุ่นมัวอยู่แล้ว ยังจะมีคนตาบอดเดินมาชนเขาอีกงั้นหรือ
เผยเซ่าปรายตามอง แววตาดุดัน
"เดินประสาอะไรของเจ้า ไม่มีตาหรือไง ตาบอดเรอะ"
คนที่เดินชนไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เพียงแต่มองสวนกลับมาด้วยคิ้วที่เลิกสูงขึ้น
"มองอะไร"
เผยเซ่ายืดอกดันตัวไปข้างหน้า
"ขืนยังมองอีก ข้าจะควักลูกตาหมาๆ ของเจ้าออกมาซะ"
"ดื่มไปกี่จอกกันเชียว ถึงได้กร่างขนาดนี้"
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะอารมณ์ไม่ดีเช่นกัน จึงยืดอกดันตัวสวนกลับมาบ้าง
เหอะ!
นี่มันสุนัขบ้าชัดๆ
เผยเซ่าเพิ่งจะตั้งใจพิจารณาคนผู้นั้นอย่างเต็มตา
พอมองจ้องไป ปัญหาก็เกิดทันที
คนผู้นี้เป็นสตรีหรือบุรุษกันแน่
หากจะบอกว่าเป็นสตรี แต่กลับแต่งกายในชุดของบุรุษ
หากจะบอกว่าเป็นบุรุษ แต่ใบหน้านั้น กลับดูเป็นสตรีอย่างชัดเจน
สายตาของเผยเซ่ากวาดมองตั้งแต่ริมฝีปาก เลื่อนลงไปที่เท้า แล้วก็ฝืนดึงสายตากลับขึ้นมาที่ริมฝีปากอีกครั้ง...
หลังจากกวาดสายตาขึ้นลงอยู่หลายรอบ เขาก็แสดงสีหน้ารังเกียจออกมา
"ช่างเถอะ ข้าไม่อยากลดตัวลงไปรังแกสตรี เจ้าไสหัวไปซะ"
อีกฝ่ายเค้นคำพูดลอดไรฟันออกมา
"นั่นเป็นเพราะเจ้าสู้ข้าไม่ได้ต่างหากล่ะ"
เผยเซ่ามองเหยียดคนตรงหน้าจากมุมสูง พร้อมกับแค่นเสียงหัวเราะเยาะ
"เจ้าควรจะดีใจนะที่เกิดมาเป็นสตรี ข้าไม่อยากจะเอานิ้วไปแตะต้องตัวสตรีให้เป็นเสนียดหรอก ไสหัวไป...ไสหัวไปซะ"
"ข้าเกลียดพวกที่เอาแต่เห่าหอนแต่ไม่ยอมลงมือทำที่สุดเลย เก่งแต่ปากหรือไง"
คนผู้นั้นยกปลายเท้าขึ้น แล้วเตะสวนออกไปด้านหน้าเบาๆ เผยเซ่ารู้สึกราวกับมีเข็มเหล็กสองเล่มทิ่มทะลุเข้าไปในหน้าแข้ง เขาทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันที
เขาเจ็บจนต้องสูดปาก ร้องครวญครางออกมาติดๆ กันหลายครั้ง
"ถุย!"
คนผู้นั้นแค่นเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ไปหยุดยืนอยู่หน้าบันไดของกรมอาญา ลำคอระหงเชิดขึ้น สายตาจดจ้องไปที่ป้ายชื่อตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เขียนคำว่า กรมอาญา เอาไว้
"หยุดอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ"
เผยเซ่ากัดฟันฝืนใช้มือยันพื้นเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น จังหวะที่เขากำลังเงยหน้าขึ้นมานั้นเอง เขาก็เห็นคนผู้นั้นพุ่งตัวกระโจนเข้าหาสิงโตหินที่ตั้งอยู่หน้าประตูอย่างรวดเร็ว
นางใช้เท้าเหยียบลงบนหัวของสิงโตหินเพื่อส่งแรงดีดตัวลอยขึ้นไปกลางอากาศ ก่อนจะตวัดขาเตะออกไปเต็มแรง
เพล้ง!
โครม!
แผ่นป้ายชื่อแตกกระจายร่วงหล่นลงมาพร้อมกับร่างของคนผู้นั้นที่ลงมายืนอยู่บนพื้นอย่างมั่นคง
นี่...นี่มัน...
นั่น...นั่นมัน...
เผยเซ่าอ้าปากค้างกว้างจนแทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้สองฟอง
เสียงดังโครมครามทำให้เจ้าหน้าที่กรมอาญาที่เฝ้าประตูอยู่ตกใจ รีบวิ่งกรูกันออกมาหลายคน
เมื่อพวกเขาเห็นเศษซากแผ่นป้ายชื่อที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น ตามด้วยภาพของคนที่ยืนเชิดหน้าแค่นเสียงหัวเราะเยาะอยู่ตรงนั้น ทุกคนก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก
"ส่งตัวเยี่ยนซานเหอออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นล่ะก็..."
คนผู้นั้นตวัดชายเสื้อคลุมยาวไปด้านหลัง ค่อยๆ ชักมีดสั้นแบบอ่อนยืดหยุ่นได้ออกมาจากเอว กลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าแผ่ซ่านออกมาจากหว่างคิ้ว
"ใครกล้าโผล่หัวมาหนึ่งคน ข้าจะฆ่าหนึ่งคน โผล่มาสองคน ข้าก็จะฆ่าทั้งสองคน"
เผยเซ่า "..."
อมิตาภพุทธ ที่แท้ข้าก็สู้ไม่ได้จริงๆ ด้วย
พวกเจ้าหน้าที่ "..."
มีคนไม่กลัวตาย กล้ามาบุกเดี่ยวท้าทายกรมอาญาถึงที่เลยหรือนี่ เกิดมาเพิ่งเคยพบเคยเห็น
"รนหาที่ตายนักใช่ไหม พวกเรา ลุยเลย"
ตะโกนสั่งการซะดิบดี แต่กลับไม่มีใครกล้าขยับตัวเลยสักคน
มีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งหัวหมอ เขารีบหันหลังวิ่งหนีกลับเข้าไปข้างใน พร้อมกับตะโกนไล่หลังมา
"พวกเจ้ารับหน้าไปก่อนนะ ข้าจะไปตามคนมาช่วย"
"ช้าก่อน"
ท่อนแขนข้างหนึ่งขวางทางเอาไว้
เจ้าหน้าที่คนนั้นเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าเป็นคุณชายสามตระกูลเซี่ย
เซี่ยจือเฟยมองลึกเข้าไปในดวงตาของคนผู้นั้น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"คนผู้นี้พกพาอาวุธร้ายแรง ก่อความวุ่นวายหาเรื่องทะเลาะวิวาท ข้าจะพาตัวกลับไปสอบสวนที่กองบัญชาการทหารเมืองฝั่งเหนือ"
เจ้าหน้าที่ได้ฟังก็รู้สึกว่ามีบางอย่างทะแม่งๆ
นี่มันแค่ก่อความวุ่นวายหาเรื่องที่ไหนกัน ชัดเจนว่ามาพังถิ่นของกรมอาญาเราต่างหาก เขากำลังจะอ้าปากเถียง แต่หางตากลับเหลือบไปเห็นคนผู้นั้นยกมีดสั้นขึ้นมาชี้หน้าเซี่ยจือเฟย
"เจ้าคิดจะขวางข้างั้นหรือ"
"มันเป็นหน้าที่"
เซี่ยจือเฟยชักดาบประจำกายที่เอวออกมา ก้าวข้ามธรณีประตู เดินลงบันไดมาทีละก้าว
"ยอมตามข้ากลับไปรับการสอบสวนที่กองบัญชาการทหารเมืองฝั่งเหนือแต่โดยดี ไม่อย่างนั้น ดาบของข้าก็ไม่ไว้หน้าใครเหมือนกัน"
"เซี่ยอู่สือ"
เผยเซ่าตะโกนอย่างร้อนรน
"เจ้าจะไปอวดเก่งทำไมกันเล่า นังนี่มันร้ายกาจจะตายไป เจ้ารีบถอยออกมาเถอะ"
คำพูดของเขายังไม่ทันขาดคำ ดาบในมือของเซี่ยจือเฟยก็พุ่งออกไปแล้ว
คนผู้นั้นขมวดคิ้วมุ่น พุ่งตัวเข้าไปปะทะกับเขา
ทันทีที่จูชิงเห็นคนผู้นั้นออกกระบวนท่า เขาก็รู้ทันทีว่าคนผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดา เจ้านายของเขาไม่ใช่คู่มือของนางอย่างแน่นอน
"คุณชายสาม ข้ามาช่วยแล้ว"
ในจังหวะที่จูชิงตะโกนก้อง เซี่ยจือเฟยก็กดด้ามดาบลงกะทันหัน พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน
"เดี๋ยวเยี่ยนซานเหอก็ได้ออกมาแล้ว อย่าพาตัวเองเข้าไปติดคุกเลย ตามข้ามา"
หัวคิ้วของคนผู้นั้นกระตุกวูบ แววตาเย็นเยียบลง คล้ายกับยังไม่ค่อยเชื่อใจนัก
"เชื่อข้า"
เซี่ยจือเฟยพยักหน้าให้นางอย่างหนักแน่น เขาสบตากับจูชิงที่กระโจนเข้ามา จากนั้นดาบทั้งสองเล่มก็พุ่งแทงเข้าหาคนผู้นั้นพร้อมกัน
กระบวนท่าดูเหี้ยมโหดดุดัน แต่คนในวงการวิทยายุทธ์มองแค่แวบเดียวก็รู้ว่านี่คือกระบวนท่าหลอก
คนผู้นั้นเกิดความลังเลในหัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำเป็นล้มกลิ้งลงไปกับพื้น และบังเอิญกลิ้งไปหยุดอยู่แทบเท้าของจูชิงพอดี จูชิงจึงคว้าหมับเข้าที่หัวไหล่ของนางได้อย่างแม่นยำ
ตามมาด้วยดาบยาวของเซี่ยจือเฟยที่พาดลงบนลำคอของนาง
"..."
ภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนเบิกตาโพลงจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า
เซี่ยจือเฟยตวาดเสียงกร้าว
"จูชิง พาตัวไป"
จูชิงกระชากตัวคนผู้นั้นให้ลุกขึ้นยืน
"ขอรับ"
"คุณชายสามเซี่ย คุณชายสาม นายท่านสามของข้า"
เจ้าหน้าที่รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา ใบหน้าบิดเบี้ยวราวกับคนอมทุกข์
"แบบนี้...แบบนี้ พวกข้าจะเอาอะไรไปรายงานเบื้องบนล่ะขอรับ"
"ง่ายนิดเดียว"
เซี่ยจือเฟยล้วงตั๋วเงินออกมาจากอกเสื้อ แล้วโยนใส่มือของอีกฝ่าย
"ค่าป้ายชื่อที่พังไป ข้าเป็นคนจ่ายเอง เงินที่เหลือพวกเจ้าก็เอาไปแบ่งกันซื้อเหล้ากินซะ แต่คนผู้นี้ ข้าต้องพาตัวไป"
เจ้าหน้าที่ก้มมองเงินในมือ "..."
มีเงินมาประเคนให้ถึงที่แบบนี้ แล้วข้าจะไปขวางทำไมอีกล่ะเนี่ย
เผยเซ่าลูบหัวเข่าที่ยังคงปวดหนึบของตัวเอง "..."
เรื่องราวมันดูทะแม่งๆ อยู่นะเนี่ย
[จบบท]