บทที่ 8: เกลียดชังเขา
"นางพูดเช่นนั้นจริงๆ หรือ"
"จริงแท้แน่นอนขอรับ"
พ่อบ้านเซี่ยหัวใจยังคงเต้นระรัว "คุณชายใหญ่ เราลงมือกันเถอะขอรับ ขืนเก็บคนผู้นี้ไว้ต้องเป็นภัยมืดแน่"
เซี่ยเอ๋อร์ลี่หลุบตาลงไม่ส่งเสียง แม่นางผู้นั้นเดินทางเข้าเมืองหลวงผ่านทางประตูเมืองทิศใต้เมื่อคืนนี้ ตัวคนเดียวโดดเดี่ยว นางแวะเทียบยาที่ร้านยาร้อยโอสถก่อน ค่อยเดินทางมาที่จวนตระกูลเซี่ย
หากมีเพียงเท่านี้เขาคงไม่หวาดระแวง แต่แม่นางผู้นี้กลับเดินผ่านตรอกซื่อเถียวมาได้ ตรอกซื่อเถียวเคยเกิดคดีสังหารหมู่เมื่อหลายปีก่อน คนตายไปมากมาย บรรยากาศน่าขนลุก ต่อให้เป็นตอนกลางวันแสกๆ ก็แทบไม่มีใครกล้าเดินผ่าน อย่าว่าแต่ตอนกลางคืนเลย
เซี่ยเอ๋อร์ลี่นึกบางอย่างขึ้นมาได้ "ส่งข้าวไปที่เรือนนั้นหรือยัง"
"ส่งไปแล้วขอรับ"
"นางกินหรือเปล่า"
พ่อบ้านเซี่ยแค่นเสียงทางจมูก "กินอร่อยกว่าใครเพื่อนเลยขอรับ ข้าวสักเม็ดก็ไม่เหลือทิ้ง"
ใจกล้าปานนี้ ดูท่าคงมีของดีคุ้มตัวสินะ เซี่ยเอ๋อร์ลี่ตบไหล่พ่อบ้านเซี่ยเบาๆ "รอให้ท่านพ่อเลิกจากการเข้าเฝ้าตอนเช้าก่อนค่อยตัดสินใจ เจ้าไปดักรอรับเขากลางทางก็แล้วกัน"
"ขอรับ"
"ไม่ต้องแล้ว"
เรื่องนี้ใหญ่โตเกินไป เซี่ยเอ๋อร์ลี่รอไม่ไหว "ข้าจะไปรับท่านพ่อกลับจวนด้วยตัวเอง"
****
"แม่นาง นายท่านของพวกเราเชิญขอรับ"
เยี่ยนซานเหอเดินออกจากห้อง นางจงใจหยุดยืนตรงหน้าพ่อบ้านเซี่ย พ่อบ้านเซี่ยถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณ น้อมตัวทำท่าผายมือเชิญอย่างนอบน้อม
นัยน์ตาดำขลับของเยี่ยนซานเหอทอประกายวาบขึ้น ท่าทีของบ่าวรับใช้ก็คือท่าทีของเจ้านาย ในเมื่อนอบน้อมถึงเพียงนี้ แสดงว่าแผนแสร้งทำเป็นเก่งกาจของนางได้ผล ดีมาก
เมื่อผลักประตูห้องหนังสือเข้าไป ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่เยี่ยนซานเหอคาดไว้ สองพ่อลูกอยู่ในห้องกันพร้อมหน้า เซี่ยเอ๋อร์ลี่เห็นนางเดินเข้ามาก็แย้มรอยยิ้ม "แม่นางเยี่ยน เชิญนั่ง เฒ่าเซี่ย ยกชามา"
ชาร้อนถูกยกมาวาง พ่อบ้านเซี่ยดึงประตูปิดลงแล้วถอยออกไป
เยี่ยนซานเหอยกถ้วยชาขึ้นมา ใช้ฝาปิดถ้วยเขี่ยใบชาเบาๆ ค่อยๆ ยกขึ้นจิบ ท่วงท่าลื่นไหลเป็นธรรมชาติ เซี่ยเต้าจือเดาทางนางไม่ออก จึงปรายตามองบุตรชายแวบหนึ่ง
เซี่ยเอ๋อร์ลี่ประสานเสียงนุ่มนวล "ท่านพ่อของข้าเลิกจากการเข้าเฝ้ากลับมาแล้ว แม่นางเยี่ยนมีธุระอันใดก็บอกมาได้เลย ตระกูลเซี่ยไม่ใช่คนไม่รู้ธรรมเนียม ทุกเรื่องล้วนปรึกษาหารือกันได้"
เยี่ยนซานเหอวางถ้วยชาลง จับจ้องไปที่เซี่ยเต้าจือ "ท่านยอมรับหรือไม่"
คำถามสั้นๆ ทำให้สองพ่อลูกสีหน้าเปลี่ยนไปพร้อมกัน
เซี่ยเอ๋อร์ลี่กระอมกระแอม "แม่นางเยี่ยน ต้องการให้ท่านพ่อยอมรับเรื่องใดหรือ"
เยี่ยนซานเหอมีสีหน้าเย้ยหยันเล็กน้อย "ยอมรับว่าท่านกับเยี่ยนสิงเคยเป็นพ่อลูกกัน"
ประโยคนี้บุตรชายย่อมตอบแทนไม่ได้ เป็นการบีบบังคับให้ผู้เป็นพ่อต้องออกโรงเอง เซี่ยเต้าจือมีสีหน้าย่ำแย่เหลือทน จะยอมรับ ย่อมทำไม่ได้เด็ดขาด แต่ถ้าไม่ยอมรับ ก็ยังเดาจุดประสงค์ที่แท้จริงของคนผู้นี้ไม่ออก
ถูกต้อนให้จนมุมขนาดนี้ ความอดทนของเซี่ยเต้าจือก็ถึงขีดสุดเช่นกัน
"แม่นางเยี่ยน ข้าขอเตือนให้เจ้าบอกจุดประสงค์มาตามตรงดีกว่า มิเช่นนั้นก็อย่าหาว่าเปิ่นกวนไม่เกรงใจ"
"ตามสบาย"
เยี่ยนซานเหอตอบกลับด้วยท่าทางเกียจคร้าน พลางล้วงเอาเทียบสมรสที่เมื่อเช้ายังไม่ได้มอบให้ออกมาจากอกเสื้อ วางลงบนโต๊ะตัวเล็ก
นางพลิกข้อมือ ยกถ้วยชาที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาจิบอย่างสบายใจ ขณะที่จิบก็ยังผงกหัวตามไปด้วยสองสามที สีหน้าของนางราวกับจะสื่อว่า อืม ชานี้รสชาติดี
ท่าทางไม่เกรงกลัวสิ่งใดของนางกลับทำเอาสองพ่อลูกตระกูลเซี่ยถึงกับชะงัก การไม่เกรงกลัวสิ่งใดนี่แหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
นางมีตัวคนเดียวชีวิตเดียว ตายก็คือตาย แต่ตระกูลเซี่ยมีคนเป็นร้อยชีวิต ทั้งคนแก่ทั้งเด็ก พวกเขาเอาไปเสี่ยงด้วยไม่ได้ การที่เซี่ยเต้าจือไต่เต้ามาถึงตำแหน่งนี้ได้ อาศัยการรู้จักประเมินสถานการณ์ รู้จักโอนอ่อนผ่อนตาม
ต่อให้ตอนนี้ในใจเขาจะนึกอยากบีบคอเยี่ยนซานเหอให้ตายคามือ แต่ถึงคราวต้องยอมอ่อนข้อก็ต้องยอม ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่เขาปรึกษากับบุตรชายไว้ก่อนแล้ว
"ข้ายอมรับ"
ในที่สุดก็ยอมรับแล้ว เยี่ยนซานเหอร้องตะโกนในใจ น้ำเสียงของนางเย็นเยียบ "แล้วก่อนหน้านี้ เหตุใดท่านถึงปฏิเสธ"
เซี่ยเต้าจือสีหน้าทะมึนทึง นึกไม่ถึงว่าเขายอมรับแล้ว นางยังจะซักไซ้ไล่เลียงอีก
"แสดงว่า"
เยี่ยนซานเหอลากเสียงยาว "ท่านโกหกมาตลอด"
"ทำไมข้าต้องยอมรับด้วย"
เซี่ยเต้าจือถูกยั่วโมโหจนถึงขีดสุด ใบหน้าบิดเบี้ยวถมึงทึง "ข้าเกลียดชังเขา ข้าเกลียดเขาจนอยากให้คนตระกูลมันตายให้หมด"
สิ้นเสียงนั้น ภายในห้องหนังสือก็เงียบสงัดราวกับป่าช้า
[จบบท]