บทที่ 2: ตื่นรู้ (2/2)
กู้ต้าไจ่เดินไปส่งเธอที่ประตู
หวังชุนฮวาเต็มไปด้วยความรู้สึกทอดถอนใจ เด็กดีขนาดนี้ ทำไมแม่ของต้าไจ่ถึงไม่รู้จักถนอมไว้นะ
ในห้อง แม่กู้นั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง พลางลดเสียงที่เคยดังลงหลายระดับ “สะใภ้สาม ไม่เป็นไรนะ เป็นยังไงบ้าง ยังปวดหัวอยู่ไหม อยากกินอะไร เดี๋ยวแม่ไปทำให้”
หลินเจาที่นอนอยู่บนเตียงกะพริบตา ไม่สิ เธอเป็นไรสิ เป็นเรื่องใหญ่เลยต่างหาก
เมื่อครู่นี้เอง โลกทั้งใบของเธอได้พังทลายลง
ที่แท้เธอก็คือแม่ผู้ล่วงลับไปก่อนวัยอันควรของตัวประกอบชายผู้คลั่งรักและตัวประกอบหญิงผู้เป็นเบี้ยล่างในนิยายเรื่อง ‘บันทึกการเลี้ยงลูกของแม่เลี้ยง’ และเธอก็ตายในวันนี้ เพราะไข่ตุ๋นแค่ชามเดียว... แค่ไข่ตุ๋นชามเดียวจริงๆ!
เป็นการตายที่น่าอัดอั้นตันใจอะไรเช่นนี้
ความอัดอั้นตันใจนั้นทำให้หัวใจของเธอพองโตราวกับถูกโยนเข้าไปในกองไฟ อยากจะระเบิดคนที่เขียนหนังสือเล่มนี้ให้เป็นผุยผง!
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ ในหนังสือเธอกลับมีบทบาทแค่ประโยคเดียวเท่านั้น แค่นั้นยังไม่พอ ยังมาวิจารณ์ว่าเธอเป็นพวกเรื่องมาก ทำตัวให้โชควาสนาของตัวเองหมดไป
“ฉันจะบ้าตาย! อ๊า!” หลินเจาทุบเตียงอย่างแรง ใบหน้าที่ขาวเนียนและงดงามเต็มไปด้วยความโกรธ ดวงตาของเธอแดงก่ำเพราะความโมโห
ขณะที่กำลังโกรธจัดอยู่นั้น เธอก็เหลือบไปเห็นวงล้อขนาดใหญ่ลอยอยู่ในอากาศเบื้องหน้า มันมีลักษณะโปร่งแสงราวกับภาพลวงตา สีสันของมันคือสีดำเหลือบรุ้งที่ดูหรูหราและลึกลับ
ทันทีที่สายตาของหลินเจาจับจ้องไปที่วงล้อ ก็มีตัวอักษรสองสามตัวปรากฏขึ้นมา
【วงล้อสุ่มรางวัลปริศนา】
เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา กฎการใช้งานเบื้องต้นของวงล้อก็ปรากฏขึ้นในหัวของเธอ ทำภารกิจให้สำเร็จเพื่อรับคะแนน แล้วนำคะแนนมาใช้ในการสุ่มรางวัล
หลินเจากะพริบตาปริบๆ รู้สึกว่าหัวของเธอไม่ควรจะได้รับบาดเจ็บเลยจริงๆ ผลข้างเคียงมันร้ายแรงเกินไป อย่างเช่นตอนนี้ เธอกำลังเห็นภาพหลอน...
หลังจากกะพริบตาแล้ว เธอก็รออยู่ครู่หนึ่ง แต่วงล้อนั้นก็ยังคงอยู่
“!”
หลินเจาอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปจิ้มๆ ดูสองสามครั้ง เมื่อพบว่าตัวเองสามารถสัมผัสสิ่งนี้ได้จริงๆ เธอก็ตกใจจนตาเบิกโพลง
แม่กู้เห็นสะใภ้สามนิ่งเงียบไปนานก็รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาทันที เธอจึงลดเสียงที่เคยดังลงอีก “สะใภ้สาม?”
หลินเจาเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง
เธอมีใบหน้าที่สวยสดงดงาม ดวงตาหงส์สีดำขลับสไตล์คลาสสิก ชั้นตาสองชั้นที่พอเหมาะพอดี สันจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ ไม่เพียงแต่เครื่องหน้าที่โดดเด่นเท่านั้น แต่ผิวของเธอยังขาวจนน่าทึ่ง
ถ้าพูดถึงเรื่องหน้าตาแล้วล่ะก็ เธอถือว่าโดดเด่นที่สุดในรัศมีสิบลี้แปดหมู่บ้านเลยทีเดียว
ในตอนนี้หางตาของเธอแดงก่ำ ทำให้ดูไม่ดุร้าย และขาดความหยิ่งยโสและเย็นชาอย่างที่เคยเป็นไป
แม้แต่แม่กู้ที่ไม่ค่อยพอใจสะใภ้สามคนนี้เท่าไหร่นักก็อดที่จะรู้สึกสงสารไม่ได้ คิดว่าลูกสาวคนเล็กของตัวเองทำเกินไปจริงๆ ต้องสั่งสอนให้หนักสักหน่อยแล้ว
“สะใภ้สาม เรื่องวันนี้เป็นความผิดของซิ่งเอ๋อร์ทั้งหมด เดี๋ยวแม่กลับไปจะสั่งสอนเธอเอง...” แม่กู้เผลอพูดจาอ่อนลง
ยังไม่ทันจะพูดจบ หลินเจาก็ทุบเตียงอีกครั้งหนึ่ง เสียงดังตุ้บ! ถ้าไม่ใช่เพราะกู้เฉิงหวย สามีของเธอได้ทำการเสริมความแข็งแรงของเตียงไว้หลายครั้งแล้วล่ะก็ เตียงคงจะพังไปตั้งแต่สองครั้งแรกที่เธอทุบแล้ว!
“ก็เป็นความผิดของเธออยู่แล้วนี่!” หลินเจาพูดแทรกขึ้นมาอย่างโมโห “นี่มันบ้านฉัน เธอมาแย่งของในบ้านฉัน ไม่ใช่ความผิดของเธอแล้วจะเป็นความผิดของฉันเหรอ ไม่เคยเห็นน้องสาวสามีบ้านไหนลงไม้ลงมือกับพี่สะใภ้แบบนี้ กู้ซิ่งเอ๋อร์ทำตัวเกเรแบบนี้ควรจะเรียกตำรวจมา...”
...ตัดสินความ
ยังไม่ทันจะพูดสามคำสุดท้ายจบ แม่กู้ที่นึกว่าเธอจะแจ้งตำรวจก็รีบคว้ามือเธอไว้ทันที พลางพูดอย่างร้อนรนว่า “แจ้งตำรวจไม่ได้นะ สะใภ้สาม เห็นแก่ที่แม่ดีกับเธอมาตลอดหลายปี อย่าแจ้งตำรวจเลยนะ เอาอย่างนี้ ให้ซิ่งเอ๋อร์ชดใช้ให้เธอสิบหยวน แล้วเรื่องนี้ก็ให้มันจบไป ตกลงไหม”
“ไม่ตกลง!” หลินเจายังรู้สึกไม่หายโกรธ
แม่กู้คาดไว้แล้วว่าสะใภ้สามคนนี้คงจะไม่ยอมง่ายๆ เธอจึงกัดฟันพูดว่า “แล้วเธอจะให้ทำยังไง บอกมาเลย ขอแค่พวกเราทำได้”
หลินเจารอคำพูดนี้จากแม่สามีอยู่แล้ว กู้ซิ่งเอ๋อร์กล้าดียังไงมาผลักเธอ ทำให้เธอปวดหัวมาจนถึงตอนนี้ เธอไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ แน่
คนสวยที่ป่วยอยู่บนเตียงแค่นเสียงเบาๆ พลางยกมือขาวเรียวขึ้นมาเริ่มยื่นข้อเรียกร้อง
“ข้อแรก ค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพของกู้ซิ่งเอ๋อร์ในอนาคต บ้านสามของเราจะไม่จ่ายให้อีก ข้อสอง แม่กับพ่อต้องดูแลเธอให้ดี ตั้งแต่นี้ต่อไปห้ามให้เธอมาที่บ้านฉันอีก ข้อสาม ให้เธอไปเก็บฟืนให้ฉันทุกวัน วันละสองมัด ติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งเดือน ห้ามให้ใครช่วยเด็ดขาด”
หลังจากพูดจบสามข้อ หลินเจาก็หยุด แม่กู้ถึงกับอึ้งไป แค่นี้เองเหรอ?
สะใภ้สามเปลี่ยนนิสัยไปแล้วเหรอ?
แม่กู้รู้สึกประหลาดใจมาก ถึงขั้นขนลุกซู่ สะใภ้สามคงไม่ได้กำลังวางแผนอะไรใหญ่อยู่ใช่ไหม...
ไม่ใช่ว่าเธอจงใจคิดร้ายกับสะใภ้สาม แต่เป็นเพราะตั้งแต่หลินเจาแต่งเข้าบ้านกู้มา เธอก็มีแต่ปัญหา ไม่ใช่แค่ขี้เกียจ แต่ยังเรื่องมากอีกด้วย
ตอนที่เพิ่งแต่งเข้ามาใหม่ๆ ก็ยังแสร้งทำตัวดีอยู่พักหนึ่ง นอกจากจะขี้เกียจไม่ยอมทำงานแล้ว อย่างอื่นก็ยังพอทนได้ แต่ใครจะไปคิดว่าพอตั้งท้องปุ๊บก็เริ่มอาละวาดจะขอแยกบ้าน ทั้งร้องไห้ฟูมฟาย ขู่จะฆ่าตัวตาย จนในที่สุดบ้านกู้ก็ต้องยอมแยกบ้านให้
พอแยกบ้านแล้วก็ร้องไห้คร่ำครวญว่าไม่มีใครดูแล แม่กู้จนปัญญาต้องวิ่งมาดูแลวันละสามเวลา ทั้งทำอาหาร ซักผ้า... ช่วงเวลานั้นช่างเป็นอะไรที่ไม่อยากจะจดจำเลยจริงๆ
วันนี้สะใภ้สามกลับพูดจาง่ายขนาดนี้ แม่กู้รู้สึกเหมือนเห็นผีกลางวันแสกๆ!
หลินเจาเห็นแม่สามีนิ่งเงียบไปนาน นึกว่าเธอจะต่อรองราคา ก็ทำหน้าบึ้งทันที เตรียมจะลุกจากเตียง
“ถ้าแม่คิดว่าฉันทำเกินไป งั้นเราก็แจ้งตำรวจเลยดีไหมคะ!”
แม่กู้ได้สติกลับคืนมา รีบพูดว่า “ไม่เกินไปเลยสักนิด ไม่เกินไปเลย”
“ทำตามที่เธอบอกนั่นแหละ แม่กับพ่อจะดูแลซิ่งเอ๋อร์ให้ดีเอง!” เธอรับประกันอย่างแข็งขัน
หลินเจาเบ้ปาก พูดอย่างไม่ใส่ใจ “ก็หวังว่ากู้ซิ่งเอ๋อร์จะจำใส่สมองไว้บ้างแล้วกัน ยังไงถ้ามีครั้งหน้าอีก ฉันแจ้งตำรวจแน่!”
แม่กู้ “...”
สะใภ้สามพูดจาได้ระคายหูคนจริงๆ
แต่เธอก็ชินแล้ว ไม่คิดจะถือสาหาความกับหลินเจาอีก
ทำงานมาทั้งเช้า กลับไปก็ยังมีเรื่องต้องทำอีก แม่กู้จึงไม่รอช้า เธอเอ่ยถามไถ่อาการอีกสองสามประโยค กำชับต้าไจ่กับเอ้อร์ไจ่ว่าถ้ามีอะไรให้ไปเรียกที่บ้านใหญ่ แล้วก็รีบจากไป
ในห้อง หลินเจานอนอยู่บนเตียง กำลังศึกษาวงล้อสุ่มรางวัลอยู่
“จะเริ่มยังไงนะ...” เธอพึมพำกับตัวเอง
พูดจบปุ๊บ ก็มีตัวอักษรโปร่งแสงแถวหนึ่งลอยขึ้นมาตรงหน้าวงล้อ
“ได้รับโอกาสสุ่มรางวัลฟรี 1 ครั้ง ต้องการใช้หรือไม่?”
หลินเจาคิดในใจ “ใช้”
เข็มสีแดงเริ่มหมุน จากเร็วไปช้า และในที่สุดก็หยุดลงที่ช่องแพ็กเกจของขวัญน้ำมันและธัญพืช ตัวอักษรบนรายการของขวัญนั้นเล็กมาก แต่ที่น่าแปลกคือหลินเจาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขียนว่าอะไร
【แป้งสาลีเกล็ดหิมะแปดดาว 5 กิโลกรัม × 5 ถุง】
【ข้าวสารไข่มุกคุณภาพดี 5 กิโลกรัม × 5 ถุง】
【บะหมี่ไข่ 2 กิโลกรัม × 2 ห่อ】
【เนื้อหมูบ้าน × 10 จิน】
【ไข่ไก่บ้านแท้ × 100 ฟอง】
【น้ำมันถั่วลิสง × 5 ถัง】
【น่องไก่ตุ๋น × 1 ชิ้น】
【น้ำตาลกรวด 500 กรัม × 2 ถุง】
【เนื้อกระป๋อง × 2 กระป๋อง】
【ชุดเครื่องปรุงรสประจำบ้าน...】
“ต้องการรับรางวัลหรือไม่?” ตัวอักษรปรากฏขึ้นที่หน้าวงล้ออีกครั้ง
หลินเจาพูดอย่างงุนงง “รับ”
วินาทีต่อมา
ของใช้ต่างๆ ก็กองเต็มพื้นที่ว่างในห้อง
“!”
หลินเจาถึงกับอ้าปากค้าง
เสียงในห้องดังออกไปข้างนอก มีเสียงเล็กๆ ดังมาจากหน้าประตู “แม่ครับ?”
ต้าไจ่เอาม้านั่งตัวเล็กมานั่งอยู่หน้าประตูห้องของหลินเจาเพื่อเฝ้าแม่ เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวข้างใน เขาก็เรียกอย่างระมัดระวัง
หลินเจาเป็นคนที่มีบุตรง่าย เป็นที่อิจฉาของคนทั้งคอมมูน ท้องแรกเธอคลอดลูกแฝด เป็นลูกชายทั้งคู่ คือต้าไจ่กับเอ้อร์ไจ่ หลายปีต่อมา กู้เฉิงหวยกลับมาเยี่ยมบ้าน เธอก็ตั้งท้องอีกครั้ง คราวนี้เป็นลูกแฝดชายหญิง อายุได้ขวบกว่าๆ แล้ว
สองท้องได้ลูกสี่คน
หลินเจาได้สติกลับคืนมาทันที เธอรีบเก็บของที่กองอยู่บนพื้นเข้าไปในตู้ ล็อกตู้เสียงดัง ‘แกร๊ก’ แล้วเดินไปเปิดประตู เมื่อเห็นต้าไจ่ที่ตัวเล็กและผอมแห้งอยู่หน้าประตู ก็นึกถึงชะตากรรมสุดท้ายของเขาที่ต้องตายอยู่ข้างถนน หัวใจของเธอก็แทบจะหยุดเต้น
[จบบท]