บทที่ 313: บ้านใหม่ (1/2)
"ใช้ได้แล้วล่ะ" กู้เฉิงหวยพยักหน้ารับ
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายที่เคยเรียบเฉยของเขา ทำให้ดูเหมือนน้ำแข็งที่กำลังละลายลงอย่างช้าๆ "ผมวางแผนไว้แต่แรกแล้ว ว่าพอกลับมาถึงก็จะย้ายเข้าอยู่เลย"
"คุณไม่ชอบที่บ้านใหญ่คนเยอะไม่ใช่เหรอ งั้นเราย้ายกันตอนบ่ายนี้เลยดีไหม"
เขารู้ดีว่าภรรยาชอบใช้ชีวิตแบบสงบ การอยู่ที่บ้านใหญ่ของครอบครัวในช่วงเวลาสั้นๆ คงไม่เป็นไร แต่หากนานไปกว่านี้ เธอคงจะเริ่มรู้สึกอึดอัด
หลินเจาเสมองไปทางอื่นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ "ก็ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหรอกค่ะ อยู่ที่บ้านใหญ่ก็ดีเหมือนกัน"
กู้เฉิงหวยโน้มตัวลง ดวงตาสีนิลจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ พร้อมกับรอยยิ้มที่ฉายชัดขึ้น "มันก็ดี แต่ยังไงก็ไม่ดีเท่าบ้านของเราเองจริงไหมครับ"
หญิงสาวใช้มือผลักตัวเขาเบาๆ พลางแสร้งทำเป็นไม่พอใจ "คนอะไรก็ไม่รู้"
กู้เฉิงหวยรวบมือนุ่มนิ่มนั้นไว้ในอุ้งมือของเขา ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก "ไว้พอย้ายเข้ามาเรียบร้อยแล้ว ผมจะทำบะหมี่อายุยืนให้คุณกินนะ"
เขาจำได้ดีว่าในวันเกิดของเธอทุกๆ ปี คุณพ่อของเธอจะเป็นคนลงมือทำบะหมี่อายุยืนให้เสมอ ซึ่งเป็นบะหมี่เส้นยาวสีขาวนวล โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยกับผักใบเขียว พร้อมทั้งไข่ดาวอีกหนึ่งฟองที่วางไว้ด้านบนสุด
แต่ปีนี้คุณพ่อของเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ เขาจึงตั้งใจจะเป็นคนทำหน้าที่นี้แทน
หลินเจาแย้มยิ้ม "คุณทำเป็นด้วยเหรอคะ"
"ผมไปขอสูตรจากแม่มาแล้ว" กู้เฉิงหวยสารภาพตามตรง "อาจจะทำได้ไม่ดีเท่าที่คุณพ่อทำ คุณก็คงต้องทนกินหน่อยนะ ไว้คราวหน้าผมจะไปขอเรียนกับคุณพ่อโดยตรงเลย"
"ได้สิคะ" หัวใจของหลินเจาอุ่นซ่าน รอยยิ้มของเธอดูงดงามกว่าครั้งไหนๆ "ถ้าไม่อร่อยขึ้นมา ก็คงต้องให้ลูกชายของคุณจัดการต่อนะคะ"
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอดังขึ้นจนแผงอกของเขาสั่นสะท้าน กู้เฉิงหวยมองภรรยาด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน "ได้เลย ถ้าไม่อร่อยจริงๆ ก็ให้ลูกชายของเรากิน"
สายตาของเขาทำให้แก้มของหลินเจาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ช่างน่าแปลกนักที่แต่งงานกันมาหลายปีแล้วแท้ๆ แต่ทำไมเธอต้องมาเขินอายกับเรื่องแค่นี้ด้วยนะ ทั้งหมดคงเป็นเพราะรอยยิ้มของเขาที่ดูดีเกินไปนั่นแหละ
เธอผลักแผ่นหลังกว้างของกู้เฉิงหวยให้เดินไปข้างหน้า ขณะที่ปากก็บ่นกระปอดกระแปดไม่หยุด "ในเมื่อจะย้ายบ้านแล้ว ก็รีบๆ หน่อยสิคะ อย่าชักช้าอยู่เลย แล้วก็ที่นอนของเจ้าต้าหวงกับเจ้าหู่โพด้วยนะ ต้องย้ายมาด้วย"
กู้เฉิงหวยปล่อยให้ภรรยาเป็นฝ่ายดันตัวเองให้เดินออกไปข้างนอก
ขณะนั้นเอง หวังชุนฮวาก็เดินออกมาเพื่อจะเด็ดต้นหอมที่หน้าประตูบ้าน พอเห็นคู่สามีภรรยาที่กำลังหยอกล้อกันอย่างน่ารัก เธอก็เอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม "อ้าว แม่ของอวี้เป่า เห็นบ้านของพวกเธอสร้างเสร็จแล้วนี่นะ ตั้งใจจะย้ายกลับมาอยู่เมื่อไหร่กันล่ะ"
หลินเจาเผยรอยยิ้มออกมาอย่างสดใส "บ่ายนี้เลยค่ะ"
"โอ้โห จะย้ายกันเร็วขนาดนี้เลยเหรอจ๊ะ เจ้าต้าจ้วงบ้านพี่น่ะ บ่นคิดถึงอวี้เป่ากับเหิงเป่า อยากให้ย้ายมาอยู่ด้วยกันไวๆ ทุกวันเลย ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็เรียกพี่ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ" หวังชุนฮวากล่าวอย่างมีน้ำใจ จริงอยู่ที่ผู้หญิงในชนบทมักจะชอบจับกลุ่มคุยเรื่องชาวบ้าน แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกเธอก็เป็นคนจิตใจดี เมื่อเพื่อนบ้านต้องการความช่วยเหลือ ก็พร้อมจะยื่นมือเข้าช่วยเสมอ
"ขอบคุณมากค่ะคุณพี่หวัง แต่คนช่วยน่าจะพอแล้วค่ะ" หลินเจาเอ่ยขอบคุณเพื่อนบ้านที่น่ารัก
หวังชุนฮวานึกขึ้นได้ว่าบ้านใหญ่ของตระกูลกู้มีสมาชิกอยู่หลายคน จึงไม่แปลกที่จะมีคนช่วยงานมากพอแล้ว เธอจึงรีบพูดต่อ "ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้วจ้ะ"
พูดจบเธอก็เด็ดต้นหอมติดมือไป 2-3 ต้น แล้วส่งยิ้มให้ทั้งคู่ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไป
เมื่อหลินเจาและกู้เฉิงหวยกลับถึงบ้านใหญ่ตระกูลกู้ พวกเขาก็แจ้งให้ทุกคนทราบเรื่องการย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านหลังใหม่ทันที
"จะย้ายกันเมื่อไหร่ล่ะลูก" แม่กู้ถามด้วยน้ำเสียงใจหาย ถึงแม้บ้านทั้งสองหลังจะอยู่ไม่ไกลกัน แต่การจะได้เห็นหน้าหลานๆ ทั้ง 4 คน ก็คงไม่สะดวกสบายเหมือนอย่างเคย
ส่วนสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวต่างก็รู้สึกใจหายไม่แพ้กัน
เมื่อสะใภ้สามอยู่ที่บ้านใหญ่ อย่างน้อยๆ ทุกคนก็พลอยได้กินเนื้อหรือข้าวสวยกับแป้งขาวอยู่บ่อยๆ แต่ถ้าบ้านสามย้ายออกไปเมื่อไหร่ พวกเขาก็คงต้องกลับไปกินข้าวผสมมันเทศเหมือนเดิม ช่างน่าเศร้าใจเสียจริง
"ที่บ้านใหม่ไม่มีกลิ่นสีแล้วครับ พวกเราตั้งใจว่าจะย้ายกันวันนี้เลย" กู้เฉิงหวยตอบด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยและสุขุมตามแบบฉบับของเขา
"จะรีบย้ายกันขนาดนั้นเลยเหรอ" แม่กู้โพล่งออกมาอย่างลืมตัว
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ครอบครัวลูกชายคนที่สามย้ายออกไป ถึงจะรู้สึกใจหายอยู่บ้าง แต่ก็ยังดีกว่าตอนที่ต้องแยกบ้านกันเมื่อหลายปีก่อนมากนัก
เธอปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วแล้วพูดต่อว่า "ของในห้องพวกเธอก็เยอะแยะไปหมด ตอนจะเริ่มย้ายก็ส่งเสียงบอกแล้วกันนะ คนที่บ้านจะได้ไปช่วยกัน"
กู้เฉิงหวยไม่ได้ปฏิเสธ เพราะพวกเขาคือครอบครัวเดียวกัน หากทำตัวห่างเหินจนเกินไปก็จะทำให้แม่รู้สึกว่าพวกเขากำลังตีตัวออกห่างจากบ้านใหญ่ได้
"กินข้าวเสร็จแล้วก็จะเริ่มย้ายเลยครับ"
"ได้เลย" แม่กู้รับคำอย่างแข็งขัน
ทันทีที่เรื่องการย้ายบ้านถูกกำหนดลงตัว อวี้เป่ากับเหิงเป่าก็วิ่งกลับเข้ามาในลานบ้านเพื่อเตรียมตัวกินข้าวเที่ยงพอดี
"ย่าครับ กับข้าวเสร็จรึยังครับ หลานสุดที่รักของย่าหิวจะแย่แล้ว" เหิงเป่า เด็กชายผู้ช่างพูด ตะโกนถามเสียงแจ้ว
ใบหน้าของแม่กู้ประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้าง "เสร็จแล้วจ้ะ เสร็จแล้ว"
เธอพูดพลางเดินนำพี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้รองเข้าไปในห้องครัวเพื่อยกสำรับกับข้าวออกมา
ขณะที่พวกผู้ใหญ่กำลังวุ่นวายอยู่กับเรื่องของตัวเอง บรรดาหลานๆ ของบ้านกู้ก็ได้แต่มองไปยังคู่แฝดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา
"อวี้เป่า เหิงเป่า พวกนายกำลังจะมีห้องเป็นของตัวเองแล้วนะ แถมยังเป็นบ้านอิฐเผามุงกระเบื้องอีกต่างหาก ดีใจกันไหมล่ะ" กู้ซิงเหย่เอ่ยถามด้วยความอิจฉา มือก็เอื้อมไปหยิกแก้มยุ้ยๆ ของลูกพี่ลูกน้องฝาแฝดเล่นอย่างมันเขี้ยว
เจ้าสองคนนี้ช่างโชคดีอะไรอย่างนี้
เพียงเท่านั้น ดวงตาของอวี้เป่าและเหิงเป่าก็พลันเป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที
อะไรนะ พวกเขากำลังจะได้อยู่บ้านอิฐอย่างนั้นเหรอ ความรู้สึกตื่นเต้นดีใจมันเอ่อล้นจนแทบจะเก็บไว้ไม่อยู่
อวี้เป่ารีบหันไปหาหลินเจาแล้วถามด้วยน้ำเสียงสูงเจือความหวัง "แม่ครับ... พวกเราจะย้ายกลับไปอยู่บ้านใหม่แล้วจริงๆ เหรอครับ~"
"ใช่แล้วจ้ะ เราจะย้ายกลับไปกันแล้วนะ ต่อไปเด็กๆ ทั้ง 4 คนก็จะมีห้องเป็นของตัวเองแล้ว ดีใจกันไหม" หลินเจาตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนจนดวงตาโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
"ดีใจที่สุดเลยครับ" อวี้เป่าตอบด้วยน้ำเสียงที่สดใสสมวัย
ในขณะที่เหิงเป่าซึ่งเป็นเด็กติดแม่และกล้าแสดงออกมากกว่าใครเพื่อน กลับขมวดคิ้วน้อยๆ อย่างครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยขึ้น "แต่แม่ครับ ผมอยากนอนกับแม่นี่นา"
หลินเจาส่ายหน้าเบาๆ แต่ยังคงรอยยิ้มไว้บนใบหน้า
"พวกหนูโตกันแล้วนะ จะมานอนกับผู้ใหญ่อีกไม่ได้แล้วจ้ะ"
เธอรู้ดีว่าลูกแฝดของเธอฉลาดเป็นกรด จึงรีบหาทางประนีประนอมก่อนที่พวกเขาจะหาเหตุผลมาโต้แย้ง "เอาอย่างนี้ดีไหม... ทุกคืนแม่จะไปที่ห้องของพวกหนูเพื่อเล่านิทานให้ฟัง พอพวกหนูหลับแล้ว แม่ค่อยกลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง ตกลงไหมจ๊ะ"
เหิงเป่าก้มหน้างุด พลางใช้นิ้วจิ้มกันไปมาอย่างขัดใจ เพราะเขายังอยากให้แม่กอดแล้วหลับไปพร้อมกันอยู่ดี
แต่ในทางกลับกัน อวี้เป่าที่หัวไวกว่ากลับเริ่มเปิดการเจรจาต่อรอง "แม่ครับ ถ้าอย่างนั้นให้พวกเราไปนอนกับแม่ 3 วันต่อ 1 ครั้งได้ไหมครับ"
หลินเจาคิดว่าข้อเสนอนี้ถี่เกินไปหน่อย เธอจึงยิ้มแล้วยื่นข้อเสนอใหม่ "เป็นสัปดาห์ละครั้งดีกว่านะ เอาเป็นวันที่แม่หยุดงานก็แล้วกัน"
ถึงแม้ลูกๆ ทั้ง 4 คนจะไม่ได้สร้างความวุ่นวายอะไร แต่การดูแลพวกเขาก็ทำให้เหนื่อยเอาการอยู่เหมือนกัน
กู้เฉิงหวยที่ไม่อยากให้ภรรยาลำบากจึงช่วยพูดเสริมขึ้นมา "ปกติแม่ของพวกลูกต้องไปทำงานแต่เช้า เลยต้องนอนหลับให้เต็มที่ แต่พวกลูกทั้ง 4 คนนอนดิ้นจะตายไป ชอบเตะคน แขนก็ชอบเหวี่ยงไปมา แถมบางคนยังแอบกรนอีกต่างหาก แบบนี้จะรบกวนการนอนของแม่พวกลูกนะ"
เหิงเป่าถึงกับสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจและรู้สึกผิดในใจ... ทั้งเตะคน ทั้งนอนดิ้น แถมยังแอบกรนเบาๆ อีก... หรือว่านั่นจะเป็นเขา
แต่ก่อนที่พ่อจะทันได้พูดจบ อวี้เป่าก็รีบทำหน้าขึงขังแล้วชิงพูดตัดบทขึ้นมาก่อน "ตกลงครับ สัปดาห์ละครั้งก็ได้ครับ พวกเราทำได้แน่นอน"
จะปล่อยให้แม่นอนหลับไม่สนิทไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อได้ยินว่าอย่างน้อยก็ยังได้นอนกับแม่สัปดาห์ละครั้ง เหิงเป่าก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก จากคิ้วที่เคยขมวดมุ่นก็คลายออก ดวงตาที่เคยหม่นหมองก็กลับมาสดใสมีชีวิตชีวาในทันที
เด็กๆ ต่างก็มีความสุขกันถ้วนหน้า
เถี่ยฉุยไม่อยากให้ลูกพี่ลูกน้องฝาแฝดของเขาต้องย้ายไปเลย เด็กชายโผเข้ากอดอวี้เป่าและเหิงเป่าไว้แน่น ดวงตาคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำใสที่พร้อมจะร่วงหล่นลงมาทุกเมื่อ "อวี้เป่า เหิงเป่า... ฉันไม่อยากให้พวกนายไปเลย" เขาพูดเสียงสั่นเครือ
อวี้เป่าทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ แล้วปลอบว่า "ไม่เป็นไรน่า นายมานอนกับพวกเราก็ได้"
สีหน้าร้องไห้กระซิกๆ ของเถี่ยฉุยพลันหยุดชะงัก ดวงตาที่เหมือนเพิ่งถูกชำระล้างด้วยน้ำกลับส่องประกายสดใสอย่างน่าประหลาดใจ ภายในแววตานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง "ได้จริงๆ เหรอ"
"ได้สิ" อวี้เป่ารับรอง "นายนอนผ้าห่มผืนเดียวกับฉัน แล้วเราก็กอดเจ้าเสี่ยวจินนอนด้วยกันไง"
ความหวังของเถี่ยฉุยพุ่งสูงขึ้นไปอีก เขารีบหันไปมองหลินเจาและกู้เฉิงหวย พร้อมกับพนมมือน้อยๆ ขึ้นมา ใบหน้าเล็กๆ ที่คล้ำแดดเล็กน้อยนั้นเต็มไปด้วยการวิงวอนอย่างจริงใจ "อาสะใภ้สามครับ อาสามครับ ได้ไหมครับ"
หลินเจาพยักหน้าอย่างเอ็นดู "ได้สิจ๊ะ หลี่เป่าอยากจะมาอยู่ด้วยนานแค่ไหนก็ได้เลย อากับอาสามของหนูต้อนรับเสมอ แต่มีเงื่อนไขอยู่อย่างหนึ่งนะ คือหนูต้องได้รับอนุญาตจากพ่อกับแม่ของหนูก่อน"
ทันทีที่ได้ยินดังนั้น เถี่ยฉุยก็รีบวิ่งแจ้นไปเกาะแข้งเกาะขาอ้อนวอนกู้หย่วนซานและหวงซิ่วหลันทันที