บทที่ 321: ของขวัญจากลูกชาย (1/2)
"สองคนนั้นนึกยังไงถึงซื้อของขวัญมาให้ฉันคะ คุณไปบอกให้พวกเค้าทำเหรอ" หลินเจาหยิบผ้าพันคอผืนสวยขึ้นมาดูอย่างทะนุถนอม
นี่คือของขวัญวันเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของลูกชายสุดที่รัก ต่อให้มีใครเอาทองคำมากองให้ตรงหน้า เธอก็ไม่ยอมแลกเด็ดขาด
"ผมเปล่าเลย พวกเขาคิดกันเอง" กู้เฉิงหวยตอบ
แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความภูมิใจในตัวลูกชายฝาแฝด "ตอนที่สองคนนั้นมาบอก ผมยังอึ้งไปเลย"
"พวกเขารักคุณมากนะ"
แค่คำพูดประโยคเดียวก็ทำให้หลินเจารู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา เธอรีบหลับตาลงเพื่อซ่อนน้ำตาที่เอ่อคลอ "แล้วพวกเขาไปหาคุณตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ"
กู้เฉิงหวยโอบไหล่ภรรยาเบาๆ เพื่อปลอบใจ "ก็ตอนที่ไปซื้อตั๋วรถไฟนั่นแหละ"
"ลูกชายฉันนี่ช่างใส่ใจจริงๆ" หลินเจาพึมพำ
ตัวเธอที่เป็นแม่แท้ๆ กลับไม่เคยจัดงานวันเกิดให้ลูกๆ เลยสักครั้ง เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย
กู้เฉิงหวยเห็นภรรยาเริ่มคิดมาก จึงชวนคุยเรื่องอื่นอย่างแนบเนียน "ปกติวันเกิดเด็กๆ บ้านอื่นก็แค่ต้มไข่ให้กินก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ คุณไปรับปากพวกเขาซะใหญ่โตขนาดนั้น ถ้าจัดให้จริงๆ เจ้าสองตัวแสบได้เอาไปโม้ทั่วหมู่บ้านแน่"
หลินเจาพูดเนิบๆ "อยากอวดก็ให้อวดไปสิคะ แค่พวกเขามีความสุขก็พอแล้ว"
เพื่อไม่ให้ภรรยากลับไปเศร้าอีก กู้เฉิงหวยเลยแกล้งขมวดคิ้วทำหน้าเครียด "อีกไม่นานก็จะถึงวันเกิดเจ้าแฝดแล้ว ผมควรจะให้อะไรเป็นของขวัญดี เจาเจาพอจะช่วยคิดหน่อยได้ไหม"
แผนของเขาได้ผล หลินเจาหยุดคิดเรื่องเดิมทันที เธอใช้เวลาครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะเสนออย่างจริงจัง "พวกของที่ทำจากปลอกกระสุนไงคะ พวกเขาน่าจะชอบนะ"
"บังเอิญจริงๆ ผมมีอยู่พอดีเลย ทำไปได้ 2 ใน 3 แล้ว ทันวันเกิดพวกเขาแน่นอน" เขาบอกภรรยา
"อะไรเหรอคะ" ถามไปได้ครึ่งคำ หลินเจาก็รีบเอามือปิดปากสามี "อย่าเพิ่งบอกนะคะ เก็บไว้เป็นความลับก่อน ฉันกลัวว่าตัวเองจะเผลอหลุดปากไป"
กู้เฉิงหวยแกล้งจุ๊บลงบนฝ่ามือของเธอจนโดนค้อนไปหนึ่งวงใหญ่ เขายิ้มตาพราว "ผมไม่ว่าอะไรหรอก"
"แต่ฉันว่าค่ะ" หลินเจายืนกราน "นั่นเป็นของที่คุณตั้งใจทำให้ลูก คุณต้องเป็นคนให้พวกเขาเองกับมือสิคะ"
พอนึกขึ้นได้ว่าช่วงวันเกิดของลูกๆ สามีคงต้องประจำการอยู่ที่กองทัพ เธอจึงเสริมว่า "ถ้าคุณกลับมาไม่ทัน ก็ส่งจดหมายกับของขวัญกลับมาก็ได้ค่ะ"
"หลายปีที่ผ่านมา ฉันไม่เคยจัดงานวันเกิดให้พวกเขาเลย รู้สึกผิดจังค่ะ"
"ใครว่าไม่เคยจัด" กู้เฉิงหวยไม่อยากให้ภรรยาคิดมาก เขาทำเสียงขรึม "ไม่ว่าจะเป็นวันเกิดหลานคนไหน แม่ก็จะต้มไข่ย้อมสีแดงให้พวกเขาทุกครั้ง"
ดังนั้น ต่อให้หลินเจาจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ แต่ลูกๆ ของเธอก็ไม่เคยถูกละเลย
เขารู้ดีว่าครอบครัวฝั่งภรรยาให้ความสำคัญกับวันเกิดมากและจะต้องมีบะหมี่อายุยืนเสมอ จึงพูดต่อ "สำหรับเด็กๆ ในหมู่บ้าน แค่ได้กินไข่แดงในวันเกิดก็ถือว่าหรูแล้วนะ"
หลินเจารู้ดีในเรื่องนั้น "คุณแม่ช่างใส่ใจจริงๆ ค่ะ"
เธอหยิบหวีขึ้นมาสางผม แล้วใช้ผ้าพันคอที่ลูกชายซื้อให้รวบผมเป็นหางม้าต่ำๆ
"สวยไหมคะ"
ดวงตาของกู้เฉิงหวยฉายแววลุ่มลึก ความรู้สึกร้อนแรงบางอย่างปะทุขึ้นในใจ "สวย"
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย
"สีนี้ขับผิวคุณมาก ทำให้คุณดูสวยสง่าเหมือนผู้มีปัญญา" กู้เฉิงหวยเป็นคนชอบอ่านหนังสือ จึงมีคำศัพท์สวยหรูอยู่ในหัวมากมาย การเอ่ยชมใครสักคนจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…
เมื่ออยู่ต่อหน้าเจาเจา
ทุกถ้อยคำของเขากลั่นออกมาจากหัวใจอย่างแท้จริง
"สีแดงทำให้ผิวดูขาวขึ้นค่ะ" หลินเจามองเงาตัวเองในกระจกพลางยิ้มจนตาหยี "ผ้าผืนนี้สวยมาก อวี้เป่ากับเหิงเป่าตาถึงจริงๆ เหมือนคุณไม่มีผิด ฉันว่าจะใช้ทุกวันเลย"
ในสายตาของกู้เฉิงหวย ภรรยาของเขาสวยที่สุดเสมอ "คุณน่ะขาวอยู่แล้ว ไม่ต้องให้สีอะไรมาช่วยขับผิวหรอก"
"ก็ฉันไม่ค่อยโดนแดดนี่คะ แล้วก็ดูแลผิวดีด้วย" ที่จริงแล้ว ต่อให้หลินเจาไม่ทาครีมบำรุงผิวเลย ผิวของเธอก็ยังคงดีเยี่ยมโดยธรรมชาติ เพราะเธอได้ผิวที่คล้ำยาก ไม่เป็นสิวเป็นฝ้า แถมยังขาวเนียนละเอียดมาจากหลินเฮ่อหลิงผู้เป็นพ่อนั่นเอง
กู้เฉิงหวยรู้จักแค่ครีมไข่มุก ส่วนเครื่องบำรุงผิวอย่างอื่นเขาไม่รู้อะไรเลย “ถ้าใช้หมดก็ซื้อใหม่สิ”
หลินเจาทาครีมบนใบหน้าเสร็จ ก็เดินออกไปข้างนอกอย่างไม่รีบร้อน
ทันทีที่เธอเลิกม่านไม้ไผ่ขึ้น ก็เห็นเจ้าแฝดยืนรออยู่หน้าประตู
พอเจ้าตัวเล็กทั้งสองเห็นผ้าพันคอที่แม่ใช้ประดับผม ก็พากันยิ้มกว้างอย่างดีใจ
“แม่ครับ ของขวัญที่ผมกับเหิงเป่าให้ แม่ชอบไหมครับ” อวี้เป่าเอ่ยถามเป็นตัวแทน
“ชอบสิลูก ชอบมากๆๆ เลยล่ะ” หลินเจาพูดคำว่า “มากๆ” ซ้ำถึงสามครั้งเพื่อเป็นการยืนยัน
เธอก้มหน้าลงสบตากับลูกชายทั้งสองอย่างจริงจัง เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกยินดีของเธอ “จากนี้ไปแม่จะใช้ทุกวันเลยนะ”
“นี่เป็นของขวัญที่ดีที่สุดเท่าที่แม่เคยได้รับมาเลย”
…ในบรรดาทุกชิ้น
เด็กชายหน้าตาจิ้มลิ้มทั้งสองคนยิ้มกว้างเสียจนแก้มปริ
แม่ชอบของขวัญที่พวกเขาให้มากจริงๆ
อวี้เป่าตื่นเต้นจนแก้มแดงก่ำ “แม่ครับ ปีหน้าผมจะซื้อผืนใหม่ให้นะครับ เอาเป็นสีอื่น แม่จะได้มีไว้สลับกันใช้”
เหิงเป่ารีบชูมือขวาขึ้น “ผมจะเอาเงินค่าขนมทั้งหมดของผมให้พี่เลย”
หัวใจของหลินเจาอิ่มเอมราวกับได้แช่อยู่ในบ่อน้ำอุ่น
เธอก้มตัวลงไปกอดเจ้าตัวเล็กทั้งสองไว้แนบอก
ก่อนจะหอมแก้มยุ้ยๆ ของพวกเขาฟอดใหญ่
“ขอบคุณนะยอดดวงใจของแม่ ทำไมถึงได้น่ารักกันขนาดนี้นะ หืม แล้วพวกหนูอยากได้ของขวัญอะไรเป็นพิเศษไหม”
อวี้เป่ารู้สึกตัวลอยโหวงเหวง เหมือนคนเมาเหล้าไม่มีผิด
เขาสวมกอดรอบเอวของแม่ “ไม่เอาของขวัญหรอกครับ พอถึงวันเกิดของผมกับเหิงเป่า พวกเราแค่อยากกินบะหมี่อายุยืนฝีมือแม่ก็พอ”
“ต้องมีไข่ดาวด้วยนะ!” เหิงเป่ารีบพูดเสริม
ความปรารถนาเล็กๆ น้อยๆ ของลูกชายมีหรือที่คนเป็นแม่จะไม่ทำให้
“ได้เลยจ้ะ” เธอบอก “ยังจำที่แม่เคยพูดได้ไหม ตั้งแต่ปีนี้ไป วันเกิดของพวกหนู เราจะจัดงานแบบที่เราคุยกันไว้นะ”
เหิงเป่าเป็นเด็กเข้าสังคมเก่ง ขนาดไส้เดือนที่พื้นดินยังชวนคุยได้เลย เรียกได้ว่ามีเพื่อนอยู่ทั่วทั้งหมู่บ้าน
พอคิดว่าในวันเกิดของตัวเองกับพี่ชาย จะได้ชวนเพื่อนๆ มาที่บ้าน เขาก็ตื่นเต้นจนกระโดดเหยงๆ อยู่กับที่
“แม่ครับ แล้ววันงานจะมีน้ำอัดลมไหมครับ” เหิงเป่าเกิดอยากดื่มน้ำอัดลมขึ้นมาจนต้องเผลอเลียริมฝีปากแดงๆ ของตัวเอง
เมื่อครู่เขากินพริกเข้าไปเยอะไปหน่อย ปากของเหิงเป่าเลยแดงแจ๋ราวกับทาลิปสติก
“มีสิจ๊ะ ลูกอยากได้อะไรแม่จัดให้หมดเลย” หลินเจายิ้มอย่างใจดี
เหิงเป่ายิ่งตั้งตารอคอยเข้าไปใหญ่
เขายื่นมือเล็กๆ ออกมา แล้วเริ่มนับนิ้ว
แต่พอชูนิ้วโป้งขึ้นมาได้นิ้วเดียว เขาก็เงยหน้ามองแม่ “แม่ครับ ตอนนี้เดือนอะไรเหรอครับ”
หลินเจาไม่ได้คิดอะไรมาก เด็กๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้เดือนอะไรก็เป็นเรื่องปกติ “เดือนสิงหาคมจ้ะ”
“กันยา ตุลา พฤศจิกา…” เหิงเป่าชูสามนิ้ว “อีกสองเดือน พอเข้าเดือนที่สาม ก็จะถึงวันเกิดของผมกับพี่แล้วใช่ไหมครับ” น้ำเสียงตอนท้ายประโยคของเขาช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง
“ใช่แล้วจ้ะ อีกไม่นานแล้ว” หลินเจาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ปีนี้จะเป็นปีแรกที่เธอได้จัดงานวันเกิดให้เจ้าแฝด ต้องคิดให้รอบคอบว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญดี
แววตาของอวี้เป่าเป็นประกายเต็มไปด้วยความหวัง
“แล้วเชียนเป่ากับเหยาเป่าล่ะ อยู่ในห้องกันเหรอ” หลินเจาเพิ่งนึกได้ว่าไม่เห็นหน้าลูกคนเล็กทั้งสองมาพักใหญ่แล้ว
“หลี่เป่าเล่นกับน้องๆ อยู่ครับ” อวี้เป่าเป็นคนตอบ
หลินเจาจูงมือเขาข้างหนึ่ง แล้วยื่นมืออีกข้างไปหาเหิงเป่า เจ้าเด็กซนรีบวิ่งเข้ามาซบหน้ากับฝ่ามือแม่ เอียงคอยิ้มแฉ่งอย่างน่ารักน่าชัง
หลินเจาอดใจไม่ไหวกับความน่ารักของลูกชาย เลยหยิกแก้มนุ่มๆ ของเหิงเป่าเบาๆ แล้วจูงมือเขาเข้าไปในห้องเด็ก
เมื่อถึงตอนนั้น ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
กู้เฉิงหวยจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดแล้ววางลงบนโต๊ะ
หลี่เป่ากับคู่แฝดชายหญิงกำลังเล่นกันอยู่บนเตี้ยๆ เหยาเป่าหลับปุ๋ยไปเรียบร้อยแล้ว บนพุงขาวๆ ของหนูน้อยมีผ้าห่มคลุมเอาไว้
ส่วนเด็กผู้ชายอีกสองคนยังไม่นอน ทั้งคู่กำลังนอนคว่ำอยู่บนเตียง พลิกดูหนังสือนิทานภาพกันอย่างสนุกสนาน
“ห้องมืดขนาดนี้จะอ่านหนังสือได้ยังไงกัน แถมยังนอนคว่ำอ่านอีก ไม่อยากได้สายตาดีๆ กันแล้วใช่ไหม” รอยยิ้มของหลินเจาจางหายไปทันที
เธอขมวดคิ้ว เดินเข้าไปหยิบหนังสือนิทานภาพมาเก็บ แล้วส่งให้กู้เฉิงหวย ก่อนจะลงมือนวดตาให้หลี่เป่าและเชียนเป่า
“เด็กๆ ต้องใช้สายตาให้ถูกวิธีนะลูก ห้ามอ่านหนังสือในที่ที่สว่างจ้าเกินไป หรือมืดเกินไปเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นสายตาจะเสียเอาได้นะ ต่อไปต้องระวังให้ดี รู้ไหมจ๊ะ”
หลี่เป่าพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย
“รู้แล้วครับ”