บทที่ 408: เรื่องวุ่นวายของบ้านรอง
จ้าวลิ่วเหนียงยังไม่ทันจะก้าวพ้นหัวมุมถนน เสียงเรียกจากด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของแม่หยวนเป่าที่วิ่งกระหืดกระหอบตามมา
“แม่อวี๋อวี๋! เดี๋ยวก่อนสิ...แหม วันนี้น้องสะใภ้สามของเธอใจดีจังเลยนะ แบ่งน้ำมันให้ตั้งเยอะแน่ะ”
แววตาของจ้าวลิ่วเหนียงวูบไหว เธอกระชับไหในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันไปเผชิญหน้า “ไปฟังมาจากไหน”
น้ำเสียงที่มั่นอกมั่นใจของอีกฝ่าย ทำให้เธอรู้ว่าต่อให้ปฏิเสธไปก็คงไม่มีประโยชน์
“โธ่ อย่ามองฉันอย่างกับเป็นพวกอันธพาลที่คอยจ้องจับผิดเธออยู่เรื่อยสิ” แม่หยวนเป่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก็ไม่ใช่ จะหัวเราะก็ไม่เชิง ก่อนจะรีบอธิบาย “ก็ฉันเห็นตำตาน่ะสิ…”
“มือเธอก็หิ้วไหน้ำมัน ปากก็ยิ้มกว้างจนแทบจะถึงใบหูอยู่แล้ว ชัดซะขนาดนี้ ถ้าฉันยังมองไม่ออกอีกนะ ตาสองข้างของฉันคงเอาไว้ใช้การอะไรไม่ได้แล้วล่ะ!”
จ้าวลิ่วเหนียงถึงกับไปไม่เป็น ไม่คาดคิดว่ารอยยิ้มของตัวเองจะเผยพิรุธออกมาได้ขนาดนี้
สีหน้าของเธอจึงผ่อนคลายลงอย่างช่วยไม่ได้ “เธอก็รู้ว่าบ้านฉันเพิ่งแยกออกมา แถมยังใกล้สิ้นเดือนเข้าไปทุกที น้ำมันที่บ้านก็หมดเกลี้ยงมาหลายวันแล้ว ปกติก็ไม่ค่อยจะมีอะไรรองท้องอยู่แล้ว ถ้ายังต้องกินผักต้มจืดชืดอีก มีหวังสามีฉันคงไม่มีแรงออกไปทำงานแน่ๆ ฉันเลยต้องยอมหน้าด้านไปขอน้องสะใภ้สามดู โชคดีที่น้องสะใภ้สามเป็นคนจิตใจดี พอรู้ว่าบ้านฉันไม่มีน้ำมันติดไหเลย ก็แบ่งให้มาสองสามเหลี่ยง”
พูดจบเธอก็หรี่ตามอง “แล้วนี่เธอมาถามทำไม หรือว่าที่บ้านเธอน้ำมันก็หมดเหมือนกัน”
“ก็ใช่น่ะสิ” ในที่สุดแม่หยวนเป่าก็เผยความต้องการออกมา “แบ่งให้ฉันสักเหลี่ยงได้ไหมล่ะ เดือนหน้าฉันเอามาคืนให้”
จ้าวลิ่วเหนียงขมวดคิ้ว “มาขอฉันเนี่ยนะ ทำไมไม่ไปขอน้องสะใภ้สามของฉันโดยตรงเลยล่ะ”
“ฉันไม่กล้าหรอก” แม่หยวนเป่าตอบเสียงอ่อย
แค่ให้ไปยืนต่อหน้าหลินเจา เธอก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว
“อ้อ กับฉันนี่คือกล้าว่างั้นเถอะ” จ้าวลิ่วเหนียงเบ้ปากอย่างหมั่นไส้
นี่มันคนอะไรกัน เห็นเธอเป็นคนใจอ่อนหรือไง
เธอแสร้งทำเป็นฉุนเฉียว สะบัดหน้าเดินหนีไปอีกทาง
แม่หยวนเป่ารีบปรี่เข้าไปเกาะแขน “อย่าพูดอย่างนั้นสิ ก็เราสองคนสนิทกันไม่ใช่เหรอ”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเดินหนีไม่สนใจ เธอก็รีบเอ่ยคำหวานต่อ
“อีกอย่าง คนอื่นก็ไม่มีใครเก่งเหมือนเธอนี่นา”
มุมปากของจ้าวลิ่วเหนียงยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ก็ยังแสร้งพูดปัดไปว่า “คนที่เก่งน่ะคือน้องสะใภ้สามของฉันต่างหาก”
ศักยภาพของตัวเองมีแค่ไหน เธอรู้ดีแก่ใจ
แต่แม่หยวนเป่ากลับมีความเห็นต่างออกไป “การที่เธอเข้ากับเขาได้ดีขนาดนี้ นั่นแหละคือความเก่งของเธอ! ดูอย่างน้องสาวสามีเธอสิ ทำไมถึงขนาดเข้าประตูบ้านสามยังไม่ได้ ก็เพราะเป็นคนนิสัยไม่ดี ไม่มีหัวคิดเหมือนเธอน่ะสิ!”
เรื่องอื่นไม่รู้ แต่เรื่องการเข้าหาผู้คน จ้าวลิ่วเหนียงนับว่ามีฝีมือไม่เบา
เมื่อถูกชมเข้าอย่างจัง จ้าวลิ่วเหนียงก็รู้สึกพอใจจนยอมอ่อนข้อให้ “ก็ได้ๆ จะแบ่งให้เธอหนึ่งเหลี่ยง”
ไม่ทันให้แม่หยวนเป่าได้ดีใจ เธอก็กำชับขึ้นก่อน “แต่เดือนหน้าต้องคืนนะ”
“คืนแน่นอนจ้ะ”
จากนั้นจ้าวลิ่วเหนียงก็ปรับสีหน้าเป็นจริงจัง “แล้วอย่าเที่ยวไปบอกใครล่ะ ฉันกลัวคนอื่นจะแห่กันมาขอยืม ฉันมีทั้งหมดแค่ 4 เหลี่ยงเท่านั้นนะ”
“รู้แล้วน่า ไม่พูดไปเรื่อยเปื่อยหรอก” แม่หยวนเป่ารู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร
คนในหมู่บ้านเดินทางไปอำเภอลำบาก การขอยืมเกลือยืมน้ำมันจึงเป็นเรื่องปกติ แต่หากทุกคนพากันมาขอยืมที่จ้าวลิ่วเหนียง ก็จะสร้างความลำบากใจให้เธอฃเปล่าๆ เรื่องที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนโดยตัวเองไม่ได้ประโยชน์อะไรแบบนี้ เธอไม่ทำแน่นอน
“เดี๋ยวฉันให้หยวนเป่าไปเอาที่บ้านเอง จะได้ไม่มีใครสังเกต”
จ้าวลิ่วเหนียงพยักหน้าเห็นด้วยกับความรอบคอบนั้น “…อืม ดีเหมือนกัน”
เมื่อเรื่องหนักใจที่สุดคลี่คลายลง แม่หยวนเป่าก็เปลี่ยนเรื่องคุยทันทีพร้อมกับลดเสียงลง “นี่เธอรู้เรื่องบ้านที่น้องสาวสามีเธอไปอาศัยอยู่หรือยังล่ะ ตอนนี้กำลังวุ่นวายกันใหญ่เลยนะ”
จ้าวลิ่วเหนียงหันขวับ “บ้านรองน่ะเหรอ”
บ้านรองที่ว่าคือบ้านของอาเล็กกู้ ซึ่งแม่เฒ่ากู้ก็อาศัยอยู่ที่นั่นด้วย
“ใช่เลย! มานี่ ฉันจะเล่าให้ฟัง…” แม่หยวนเป่าเล่าด้วยความกระตือรือร้น
“ก็น้องสาวสามีของเธอไปอยู่บ้านรองใช่ไหมล่ะ วันๆ ไม่ยอมทำการทำงานอะไรเลย แถมยังไปแย่งไข่ไก่ของเด็กๆ กินอีก ทุกวันก็เข้าอำเภอไปเดินเตร็ดเตร่ พอมืดค่ำถึงจะยอมกลับ”
“ตอนแรกอาสะใภ้รองของเธอก็ทนมาตลอดนะ แต่ไม่รู้ว่าวันนี้หมดความอดทนเรื่องอะไรขึ้นมา ถึงได้จะไล่น้องสาวสามีเธอออกจากบ้านให้ได้ แต่แม่เฒ่ากู้ไม่ยอมท่าเดียว ตอนที่ฉันเดินผ่านมาเมื่อกี๊ เห็นว่าอาสะใภ้รองของเธอกำลังจะผูกคอตายประท้วงอยู่แล้ว...”
ดวงตาของจ้าวลิ่วเหนียงเบิกกว้าง “หา! เรื่องใหญ่โตขนาดนั้นเชียวเหรอ”
เธอรีบจ้ำอ้าวกลับบ้าน วางของทุกอย่างลง แล้ววิ่งออกมาอีกครั้งตรงไปยังบ้านรองทันที
เรื่องเด็ดขนาดนี้ พลาดได้ยังไง!
พอไปถึงก็เห็นคนมุงอยู่หน้าประตูเต็มไปหมด บ้างก็เข้าไปช่วยห้ามปราม บ้างก็ยืนดูสถานการณ์อย่างสนใจ
จ้าวลิ่วเหนียงไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้มากนัก กลัวว่าจะถูกลากเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งๆ โดยไม่จำเป็น
โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับน้องสาวสามี เธอยิ่งอยากจะถอยให้ห่าง ถ้าไม่ใช่เพราะอยากมามุงดูเรื่องสนุก มีหรือที่เธอจะย่างกรายมาที่นี่
ประตูบ้านรองของตระกูลกู้เปิดกว้าง
เผยให้เห็นความโกลาหลที่อยู่ด้านในอย่างชัดเจน
กู้ซิ่งเอ๋อร์ใช้มือกุมแขนข้างที่โชกเลือดไว้แน่น เธอหลบอยู่หลังร่างของแม่เฒ่ากู้ พร้อมกับตะโกนใส่หน้าอาสะใภ้เล็กกู้ด้วยเสียงแหลมเล็ก “ย่าคะ! ย่าดูสิ! อาสะใภ้รองเขาใช้มีดฟันหนู เขาจะฆ่าหนู! หนูจะแจ้งตำรวจจับอา!”
สิ้นเสียงของเธอ อาสะใภ้เล็กกู้ก็คว้าก้อนหินขว้างใส่ทันที
“ว้าย!” กู้ซิ่งเอ๋อร์หวีดร้องแล้วมุดตัวเข้าไปหลบหลังแม่เฒ่ากู้อย่างรวดเร็ว ใช้ร่างกายของผู้เป็นย่าต่างโล่มนุษย์
อาสะใภ้เล็กกู้ใจหายวาบ เธอไม่กล้าทำร้ายแม่สามี จึงรีบเบนวิถีก้อนหินให้เฉออกไปด้านข้าง
ก้อนหินจึงไม่โดนร่างของแม่เฒ่ากู้
เธอตวัดสายตาเย็นชาไปยังกู้ซิ่งเอ๋อร์ รู้สึกว่าใบหน้าของหลานสาวสามีคนนี้มันช่างน่าชังเสียจริง
อาสะใภ้เล็กกู้หันไปทางแม่สามีแล้วพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “แม่คะ! แม่ช่วยลืมตาดูหน่อยเถอะค่ะ ว่าหลานสาวสุดที่รักที่แม่คอยเอาอกเอาใจมาตลอดกำลังทำอะไรอยู่! เขากำลังใช้แม่เป็นโล่! แม่ยังจะปกป้องคนแบบนี้อีกเหรอคะ”
“กู้ซิ่งเอ๋อร์มันก็แค่เดรัจฉานไร้หัวใจ!”
“ขนาดพ่อแม่แท้ๆ ที่เลี้ยงดูมา เขายังตัดขาดได้ลงคอ นี่มันงูพิษดีๆ นี่เอง! ฉันขอพูดให้ชัดเลยนะคะ ว่าฉันไม่มีวันยอมให้เขาย้ายชื่อเข้ามาอยู่ในบ้านเราเด็ดขาด!”
พอได้ยินว่าสะใภ้รองกล้าเอาเรื่องภายในมาประจานต่อหน้าธารกำนัล สีหน้าของแม่เฒ่ากู้ก็ดำทะมึนทันที
ขายขี้หน้า! เรื่องนี้มันน่าขายขี้หน้านัก! ถ้าข่าวลือแพร่สะพัดออกไป แล้วซิ่งเอ๋อร์จะไปแต่งงานกับใครได้อีก!
เธอมองลูกสะใภ้ด้วยแววตาตำหนิ
เสียงของอาสะใภ้เล็กกู้ดังฟังชัด ทำให้ชาวบ้านที่เข้ามามุงดูเหตุการณ์ต่างพากันอ้าปากค้าง
“...เมื่อกี้ว่าอะไรนะ ตัดความสัมพันธ์เหรอ” ใครคนหนึ่งถามขึ้นมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อหู
“อ้าว นี่ยังไม่มีใครรู้กันอีกเหรอคะ” อาสะใภ้เล็กกู้แค่นยิ้มเยาะ “กู้ซิ่งเอ๋อร์คนนี้ เขาลงประกาศในหนังสือพิมพ์ตัดพ่อตัดแม่กับบ้านใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว!”
คำพูดนั้นสร้างความตกตะลึงไปทั่วบริเวณ
“หา!”
“เรื่องจริงรึเปล่าเนี่ย”
“ทำไมไม่เคยได้ยินเลย เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่”
...
คำถามมากมายพรั่งพรูออกมาจากปากของชาวบ้าน สายตาที่ทุกคนใช้มองกู้ซิ่งเอ๋อร์เปลี่ยนไป ราวกับเธอกลายเป็นตัวประหลาด
กู้ซิ่งเอ๋อร์ทั้งโกรธทั้งอาย “มองอะไรกัน! ไม่เคยเห็นคนหรือไง!”
“ก็ใครใช้ให้พวกเขาใจแคบลำเอียงเองล่ะ! สมควรแล้วที่ฉันจะตัดขาด!”
“ฉันกับกู้ชิงโจวก็เป็นลูกของพวกเขาทั้งคู่ ทำไมตอนแบ่งสมบัติ กู้ชิงโจวถึงได้เงินมากกว่าฉันตั้ง 50 หยวน! ในเมื่อพวกเขาไม่รักฉัน ฉันก็ไม่ต้องการพวกเขาเหมือนกัน!”
เธอเชิดหน้าขึ้น “ไม่มีพวกเขา ฉันก็อยู่ได้สบายกว่าเดิมอีก คอยดูเถอะ ต่อไปอย่าหวังว่าคนพวกนั้นจะได้พึ่งใบบุญของฉัน”
ชาวบ้านที่ได้ฟังต่างก็มุมปากกระตุกไปตามๆ กัน
แม่หนูนี่คงจะเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ
ลำพังตัวเธอเนี่ยนะ
น่าหัวเราะให้ฟันร่วง!
ตระกูลกู้จะสิ้นไร้ไม้ตอกยังไง ก็คงไม่ถึงคราวต้องไปพึ่งพาเธอหรอก แค่สามีภรรยาบ้านสามคู่เดียวก็นับว่าเกินพอแล้ว ไม่ดูเงาหัวตัวเองเลยจริงๆ
จ้าวลิ่วเหนียงที่แอบมองอยู่ก็คิดแบบเดียวกัน เธอมองกู้ซิ่งเอ๋อร์ด้วยสายตาสมเพชระคนสังเวช
ผู้อาวุโสคนหนึ่งในหมู่บ้านทนฟังต่อไปไม่ไหว จึงก้าวออกมาสั่งสอนเด็กเนรคุณ
“เธอนี่มันช่างไม่สำนึกบุญคุณคนเอาเสียเลย พ่อแม่เลี้ยงดูมาจนเติบใหญ่ ส่งเสียให้เรียนหนังสือจนจบมัธยมต้น ในหมู่บ้านเราจะมีเด็กผู้หญิงสักกี่คนที่ได้เรียนสูงขนาดนี้ เธอนี่มันเรียนมาเสียข้าวสุกจริงๆ!”
กู้ซิ่งเอ๋อร์ที่กล้ากรีดร้องโวยวายกับคนในบ้าน พอเจอคนนอกที่มีอาวุโสกว่ากลับหงอเป็นลูกแมวเชื่องๆ
คนที่กำลังต่อว่าเธออยู่นั้นเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในหมู่บ้าน มีลูกหลานมากมาย เธอจึงไม่กล้าต่อปากต่อคำด้วย กลัวว่าจะทำให้ผู้ใหญ่หัวใจวายตายไปเสียก่อน
เธอจึงได้แต่แสร้งทำเป็นหูทวนลม
แม่เฒ่ากู้รู้สึกว่าตนเองเสียหน้าอย่างรุนแรง จึงหันไปพาลใส่ลูกสะใภ้แทน “จะแหกปากไปถึงไหน! ทำแต่เรื่องงามหน้า เรื่องในบ้านทำไมไม่รู้จักปิดประตูคุยกัน ปล่อยให้ชาวบ้านเขามารุมดูเป็นเรื่องสนุก... คิดว่ามันน่ามองนักหรือไง!”
อาสะใภ้เล็กกู้สวนกลับในใจ ‘ถ้าปิดประตูคุยแล้วมันรู้เรื่อง คงไม่บานปลายมาถึงขั้นนี้หรอก’
“ถ้ามันมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ ฉันจะออกมาประจานตัวเองทำไมล่ะคะ”
“แม่คะ ถือว่าฉันขอร้องล่ะค่ะ ปล่อยให้บ้านเราอยู่อย่างสงบๆ บ้างเถอะ เรื่องของกู้ซิ่งเอ๋อร์ก็อย่าไปยุ่งกับเขาเลย ในเมื่อเขาเก่งกาจจัดการชีวิตตัวเองได้ ก็ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ!”
“ฉันยังยืนยันคำเดิม กู้ซิ่งเอ๋อร์ต้องไม่ได้ย้ายชื่อเข้ามาอยู่ในบ้านของฉันเด็ดขาด!”
วันนี้ไม่ว่าใครจะพูดอะไร เธอก็ไม่ยอมทั้งนั้น
ยัยตัวปัญหานี่ ถ้าปล่อยให้เข้ามาอยู่ในบ้าน มีหวังคงได้สร้างแต่เรื่องวุ่นวายไม่หยุดหย่อน! ที่สำคัญกว่านั้นคือ ลำพังแค่คนในบ้านก็จะกินกันไม่พออยู่แล้ว จะเอาปันส่วนอาหารจากไหนมาเลี้ยงคนนอกอย่างกู้ซิ่งเอ๋อร์!
ฝ่ายกู้ซิ่งเอ๋อร์เองก็เจ็บแค้นที่โดนอาสะใภ้รองทำร้ายจนเลือดตกยางออก เธอจึงไม่อยากจะย้ายมาอยู่บ้านนี้ให้เสียศักดิ์ศรีเหมือนกัน
เธอทำหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อน
“ใครเขาอยากจะมาอยู่กัน”
กู้ซิ่งเอ๋อร์กล่าวทิ้งท้ายอย่างหยิ่งผยอง “อีกไม่นานฉันก็จะได้เป็นคนในเมืองแล้ว ไม่ได้พิสมัยอยากจะย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ที่นี่เลยสักนิด!”
[จบบท]