บทที่ 416: วันเวลาดีๆ จบสิ้นแล้ว
โดยเฉพาะลูกเขยคนนั้น... ยายเฒ่าหยวนรู้ดีแก่ใจว่าเขาคือหมาป่าในคราบลูกแกะ ท่าทางซื่อๆ ไม่เป็นพิษเป็นภัย แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมสารพัด ไม่อย่างนั้นหยวนฉินแต่งงานกับเขาไปตั้งหลายปี บ้านหยวนคงได้อะไรมากกว่าของขวัญตามเทศกาลไปแล้ว
"ใช่ค่ะ" ลูกสะใภ้บ้านหยวนสะบัดมือแม่สามีออก เจ็บจนหน้าซีด "เมิ่งจิ่วซือจะกลับมาแล้ว เขาได้ตำแหน่งคืนแล้ว ข่าวลือไปทั่วโรงงานแล้วค่ะ"
หญิงสาวแทบจะกระอักเลือดออกมาเป็นลิ่มๆ
เมื่อคิดถึงชะตากรรมของครอบครัวหลังจากที่เมิ่งจิ่วซือกลับมา ริมฝีปากของเธอก็พลันม่วงคล้ำ... บ้าไปแล้ว! เขากลับมาได้ยังไงกัน!!
ทำไมไม่ไปตายที่อื่นซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราว
ลานบ้านเล็กๆ ที่เคยเป็นของบ้านหยวนก็ถูกตาเฒ่านั่น "โอน" ให้คนอื่นไปแล้ว หากตอนนี้ถูกไล่ออกจากที่นี่อีก พวกเธอก็คงไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนจริงๆ
ยิ่งคิดสะใภ้บ้านหยวนก็ยิ่งปวดหัวจนแทบระเบิด
เธอย้ำแล้วย้ำอีกว่าอย่าขาย ให้เก็บไว้เผื่อฉุกเฉิน แต่ตาเฒ่ากลับด่าว่าเธอปากไม่ดี หาว่าเธอเกิดมามีชะตาต้องกินรำกินแกลบ...อ๊าาา น่าโมโหจริงๆ!
ยายเฒ่าหยวนถึงกับตัวแข็งทื่อ
ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ยังคงยืนนิ่ง ไม่ได้สติ
"บ้านเมิ่งเองก็...?"
แม้จะพูดไม่จบประโยค แต่ทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างก็เข้าใจความหมายที่เธอต้องการจะสื่อ
เพื่อนบ้านคนหนึ่งของตระกูลเมิ่งเอ่ยขึ้น "บ้านเมิ่งก็ได้สถานะคืนแล้วน่ะสิ! เผลอๆ อีกไม่กี่วัน หมอเมิ่งกับหมอเฒ่าเมิ่งก็คงกลับมาแล้ว...พวกบ้านหยวน ฉันถามหน่อยเถอะว่าพวกเธอกลัวกันบ้างไหม"
เพื่อนบ้านอีกคนแค่นเสียงเย็นชา สายตากวาดมองไปทั่วครอบครัวหยวนแล้วหัวเราะหึๆ "จะไม่กลัวได้ยังไงล่ะ! หมอเมิ่งดีกับพวกเธอจะตายไป เทศกาลไหนๆ ก็ไม่เคยขาดของขวัญ แถมยังรักและทุ่มเทให้หยวนฉินสุดหัวใจ แล้วดูพวกเธอตอบแทนเขาสิ ยึดบ้านเขาไม่พอ ยังไล่ลูกชายเขาไปอีก โชคดีที่ฟ้าดิน..."
หญิงคนนั้นเกือบจะหลุดปากพูดว่าฟ้าดินมีตา แต่ฉุกคิดได้ทันควันว่าคำพูดแบบนี้อาจนำโชคร้ายมาให้
เธอจึงรีบเปลี่ยนเรื่องทันที "โชคดีที่ผู้บริหารโรงงานท่านฉลาดมองการณ์ไกล เรื่องสกปรกแบบนี้ปิดไม่มิดหรอก หึ วันเวลาดีๆ ของพวกเธอหมดลงแล้ว!"
"ใช่ วันเวลาดีๆ ของพวกแกหมดลงแล้ว ถ้ายังรู้ความก็รีบไสหัวไป เอาบ้านของหมอเมิ่งคืนมาซะ!" ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนสมทบอย่างเหลืออด
"คืนบ้านให้เขาไป!"
...
เสียงก่นด่าของเพื่อนบ้านตระกูลเมิ่งดังระงมไปทั่วบริเวณ
ไม่ใช่ว่าพวกเขาแล้งน้ำใจ แต่เป็นเพราะคนบ้านหยวนทำตัวน่ารังเกียจจริงๆ ผู้ใหญ่ก็ทำตัวยโสโอหัง ส่วนเด็กก็เกเรไม่แพ้กัน เด็กๆ แถวนี้เคยโดนรังแกกันถ้วนหน้า ช่างน่าเอือมระอา
ขณะที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยังไม่ทันจาง ฝ่ายรักษาความปลอดภัยก็เดินเข้ามาถึงพอดี
"เกิดอะไรขึ้น" หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยกวาดสายตาคมกริบมองไปยังครอบครัวหยวน
เจ้าหน้าที่จากสำนักงานโรงงานจึงชี้แจง "คนพวกนี้ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ครับ พวกเขายึดบ้านของโรงงานไว้แล้วไม่ยอมคืน"
พูดจบ เขาก็ยื่นเอกสารที่มีตราประทับของโรงงานส่งให้
ชายร่างสูงสง่ารับเอกสารมาอ่านเนื้อหาอย่างรวดเร็ว
เขาพยักหน้ารับ "เอกสารถูกต้อง"
จากนั้นจึงหันไปมองครอบครัวหยวนอีกครั้ง "จะย้ายไปดีๆ หรือจะให้พวกเราช่วย"
คำถามนั้นเรียบง่าย แต่สีหน้ากลับจริงจัง แฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ยายเฒ่าหยวนเคยได้เปรียบจากการโวยวายอาละวาดมานับครั้งไม่ถ้วน จึงคิดจะใช้วิธีเดิมอีกครั้ง
แต่ชายคนนั้นไวกว่า เขาคว้าแขนของยายเฒ่าไว้แล้วเหวี่ยงไปด้านหลังเพียงครั้งเดียว เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็กรูกันเข้ามาจับตัวไว้ ก่อนจะใช้มือปิดปากที่กำลังจะอ้ากว้างเพื่อกรีดร้องด่าทอ
"ขออภัยด้วยครับ" ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยขอโทษ แต่สองมือที่จับตัวยายเฒ่าไว้กลับไม่มีทีท่าว่าจะคลายออกแม้แต่น้อย
ดูท่าทางแล้วคงจะจัดการเรื่องแบบนี้มาจนชำนาญ
หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยนำลูกน้องเดินเข้าไปในบ้าน ทำท่าจะช่วยครอบครัวหยวนขนย้ายข้าวของ
น้องชายหยวนเห็นดังนั้นก็หน้าเปลี่ยนสี
เขากลัวว่าทรัพย์สินเงินทองในบ้านจะถูกคนพวกนี้รื้อค้นจนเจอ จึงรีบเบียดตัวเองเข้าไปในบ้านทันที เลิกแกล้งทำเป็นอ่อนแอ แล้วส่งยิ้มแห้งๆ "พวกเราจัดการเองได้ครับ ไม่รบกวนพวกท่านเลยจริงๆ"
สะใภ้บ้านหยวนเองก็รีบพยักหน้าหงึกๆ กล่าวคำหวาน เธอกลัวว่าเงินเก็บส่วนตัวที่ซ่อนไว้จะถูกพบเข้า
ฝ่ายรักษาความปลอดภัยหากไม่ถึงที่สุดจริงๆ ก็ไม่ได้คิดจะช่วยพวกเขาขนของอยู่แล้ว
หัวหน้าทีมจึงหยุดชะงัก แล้วหรี่ตามองสองสามีภรรยา "ให้เวลาครึ่งชั่วโมง ย้ายออกจากบ้านหลังนี้ซะ ไม่อย่างนั้นพวกเราจะจัดการเอง"
สะใภ้บ้านหยวนเผลอหลุดปาก "เวลาแค่นั้นจะไปพออะไร..."
ชายคนนั้นเพียงแค่มองเธอนิ่งๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ
"...พอค่ะ! ครึ่งชั่วโมงก็พอ พวกเราจะรีบย้ายเดี๋ยวนี้เลย" หญิงสาวรีบเปลี่ยนคำพูดทันควัน
เมื่อฝ่ายรักษาความปลอดภัยจากไป
สะใภ้บ้านหยวนก็หน้าซีดเผือด ความอดทนทั้งมวลพังทลายลง เธอหันไปถามสามีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื้น "บ้านหลังนั้นก็ไม่มีแล้ว แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนกัน"
"จะให้ไปอาศัยอยู่บ้านพักรับรองตลอดมันก็ไม่ใช่เรื่อง ถึงบ้านเราจะไม่ขาดเงิน แต่ก็เอาไปผลาญเล่นแบบนั้นไม่ได้ แล้วจะให้ซื้อบ้านใหม่เหรอ จะไปซื้อที่ไหนได้ล่ะ ตอนนี้บ้านช่องก็หายากจะตายไป ใครๆ ก็อยู่กันอย่างแออัด อยากจะซื้อก็ไม่มีใครเขาขายให้หรอก..."
ยิ่งพูดยิ่งรู้สึกสิ้นหวัง สะใภ้บ้านหยวนที่เคยยิ้มร่าได้ทุกวันนับตั้งแต่ย้ายเข้ามา บัดนี้กลับขอบตาแดงก่ำ ในใจเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม
"เลิกพูดได้แล้วน่า! รีบเก็บของสิ เรามีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงนะ หรือเธออยากให้คนพวกนั้นเข้ามาช่วยรื้อของในบ้านเราหรือไง" น้องชายหยวนตวาดกลับอย่างหัวเสีย
เขาอยากจะย้ายนักหรือไงกัน
บ่นอยู่นั่นแหละ น่ารำคาญชะมัด!
สะใภ้บ้านหยวนไม่กล้าเถียงอีก มือไม้รีบสาละวนเก็บข้าวของ "แล้วจะย้ายไปไหน คุณมีแผนในใจแล้วเหรอ"
"ไปหาพี่สาวก่อน" น้องชายหยวนเริ่มเก็บของมีค่าเป็นอันดับแรก พลางตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน "เรื่องของวันพรุ่งนี้ก็ไว้คิดพรุ่งนี้สิ เอาวันนี้ให้รอดก่อน ฉันไม่อยากให้ไอ้พวกนั้นเข้ามารื้อบ้านเราจนเละเป็นโจ๊กหรอกนะ"
สะใภ้บ้านหยวนได้แต่ถอนหายใจ
เธอรู้สึกว่าความคิดนี้พึ่งพาอะไรไม่ได้เลย
สามีคนที่สองของพี่สาวสามีเป็นคนเจ้าเล่ห์ใช่ย่อย ขืนไปขออาศัยอยู่ด้วย มีหวังโดนไล่ออกมาตั้งแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าประตู
"คุณว่า...พี่สาวรู้เรื่องของบ้านเมิ่งแล้วหรือยัง"
น้องชายหยวนเหลือบมองภรรยา "มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ ไม่ต้องอ้อมค้อม"
แววตาของหญิงสาววูบไหว เธอลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะแสร้งทำเป็นพูดลอยๆ "ฉันแค่สงสัยว่า...พี่สาวกับคนก่อนน่ะ พอจะมีทาง..."
ยังไม่ทันพูดจบประโยค น้องชายหยวนก็แค่นหัวเราะในลำคอราวกับเพิ่งเคยรู้จักภรรยาตัวเองเป็นครั้งแรก
"ทำไมเธอถึงซื่อบื้ออย่างนี้นะ" เขามองภรรยาด้วยสายตาแปลกๆ "ถ้าเธอเป็นเมิ่งจิ่วซือ เธอจะยอมให้อภัยผู้หญิงที่ทิ้งตัวเองไปแต่งงานใหม่เหรอ"
"ไม่มีทาง!" สะใภ้บ้านหยวนตอบทันควันด้วยสีหน้ารังเกียจ
"นั่นไงล่ะ" น้องชายหยวนเอ่ยขณะที่มือยังคงเก็บของไม่หยุด "เมิ่งจิ่วซือไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอก ถึงขาเขาจะเป๋ไปข้างหนึ่ง แต่หน้าตาเขาก็ยังหล่อเหลา ฝีมือการรักษาก็ยังอยู่ แถมยังหาเงินเก่งอีกต่างหาก เขาจะเสียเวลามาสนใจหยวนฉินอีกทำไม ถ้าลูกติดสองคนนั่นยังอยู่น่ะไม่แน่ พวกเขาอาจจะยังมีหวังคืนดีกันได้ แต่ตอนนี้...เลิกฝันไปได้เลย"
ถึงเขาจะเป็นคนหน้าหนาที่คิดแต่จะเอาเปรียบผู้อื่น แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ เรื่องแค่นี้เขามองออกทะลุปรุโปร่ง
ความสัมพันธ์ระหว่างหยวนฉินกับเมิ่งจิ่วซือมันจบไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น...
หยวนฉินจะต้องเสียใจอย่างแสนสาหัสไปตลอดชีวิตที่เหลือ พอเสียใจมากๆ เข้าก็อาจจะเริ่มโทษแม่ของตัวเอง แล้วสุดท้ายก็จะตีตัวออกห่างจากครอบครัวหยวน...
แต่ก็ไม่เป็นไร ผู้หญิงคนนั้นมันโง่ แค่หลอกล่อไม่กี่คำ เดี๋ยวก็กลับมาเป็นเครื่องมือให้พวกเขาเชิดได้เหมือนเดิม
"แล้วพี่สาวจะไม่โทษคุณเหรอ" สะใภ้บ้านหยวนถามขึ้นอีกครั้ง
"จะมาโทษฉันได้ยังไง" น้องชายหยวนตอบกลับหน้าตาเฉย "บ้านหลังนี้ฉันไม่ได้เป็นคนยึดซะหน่อย ก็แม่นั่นแหละที่ลากให้ฉันมาอยู่ด้วย อ้างว่าจะได้เป็นที่พึ่งให้พี่สาว ส่วนเรื่องแต่งงาน ฉันก็ไม่ได้ไปบังคับอะไร เขาก็เป็นคนพยักหน้าตกลงเองนี่..."
ทันใดนั้นเขาก็ยิ้มออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงพิลึก "ไม่ต้องห่วงหรอกน่า พี่สาวน่ะไม่โทษฉันอยู่แล้ว ฉันเป็นน้องชายเขานะ เป็นน้องชายคนเดียวในโลกที่จะคอยหนุนหลังเขาได้"
สะใภ้บ้านหยวนคิดในใจ 'คุณมันหน้าด้านไร้ยางอายที่สุด!'
คนแบบนี้น่ากลัวเกินไป...แต่โชคดีที่เธอกับเขาก็ไม่ได้ต่างกันนัก
สองสามีภรรยาช่วยกันเก็บของใส่ถุงใบใหญ่วางไว้หน้าประตู ก่อนจะกลับเข้าไปเก็บที่เหลือต่อ พวกเขารีบเร่งจนเหงื่อท่วมตัว แต่ในที่สุดก็ขนของทุกอย่างออกมาได้ทันเวลาครึ่งชั่วโมงพอดี
"ทำงานกันเร็วดีนี่" หัวหน้ากัวเหลือบมองทั้งคู่แล้วอดพูดจาเหน็บแนมไม่ได้
ไม่เข้าใจว่าจะดื้อดึงไปเพื่ออะไร สุดท้ายก็ต้องให้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยมาจัดการจนได้ คงจะรู้แล้วสินะว่าคนพวกนี้ไม่ใช่จะเล่นด้วยง่ายๆ
หัวหน้ากัวคล้องแม่กุญแจตัวใหม่เข้ากับประตู ก่อนจะพาคนของเขาเดินจากไป
ฝ่ายรักษาความปลอดภัยเองก็กลับไปแล้วเช่นกัน
ยายเฒ่าหยวนถลาเข้าไปกระชากแม่กุญแจดอกใหญ่นั้น พลางกรีดร้องโหยหวนออกมาอย่างบ้าคลั่ง ปากก็พ่นคำด่าหยาบคายไม่หยุด
ปัง!
ปัง!
เพื่อนบ้านทั้งซ้ายขวาต่างปิดประตูดังลั่น ไม่คิดจะให้ความสนใจ
บางคนถึงกับฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี บ้านไหนมีวิทยุก็เปิดเสียงดังแข่ง ตั้งใจจะกลบเสียงโวยวายแสบแก้วหูของยายเฒ่า
ผ่านไปนานเกือบสิบนาที
ยายเฒ่าหยวนถึงได้หยุดในที่สุด ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับลูกชายและลูกสะใภ้ในสภาพไม่ต่างอะไรกับหมาจนตรอก
[จบบท]