บทที่ 438: งานที่มั่นคง
น้ำเสียงของภรรยาผู้ใหญ่บ้านสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น แต่ก็พยายามกดให้เบาที่สุดเพราะกลัวเพื่อนบ้านจะได้ยิน "นี่...ต้าไห่ลูกเราจะได้งานมั่นคงทำแล้วเหรอคะ"
ผู้ใหญ่บ้านวางมือลงบนไหล่ภรรยาปรามให้เธอใจเย็นลง "มันแค่มีความเป็นไปได้ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะลงตัวแล้ว อย่าเพิ่งดีใจไป คุณวางใจเถอะ ผมคอยดูเรื่องนี้อยู่ ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ล่ะก็…"
คำพูดที่เหลือเขาไม่ได้เอ่ยต่อ แต่ภรรยาผู้ใหญ่บ้านก็เข้าใจดี
เธอรู้ว่าถ้าไม่มั่นใจเกินครึ่งสามีคงไม่พูดแบบนี้ ดูทรงแล้วตำแหน่งงานที่มั่นคงคงไม่หลุดจากมือลูกชายเธอไปไหนแน่
"คุณนี่เก่งที่สุดเลย! ถ้าต้าไห่ได้งานนั้นจริงๆ ล่ะก็..." หญิงสาวเอ่ยอย่างมีความสุข
ผู้ใหญ่บ้านพอจะเดาได้ว่าเธอคิดจะพูดอะไรต่อจึงรีบขัดขึ้น "อย่าเพิ่งพูดอะไรออกไป! เรื่องที่ไม่ควรพูดก็เก็บไว้ก่อน โดยเฉพาะเรื่องที่คอมมูนอาจจะตั้งสถานีอนามัยขึ้นในอนาคต อย่าได้แพร่งพรายให้ใครรู้เชียว ไม่งั้นอาจจะวืดหมดทุกอย่าง"
"แหม...พูดไปนั่น ฉันไม่ใช่คนปากมากซะหน่อย" ภรรยาผู้ใหญ่บ้านสวนกลับอย่างไม่ยอม
ผู้ใหญ่บ้านมองหน้าภรรยาด้วยรอยยิ้มมุมปาก พลางคิดในใจ 'ทำไมจะไม่ใช่ พูดเป็นเล่นไป'
รอยยิ้มของภรรยาผู้ใหญ่บ้านเจื่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ย "เรื่องนี้ฉันไม่พูดแน่ค่ะ มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายของลูกชายทั้งคน ฉันไม่ทำพังเพราะปากตัวเองหรอก"
เมื่อเห็นว่าภรรยาจดจำคำเตือนของตนได้แล้ว สีหน้าของผู้ใหญ่บ้านก็ดูผ่อนคลายลง
"รู้ตัวก็ดีแล้ว"
เขาอัดบุหรี่ยี่ห้อต้าเฉียนเหมินเข้าไปครึ่งมวนก็ดับไฟ แล้วเก็บส่วนที่เหลือไว้อย่างดี ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปคุยธุระเรื่องการเพาะเห็ดกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ในกองพลการผลิตต่อ
กู้ชิงโจวปั่นจักรยานมาจอดหน้าบ้าน ก็เห็นแม่กู้ถือตะกร้าไม้ไผ่เดินตรงเข้ามาหาพอดี
"ชิงโจว ในตะกร้านี่มีไข่ไก่ที่แม่เก็บไว้ให้นะ ลูกเอาติดไปด้วย"
กู้ชิงโจวรับตะกร้ามาแขวนไว้ตรงหน้ารถจักรยานแล้วใช้มือประคองไว้แน่นหนา ข้างในตะกร้ากรุด้วยฟางข้าวอย่างดี ไข่แต่ละฟองถูกห่อไว้อย่างแน่นหนา ต่อให้ทางจะขรุขระแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัวแตก
"ให้พวกผมเหรอครับ ขอบคุณครับคุณย่า" เหิงเป่าที่นั่งอยู่บนคานจักรยานเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้มสดใส
พูดจบเด็กชายก็ขยับตัวเล็กน้อยแล้วหันไปหาอาของตัวเอง "อาเล็กครับ ปล่อยมือเถอะ เดี๋ยวผมถือเอง"
"จะไหวเหรอ มันหนักนะ" กู้ชิงโจวถามอย่างไม่แน่ใจ
"ผมทำได้น่า ผมรู้วิธีจับตะกร้าให้มั่นคง" เหิงเป่าคุ้นเคยกับการขนของระหว่างบ้านในกองพลการผลิตกับบ้านในเมืองที่ไปกับหลินเจาอยู่บ่อยๆ
เมื่อเห็นหลานชายมั่นอกมั่นใจขนาดนั้น กู้ชิงโจวก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาคิดว่าจะลองให้หลานถือดูก่อน หากมีปัญหาอะไรเขาก็พร้อมจะจอดรถได้ทุกเมื่อ
"พี่สะใภ้สามของลูกพาเชียนเป่ากับเหยาเป่ากลับไปเอาจักรยานที่บ้านแล้ว ลูกรีบตามไปสมทบกับพี่เขาสิ จะได้กลับเข้าอำเภอพร้อมกัน ระหว่างทางก็ระวังหน่อยนะ อย่าทำหลานตกพื้นล่ะ แล้วก็ระวังไข่ไก่ด้วย"
อุตส่าห์เก็บตั้งหลายวัน
กู้ชิงโจวถึงกับนิ่งไป...แม่ไม่ได้พูดถึงเขาเลยสักคำ
ทันใดนั้น อวี้เป่าก็พูดขึ้นมาอย่างน่ารัก "อาเล็กก็ห้ามตกเหมือนกันนะครับ!"
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของกู้ชิงโจวที่เคยรู้สึกน้อยใจพลันอบอุ่นขึ้นมา เขาก้มลงเอาแก้มของตัวเองคลอเคลียกับแก้มของหลานชายเบาๆ
"อาขอบใจมากนะ"
อวี้เป่าต้องเป็นเด็กที่จิตใจดีที่สุดในโลกแน่ๆ
ให้ตายเถอะ หัวใจของเขากำลังจะละลายแล้ว
วันนี้ดูเหมือนสมองของเหิงเป่าจะทำงานได้เร็วกว่าปกติ "เราอยู่บนจักรยานคันเดียวกันนี่ครับ ถ้ามันล้ม เราก็ต้องล้มกันหมดทุกคนนั่นแหละ แม้แต่ไข่ไก่ก็คงแตกหมด"
กู้ชิงโจวหันไปมองหลานชายอีกคนแล้วก็ต้องยอมรับ "...เธอพูดถูก"
แม่กู้เอื้อมมือไปลูบหน้าผากของเหิงเป่าเบาๆ "ช่างคิดช่างพูดจริงนะเรา ผมยาวหมดแล้วนะ กลับถึงอำเภอเมื่อไหร่ก็ให้แม่พาไปตัดด้วยล่ะ"
"ครับ!" เหิงเป่าใช้มือลูบผมตัวเองแล้วก็พบว่ามันยาวจนเกือบจะทิ่มตาแล้วจริงๆ เด็กชายตอบรับอย่างแข็งขัน "คุณย่าครับ พอหลี่เป่าหายดีแล้ว อย่าลืมให้ลุงใหญ่ส่งเขาไปเล่นที่บ้านผมนะ"
ก่อนไปเหิงเป่าก็ยังไม่ลืมที่จะนึกถึงเพื่อนรักของเขา
"ได้เลยจ้ะ" แม่กู้รับคำอย่างเอ็นดู
กู้ชิงโจวเห็นว่าสองย่าหลานคุยกันไม่ยอมหยุดเสียทีจึงตะโกนขึ้นว่า "ไปแล้วนะครับ!" จากนั้นก็กระโดดขึ้นคร่อมจักรยานแล้วปั่นพาหลานชายทั้งสองคนออกไป
ทันทีที่เขาปั่นจักรยานมาถึงหน้าบ้านของพี่ชายคนที่สาม ก็เห็นหลินเจาจูงจักรยานที่ลูกแฝดชายหญิงนั่งอยู่ ออกมาจากบ้านพอดี
จักรยานคันเก่งของหลินเจาถูกดัดแปลงให้มีที่นั่งสำหรับเด็กเพิ่มขึ้นมาสองที่นั่ง ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ผลงานการเชื่อมเหล็กของลุงซ่งนั้นแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ แถมยังใส่ใจในรายละเอียดด้วยการนำกระสอบปุ๋ยนุ่มๆ มาหุ้มส่วนที่เป็นโครงเหล็กแล้วปูทับด้วยเบาะอีกชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เชียนเป่ากับเหยาเป่าถูกระแทก เรียกได้ว่าเป็นการดูแลระดับวีไอพีเลยทีเดียว
“แม่ครับ พวกเรามาถึงแล้ว” เหิงเป่าโบกมือให้แต่ไกล เสียงเจื้อยแจ้วสดใส
“แม่เห็นแล้วจ้ะ” หลินเจาตอบพลางเอื้อมมือไปล็อกประตูรั้วบ้าน
ต้าหวงกับหู่โพนั่งรออยู่หน้าประตูอย่างสงบเสงี่ยม ทั้งคู่เงยหน้ามองเจ้าของเตรียมพร้อมที่จะวิ่งไปส่งเธอจนถึงสุดทางหมู่บ้านเช่นเคย
“วันนี้ต้าหวงกับหู่โพจะไปด้วยกัน” หลินเจาบอกลูกๆ เมื่อเห็นว่าบ้านน้องหมาในสวนที่อำเภอสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาพาเจ้าสองตัวนี้ย้ายบ้านเสียที ขืนปล่อยไว้นานกว่านี้ลูกๆ คงได้ถามทุกวันแน่
พอได้ยินแบบนั้น ต้าหวงก็ลุกพรวดขึ้นยืน สะบัดหางไปมาด้วยความเร็วสูง ดวงตาจับจ้องไปที่หลินเจาอย่างมีความหวัง ส่วนหู่โพก็วิ่งวนรอบขาของต้าหวงกับเจ้าของอย่างตื่นเต้น
หลินเจาทำสัญญาณมือเป็นเชิงบอกให้ออกเดินทาง "ไปได้!"
สิ้นเสียงคำสั่ง สุนัขทั้งสองตัวก็ทะยานออกไปราวกับลูกธนูที่พุ่งออกจากแหล่ง วิ่งนำหน้าไปอย่างรวดเร็ว
เหยาเป่าที่นั่งอยู่เบาะหน้า พอเห็นสุนัขทั้งสองวิ่งออกไปก็ร้องเร่งอย่างตื่นเต้น "หวงหวง...หู่หู่..."
พอตื่นเต้นทีไรเป็นต้องพูดซ้ำคำทุกที
"กำลังตามไปแล้วจ้ะ กำลังตามไป" หลินเจาพูดพลางเร่งฝีเท้าปั่นจักรยานตามไป
บนเบาะหลัง เชียนเป่านั่งเรียบร้อยอยู่ในที่นั่งที่รัดไว้อย่างแน่นหนาแต่ก็ไม่อึดอัด ในอ้อมแขนของเขาคือเสี่ยวจิน เจ้าจ๋อสีทองตัวน้อย เด็กชายคอยลูบหัวมันเบาๆ ราวกับจะปลอบโยนไม่ให้มันตื่นกลัว
"ไม่ต้องกลัวนะ แม่กำลังจะพาเราไปบ้านใหม่" เชียนเป่ากระซิบเสียงเบา
เสี่ยวจินซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเด็กชาย หางของมันพันรอบแขนเขาไว้แน่น ดวงตาสีนิลมองภาพต้นไม้สองข้างทางที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในตอนแรกมันดูตื่นๆ เล็กน้อย แต่ไม่นานก็เริ่มปรับตัวได้ มันใช้ขาสองข้างยันตัวขึ้นเกาะบนไหล่ของเชียนเป่า แล้วหันมองไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เชียนเป่าเลียนแบบน้ำเสียงที่แม่ใช้ชมเขากับน้องๆ เอ่ยชมเสี่ยวจินด้วยเสียงเล็กๆ ว่า "เสี่ยวจินเก่งมากเลย"
เจ้าจ๋อเอาหัวกลมๆ ขนปุยๆ ของมันซบไซ้กับซอกคอของเด็กชายพร้อมกับส่งเสียงร้องอย่างดีใจ
หลินเจาได้ยินบทสนทนาน่าเอ็นดูจากเบาะหลังก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เลี้ยงมาตั้งนาน ในที่สุดเจ้าจ๋อตัวนี้ก็เริ่มจะใจกล้าขึ้นมาบ้างแล้ว
…
เมื่อหลินเจาไม่อยู่บ้าน ซ่งอวิ๋นจิ่นก็ไม่มีสมาธิจะอ่านหนังสือหรือแม้แต่นอนเล่นเฉยๆ สุดท้ายเขาจึงมานั่งรออยู่ที่หน้าประตู
พอเห็นร่างของพี่สาวแต่ไกล เขาก็ลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งออกไปหาทันที
"พี่ครับ! ปั่นจักรยานมาเองเลยเหรอ เหนื่อยแย่เลยสิ ดูสิเหงื่อออกเต็มไปหมดเลย ผมบอกแล้วว่าจะไปด้วยก็ไม่ยอม ถ้าผมไปด้วยพี่ก็ไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้" ซ่งอวิ๋นจิ่นบ่นเป็นชุดขณะเข้าไปช่วยรับจักรยานมาถือไว้ เขาหันไปทักทายกู้ชิงโจวเล็กน้อย ก่อนจะเข็นรถที่มีเชียนเป่ากับเหยาเป่านั่งอยู่เข้าบ้านไป
พอเห็นต้าหวงกับหู่โพวิ่งตามเข้ามา เขาก็ถามต่อ "พี่พาต้าหวงกับหู่โพมาด้วยเหรอครับ ต่อไปนี้จะไม่กลับไปที่หมู่บ้านแล้วเหรอ"
"กลับสิ แต่คงกลับเป็นครั้งคราว" หลินเจาตอบ หลังจากได้ลองมาใช้ชีวิตอยู่ในอำเภอสักพัก เธอก็พบว่ามันสะดวกสบายกว่ากันเยอะจนไม่อยากย้ายกลับไปอยู่ที่หมู่บ้านแล้ว
ซ่งอวิ๋นจิ่นยิ้มกว้าง "ดีเลยครับ อยู่ในเมืองนี่สะดวกสบายกว่าเยอะ"
ทุกคนเดินเข้ามาในบริเวณบ้าน กู้ชิงโจวตั้งใจว่าจะส่งทุกคนแค่นี้แล้วจะกลับเลย แต่พอสบตากับหลินเจาแวบหนึ่ง เขาก็ไม่กล้าเอ่ยปากปฏิเสธ ทำได้เพียงเข็นจักรยานของตัวเองเข้ามาในสวนอย่างว่าง่าย
หลังจากจอดรถเรียบร้อย เขาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณบ้านแล้วก็ยอมรับว่าที่นี่ดีกว่าบ้านที่หมู่บ้านมากจริงๆ ทั้งขนาดที่ใหญ่กว่า การจัดวางพื้นที่ก็ลงตัว แถมยังดูใหม่เอี่ยมมองแล้วสบายตาสบายใจ
หลินเจาเดินเข้าไปในบ้านสักพักแล้วกลับออกมาพร้อมกับถุงสองใบใหญ่
"ชิงโจว ของพวกนี้เอาไปนะ ถุงหนึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับงานพับกล่องไม้ขีดไฟ เอาไปให้พี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รอง บอกพวกเธอด้วยว่าสิ้นเดือนฉันจะกลับไปจ่ายเงินให้ ส่วนอีกถุงเป็นของฝากพ่อกับแม่ พุทราจีนกับน้ำผึ้งให้แม่ ส่วนชาอิฐนี่ให้พ่อลองชิมดู แล้วนี่...ถุงมือหนังสำหรับเธอ"
ของเหล่านี้ล้วนเป็นของที่ได้มาจากการสุ่มรางวัล แต่ก็บังเอิญไปซ้ำกับของที่หลินซื่อฝานเคยส่งกลับมาพอดี หากมีใครถามขึ้นมาก็พอจะมีที่มาที่ไปให้อธิบายได้
พูดจบหลินเจาก็ไม่รอกู้ชิงโจวตอบ เธอตัดบททันที "ถือของกลับไปเถอะ ถ้าที่บ้านมีเรื่องอะไรก็มาหาฉันที่นี่"
ว่าแล้วเธอก็หันหลังเดินกลับเข้าบ้านไป ที่เธอไม่พูดเรื่องงานพับกล่องไม้ขีดไฟตั้งแต่ตอนอยู่ที่กองพลการผลิตก็เพราะไม่อยากเสียเวลาพูดคุยต่อรองให้วุ่นวาย
กู้ชิงโจวรับถุงของมาถือไว้ เขาไม่ได้พูดอะไรที่ขัดใจพี่สะใภ้ เพียงแค่เอ่ยขอบคุณ "ขอบคุณครับพี่สะใภ้สาม"
[จบบท]