บทที่ 451: มื้อเช้าที่บ้านกู้
ในห้องครัวเหลือเพียงหลินเจาอยู่ตามลำพัง ซึ่งสำหรับเธอแล้วกลับรู้สึกสบายใจกว่า
การทำงานคนเดียวทำให้ทุกอย่างรวดเร็วขึ้น ปราศจากเสียงเจื้อยแจ้วที่คอยถามนั่นถามนี่อยู่ข้างหู
ไม่ว่าจะเป็นคำถามที่ว่าทำไมต้องตีไข่ขาว หรือต้องตีให้ฟูแค่ไหน ระหว่างตีกับไม่ตีมันต่างกันยังไง ในเมื่อสุดท้ายก็ลงท้องเหมือนกัน แล้วไข่แดงที่เหลือจะเอาไปทำอะไรต่อ
สารพัดคำถามชวนให้หัวหมุนได้ง่ายๆ
กว่าแม่สามีจะมาถึง หลินเจาก็ทำเค้กเสร็จเรียบร้อยแล้ว กลิ่นหอมหวานอบอวลไปทั่วทั้งครัวจนโชยออกไปถึงลานบ้าน กระตุ้นต่อมรับรสของทุกคนให้ทำงานโดยไม่รู้ตัว
แม่กู้เดินเข้ามาในครัวพลางเอ่ยทัก “นี่กำลังทำเค้กอยู่เหรอลูก”
“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ
เค้กถูกครอบไว้ใต้ตะกร้าไม้ไผ่ ทำให้แม่สามีมองไม่เห็นว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เธอก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อความยาว
หญิงสูงวัยพับแขนเสื้อขึ้นเตรียมพร้อมช่วยงาน “มีอะไรให้แม่ช่วยไหม”
“ตอนนี้ยังไม่มีอะไรค่ะ ไว้ตอนเที่ยงค่อยเริ่มทำก็ได้” หลินเจาบอกปัด พลางอธิบายว่ายังเช้าอยู่ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน รอให้ทานมื้อเช้ากันเสร็จก่อนค่อยเตรียมอาหารกลางวันก็ยังทัน
“ก็ได้ งั้นแม่กลับก่อนนะ เดี๋ยวค่อยมาใหม่” แม่กู้ทำท่าจะกลับ
“จะกลับทำไมล่ะคะ ทานด้วยกันสิคะ ไส้เกี๊ยวกับแป้งเกี๊ยวก็ทำเผื่อคุณพ่อกับคุณแม่ไว้ด้วย ถ้าไม่ทานก็จะเสียของเปล่าๆ” หลินเจาชวน
คำว่า 'เสียของ' กระทบใจคนรุ่นที่ผ่านยุคข้าวยากหมากแพงมาอย่างจัง แม่กู้จึงรับคำทันที “ได้ๆ เดี๋ยวแม่ลวกให้เอง”
พูดจบเธอก็เดินเข้าไปรับช่วงงานต่อจากลูกสะใภ้ จัดการเก็บกวาดข้าวของในครัวให้เข้าที่เข้าทาง แล้วหันไปบอกหลินเจา “ลูกไปนอนพักสักงีบเถอะ ตื่นแล้วค่อยออกมากินก็ได้”
หลินเจาเองก็ยุ่งมาตั้งแต่เช้าจนรู้สึกอ่อนเพลียจริงๆ “ก็ได้ค่ะ งั้นรบกวนคุณแม่ด้วยนะคะ”
แม่กู้โบกมือเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร “เรื่องแค่นี้เอง ไม่รบกวนอะไรเลย”
ได้กินเกี๊ยวอร่อยๆ จะเรียกว่ารบกวนได้อย่างไรกัน
พอเด็กแฝดตื่นขึ้นมา ไม่เห็นหน้าแม่แต่กลับเจอคุณย่าแทน สองหนุ่มน้อยจึงพากันชะโงกหน้าเข้าไปในครัว
“คุณย่าครับ แม่ไปไหนเหรอครับ” อวี้เป่าเอ่ยถามเสียงเบา
“แม่ของลูกตื่นแต่เช้ามาทำเค้กให้ เหนื่อยมากเลยเข้าไปนอนพักน่ะ พวกเราสองคนอย่าส่งเสียงดังไปรบกวนแม่เขาล่ะ” แม่กู้กระซิบกำชับ
เธอรู้ดีว่าลูกสะใภ้คนนี้รักการนอนตื่นสายเป็นชีวิตจิตใจ วันหยุดพักผ่อนที่นานๆ จะมีทีก็คงอยากจะนอนให้เต็มอิ่มถึงบ่าย แต่เพราะต้องลุกขึ้นมาทำเค้กให้หลานชายทั้งสองแต่เช้า ในใจคงจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย ทางที่ดีอย่าไปกวนใจจะดีกว่า
อวี้เป่ารับคำอย่างว่าง่าย “พวกเราจะไม่ส่งเสียงดังครับ”
ส่วนเหิงเป่าขยับเข้าไปใกล้เตาไฟ จมูกเล็กๆ ของเด็กชายย่นเข้าหากันขณะสูดกลิ่นหอมที่ลอยอยู่ในอากาศ “คุณย่าครับ คุณย่าทำอะไรอยู่เหรอครับ”
“แม่ของลูกเขาห่อเกี๊ยวเอาไว้ ย่ากำลังจะลวกให้กินนี่แหละ” แม่กู้เลี่ยงที่จะพูดถึงเค้ก แต่บอกเรื่องเกี๊ยวตัวโตแทน
ดวงตาของเหิงเป่าเป็นประกายขึ้นมา “เย้! มีเกี๊ยวกินแต่เช้าเลย! ผมชอบกินเกี๊ยวที่สุด! เป็นไส้เนื้อใช่ไหมครับ”
“ใช่แล้ว” เกี๊ยวครึ่งหนึ่งเป็นฝีมือของหลินเจา ส่วนที่เหลือแม่กู้เป็นคนห่อเองกับมือ มีหรือเธอจะไม่รู้ว่าเป็นไส้อะไร ทั้งไส้ขึ้นฉ่ายหมูสับและไส้เห็ดหอมหมูสับ ต่างก็หอมน่ากินทั้งคู่
เหิงเป่าตบมือด้วยความดีใจ “ผมชอบกินเนื้อที่สุดเลย!”
“งั้นก็รีบไปล้างหน้าแปรงฟันซะ พอพวกหนูจัดการตัวเองเสร็จ เกี๊ยวก็สุกพร้อมกินพอดี” แม่กู้เร่งหลานชายทั้งสอง
“ครับ!” อวี้เป่ารับคำแล้วจูงมือน้องชายออกไปล้างหน้าแปรงฟัน
จังหวะนั้นเอง ซ่งอวิ๋นจิ่นก็เดินออกจากห้องมาพอดี เขาเอ่ยทักทายแม่กู้อย่างสุภาพ ก่อนจะไปสมทบกับเด็กแฝดเพื่อล้างหน้าล้างตา
แม่กู้ต้มเกี๊ยวในครัวอย่างคล่องแคล่ว พอน้ำเดือดได้ที่ก็หย่อนเกี๊ยวลงไปลวกในน้ำร้อน
เพียงไม่นาน กลิ่นหอมของเกี๊ยวก็ลอยฟุ้งไปทั่ว
เหิงเป่าซึ่งเพิ่งทาครีมเด็กเสร็จได้กลิ่นหอมฉุย ก็รีบปาดครีมบนใบหน้าลวกๆ แล้ววิ่งกลับเข้ามาในครัว
“คุณย่าครับ ท้องผมร้องแล้ว เมื่อไหร่จะได้กินครับ” เด็กชายเงยหน้ามองคุณย่าตาแป๋ว
แม่กู้มองหลานชายด้วยความเอ็นดู “รออีกแป๊บเดียวนะลูก ลวกอีกสักสองน้ำก็ใช้ได้แล้ว ตอนนี้พวกหลานสองคนไปเรียกน้องเชียนเป่ากับเหยาเป่ามาด้วย”
ตอนนี้ฝาแฝดเล็กก็เริ่มทานอาหารเสริมแล้ว ป่านนี้คงได้เวลาตื่นพอดี จะได้ให้ลุกขึ้นมากินพร้อมกันทีเดียว จะได้ไม่งอแงกวนใจ
“ผมให้ต้าหวงกับหู่โพไปปลุกแล้วครับ!” เหิงเป่าพูดพลางยิ้มจนตาหยีเป็นสระอิ
แม่กู้ใช้ทัพพีไม้ค่อยๆ คนเกี๊ยวในหม้ออย่างเบามือพลางอมยิ้ม “งั้นสองพี่น้องก็ไปดูหน่อยสิ เชียนเป่ากับเหยาเป่ายังใส่เสื้อผ้าเองไม่เป็น ต้องให้พวกพี่ๆ ไปช่วยนะ”
“ครับ!” อวี้เป่ารับคำแล้วเดินนำออกไป โดยมีเหิงเป่าวิ่งตามไปติดๆ
พอสองพี่น้องกลับมาถึงห้องก็พบว่าน้องๆ ตื่นกันแล้ว ทั้งคู่นั่งเล่นอยู่กับเจ้าเสี่ยวจินบนเตียง ส่วนต้าหวงหมอบนิ่งอยู่ไม่ไกลจากเตียงนัก มีเพียงเจ้าหู่โพที่ยังเดินวนไปวนมารอบเตียง อยากจะกระโดดขึ้นไปเล่นด้วยแต่ก็ไม่กล้า ทำได้เพียงมองเจ้านายตัวน้อยแล้วส่งเสียงเห่าหงิงๆ
พรึ่บ!
เสียงม่านประตูที่ถูกแหวกออกดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของสองพี่น้อง
ต้าหวงเงยหน้าขึ้นมอง ส่วนเจ้าหู่โพก็รีบวิ่งปราดเข้าไปหาเด็กแฝดทันที ร่างเล็กๆ ของมันยืนสองขาใช้ขาหน้าเกาะตัวอวี้เป่าไว้แน่น พลางเอาหัวถูไถไปมาอย่างออดอ้อน
“หู่โพ...!” อวี้เป่าหลุดหัวเราะออกมา “อย่าซนสิ พี่จะแต่งตัวให้น้องเชียนเป่ากับเหยาเป่าก่อน เดี๋ยวค่อยให้อาหารนะ”
เด็กชายลูบคางของลูกสุนัขเล่น แต่ดูเหมือนเจ้าตูบจะเข้าใจผิดคิดว่าเจ้านายกำลังเล่นด้วย มันจึงยิ่งส่ายหางดิ๊กๆ แล้วเบียดตัวแรงขึ้น แรงถูไถของมันเกือบจะทำให้อวี้เป่าเสียหลักล้มลง
“หู่โพ เบาๆ หน่อยสิ พี่จะยืนไม่ไหวแล้วนะ!” อวี้เป่าร้องบอก เขาต้องรีบคว้าขอบโต๊ะไว้เพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มก้นกระแทกพื้น
แต่หู่โพไม่ได้ทำตามที่บอก มันคาบลูกบอลลูกเล็กของตัวเองมาตรงหน้า เป็นเชิงชวนให้เล่นด้วยกัน
อวี้เป่ามองใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความตื่นเต้นของลูกสุนัขแล้วก็รู้สึกหนักใจ เขาตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก จึงหันไปมองต้าหวงเพื่อขอความช่วยเหลือ
ต้าหวงลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะใช้ขาหน้าตะปบเจ้าหู่โพให้ถอยห่าง ไม่ให้เข้าไปวุ่นวายกับเจ้านายตัวน้อย
เจ้าหู่โพยังคงมึนงง มันคิดว่าแม่กำลังเล่นด้วย จึงเลิกสนใจอวี้เป่าแล้ววิ่งตามต้าหวงออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
เหิงเป่าเห็นภาพนั้นก็เอามือทาบแก้ม ยิ้มจนตาหยีเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว “ต้าหวงฉลาดจังเลย!”
อวี้เป่าพยักหน้าเห็นด้วยอย่างภาคภูมิใจ “ต้าหวงของพวกเราเป็นหมาที่ฉลาดที่สุดในโลกเลยนะ”
พูดจบเขาก็ตบเสื้อตัวเองเบาๆ แล้วเดินไปที่เตียงของน้องแฝดหญิงชาย “เชียนเป่า เหยาเป่า ตื่นได้แล้วนะ คุณย่ากำลังลวกเกี๊ยวอยู่ จำเกี๊ยวได้ไหม ที่ทำจากแป้งสีขาวๆ ข้างในเป็นไส้เนื้อหอมๆ ไง”
แค่ได้ยินคำว่าเนื้อ!
ฝาแฝดเล็กก็พร้อมใจกันขยับก้นมานั่งที่ขอบเตียงทันที ทั้งคู่หยิบเสื้อผ้าที่วางอยู่ข้างหมอนใบเล็กส่งให้พี่ชาย
“ใส่!” เชียนเป่าเอ่ยขึ้น
“กินเนื้อ!!” เหยาเป่าส่งเสียงเจื้อยแจ้วตามมา
อวี้เป่ารับเสื้อผ้าของเชียนเป่ามาช่วยแต่งตัวให้ ส่วนเหิงเป่าก็รู้งาน เข้าไปช่วยแต่งตัวให้น้องสาวโดยไม่ต้องมีใครบอก
หลังจากใส่เสื้อผ้าเสร็จ สองพี่น้องก็ย่อตัวลงช่วยกันใส่รองเท้าลายหัวเสือให้น้องๆ ทั้งยังดัดเสียงเลียนแบบผู้เป็นแม่ “สวยจังเลย”
เชียนเป่าไม่ได้แสดงท่าทีอะไร แต่เหยาเป่ากลับยืดอกเชิดคางอย่างภูมิใจ ก่อนจะหยิบยางรัดผมสีแดงส่งให้พี่ชายแล้วอ้อนเสียงหวาน “ใช้อันนี้!”
อวี้เป่ารับมาแล้วกำไว้ในมืออย่างเบามือ “ไปล้างหน้าก่อนนะ เดี๋ยวล้างเสร็จแล้วให้คุณย่ามัดให้”
เหยาเป่ายิ้มหวานจนตาหยี “ค่า”
ระหว่างที่พี่น้องกำลังคุยกัน เหิงเป่าก็ปลีกตัวไปป้อนอาหารให้เจ้าเสี่ยวจินจนอิ่มแปล้ จากนั้นทุกคนก็พากันออกจากห้อง
เหิงเป่าไม่ลืมหน้าที่ของตัวเอง ระหว่างที่พี่ชายกำลังพาน้องๆ ไปล้างหน้าแปรงฟัน เขาก็รีบไปเตรียมอาหารให้ต้าหวงกับหู่โพ
สำหรับสัตว์เลี้ยงทั้งสามตัวที่บ้าน เด็กแฝดจะผลัดกันให้อาหารอย่างตรงเวลาเสมอ พวกเขายอมอดข้าวเองได้ แต่จะไม่มีวันลืมเพื่อนเล่นของตัวเองเด็ดขาด
ทันทีที่อวี้เป่าพาน้องๆ ล้างหน้าล้างตาเสร็จ แม่กู้ก็ลวกเกี๊ยวเสร็จพอดี เธอกำลังตักเกี๊ยวร้อนๆ ใส่ชาม
“ล้างหน้าเสร็จกันรึยังเด็กๆ เกี๊ยวสุกแล้วนะ” เธอตะโกนเรียกซ่งอวิ๋นจิ่นและหลานๆ ทั้งสี่
พอได้กลิ่นหอมๆ เด็กๆ ก็พากันวิ่งไปที่โต๊ะกินข้าวราวกับเท้าติดจรวด
เหยาเป่าถึงกับจะเอื้อมมือลงไปหยิบในชาม โชคยังดีที่ในชามของเธอมีเกี๊ยวอยู่ไม่กี่ตัวและแม่กู้ก็บิออกเป็นชิ้นเล็กๆ ให้แล้วจึงไม่ร้อนมากนัก
“แล้วแม่ล่ะครับ ยังไม่มากินเหรอ” อวี้เป่าถือตะเกียบในมือพลางชะเง้อมองไปทางห้องของพ่อกับแม่
ซ่งอวิ๋นจิ่นซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะจึงเอ่ยขึ้น “อย่าเพิ่งไปกวนพี่เขาเลย รอให้เขาตื่นเองดีกว่า” เขาเสริมต่ออย่างรู้ทัน “ถ้าพี่สาวฉันนอนไม่พอขึ้นมา อารมณ์ไม่ดีอย่าหาว่าไม่เตือนนะ”
“...ก็ได้ครับ” อวี้เป่ารับฟังอย่างว่าง่าย
[จบบท]