บทที่ 487: แม่ผู้ไม่เคยรัก
"…เธอตกหน้าผาเสียชีวิตน่ะ" แม้จะเคยเป็นสามีภรรยากัน แต่ความรู้สึกของหลินซื่อเซิ่งในตอนนี้กลับซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยเป็นคำพูดได้
จริงอยู่ที่เขาไม่ได้มีเยื่อใยกับชิวเหลียนเท่าไรนัก แต่สุดท้ายเธอก็คือแม่แท้ๆ ของลูกสาวทั้งสอง ต่อให้ไม่พอใจแค่ไหน เขาก็ไม่เคยคิดอยากให้เธอตาย
หลินซื่อเซิ่งใช้ฝ่ามือลูบหน้าตัวเองแรงๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลง "ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าจะไปพูดกับหลินเซวียนและหลินเจิงยังไงดี"
"ก็บอกความจริงไปสิคะ" น้ำเสียงของหลินเจาราบเรียบและเยือกเย็น
"ชิวเหลียนไม่ได้ดีกับลูกๆ เลย ความทุกข์ของหลินเซวียนส่วนใหญ่ก็มาจากแม่คนนี้ไม่ใช่เหรอคะ การที่เด็กสองคนนั้นไม่เกลียดเธอก็นับว่าพวกเขารู้จักคิดมากพอแล้ว"
หลินซื่อเซิ่งเงียบไปอึดใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมา "แต่ถึงยังไง เธอก็เป็นแม่แท้ๆ ของเด็กๆ"
หลินเจาแค่นเสียงหยัน ในดวงตามีประกายเย็นชาพาดผ่าน "ก็ใช่ค่ะว่าเป็นแม่แท้ๆ แต่เธอเคยปฏิบัติต่อหลินเซวียนกับหลินเจิงยังไงบ้างล่ะ"
เธอไม่มีวันลืมภาพในนิยายต้นฉบับที่หลินเซวียนเลือกจบชีวิตตัวเองลงบนรางรถไฟด้วยความสิ้นหวัง
สำหรับเรื่องนั้น ชิวเหลียนต้องมีส่วนรับผิดชอบเกินกว่าครึ่ง
"เธอเคยคิดว่าตัวเองเป็นแม่ของเด็กสองคนนั้นบ้างหรือเปล่า"
น้ำเสียงของหลินเจายังคงเรียบเฉย แต่กลับกรีดลึกลงไปในใจ
"หลานสาวของฉันสองคน ไม่เคยกินข้าวที่เธอป้อน ไม่เคยได้ใส่เสื้อผ้าที่เธอเย็บให้ ตรงกันข้าม กลับถูกทุบตีอยู่เป็นประจำ ฐานะบ้านเราอาจจะไม่ดีเลิศ แต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่ไม่ใช่เหรอคะ พี่รองลองดูหลินสี่เป่าเป็นตัวอย่างสิคะ แล้วหันกลับมามองหลินเซวียนบ้างว่าเป็นยังไง ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเด็กสองคนนั้นจะผูกพันอะไรกับชิวเหลียนมากมาย"
หากไม่มีหลินสี่เป่าให้เปรียบเทียบก็อาจจะยังไม่ชัดเจนนัก แต่เมื่อมีภาพสะท้อนอยู่ตรงหน้า หลินเซวียนและหลินเจิงย่อมตระหนักได้เสมอว่าแม่แท้ๆ ของตัวเองไม่เคยรักพวกเธอเลย
หลินซื่อเซิ่งมองน้องสาวอย่างจนคำพูด
เขาเอื้อมมือไปบีบปลายจมูกรั้นๆ ของเธอเบาๆ
"เธอเนี่ยนะ พูดจาตรงไปตรงมาจริงๆ"
แต่ละประโยคที่หลุดออกมาจากปากน้องสาวคนนี้ ทำเอาเขาไปไม่เป็นเลยทีเดียว
หลินเจาปัดมือพี่ชายออกเบาๆ พลางลูบจมูกตัวเองแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
เธอเหลือบมองหลินซื่อเซิ่งพลางเลิกคิ้วถาม "พี่รองคงไม่ใช่ว่ากลุ้มใจเรื่องนี้จนอยู่บ้านไม่ติด เลยหนีมาหาฉันที่นี่หรอกใช่ไหมคะ"
หลินซื่อเซิ่งถึงกับสำลักคำพูดตัวเอง
ถ้าเป็นตอนเด็กๆ เขาคงจับเธอมาจี้เอวจนกว่าจะร้องขอให้หยุดแน่ๆ ช่างเป็นเด็กที่พูดยั่วโมโหเก่งจริงๆ
น่าเสียดายที่ตอนนี้น้องสาวของเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แม้แต่ชื่อเล่นที่เคยเรียกติดปากว่า "เจาเป่า" ก็ยังไม่ยอมให้เรียกเหมือนเคย ทำให้สองพี่น้องไม่สามารถหยอกล้อกันอย่างสนิทสนมเหมือนวันวานได้อีก
ชายหนุ่มจึงต้องแสร้งทำเป็นขุ่นเคือง "ดูพูดเข้าสิ ฉันกำลังจะออกรถเดินทางไกลอีกแล้ว รอบนี้ไปเป็นเดือน ก็เลยตั้งใจแวะมาหาพวกเธอก่อนไปต่างหาก"
ความกลัดกลุ้มเรื่องชิวเหลียนเป็นเหตุผลหนึ่ง แต่ความตั้งใจที่จะมาเยี่ยมน้องสาวกับหลานๆ ก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน
"แล้วแผลของพี่หายดีแล้วเหรอคะ" หลินเจาเปลี่ยนเรื่องถามด้วยความห่วงใย
"หายสนิทตั้งนานแล้ว" หลินซื่อเซิ่งยิ้มกว้างพร้อมกับขยับแขนโชว์ "พ่อสรรหาของดีๆ มาบำรุงทุกวัน แผลแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก"
เขาหมุนแขนไปมาอย่างคล่องแคล่ว แสดงให้เห็นว่าหายดีเป็นปกติแล้วจริงๆ
"แหม อิจฉาพี่จังเลยนะคะ" หลินเจาแกล้งว่าด้วยน้ำเสียงงอนๆ
คำพูดของพี่ชายทำให้เธอนึกถึงช่วงเวลาก่อนแต่งงาน ทุกสุดสัปดาห์ที่ได้กลับบ้าน พ่อจะเข้าครัวทำของอร่อยๆ ไว้รอเธอเสมอ
และแน่นอนว่าทุกครั้ง ชิวเหลียนจะทำหน้าบึ้งตึง คอยพึมพำสาปแช่งพวกเขาอยู่ลับหลัง แต่พอถูกสายตาเย็นๆ ของแม่ตวัดมองเข้าให้ครั้งหนึ่ง เธอก็จะสงบปากสงบคำไปได้พักใหญ่
หลินซื่อเซิ่งเห็นท่าทางของน้องสาวแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ "ถ้าอยากกินก็กลับไปกินที่บ้านสิ ไม่มีใครห้ามไม่ให้กลับสักหน่อย"
หลินเจาทำตาเขียวใส่พี่ชาย "แล้วใครจะมาทำงานแทนฉันล่ะคะ"
หลินซื่อเซิ่งยกมือขึ้นลูบจมูกแก้เก้อ
"เมื่อก่อนฉันก็ไม่เห็นด้วยที่เธอจะมาทำงาน ตอนนี้ยิ่งไม่เห็นด้วยเข้าไปใหญ่" เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ทำงานมันเหนื่อยจะตายไป แถมยังไม่มีอิสระอีก หรือไม่ก็ขายตำแหน่งงานของเธอทิ้งไปซะ แล้วอยู่บ้านเลี้ยงเจ้าตัวเล็ก 4 คนสบายๆ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีเงินใช้ พี่มีเงินเดือน เดี๋ยวพี่จะให้เธอเดือนละ 10 หยวน แล้วเดี๋ยวพี่ใหญ่ พี่สาม กับพี่สี่ก็ให้อีกคนละ 10 หยวน รวมเป็นเดือนละ 40 หยวน มากกว่าเงินเดือนที่เธอได้ตอนนี้ตั้งเยอะ"
พูดจบ เขาก็ล้วงธนบัตรต้าถวนเจี๋ยออกมา 2 ใบ ยัดใส่มือของหลินเจาอย่างรวดเร็ว
"เอ้านี่...เอาไปใช้" ชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างอารมณ์ดี "ถือว่าพี่ทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้แล้วนะ"
สัญญาที่ว่าก็คือการหาเงินมาให้น้องสาวได้ใช้จ่ายอย่างสุขสบาย
หลายปีก่อนชีวิตของเขาวุ่นวายยุ่งเหยิงจนแทบไม่มีปัญญาจะเจือจุนอะไรน้องสาวได้ แต่ตอนนี้เขาเป็นอิสระแล้ว ทั้งยังหาเงินได้มากขึ้น ต่อให้จะให้เงินน้องสาวใช้มากแค่ไหน ก็ไม่มีใครมีสิทธิ์มาว่ากล่าวได้อีก
หลินเจายิ้มกว้าง ไม่ได้เอ่ยคำปฏิเสธแต่อย่างใด "ขอบคุณค่ะพี่รอง"
หลินซื่อเซิ่งยิ่งได้ใจ เขาโบกมืออย่างไม่ใส่ใจพลางเอ่ย "กับพี่ชายแท้ๆ จะมาเกรงใจอะไรกัน พี่ไม่ใช่พวกพี่ใหญ่ของเธอนะ พอแต่งงานเข้าหน่อยก็ลืมหมดว่ามีน้องสาว เฮอะ น่าดูถูกชะมัด"
ราวกับนัดกันไว้ พี่ชายอีกหลายคนของบ้านหลินต่างจามออกมาพร้อมกัน และรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด
ใครกันที่กำลังคิดร้ายกับพวกเขาอยู่
หลินเจาอดไม่ได้ที่จะแก้ต่างให้ "พวกพี่ใหญ่ก็ดีกับฉันมากนะคะ"
พี่ชายทุกคนของเธอล้วนดีกับเธอเสมอ
แม้กระทั่งพี่ชายคนที่สี่ซึ่งเพิ่งได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้งก็เช่นกัน
เขาทำงานอยู่ที่กองบัญชาการทหาร ซึ่งเป็นที่ที่งานยุ่งวุ่นวาย แต่ก็ยังอุตส่าห์ส่งพัสดุมาให้เธอหลายต่อหลายครั้ง ส่วนพี่ชายคนที่สามยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทุกสองสามเดือนจะต้องมีของส่งมาให้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นของดีประจำถิ่น หรือของที่เขาคิดว่าเธอจะต้องชอบ
หลินซื่อเซิ่งส่งเสียงขึ้นจมูก "แล้วเธอจะรู้ ว่าพี่รองคนนี้ดีกับเธอที่สุด"
เขาน่ะหรือ คือคนขับรถของทีมขนส่ง เดินทางไปทั่วทุกสารทิศในมณฑลนี้ ของดีๆ ที่ไหนที่เขาจะหาไม่ได้กัน พอเจออะไรดีๆ เขาก็จะเก็บมาฝากน้องสาวคนนี้ เขาไม่เชื่อหรอกว่าตัวเองจะกลายเป็นพี่ชายอันดับหนึ่งในใจของเธอไม่ได้
หลินเจานึกในใจ 'เรื่องแค่นี้ต้องมาแข่งกันด้วยเหรอ'
"...ก็ได้ค่ะ ฉันจะรอดู"
"แล้วนี่จะกลับบ้านเมื่อไหร่" หลินซื่อเซิ่งถามต่อ "พ่อกับแม่ฝากมาถามน่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว พวกเขาคิดถึงเธอ"
"พรุ่งนี้ก็จะกลับแล้วค่ะ" หญิงสาวตอบ
"เยี่ยมไปเลย เดี๋ยวฉันกลับไปบอกพ่อกับแม่ พวกท่านต้องดีใจมากแน่ๆ" ชายหนุ่มว่า ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ "แต่ก็น่าเสียดาย พรุ่งนี้ฉันต้องออกรถแต่เช้าตรู่เลย เธอกลับไปก็คงไม่เจอฉันแล้ว"
"ต้องรีบขนาดนั้นเลยเหรอคะ..." หลินเจาลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน "พี่รองรอเดี๋ยวนะคะ ฉันมีของจะให้"
ครู่ต่อมา เธอก็กลับออกมาพร้อมกับห่อผ้าขนาดใหญ่ในมือ
"นี่มันอะไรกัน" หลินซื่อเซิ่งถามขณะเอื้อมมือไปรับ
หลินเจาเริ่มอธิบายของแต่ละอย่างในห่อผ้า
"พวกนี้เป็นยาสามัญประจำบ้านค่ะ ยาแก้ไข้ ยาแก้ท้องร่วง ยาแก้ไอ ยาแก้แมลงกัดต่อย แล้วก็ยาฆ่าเชื้อ..."
"นอกจากยาแล้ว ก็มีของกินที่เก็บไว้ได้นานๆ ค่ะ อันนี้เป็นบะหมี่ก้อนแห้ง กินเปล่าๆ ก็ได้ หรือถ้ามีน้ำร้อน ก็แช่สักสองนาทีแล้วใส่ซองเครื่องปรุงลงไป จะได้ซดร้อนๆ ให้ร่างกายอบอุ่น"
"ส่วนนี่คือขนมหม่าฮวา มีทั้งรสหวานรสเค็ม เอาไว้กินรองท้องเวลาหิว"
"แล้วก็มีกระติกน้ำร้อนเก็บอุณหภูมิใบนี้ค่ะ ใส่น้ำร้อนแล้วเก็บความร้อนได้นานมาก มีเจ้านี่... พี่ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีน้ำร้อนดื่มแล้ว"
เธอค่อยๆ อธิบายสรรพคุณของแต่ละอย่างด้วยความใส่ใจ
หัวใจของหลินซื่อเซิ่งอิ่มเอมไปด้วยความรู้สึกตื้นตันที่ยากจะบรรยาย ราวกับได้แช่อยู่ในบ่อน้ำอุ่น มันอบอุ่นไปทั้งใจอย่างบอกไม่ถูก
"เจาเจา..." เขาเรียกชื่อน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
หลินเจาเหลือบมองพี่ชายด้วยหางตา "พอเลยค่ะ เมื่อกี้ยังบอกอยู่เลยว่าพี่น้องกันไม่ต้องเกรงใจ แล้วนี่จะมาทำเป็นซึ้งไปได้ จะเอาไหม ไม่เอาก็คืนมานะ"
หลินซื่อเซิ่งรีบกอดห่อผ้าไว้แน่นราวกับกลัวใครจะมาแย่ง กล้ามแขนที่แข็งแรงของเขานูนขึ้นเป็นสัน
"เอาสิ" เขาตอบพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงสวย "ไม่เอาก็บ้าแล้ว"
"ของพวกนี้คงหามายากใช่ไหม โดยเฉพาะกระติกน้ำร้อนเก็บอุณหภูมิแบบนี้ ฉันได้ยินว่ามีขายแค่ในเมืองใหญ่ๆ แถมมีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ"
หลินซื่อเซิ่งรู้สึกละอายใจขึ้นมา "เจาเจา เธอคงใช้เงินไปเยอะเลยสิท่า พี่ทำให้น้องต้องลำบากแล้ว"
เงิน 20 หยวนที่เขาเพิ่งให้ไปเมื่อครู่ ช่างดูน้อยนิดไปถนัดตา
เขาคงต้องขยันทำงานให้มากขึ้นอีก
ทว่าความจริงแล้วหลินเจาไม่ได้เสียเงินเลยสักหยวน ของทั้งหมดล้วนได้มาจากการสุ่มรางวัลทั้งสิ้น
[จบบท]