บทที่ 173 คำสารภาพรัก และการกลับมาของเฮ่อหย่วน
“ผมเป็นทหารผ่านศึกมาก่อนครับ เลยมีความรู้สึกที่ดีต่อครอบครัวของวีรบุรุษเป็นพิเศษ เรื่องลูกๆ ของคุณไม่ต้องกังวลเลย ตอนนี้ผมทำงานอยู่ที่สถานีตำรวจ เงินเดือนอยู่ที่ 53 หยวน ถึงงานจะยุ่งไปบ้าง”
“แต่ก็พอจะจัดสรรเวลาได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือผมไม่เหมือนนักวิจัยเฮ่อที่ใครๆ ก็เข้าหา ถ้าเราได้คบหากัน ผมรับรองได้เลยว่าจะไม่มีเรื่องผู้หญิงคนอื่นมาให้คุณต้องกังวลใจแน่นอน คุณพอจะเก็บเรื่องของผมไปพิจารณาได้ไหมครับ”
สิงเจี้ยนไป่หยุดเดินแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ สายตาของเขามองมาอย่างแน่วแน่ แม้จะพยายามคุมท่าทีให้สงบนิ่ง แต่เสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกก็แทบจะดังออกมาข้างนอก
สำหรับเขาแล้ว ทุกครั้งที่ได้พบเจอเฉินชิง เธอคือผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาอยู่เสมอ
ทั้งความกล้าหาญที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อความถูกต้องของตัวเอง ความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะปกป้องคนในครอบครัว และความอ่อนโยนที่แสดงออกมาผ่านคำขอบคุณที่จริงใจ
แรกเริ่มเดิมที เขาเคยเข้าใจว่าระหว่างเฉินชิงกับเฮ่อหย่วนมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน แต่เมื่อความจริงปรากฏว่ามันไม่ใช่ เขาก็รู้สึกว่าคุณสมบัติของตัวเองไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร จึงอยากจะลองคว้าโอกาสนี้ไว้เพื่อตัวเองดูสักครั้ง
เฉินชิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นลำคอระหงและแนวกรามที่สวยงามจนน่าทึ่ง ดวงตาคู่สวยของเธอมองสบกับสิงเจี้ยนไป่ ในแววตานั้นฉายแววครุ่นคิดอย่างจริงจัง
ท่ามกลางความเงียบสงัดในตรอกมืด เสียงทุ้มเย็นก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบ
“เธอตกลงไม่ได้หรอกครับ”
ร่างสูงของชายคนหนึ่งปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าตรอก เขายืนย้อนแสงจันทร์ ทำให้มองเห็นใบหน้าได้ไม่ชัดเจนนัก
ทั้งเฉินชิงและสิงเจี้ยนไป่ต่างหันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกันในทันที และเมื่อเฉินชิงเห็นว่าเป็นใคร หัวใจของเธอก็กระตุกวูบขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
สันจมูกโด่งเป็นคม กับริมฝีปากบางที่เม้มสนิทเป็นเส้นตรงของเฮ่อหย่วน ทำให้เขาดูเย็นชาและเข้าถึงยาก ดวงตาสีนิลของเขาจับจ้องมาที่ใบหน้าของเฉินชิงเพียงคนเดียว โดยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา
“เด็กๆ บอกให้ผมมาตามคุณกลับบ้านครับ”
ประโยคสั้นๆ แต่กลับเป็นการประกาศกร้าวถึงความสัมพันธ์ที่เหนือกว่าใครได้อย่างชัดเจน
สิงเจี้ยนไป่ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น “นักวิจัยเฮ่อ ผมกำลังคุยกับสหายเฉินอยู่ ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เรื่องของคุณนะ”
เฉินชิงเองก็พยักหน้าเห็นด้วยเบาๆ
ใช่เลย ไม่เกี่ยวกับเขาสักนิด!
ท้องฟ้ายามค่ำคืนเริ่มมืดสนิทขึ้นเรื่อยๆ แสงจันทร์ที่เคยส่องสว่างถูกบดบังด้วยหมู่เมฆ ทำให้ตรอกแห่งนี้มืดลงกว่าเดิม เมื่อเฮ่อหย่วนเห็นท่าทีเห็นดีเห็นงามของเธอ ความรู้สึกเปราะบางที่วูบไหวในใจเขาก็หายไปในพริบตา เหลือทิ้งไว้เพียงไอเย็นและความรู้สึกบางอย่างที่ถูกกดเก็บไว้ภายใต้ดวงตาที่ลึกล้ำคู่นั้น
หัวใจของเฉินชิงพลันสั่นระรัวขึ้นมาอีกครั้ง
ดวงตาที่ดำสนิทราวกับห้วงรัตติกาลของเฮ่อหย่วนปราศจากระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ใดๆ เขาเอ่ยปากขึ้นช้าๆ
“เท่าที่ผมฟังคุณตำรวจสิงพูด ดูเหมือนว่าการที่คุณไม่รังเกียจลูกๆ ของวีรบุรุษ จะกลายเป็นข้อดีที่เอามานำเสนออย่างนั้นเหรอครับ”
สีหน้าของสิงเจี้ยนไป่เคร่งขรึมลง “ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น!”
“งั้นเหรอครับ” เฮ่อหย่วนตอบรับในลำคอ
“แล้วเงินเดือนที่ว่าสูงของคุณน่ะ พอหักส่วนที่ต้องส่งกลับไปให้ที่บ้านแล้ว มันเหลืออยู่เท่าไหร่กันเชียวครับ”
ใบหน้าของสิงเจี้ยนไป่แข็งค้างไปชั่วขณะ
จริงอยู่ที่ครอบครัวของเขาค่อนข้างมีฐานะ แต่เมื่อหักเงินที่ต้องส่งเสียทางบ้านออกไปแล้ว รายรับที่เหลืออยู่ของเขาก็คงสู้เงินเดือนของเฉินชิงไม่ได้
เฮ่อหย่วนหรี่ตาเรียวยาวลงเล็กน้อย “แล้วคุณมีความสามารถพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัวได้หรือเปล่าครับ หรือคิดว่าจะปล่อยให้เธอต้องมาช่วยคุณออกเงินอีกแรง”
“ไม่มีทาง!” สิงเจี้ยนไป่สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับอารมณ์
“นักวิจัยเฮ่อ นี่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของผม ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณเลย”
“ผมก็แค่ถามดูเฉยๆครับ” เฮ่อหย่วนยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นส่งไปไม่ถึงดวงตา
“แค่จะเตือนด้วยความหวังดีว่าถ้ายังจัดการเรื่องที่บ้านไม่เรียบร้อย ก็อย่าเพิ่งไปชวนผู้หญิงคนไหนมาลำบากด้วยเลย คุณว่าจริงไหมล่ะครับ”
เฉินชิงสังเกตเห็นเส้นเลือดที่ปูดโปนขึ้นบนแขนของสิงเจี้ยนไป่ เธอไม่อยากให้เรื่องบานปลายจนถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน จึงรีบพูดตัดบทขึ้น
“ตำรวจสิง ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเอาผ้ามาให้ คุณยังมีงานต้องทำอยู่ใช่ไหม ฉันไม่รบกวนคุณแล้วดีกว่าค่ะ”
เธอขยับเข้าไปเพื่อจะรับม้วนผ้าคืนมา
สิงเจี้ยนไป่มองหน้าเธอ แววตาเต็มไปด้วยความหวัง “สหายเฉิน คุณลองเก็บไปคิดดูดีๆ อีกทีนะครับ”
เฉินชิงรู้สึกได้ถึงสายตาคมกริบที่จ้องมาจากด้านหลัง ในใจลึกๆ ก็อยากจะแกล้งทำให้เขาหัวเสียเล่น แต่เมื่อนึกถึงความรู้สึกของสิงเจี้ยนไป่ เธอก็ทำไม่ลง จึงตัดสินใจตอบกลับไปอย่างจริงใจ
“ขอโทษจริงๆ ค่ะ ฉันเชื่อว่าในอนาคตคุณจะต้องเจอผู้หญิงที่ดีกว่านี้อย่างแน่นอน”
แววตาของสิงเจี้ยนไป่หมองลงอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่วครู่
“ถ้าอย่างนั้น...ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”
“ค่ะ เชิญตามสบายเลย”
เฉินชิงมองตามร่างของเขาที่เดินจากไปจนลับสายตา
บัดนี้ ภายในตรอกมืดจึงเหลือเพียงเธอกับเฮ่อหย่วนแค่สองคน
ทันทีที่เฉินชิงเอ่ยปากปฏิเสธสิงเจี้ยนไป่ บรรยากาศตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวของเฮ่อหย่วนก็คลายลงอย่างน่าประหลาด
เขาขยับเข้ามาใกล้ พร้อมกับยื่นมือออกไปหมายจะช่วยถือม้วนผ้าให้อย่างเป็นธรรมชาติ
“ฉันถือเองได้!” เฉินชิงเบี่ยงตัวหลบ
“ผมรู้ แต่ผมว่าง”
เฮ่อหย่วนไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขารวบเอากระสอบผ้าไปถือไว้เองอย่างรวดเร็ว
เฉินชิงได้แต่ถลึงตาใส่เขาอย่างหัวเสีย
ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!
“คนอื่นเขามาสารภาพรักกับฉัน แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับคุณด้วยไม่ทราบ”
คำพูดของเธอทำให้หัวใจของเฮ่อหย่วนบีบตัว แต่เมื่อเห็นว่าท่าทีของเธอเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน สติสัมปชัญญะของเขาก็กลับคืนมา เขาหยุดคิดไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยถาม “ผมทำอะไรให้คุณไม่พอใจเหรอ”
“ไม่ใช่แค่ไม่พอใจ! ฉันอยากจะฆ่าคุณให้ตายเลยรู้ไหม!” ความโกรธที่อัดอั้นอยู่ข้างในปะทุออกมา
“คุณรู้หรือเปล่าว่าเพราะคุณนั่นแหละ ที่ทำให้ฉันเถียงแพ้คนอื่นเป็นครั้งแรกในชีวิต!”
“ผมเนี่ยนะ” เฮ่อหย่วนชี้หน้าตัวเองอย่างไม่เข้าใจ
เฉินชิงพยักหน้าหงึกๆ “ก็ใช่น่ะสิ! ก่อนหน้านี้คุณไม่ใช่เหรอที่บอกฉันว่าลูกสาวอาจารย์ของคุณแต่งงานแล้ว แต่ความจริงแล้วลูกสาวอาจารย์ของคุณยังโสดอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”
เธอจ้องไปที่ลำคอของเขาอย่างเอาเรื่อง ในใจนึกอยากจะบีบคอผู้ชายคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย จะได้ไม่ต้องมาทำให้เธอต้องรู้สึกแย่แบบนี้อีก
เฮ่อหย่วนนิ่งไปชั่วขณะ “ผมไม่มีอาจารย์”
พอเห็นว่าเขายังไม่ยอมรับความจริง เฉินชิงก็ยิ่งโมโหหนักขึ้นไปอีก “คุณบอกเองว่าจะซื้อนาฬิกาให้ลูกสาวอาจารย์ ซื้อตั้งสองเรือน สองร้อยกว่าหยวน! ความจำเสื่อมไปแล้วหรือไง”
เฮ่อหย่วนอ้ำอึ้ง ไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไรดี
“ช่างมันเถอะ!” เฉินชิงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
“เดี๋ยวกลับบ้านไปฉันจะคืนเงินให้ แล้วเรื่องของเราก็จบกันแค่นี้ คุณไปหาคนของคุณ ฉันก็จะไปหาคนของฉัน ต่างคนต่างอยู่!”
“เรือนนั้นผมตั้งใจซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้คุณ” เฮ่อหย่วนโพล่งออกมาในที่สุด เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของเธอ เขาก็รีบเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง
“พอผมรู้ว่าวันเกิดคุณใกล้เข้ามาแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะให้อะไรเป็นของขวัญดี รองหัวหน้าเหมาเลยแนะนำว่าให้ผมยืมชื่อผู้หญิงคนอื่นเป็นข้ออ้าง แล้วชวนคุณไปช่วยเลือก แบบนั้นคุณก็จะได้ของขวัญที่ถูกใจจริงๆ”
“ผมไม่รู้จักผู้หญิงคนอื่นเลย ก็เลยต้องแต่งเรื่องโกหกขึ้นมา”
“คุณไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม”
“ไม่ได้หลอกครับ นาฬิกายังอยู่ในห้องผมเลย ผมเขียนสัญญาให้ก็ได้ ถ้าผมโกหก เงินเดือนของผมทั้งหมดในอนาคตยกให้คุณเลย”
เล่นใหญ่เบอร์นี้เลยเหรอ
คำสาบานที่เอาเงินเดือนทั้งชีวิตมาเป็นเดิมพันแบบนี้ มันน่าเชื่อถือกว่าคำสาบานลมๆ แล้งๆ เป็นไหนๆ
เฉินชิงตัดสินใจที่จะเชื่อเขาไปก่อน แล้วซักไซ้ต่อ “แล้วเรื่องที่คุณไม่มีอาจารย์ล่ะ คนที่ชื่อซูม่านม่านมาหาฉันถึงที่ บอกว่าคุณใจดีสอนหนังสือให้เธอด้วยนะ”
“ซูม่านม่านคือใครครับ” เฮ่อหย่วนขมวดคิ้วอย่างงุนงง
“ก็ซูม่านม่านไง! คนที่ทำให้ฉันเสียสถิติเถียงแพ้เป็นครั้งแรก ช่างน่าอายจริงๆ!”
เฉินชิงบ่นอุบอิบ ก่อนจะตวัดสายตาค้อนใส่เขาอีกรอบ
ทั้งหมดเป็นความผิดของไอ้ผู้ชายคนนี้ ที่มาทำลายจิตวิญญาณนักโต้เถียงของเธอ!
“ผมไม่รู้จักผู้หญิงที่ชื่อซูม่านม่านจริงๆ นะ” เฮ่อหย่วนยืนยันเสียงแข็ง
“จะเป็นไปได้ยังไง คุณยังไปกินข้าวที่บ้านเธออยู่เลย พ่อของเธอเป็นนักวิจัยเหมือนกัน แถมยังสนิทกับคุณมากไม่ใช่เหรอ”
เมื่อเห็นว่าเขายังทำหน้างงอยู่ เฉินชิงจึงคาดคั้นต่อ “สารภาพมาให้หมด ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไงฉันรับได้ แต่ถ้าโกหกอีกแม้แต่คำเดียว ฉันไม่เอาคุณไว้แน่”
“ผมไม่รู้จักเธอจริงๆ นะ” เฮ่อหย่วนเริ่มน้อยใจ
“คุณเชื่อคนอื่น แต่ไม่ยอมเชื่อผม”
“อ้าว ก็ใครกันล่ะที่โกหกก่อน”
“ผมแค่...”
“พอเลย! ไม่ต้องพูดแล้ว” เฉินชิงรีบตัดบท เธอรู้เหตุผลของเขาแล้ว ไม่จำเป็นต้องฟังซ้ำอีก
เมื่อเห็นว่าเขายังคงนึกไม่ออกจริงๆ เฉินชิงจึงลองนึกถึงข้อมูลของซูม่านม่านให้มากขึ้น
“บ้านของเธออยู่ที่โรงงานเครื่องจักรหยวนอัน”
“โรงงานเครื่องจักรหยวนอัน”
เฮ่อหย่วนทวนคำ พลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“นึกออกหรือยังคะ” เฉินชิงเหลือบมองเขา
“...นึกออกแล้วครับ”
“จำซูม่านม่านได้แล้วสินะคะ” เฉินชิงแค่นเสียงในลำคอ
“ครับ จำได้แล้ว”
“งั้นก็เอาผ้าของฉันคืนมาเลยนะ!” เฉินชิงโมโหจนหัวเราะออกมา
เฮ่อหย่วนเบี่ยงตัวหลบ ก่อนจะก้มลงมองเธอแล้วรีบอธิบาย
“ผมเจอเธอแค่ครั้งเดียวจริงๆ ตอนนั้นพ่อของเธออยากจะจับคู่ให้พวกเรา แต่ผมปฏิเสธไป พอกินข้าวเสร็จเธอก็มาขอให้ผมสอนหนังสือให้ ผมเลยเอาหนังสือไปให้พ่อของเธอแล้วก็กลับออกมาเลย ไม่ได้อยู่สอนให้เธอ”
“ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณต้องแพ้เพราะเรื่องของผม มันเป็นความผิดของผมคนเดียวทั้งหมดเลย อย่าโกรธผมเลยนะ ได้ไหม”
[จบบท]