บทที่ 175 เฉินชิงมอบรางวัล
คนงานทั้ง 5 คนถึงกับหน้าถอดสี พวกเขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่เสียงฝีเท้าที่วิ่งมาอย่างร้อนรนก็ดังขึ้นเสียก่อน หัวหน้าทีมของพวกเขาปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับชิงรายงานชื่อของลูกน้องทั้ง 5 คนให้เฉินชิงอย่างรวดเร็ว
ท่าทีของหัวหน้าทีมดูประจบประแจงอย่างออกนอกหน้า สีหน้าของเขาฟ้องว่า ‘ผมจัดการคนของผมให้แล้ว หวังว่าคุณคงจะไม่ลงโทษทั้งทีมของผมนะ’
เฉินชิงเพียงแค่ปรายตามองเขาแวบหนึ่งอย่างเย็นชา มือก็จดบันทึกรายชื่ออย่างว่องไว ก่อนจะเอ่ยปากเตือนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ต่อไปก็ระวังตัวกันให้มากกว่านี้หน่อยแล้วกัน”
“ครับ ครับผม”
หัวหน้าทีมรีบเดินไปส่งเธอจนสุดทางออกจากแผนกด้วยท่าทีที่สุภาพนอบน้อมที่สุด
แต่พอลับหลังเฉินชิงเท่านั้นแหละ สีหน้าของเขาก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับคนงานทั้ง 5 คน ก่อนจะระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
“พวกนายไม่รู้หรือไงว่าเฉินชิงน่ะตัวแสบของคณะกรรมการโรงงานเลยนะ คนเขามายืนอยู่ตรงหน้าแท้ๆ ยังไม่รู้จักระวังตัวกันอีก อยากตกงานกันนักใช่ไหม!”
“พวกนายมันตัวคนเดียว ไม่มีภาระ ไม่ต้องมานั่งห่วงเรื่องเงินไม่กี่ตังค์ที่โดนหัก แต่ฉันนี่สิ ต้องหาเลี้ยงครอบครัวนะโว้ย อย่ามาลากฉันซวยโดนหักเงินเดือนไปด้วย!”
เสียงด่าทอที่ดังลั่นทำให้คนงานทั้ง 5 คนได้แต่ก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าสบตา
ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าผู้หญิงที่ดูเหมือนไม่มีอะไรอย่างเฉินชิงจะเด็ดขาดได้ถึงขนาดนี้
การถูกหักคะแนนอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะต่อกรกับเฉินชิงที่ตอนนี้มีอำนาจอยู่ในมือ ความไม่พอใจทั้งหมดจึงถูกโยนไปที่ซูม่านม่าน ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดที่ทำให้ต้องมาเดือดร้อนกันถ้วนหน้า
นี่คือพฤติกรรมของพวกที่ชอบหาเรื่องคนที่อ่อนแอกว่า แต่กลับไม่กล้าหือกับคนที่แข็งแกร่งกว่าอย่างแท้จริง!
เฉินชิงไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอเดินออกจากแผนกนั้นและมุ่งหน้าไปยังแผนกต่อไป ที่นั่นเธอก็พบกลุ่มผู้ชายอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังละเลยหน้าที่ และจัดการหักคะแนนพวกเขาไปอีกครั้ง
แล้วเธอก็เดินจากไปอย่างไม่ไยดี
ทิ้งไว้เพียงหูไท่หงที่เดินตามหลังมาด้วยใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ
“หัวหน้าทีมครับ เราจะทำอะไรที่มันซอฟต์ๆ กว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอครับ”
“เงียบไปเลย”
ถ้าเธออ่อนข้อให้
ก็อย่าหวังว่าจะคุมใครอยู่!
เฉินชิงพูดโดยไม่หันกลับมามอง “ถ้ายังจะพูดไม่หยุดอีก ฉันย้ายนายไปอยู่สำนักงานอื่นจริงๆ ด้วย”
หูไท่หงถึงกับพูดไม่ออก “หัวหน้าทีม... ใจร้ายเกินไปแล้วครับ”
“ขอบใจที่ชม” พูดจบ เฉินชิงก็ก้าวเข้าไปในเขตของแผนกการผลิตที่สาม
บรรยากาศในแผนกเปลี่ยนไปทันที คนงานทุกคนต่างรีบกลับไปประจำตำแหน่งของตัวเองอย่างพร้อมเพรียง ไม่เว้นแม้แต่หัวหน้าทีม ช่างฝีมืออาวุโส หรือหัวหน้าแผนก ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองอย่างเงียบเชียบ
เฉินชิงเดินสำรวจไปรอบๆ อย่างพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม
“ทำงานกันได้ดีมากเลย ดูเหมือนว่าหัวหน้าแผนกของพวกคุณจะเอาใจใส่แก้ไขปัญหาเป็นอย่างดี ขอให้รักษามาตรฐานนี้ไว้ อย่าทำให้องค์กรต้องผิดหวังล่ะ”
คำชมที่ไม่คาดคิดทำให้หัวหน้าแผนกการผลิตที่สามถึงกับตะลึง เขาไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ก่อนที่ความดีใจจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าจนยิ้มกว้างแทบจะถึงหู
“ขอบคุณหัวหน้าทีมเฉินมากนะครับที่ชม”
พนักงานคนอื่นๆ ในแผนกก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเป็นกอง พวกเขาต่างยืดอกทำงานกันอย่างภาคภูมิใจ
เฉินชิงหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาลงคะแนนให้แผนกการผลิตที่สามในระดับ ‘ยอดเยี่ยม’ พร้อมกับเขียนความคิดเห็นเพิ่มเติมตอนท้ายว่า
“รู้จักยอมรับข้อผิดพลาดและพร้อมที่จะแก้ไข มีทัศนคติในการทำงานที่ดีเยี่ยม สมควรเป็นแบบอย่างให้กับแผนกอื่นๆ ต่อไป”
สมุดบันทึกเล่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันจะถูกส่งตรงไปยังหัวหน้าหลิว เพื่อให้คณะผู้บริหารใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาคัดเลือกแผนกดีเด่นประจำปี
การที่หัวหน้าทีมของคณะกรรมการโรงงานจะให้คะแนนระดับ ‘ยอดเยี่ยม’ แก่แผนกไหนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และยังสามารถเขียนความคิดเห็นส่วนตัวแนบท้าย ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจของเบื้องบนได้โดยตรง
ที่สำคัญคือโควตาในการให้คะแนนระดับนี้มีจำกัด
ตามปกติแล้ว ตำแหน่งหัวหน้าทีมมักจะใช้คะแนน ‘ยอดเยี่ยม’ เพื่อต่อรองผลประโยชน์บางอย่าง เพราะถึงแม้ว่าหน่วยงานของพวกเขาจะดูเหมือนมีอำนาจ แต่ในความเป็นจริงแล้วแทบไม่มีรายได้พิเศษอะไรเลย
ดังนั้น การที่เฉินชิงมอบคะแนน ‘ยอดเยี่ยม’ ให้กับแผนกของเขาโดยไม่เรียกร้องอะไรเลย ทำให้หัวหน้าแผนกการผลิตที่สามรู้สึกตื้นตันใจอย่างสุดซึ้ง
ความพยายามทั้งหมดที่เขาทุ่มเทให้กับแผนกมาโดยตลอด ในที่สุดก็มีคนมองเห็น
“หัวหน้าทีมเฉิน ผมขอบคุณมากจริงๆ ครับ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ พวกคุณทำดี องค์กรก็เห็นเอง ช่วงนี้คุณคงเหนื่อยน่าดู” เฉินชิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่เข้าอกเข้าใจ
“งั้นคุณทำงานต่อเถอะค่ะ ฉันไม่รบกวนแล้ว”
พูดจบเธอก็พาหูไท่หงที่ยังยืนงงเป็นไก่ตาแตกเดินออกจากแผนกไป
หัวหน้าแผนกการผลิตที่สามมองตามหลังพวกเขาไปด้วยความซาบซึ้งจนเกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขารีบหันกลับไปประกาศข่าวดีให้ลูกน้องทุกคนได้ทราบ
“หัวหน้าทีมเฉินบอกว่าเราทำงานกันได้ดีมาก แถมยังแนะนำให้แผนกอื่นเอาแผนกเราเป็นแบบอย่างด้วยนะ สหายทุกคน เราต้องขยันกันต่อไป!”
“เฮ้!!!”
เสียงขานรับดังกึกก้องไปทั่วทั้งแผนก
ก่อนหน้านี้พวกเขาได้รับข่าวมาแล้วว่าเฉินชิงกำลังจะมาตรวจ และถ้าใครคุยเล่นกันจะต้องถูกหักคะแนนไม่มีข้อยกเว้น เพราะแผนกก่อนหน้าเพิ่งจะโดนกันไปสดๆ ร้อนๆ
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าจากที่เคยถูกตำหนิ พวกเขาจะกลับมาทำผลงานได้ดีจนได้รับการประเมินในระดับ ‘ยอดเยี่ยม’!
ความรู้สึกที่เคยถูกคนอื่นหัวเราะเยาะจากการโดนหักคะแนนในครั้งก่อน ตอนนี้มันได้แปรเปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจที่สามารถลบคำสบประมาทได้สำเร็จ
ยิ่งไปกว่านั้น นี่คือคะแนน ‘ยอดเยี่ยม’ ที่มาจากเฉินชิงโดยตรง!
เป็นอะไรที่หาได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก!
เรื่องนี้สามารถเอาไปคุยโม้กับคนจากแผนกอื่นได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ขณะที่หูไท่หงซึ่งเดินตามเฉินชิงออกมายังคงมีสีหน้าตกใจไม่หาย
“หัวหน้าทีมครับ ผมนึกว่าคุณไม่ชอบแผนกการผลิตที่สามซะอีก”
เฉินชิงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ทำท่าเหมือนจะอธิบาย แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ
หูไท่หงมองเธออย่างไม่เข้าใจ
เฉินชิงจึงโบกมือตัดบท “ไปได้แล้ว ไปแผนกต่อไป”
หูไท่หงเดินตามไปอย่างเงียบๆ แต่ในใจยังคงเต็มไปด้วยคำถามมากมาย
เขาไม่เข้าใจการกระทำของเธอเลยจริงๆ
ทำไมหัวหน้าทีมถึงไม่ยอมอธิบายอะไรให้เขาฟังบ้างนะ
เมื่อกลับถึงสำนักงาน ความสงสัยในใจของหูไท่หงก็ยังไม่คลี่คลาย เขาจึงตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้หวังเจี่ยฟ่าง เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ฟัง
“นายว่าทำไมหัวหน้าทีมเขาถึงทำแบบนั้นล่ะ”
หวังเจี่ยฟ่างตอบสั้นๆ “เพราะว่าเธอฉลาดน่ะสิ”
“มีแค่นี้เองเหรอ” หูไท่หงถามกลับอย่างไม่เข้าใจ
หวังเจี่ยฟ่างเห็นท่าทางซื่อๆ ของเพื่อนร่วมงานแล้วก็อดที่จะอธิบายต่อไม่ได้
“นายนี่มันอ่อนประสบการณ์จริงๆ สิ่งสำคัญที่สุดของคนเป็นหัวหน้า ก็คือต้องใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งควบคู่กันไป ต้องมีความยุติธรรม”
“หัวหน้าทีมของเราเข้มงวดกับทุกคนเท่ากันหมด ไม่ว่าใครจะมีตำแหน่งอะไร แต่พอถึงเวลาที่ต้องให้รางวัล เธอก็ให้ นี่แหละที่ทำให้คนนับถือได้ง่ายๆ เข้าใจยัง?”
หูไท่หงกะพริบตาปริบๆ ยังคงมีสีหน้างุนงง
แต่ก่อนหน้านี้หัวหน้าทีมก็เพิ่งจะลงโทษแผนกการผลิตที่สามอย่างหนักไปไม่ใช่เหรอ
หวังเจี่ยฟ่างส่ายหัวเบาๆ แล้วตบไหล่เพื่อน “นายนี่มันซื่อจริงๆ เลยนะ ดีแล้ว เป็นแบบนี้ต่อไปเถอะ”
“ผมเป็นผู้ชายนะ จะมาซื่อได้ยังไง” หูไท่หงเถียงกลับ
หวังเจี่ยฟ่างถึงกับไปไม่เป็น เขาจึงหยิบแก้วน้ำของตัวเองแล้วลุกไปรินน้ำแก้เก้อ ขณะที่กำลังเทน้ำร้อนลงแก้วนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นหัวหน้าหลิวเดินเข้ามาพอดี เขาจึงเอ่ยทัก
“หัวหน้าหลิว มาแล้วเหรอครับ”
หัวหน้าหลิวพยักหน้ารับ “หัวหน้าทีมของพวกคุณไปไหน”
“เถียนเมิ่งหย่าชวนไปเข้าห้องน้ำครับ”
“จะไปเข้าห้องน้ำทำไมต้องไปกันสองคนด้วย” หัวหน้าหลิวบ่นพึมพำ ก่อนจะหาเก้าอี้ว่างนั่งลงรอ
ไม่นานนัก เฉินชิงก็ควงแขนเถียนเมิ่งหย่าเดินคุยกันกลับเข้ามา เมื่อเห็นหัวหน้าหลิว เธอก็ทักทาย
“มีงานอะไรให้ทำเหรอคะ”
“เปล่าหรอก ฉันได้ยินว่าเธอให้คะแนนยอดเยี่ยมมา เลยจะขอดูสมุดบันทึกหน่อย”
“อ๋อ ค่ะ” เฉินชิงหยิบสมุดบันทึกยื่นให้เขาแต่โดยดี
หัวหน้าหลิวรับสมุดมาแล้วเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง
เขาเปิดดูบันทึกของเฉินชิงทีละหน้าอย่างละเอียด ลายมือของเธอสวยงามและเป็นระเบียบ การประเมินแต่ละแผนกก็ทำได้อย่างตรงไปตรงมาและมีเหตุผล แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการทำงานอย่างแท้จริง
ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ บารมีของเฉินชิงในโรงงานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พูดกันตามตรง แม้แต่ตัวเขาที่เป็นถึงหัวหน้าคณะกรรมการโรงงาน เวลาลงไปตรวจงานก็ยังไม่ได้รับความเกรงใจเท่ากับที่เฉินชิงได้รับเลย
เหล่าหลิวปิดสมุดลงด้วยความรู้สึกพึงพอใจ เขาไม่ได้รู้สึกอิจฉาในความสามารถของลูกน้อง แต่กลับรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจในตัวคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเช่นนี้
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ
“เข้ามาได้”
“หัวหน้าหลิวครับ แย่แล้ว! กลุ่มที่จัดงานแลกเปลี่ยนทะเลาะกันที่หน้างานครับ หัวหน้าทีมของเราไปห้ามแล้วแต่เอาไม่อยู่ แถมยังตีกันอีก ตอนนี้แผนกรักษาความปลอดภัยไปถึงแล้ว คุณรีบไปดูหน่อยเถอะครับ!”
“กำลังไปเดี๋ยวนี้แหละ”
หัวหน้าหลิวถอนหายใจยาว
งานแลกเปลี่ยนเป็นโครงการใหญ่ที่สำคัญ ทำไมคนพวกนี้ถึงได้สร้างแต่ปัญหาไม่เลิก!
ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน เฉินชิงก็ได้ยินข่าวเรื่องวุ่นวายนี้จากเถียนเมิ่งหย่า
“ตีกันแรงมากเลยเหรอ”
“ได้ยินมาว่าถึงขั้นหัวแตกต้องเย็บเลยนะ”
“โอ้โห ทำไมมันรุนแรงขนาดนั้นล่ะ”
“ก็เพราะหัวหน้าทีมจัดงานไม่เป็นธรรมน่ะสิ เธอก็รู้นี่ว่าคนในคณะกรรมการโรงงานเราน่ะ ส่วนใหญ่ก็เด็กเส้นทั้งนั้น ใครจะไปยอมใครง่ายๆ ตอนนี้หัวหน้าหลิวกำลังโดนผู้จัดการเสิ่นบ่นหูชาอยู่เลย ส่วนเลขาธิการพรรคหยางก็ต้องคอยเป็นคนกลาง”
“การเป็นหัวหน้านี่มันลำบากจริงๆ” เฉินชิงส่ายหัว ก่อนจะนึกขึ้นได้
“แล้วหัวหน้าทีมที่รับผิดชอบงานนั้นเป็นยังไงบ้าง”
“ได้ข่าวว่าโดนสั่งให้ขึ้นไปวิจารณ์ตัวเองตอนประชุมใหญ่”
“ค่อยยังชั่วหน่อย” เฉินชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก “โชคดีนะที่ไม่ใช่โดนปรับเป็นเงิน”
คนอื่นๆ ในสำนักงานที่ได้ยินบทสนทนาถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
การต้องขึ้นไปวิจารณ์ตัวเองต่อหน้าคนทั้งโรงงานมันน่ากลัวกว่าการเสียเงินเยอะเลยไม่ใช่หรือไง?!
[จบบท]