บทที่ 233: เรื่องวุ่นๆ ที่โรงเรียน
เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้นจากกลุ่มเด็กนักเรียนที่มุงดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ ประเด็นร้อนที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจก็คือเรื่องที่จ้าวกวางหรง พ่อของจ้าวเจี้ยนปิน ต้องโดนเย็บไปถึงสิบห้าเข็ม
แต่เพราะไม่มีใครเคยเห็นหน้าค่าตาของเขามาก่อน เรื่องเล่านี้จึงดูเหมือนจะเป็นแค่ข่าวลือที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ ทำให้เด็กๆ ต่างพากันจ้องมองจ้าวเจี้ยนปินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
จ้าวเจี้ยนปินถูกสายตาเหล่านั้นกดดันจนเกิดความโมโห เขาจึงระบายอารมณ์ด้วยการสะบัดเหมาเหมาที่เกาะเขาอยู่ออกไปอย่างแรง เฮ่ออวี้เสียงที่อยู่ใกล้ๆ พยายามจะเข้าไปรับแต่ก็ไม่ทัน ทำได้เพียงแค่ช่วยประคองเพื่อลดแรงกระแทกเท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้น เหมาเหมาก็ยังล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นอย่างจัง ความเจ็บแปลบที่แล่นขึ้นมาจากก้นทำให้เด็กน้อยเบะปาก น้ำตาเม็ดโตก็ร่วงเผาะลงมาไม่ขาดสาย
“ฉันจะไปฟ้องคุณครู พวกพี่รังแกคนอื่น!”
“เหอะ ก็แค่เด็กกะเปี๊ยก” จ้าวเจี้ยนปินแค่นเสียงอย่างไม่ใส่ใจ เขาเป็นถึงลูกชายของหัวหน้าแผนกขนส่งผู้ทรงอิทธิพล จะให้ไปกลัวคุณครูธรรมดาๆ ที่ไม่มีอำนาจอะไรได้ยังไงกัน ช่างเป็นเรื่องตลกสิ้นดี
เมื่อจัดการกับเหมาเหมาแล้ว เขาก็สาวเท้าเข้าไปหาเฮ่ออวี้เสียงที่ยืนอยู่ ก่อนจะเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสั่งสอน แต่เฮ่ออวี้เสียงกลับไหวตัวทันและหลบได้ทันควัน
ในจังหวะนั้นเอง เฮ่ออวี้ถิงที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็มุดฝูงชนเข้ามาดู พอเห็นว่าพี่ชายของเธอกำลังจะโดนทำร้าย สัญชาตญาณการปกป้องก็ทำงานทันที เธอเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นลูกกระสุนปืนใหญ่ พุ่งเข้าใส่จ้าวเจี้ยนปินอย่างไม่ลังเล
ศีรษะเล็กๆ ของเธอกระแทกเข้ากับหัวเข่าของเขาอย่างจัง ส่งผลให้จ้าวเจี้ยนปินที่ไม่ทันได้ตั้งตัวเสียหลักล้มหงายหลังลงไปนอนกับพื้น เสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากเด็กคนอื่นๆ ก็ดังกระหึ่มขึ้นมาทันที
ความอับอายและความโกรธแค้นประดังประเดเข้ามาในใจของจ้าวเจี้ยนปิน เขารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน
พอเห็นว่าเฮ่ออวี้เสียงกำลังจะเข้าไปช่วยพยุงน้องสาวของตัวเอง เขาก็ไม่รอช้า พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของเฮ่ออวี้เสียง แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังลั่นไปทั่วบริเวณ บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงในบัดดล แววตาของเฮ่ออวี้เสียงแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทลึกล้ำจนน่ากลัว หยางอี้เหอที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปตามคุณครูหลินทันที ส่วนคุณครูคนอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณนั้นกลับเลือกที่จะเบือนหน้าหนี ทำเป็นมองไม่เห็น ปล่อยให้เฮ่ออวี้ถิงและเหมาเหมาร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่ตรงนั้น
ลูกสมุนสองคนของจ้าวเจี้ยนปินเห็นว่าหัวหน้าของตนเอาจริงแล้ว ก็รีบเข้ามาช่วยล็อกแขนของเฮ่ออวี้เสียงไว้ทั้งสองข้าง พร้อมกับส่งยิ้มประจบประแจง
“พี่ครับ เด็กปากดีแบบนี้จัดการได้ตามสบายเลย”
จ้าวเจี้ยนปินใช้หลังมือตบหน้าเฮ่ออวี้เสียงซ้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้เฮ่ออวี้เสียงเบือนหน้าหลบ “จะหลบทำไม น้าของนายมันก็แค่ผู้หญิงชั้นต่ำคนหนึ่ง คนในครอบครัวก็คงไม่ต่างกัน”
“ถ้าอย่างนั้น พ่อของนายก็คงเป็นผู้แพ้ที่พ่ายให้กับผู้หญิงชั้นต่ำสินะ” เฮ่ออวี้เสียงสวนกลับ
“หึ นายคงรู้แล้วล่ะสิว่าที่น้าของนายต้องตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชแบบนั้นมันเป็นฝีมือของใคร ก็พ่อฉันเองนั่นแหละที่เป็นคนจัดการ” จ้าวเจี้ยนปินเผยรอยยิ้มอย่างผู้มีชัย
“เป็นไงล่ะ โกรธมากเลยใช่ไหม ถ้านายยังกล้าปากดีอีก พ่อฉันสามารถสั่งย้ายน้าของ่นายให้ไปทำงานในตำแหน่งที่แย่ยิ่งกว่านี้ได้อีกนะ”
เฮ่ออวี้เสียงขบกรามแน่น ดวงตาของเขาวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธแค้น จ้าวเจี้ยนปินเชยคางของเขาขึ้น เตรียมจะฟาดฝ่ามือลงไปอีกเป็นครั้งที่สาม แต่แล้วเสียงตะโกนของคุณครูหลินก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“นี่เธอกำลังทำอะไรกันน่ะ!”
คุณครูหลินรีบวิ่งเข้ามาผลักลูกสมุนสองคนนั้นออกไป แล้วหันไปเผชิญหน้ากับจ้าวเจี้ยนปิน “เธอเป็นเด็กห้องไหน พ่อแม่ของเธอคือใคร”
“พ่อแม่ของผมเป็นใครมันก็ไม่เกี่ยวกับครูหรอก” จ้าวเจี้ยนปินตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว เขาบิดคอเล็กน้อย เอามือล้วงกระเป๋า แล้วเดินเชิดหน้าจากไปท่ามกลางสายตาของทุกคน
คุณครูหลินโกรธจนตัวสั่น แต่เมื่อได้รู้ว่าเด็กคนนั้นคือลูกชายของหัวหน้าแผนกขนส่ง ความโกรธทั้งหมดก็เหมือนจะถูกดูดหายไปจนหมดสิ้น ได้แต่ยืนอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก เขามองหน้าเฮ่ออวี้เสียงสลับกับเหมาเหมา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
หลังจากพาเด็กทั้งสามไปล้างหน้าล้างตาแล้วก็ถึงเวลาเข้าเรียนพอดี คุณครูหลินจึงได้แต่พูดกับเฮ่ออวี้เสียง
“เธอกลับไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ให้น้าของเธอฟังนะ เขาน่าจะหาทางช่วยเธอได้ อย่างน้อยก็น่าจะทวงความยุติธรรมกลับมาให้เธอ”
เฮ่ออวี้เสียงรับคำ แต่เมื่อกลับถึงบ้าน เขากลับเลือกที่จะเก็บเรื่องทั้งหมดไว้เงียบๆ ไม่ยอมปริปากบอกใครแม้แต่คำเดียว เฮ่ออวี้ถิงเองก็อยากจะฟ้องน้า แต่ก็ไม่กล้าพอ
ในเมื่อขนาดคุณครูยังต้องเกรงกลัวอิทธิพลของพ่อเด็กคนนั้นเลย แล้วพวกเธอจะไปทำอะไรได้ เธอกลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้ว พี่ชายอาจจะต้องเจ็บตัวอีก หรือที่แย่กว่านั้นคือน้าอาจจะถูกกลั่นแกล้งให้ไปทำงานในที่ที่ลำบากกว่าเดิม
เฉินชิงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของเด็กทั้งสองคน แต่ไม่ว่าจะถามกี่ครั้งก็ไม่มีใครยอมเปิดปากพูด เธอจึงได้แต่หันไปบ่นกับเฮ่อหย่วน
“ดูสิ เด็กๆ โตกันหมดแล้ว เริ่มมีความลับเป็นของตัวเองแล้ว”
เฮ่อหย่วนที่กำลังใจลอยอยู่สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับ “ครับ”
“นี่คุณเป็นอะไรไป ใจลอยไปถึงไหนแล้ว” เฉินชิงรู้สึกเหมือนตัวเองถูกกีดกันออกจากวงโคจรของคนในบ้าน ในเมื่อเค้นความจริงจากเด็กๆ ไม่ได้ เธอก็ต้องหันมาจัดการกับเฮ่อหย่วนแทน
หญิงสาวเดินไปหยิบท่อนไม้เล็กๆ จากกองฟืนมาถือไว้ในมือ ทำทีเป็นกระบี่แล้วจี้ไปที่ไหล่ของเฮ่อหย่วน
“สารภาพมาซะดีๆ ว่าคุณไปทำอะไรมา”
เฮ่อหย่วนเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ พอเห็นแววตาสนุกสนานในดวงตาคู่นั้น เขาก็อดที่จะเล่นตามน้ำไม่ได้
“ต่อให้คุณทรมานผมจนตาย ผมก็ไม่มีวันบอก”
คำตอบของเขาทำให้เฉินชิงหลุดหัวเราะออกมา แต่แล้วเฮ่ออวี้เสียงก็เดินเข้ามาในครัวพร้อมกับใบหน้าที่เรียบเฉย “พวกน้าจะเลิกทำตัวเป็นเด็กๆ กันได้หรือยังครับ”
“จ้าๆ” เฉินชิงรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะยอมล่าถอยออกจากครัว ปล่อยให้เป็นพื้นที่ของผู้ชายสองคน
เฮ่อหย่วนก้มหน้าก้มตาหั่นผักต่อไป แล้วเอ่ยถามเฮ่ออวี้เสียงที่กำลังเติมฟืนใส่เตา
“ถูกรังแกมาใช่ไหม”
“เปล่าครับ”
เฮ่อหย่วนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ เมื่อน้ำมันในกระทะร้อนได้ที่ เขาก็ใส่ผักลงไปผัดจนเกิดเสียงดังฉ่า เขาใช้ตะหลิวผัดไปมาพลางพูดกับหลานชาย
“น้าของเธอเป็นห่วงพวกเธอมากนะ ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็อย่าปิดบังเขาเลย ไม่อย่างนั้นเขาจะเสียใจมาก”
“...ผมรู้ครับ” เฮ่ออวี้เสียงตอบเสียงอ่อย เขารู้ดีว่าน้าจะต้องออกโรงปกป้องพวกเขาอย่างแน่นอน แต่เขาก็กลัวว่าการทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้น้าต้องเดือดร้อน
“งั้นมาหาอาก็ได้”
คำพูดของเฮ่อหย่วนทำให้เฮ่ออวี้เสียงต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาทันที
เมื่อเฮ่อหย่วนทำอาหารเสร็จและยกไปตั้งที่โต๊ะ เฉินชิงก็จูงมือเฮ่ออวี้ถิงที่ล้างมือสะอาดแล้วเดินตามมาสมทบ
นับตั้งแต่ที่เฉินชิงเริ่มทำงาน ที่บ้านก็มีอาหารดีๆ กินแทบทุกวัน ยิ่งพอได้ตั๋วปันส่วนของเฮ่อหย่วนมาเสริมทัพ ก็ยิ่งไม่ต้องกังวลเรื่องที่มาของวัตถุดิบอีกต่อไป
แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังต้องระวังไม่ให้ถูกคนอื่นหมั่นไส้หาว่าใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยเกินงาม ดังนั้นมื้อเย็นวันนี้จึงเป็นเมนูง่ายๆ ไม่มีเนื้อสัตว์
จากที่เคยอัตคัดขัดสนมาตลอด พอได้มาใช้ชีวิตสุขสบายก็ยากที่จะกลับไปลำบากเหมือนเดิมได้ บนโต๊ะอาหารที่ไร้ซึ่งไข่เจียวและเนื้อสัตว์ทำให้เฉินชิงต้องส่งสายตาออดอ้อนไปให้เฮ่อหย่วน
“ไม่ต้องห่วง ผมสั่งเนื้อวัวสำหรับวันพรุ่งนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว”
รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฉินชิงทันที “ฉันรู้ว่าคุณดีที่สุดในโลกเลย”
เฮ่ออวี้เสียงที่มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ได้แต่ถอนหายใจ การมีความรักนี่มันช่างซับซ้อนจริงๆ แล้วอาของเขาก็เป็นคนที่เอาใจง่ายเสียเหลือเกิน
แค่น้าพูดจาหวานๆ หน่อยเดียวก็ยิ้มแก้มปริแล้ว ช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์สุขุมเยือกเย็นที่เขาเคยเห็นในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง
หลังจากทานอาหารเสร็จ เฮ่ออวี้เสียงก็ทำหน้าที่เก็บกวาดจานชามและต้มน้ำให้น้องสาวอาบ เฮ่ออวี้ถิงเดินเข้ามาหาพี่ชายด้วยท่าทีซึมๆ แล้วกระซิบถาม “เราจะไม่บอกน้าจริงๆ เหรอคะ ถ้าวันหลังเขามาตีพี่อีกจะทำยังไง”
“ค่อยว่ากันอีกที” การถูกตบหน้าต่อหน้าธารกำนัลทำให้เฮ่ออวี้เสียงรู้สึกอับอายและเจ็บใจ แต่เขาก็ยอมรับความจริงที่ว่าตัวเองยังเด็กและไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะสู้กลับได้ ตอนนี้คงทำได้แค่หลบหน้าไปก่อน ส่วนเรื่องแก้แค้นนั้นยังไม่สายเกินไป
“ก็ได้ค่ะ” เฮ่ออวี้ถิงตอบรับอย่างจำใจ เธอกลับเข้าห้องไปเล่นกับงูของเธอ พลางกระซิบกับมัน
“คราวหน้าถ้าเขามาแกล้งพี่ชายอีก ฉันจะปล่อยเธอออกไปจัดการเขานะ เธอต้องสู้ให้เต็มที่เลยนะ อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ กัดเขาให้จมเขี้ยวไปเลย ให้เขารู้ซะบ้างว่าพวกเราไม่ใช่คนที่ใครจะมารังแกได้ง่ายๆ”
เมื่อมีแผนสำรองไว้ในใจแล้ว เฮ่ออวี้ถิงก็รู้สึกสบายใจขึ้น วันรุ่งขึ้นเธอจึงตื่นมาด้วยความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เฉินชิงเห็นหลานสาวกลับมาร่าเริงเหมือนเดิมก็พลอยโล่งใจไปด้วย ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังโรงงานเครื่องจักร
ตอนนี้คนในแผนกเหล็กเก่าต่างก็ให้ความเคารพยำเกรงเธอเป็นอย่างมาก ในความเคารพนั้นยังเจือไปด้วยความระแวดระวัง
ขณะนี้ผู้บริหารโรงงานกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบการทุจริตของแผนกขนส่ง และหลังจากที่ได้ข้อสรุปเรื่องจำนวนเงินแล้ว พวกเขาก็จะได้รับเงินชดเชยพร้อมกับเงินเดือนในงวดถัดไป
ข่าวดีนี้ทำให้ทุกคนในแผนกเหล็กเก่าต่างพากันดีใจจนเนื้อเต้น และแน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณเฉินชิงที่เป็นคนเปิดโปงเรื่องนี้
ตอนนี้ทุกคนในแผนกต่างก็ยกให้เธอเป็นผู้นำอย่างไม่เป็นทางการไปแล้ว หัวหน้าทีมจางที่สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้จึงเอ่ยปากถามเฉินชิงว่าเธอสนใจที่จะชิงตำแหน่งหัวหน้าทีมอย่างเป็นทางการหรือไม่
“สนใจสิคะ” เธอไม่เพียงแค่สนใจ แต่ยังมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น นั่นคือการโค่นหัวหน้ากะกลางคืนลงให้ได้
เฉินชิงทำงานด้วยความมุ่งมั่น แต่แล้วเถียนเมิ่งหย่าก็เดินเข้ามาหาเธอด้วยดวงตาที่แดงก่ำ “เฉินชิง เธอออกมากับฉันหน่อยสิ”
เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ รีบเสนอตัวว่าจะทำงานแทนเธอ แต่เฉินชิงก็โบกมือปฏิเสธ
“ไม่เป็นไร ไม่นานหรอก”
เธอเดินตามเถียนเมิ่งหย่าออกไป แต่แล้วจู่ๆ เถียนเมิ่งหย่าก็กระชากข้อมือของเธออย่างแรงแล้วลากตรงไปยังโรงเรียนประถมของโรงงานเครื่องจักร
[จบบท]