บทที่ 234: เฉินชิงรายงาน
"เดี๋ยวก่อนๆ เธอจะลากฉันไปไหน ต้องบอกกันก่อนสิ ฉันยังต้องทำงานนะ" เฉินชิงยื้อตัวไว้สุดกำลัง ไม่ยอมขยับไปไหน
เถียนเมิ่งหย่าหันขวับกลับมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว "นี่เธอไม่รู้หรือไงว่าหลานๆ ของเธอโดนลูกชายของจ้าวกวางหรงซ้อมมาน่ะ"
สิ้นเสียงนั้น หัวใจของเฉินชิงก็พลันหล่นวูบ "นี่มันเรื่องอะไรกัน"
เถียนเมิ่งหย่าไม่รอช้า รีบสาธยายทุกเรื่องที่ไปได้ยินมาจากปากของซูม่านม่านให้ฟังทั้งหมด ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยความเดือดดาล
"ลูกชายของเขานี่มันเหิมเกริมเกินไปจริงๆ"
ความรู้สึกผิดหวังและเจ็บปวดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของเฉินชิง มิน่าล่ะ เมื่อวานเธอถึงรู้สึกว่าหลานทั้งสองคนดูแปลกไป ถามกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็เอาแต่ปิดปากเงียบ ไม่ยอมปริปากบอกอะไรเลย
"ไปกันเถอะ" เถียนเมิ่งหย่าเร่ง
เฉินชิงกลับรู้สึกโหวงๆ ในใจ "ถ้าออกนอกเขตโรงงานไปดื้อๆ แบบนี้ฉันโดนหักเงินเดือนแน่ เธอกลับไปที่คณะกรรมการโรงงานก่อนดีกว่า เดี๋ยวฉันจะลองไปคุยกับหลานๆ ดู"
"ฉันลางานมาเรียบร้อยแล้ว" พอเห็นว่าเฉินชิงยังตั้งท่าจะผลักไสไล่ส่งกันอีก เถียนเมิ่งหย่าก็เริ่มจะโมโหขึ้นมาจริงๆ
"นี่! ในสายตาเธอฉันเป็นคนแล้งน้ำใจขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันอุตส่าห์เห็นเธอเป็นพี่เป็นน้อง แต่เธอกลับทำท่ารังเกียจฉันอยู่ได้"
"ฉันไม่ได้รังเกียจเธอสักหน่อย..." เฉินชิงเริ่มปวดหัวตุบๆ
เถียนเมิ่งหย่าทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจ
เมื่อจนด้วยเหตุผล เฉินชิงเลยต้องยอมจำนน เดินไปแจ้งหัวหน้าทีมเพื่อขอลางานครึ่งวันเช้า
พอคนในแผนกเหล็กเก่าได้ยินว่าเธอจะลา ทุกคนก็พร้อมใจกันตบอกรับประกันเป็นเสียงเดียว
"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพวกเราจะช่วยกันทำงานส่วนของเธอเอง รับรองว่าจะไม่ให้กระทบกับคะแนนประเมินแน่นอน"
เฉินชิงทำได้เพียงส่งยิ้มแห้งๆ กลับไป "โอเค งั้นฉันไปก่อนนะ"
แล้วเธอก็เดินตามหลังเถียนเมิ่งหย่ามุ่งหน้าไปยังโรงเรียนประถมของโรงงานเครื่องจักร โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องอยู่
ซูม่านม่านแอบย่องตามมาห่างๆ เธอเดาได้ไม่ยากว่าเฉินชิงต้องไปเอาเรื่องให้หลานๆ แน่ จึงอยากจะมาเกาะขอบสนามดูละครฉากเด็ดด้วยตาตัวเอง
ข่าวลือที่ได้ยินมาบอกว่าหัวหน้าจ้าวคนนั้นเส้นใหญ่ไม่ใช่เล่น ขนาดเฉินชิงยังถูกเด้งไปอยู่แผนกเหล็กเก่าได้ ถ้าเขารู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนโดนเฉินชิงเล่นงานเข้าให้ มีหวังเฉินชิงได้กระเด็นออกจากโรงงานเครื่องจักรแหงๆ
ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน...
เฮ่อหย่วนจะต้องหันมามองและตกหลุมรักเธอ ส่วนหยางซิวจิ่นก็จะหลงเธอจนโงหัวไม่ขึ้น
แค่คิดภาพนั้น ซูม่านม่านก็เผลอยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ ถ้าสองหนุ่มสุดฮอตเกิดเปิดศึกชิงนางขึ้นมาจริงๆ เธอควรจะเลือกใครดีล่ะ
จะเลือกเฮ่อหย่วนดีไหมนะ แต่เขาก็ดูเย็นชาไปหน่อย พูดจาหวานๆ เอาใจก็ไม่เป็น คงจะน่าเบื่อพิลึก แต่ก็นะ... เขาก็หล่อเหลือร้าย ออร่ากระจายซะขนาดนั้น เป็นผู้ชายที่ดูดีที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอมาเลย ถ้าได้ควงไปไหนมาไหนคงจะเชิดหน้าชูตาได้ไม่น้อย
แล้วหยางซิวจิ่นล่ะ ตำแหน่งการงานก็ใหญ่โต เป็นถึงหัวหน้าแผนกพลาธิการ เงินเดือนก็ดี สวัสดิการก็เลิศ แถมยังรู้จักเอาใจใส่
เวลาอยู่ข้างนอกก็แสนจะอ่อนโยนจนใจละลาย ข้อเสียเป้งๆ คงมีแค่เรื่องที่เป็นพ่อม่ายลูกติด แต่ลูกสาวของเขาก็พอจะเอามาใช้งานเป็นคนรับใช้ได้ ถือว่าหยวนๆ กันไป
ซูม่านม่านกำลังตกอยู่ในห้วงความคิดที่สับสนวุ่นวาย แต่สองขาก็ยังคงก้าวตามเป้าหมายไปไม่หยุด
เธอพลาดฉากเด็ดที่เฉินชิงซัดกับจ้าวกวางหรง พลาดตอนที่เฉินชิงเล่นงานผู้จัดการเสิ่น หรือแม้แต่ตอนที่นำทีมบุกไปถึงแผนกขนส่งก็ไม่ได้เห็นกับตา
คราวนี้แหละ เธอจะต้องดูให้ได้ว่าเฉินชิงเวลาอาละวาดน่ะเป็นยังไง หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำให้เธอผิดหวังนะ
แต่การกระทำลับๆ ล่อๆ ของเธอก็ไม่รอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่แผนกรักษาความปลอดภัยไปได้ พวกเขาส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมงานคอยจับตาดูเธอไว้ทันที
ขณะเดียวกัน เฉินชิงที่เดินนำอยู่ข้างหน้าก็อยู่ในอารมณ์ขุ่นมัวสุดๆ พอไปถึงห้องเรียนของเฮ่ออวี้เสียง เธอก็เคาะประตูด้วยใบหน้าเย็นชา
"คุณครูคะ ขอโทษที่รบกวนค่ะ ฉันมาหาเฮ่ออวี้เสียงกับเฮ่ออวี้ถิง"
คุณครูหลิวจำเฉินชิงได้ จึงรีบอนุญาตให้เด็กทั้งสองคนออกไปหา
สองพี่น้องเดินออกมาจากห้องด้วยความงุนงง
ที่นั่งด้านใน เหมาเหมา ชะเง้อคอจนยาวเป็นยีราฟ พยายามมองว่าเกิดอะไรขึ้น จริงๆ เขาก็อยากจะยกมือถาม แต่พอเห็นสีหน้าน่ากลัวของน้าสาวแล้วก็ไม่กล้า
"หยางอี้เหอ เธอเห็นไหมว่าเขาคุยอะไรกัน"
หยางอี้เหอที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดส่ายหัว "ไม่เห็นเลย มันไกลไป"
เฉินชิงพาหลานทั้งสองคนไปยังสนามเด็กเล่นของโรงเรียน ก่อนจะเปิดฉากถามแบบไม่อ้อมค้อม "เมื่อวานโดนอัดมาใช่ไหม"
หัวใจของเฮ่ออวี้เสียงหล่นวูบอีกครั้ง เขาสบตาน้าสาวแล้วพยักหน้ารับ
"แล้วทำไมไม่บอกน้า"
"น้าก็เจ็บตัวทุกวันอยู่แล้ว ถ้าเกิดน้าต้องย้ายไปแผนกที่แย่กว่านี้แล้วตายไปจะทำยังไงล่ะครับ"
สำหรับพวกเขาแล้ว น้าคือคนที่ใกล้ชิดที่สุด เขาไม่อยากให้เธอต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ ไปมากกว่านี้
เพียงประโยคเดียว ความหงุดหงิดทั้งหมดของเฉินชิงก็มลายหายไป เหลือเพียงความรู้สึกจุกๆ ที่แล่นขึ้นมาในอก
"ต่อให้เป็นแบบนั้นก็ต้องบอกน้าสิ งานมันจะสำคัญไปกว่าพวกเธอได้ยังไง"
"ก็มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสักหน่อยนี่ครับ" เฮ่ออวี้เสียงพึมพำแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างเก้ๆ กังๆ
เฉินชิงพลันนึกถึงเรื่องราวในนิยายที่บรรยายลักษณะของเฮ่ออวี้เสียงไว้ เขาเป็นคนที่มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายแฝงความดุดันและสูงส่ง ตอนที่กุมอำนาจ แม้ภายนอกจะดูน่าเกรงขาม
แต่ภายในกลับเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น ใครเคยล่วงเกินเขาไว้แม้เพียงเล็กน้อยตั้งแต่เด็ก เขาก็จะจดจำไม่เคยลืม พอถึงเวลาว่างๆ ก็จะลากคนเหล่านั้นออกมาทรมานเพื่อชดเชยปมในใจวัยเด็ก
แล้วการที่โดนตบหน้าฉาดใหญ่ขนาดนี้ เขาจะยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ ได้อย่างไร
"เดี๋ยวน้าจะไปทวงความยุติธรรมคืนให้เอง"
"ไม่ต้องหรอกครับ" เฮ่ออวี้เสียงรีบห้าม
"เก็บความแค้นเอาไว้มันไม่ดีต่อตัวเองหรอกนะ" เฉินชิงไม่อยากให้วัยเด็กของหลานชายต้องมีแต่ความทรงจำที่มืดมน
"อีกอย่าง ถ้าทำตามวิธีที่เธอบอก น้าก็แค่ขายงานทิ้งไปซะ ถ้าไม่ได้เป็นพนักงานของที่นี่แล้ว การจะสั่งสอนใครสักคนเพื่อระบายอารมณ์ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร"
เฉินชิงเอื้อมมือไปลูบผมสั้นๆ ของเขาอย่างแผ่วเบา "น้าของเธอรู้ว่าควรทำยังไงน่า"
ขอบตาของเฮ่ออวี้เสียงร้อนผ่าวขึ้นมา
เขามองตามแผ่นหลังของน้าสาวที่เดินจากไป ก่อนจะจูงมือน้องสาวกลับเข้าห้องเรียน เหมาเหมาที่นั่งรออยู่ข้างๆ รีบยิงคำถามรัวๆ ว่าน้าพูดอะไรบ้าง แต่เฮ่ออวี้เสียงไม่มีกะจิตกะใจจะตอบเลยสักนิด
ในหัวของเขาตอนนี้มีแต่ความคิดที่ว่า... เมื่อไหร่เขาจะโตเป็นผู้ใหญ่สักที จะได้แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องน้าได้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับเรื่องเลวร้ายอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้
หลังจากแยกกับหลานๆ เฉินชิงก็หันไปถามเถียนเมิ่งหย่าทันที
"อยากได้งานของฉันไหมล่ะ ขายให้ราคาเพื่อนเลย 300 หยวน"
"เธอจะทำแบบนั้นจริงๆ เหรอ"
"อืม" เฉินชิงเลิกคิ้ว
"ว่าไง ซื้อไม่ซื้อ"
เถียนเมิ่งหย่าส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่เอาหรอก"
ต่อให้เธอซื้อมา สุดท้ายก็ต้องยกให้พวกลูกพี่ลูกน้องอยู่ดี เท่ากับเสียเงินซื้อชุดเจ้าสาวให้คนอื่นใส่ชัดๆ
เฉินชิงพยักหน้ารับรู้ "โอเค งั้นฉันไปถามคนที่แผนกเหล็กเก่าดูแล้วกัน"
เถียนเมิ่งหย่าเม้มริมฝีปาก "ตามใจ"
เมื่อกลับมาถึงแผนกเหล็กเก่า เฉินชิงก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอปีนขึ้นไปบนกองเศษเหล็กขนาดมหึมา แล้วตบมือเรียกความสนใจ
"ทุกคน หยุดมือสักนาที ฉันมีเรื่องจะประกาศ"
สิ้นเสียงของเธอ ทุกคนก็วางมือจากงานที่ทำอยู่ทันที
หัวหน้าทีมจางถึงกับพูดไม่ออก... ได้แต่คิดในใจว่า ไม่ได้อิจฉาเลยจริงๆ ไม่ได้อิจฉาเล้ย
เขามองเฉินชิงที่ยืนโดดเด่นอยู่บนยอดกองเศษเหล็กด้วยความสงสัยว่าเธอจะมาไม้ไหนอีก
เฉินชิงประกาศก้อง "ฉันจะขายตำแหน่งงานของฉัน ราคาตลาดตอนนี้อย่างต่ำๆ ก็ 500 หยวน แต่ฉันขายแค่ 400 หยวน ใครมีเงินสดมาจ่ายตอนนี้ เราไปเซ็นเอกสารโอนย้ายที่ฝ่ายบุคคลกันได้เลย"
ทุกคนต่างพากันงงเป็นไก่ตาแตก นี่เธอเล่นตลกอะไรกัน
"ฉันได้งานใหม่ที่ดีกว่านี้แล้ว" เฉินชิงเฉลย
เพียงเท่านั้น ทุกคนก็กระจ่างแจ้ง โดยเฉพาะคนที่มีลูกหลานถูกส่งไปเป็นปัญญาชนอยู่ต่างเมือง รีบยกมือขึ้นตะโกนสุดเสียง "ฉันเอา"
"ได้เลย งั้นคุณกลับไปเอาเงินมา ฉันรอตรงนี้"
"ตกลง"
ชายคนนั้นดีใจราวกับถูกรางวัลที่หนึ่ง รีบวิ่งกลับบ้านไปเอาเงินทันที ลืมแม้กระทั่งจะขออนุญาตลางาน
ส่วนคนที่เหลือซึ่งชวดโอกาสไปก็ได้แต่ยืนทอดถอนใจด้วยความเสียดาย งานดีราคาถูกแค่ 400 หยวนแบบนี้ หาจากไหนได้อีกล่ะ
หัวหน้าทีมจางยืนเก้ๆ กังๆ ไม่รู้จะทำตัวยังไงดี เขาควรจะรายงานเรื่องนี้ให้เบื้องบนทราบไหมนะ
ตามปกติแล้ว การโอนย้ายตำแหน่งคนงานธรรมดาๆ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรายงาน แต่ปัญหาก็คือ... นี่มันเฉินชิงนะ เธอไม่ใช่คนธรรมดา
แล้วเขาควรจะรายงานดีไหม ถ้ารายงานไปจะโดนมองว่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่หรือเปล่า แต่ถ้าไม่รายงาน แล้วเกิดเรื่องขึ้นมาทีหลัง ใครจะรับผิดชอบ
หลังจากชั่งใจอยู่นาน หัวหน้าทีมจางก็ตัดสินใจพูดปรามไปเบาๆ
"สหายเฉิน การซื้อขายตำแหน่งงานกันอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้มันผิดกฎนะ"
เฉินชิงไม่ตอบอะไร เพียงแค่กวาดสายตามองไปรอบๆ
ทุกคนในแผนกต่างพร้อมใจกันประสานเสียง "พวกเรามองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น"
[จบบท]