บทที่ 236: บทเรียนราคาแพง
ใครๆ ในโรงงานต่างก็รู้ดีว่าภูมิหลังของเฮ่อหย่วนนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เขาเป็นทายาทของชนชั้นนายทุน ซึ่งเป็นสถานะที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่สุดในยุคนี้
ตามหลักแล้วเขาควรจะต้องใช้ชีวิตอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว คอยเขียนรายงานวิจารณ์ตัวเอง และถูกส่งไปทำงานที่ทั้งสกปรกและลำบากที่สุด แต่ความจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น
เฮ่อหย่วนใช้ความสามารถด้านการวิจัยที่หาตัวจับยากเป็นเกราะกำบัง ทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดาได้อย่างสง่าผ่าเผย เฉินชิงไม่เคยคิดจะขุดคุ้ยหรอกว่าเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง
แต่เธอก็รู้ดีว่าเส้นทางของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างแน่นอน
ในสังคมที่การเมืองเป็นใหญ่ ทหารย่อมปกป้องลูกสาวนายทุนได้ฉันใด สมาชิกพรรคก็สามารถเป็นร่มเงาให้ทายาทนายทุนได้ฉันนั้น เฉินชิงเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดีกว่าใคร
นี่คือเหตุผลหลักที่ในชีวิตก่อนเธอไม่เคยชายตามองเรื่องความรัก เพราะรู้ตัวดีว่าเป้าหมายในชีวิตของเธอมันยิ่งใหญ่และยากเย็นกว่าคนอื่น
การมีความรักก็ไม่ต่างอะไรกับการสร้างจุดอ่อนให้ตัวเอง เธอจึงเลือกที่จะทุ่มเททั้งชีวิตและจิตใจให้กับความฝันเพียงอย่างเดียว
แต่ชีวิตนี้กลับต่างออกไป การได้พบกับเฮ่อหย่วนทำให้เธอได้รู้จักความรักเป็นครั้งแรก และยังได้สัมผัสถึงความรู้สึกของการเป็นที่รักอีกด้วย มันเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้คนสองคนซึ่งไม่เคยมีความรักมาก่อนต้องมาเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากันอย่างทุลักทุเล
เฮ่อหย่วนคือชายผู้มีชีวิตจิตใจผูกติดอยู่กับการวิจัย เขาอุทิศตนเพื่อสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติอย่างแท้จริง และนั่นทำให้เฉินชิงอยากจะเห็นเขาได้ยืนอยู่ในจุดที่คู่ควร ได้รับเกียรติยศที่เขาสมควรจะได้รับ
แม้ในอนาคตอาจจะมีคนตราหน้าว่าเธอเป็นพวกคลั่งรัก แต่ความรู้สึกมั่นคงและอุ่นใจที่ได้รับจากเขา มันทำให้เธออยากจะรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ให้ดีที่สุด เธอแค่อยากจะรักผู้ชายคนนี้ให้ดีที่สุด ไม่ว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร เธอก็พร้อมจะยอมรับมัน
ทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดีตามแผนที่เธอวางไว้ แต่แล้วก็มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น เมื่อหลานๆ ของเธอถูกรังแกจนทำให้แผนการทุกอย่างต้องพังทลายลง!
เฉินชิงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่าน ขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ริมฝีปากบางเม้มแน่นจนสั่นระริก สายตาที่เธอมองไปยังจ้าวกวางหรงในตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับการมองร่างไร้วิญญาณ
สัญชาตญาณของจ้าวกวางหรงร้องเตือนภัยเสียงดังลั่น แววตาของเฉินชิงไม่ได้บอกแค่ว่าอยากจะซ้อมเขา แต่มันบอกว่าเธอพร้อมที่จะฆ่าเขาทิ้งตรงนี้ได้เลย! เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"เธออย่าทำอะไรบ้าๆ นะ ถ้าเธอแตะต้องฉันแม้แต่ปลายนิ้ว ฉันจะแฉเรื่องชาติกำเนิดของหมอนั่นให้ทุกคนรู้!"
เสียงข่มขู่ของจ้าวกวางหรงดังก้องอยู่ในหัวของเฉินชิง ความคิดที่จะสั่งสอนคนตรงหน้ามันรุนแรงจนแทบจะควบคุมไว้ไม่อยู่ แต่แล้วเสียงทุ้มที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมา ช่วยดึงสติของเธอกลับมา
"เฉินชิง"
เธอหันขวับไปตามเสียง แล้วภาพของชายหนุ่มที่คุ้นเคยก็ปรากฏแก่สายตา กำแพงความเข้มแข็งที่สร้างไว้พังทลายลงในพริบตา ขอบตาของเธอแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง
"เฮ่อหย่วน ฉันไม่มีงานทำแล้ว" เฮ่อหย่วนรีบสาวเท้าเข้ามาหา เขาวางมือบนไหล่เธอเบาๆ
"ไม่เป็นไรนะ เงินเดือนของผม ผมให้คุณจัดการทั้งหมดอยู่แล้ว ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ เราก็แค่หาทางซื้องานใหม่ก็ได้"
เฉินชิงซบหน้าลงกับไหล่กว้างของเขา เสียงที่เปล่งออกมาสั่นเครือ "ฉันคงไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้วล่ะ"
"คุณเป็นคนที่มีอุดมการณ์แรงกล้ามากพออยู่แล้ว" เฮ่อหย่วนพูดปลอบใจ เขารวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วลูบหลังเธอเบาๆ ต่อหน้าสายตาของผู้คนมากมาย
"คุณทำดีที่สุดแล้วจริงๆ"
"แต่ว่า..." เฉินชิงเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดประโยคที่อยู่ในใจออกมาเสียงแผ่วเบา
"ฉันตั้งใจว่าจะปกป้องคุณ แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ" เสียงของเธอเบาจนแทบจะจมหายไปกับสายลม มีเพียงเขาที่ได้ยิน แต่สำหรับเฮ่อหย่วนแล้ว มันกลับดังก้องกังวานไปทั่วทั้งโลกของเขา
ความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบายได้เอ่อล้นขึ้นมาในใจ เขารู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบหดแคบลง เหลือเพียงเขากับเธอสองคนเท่านั้น
แขนทั้งสองข้างของเขาโอบรัดร่างบางไว้แน่นโดยอัตโนมัติ ความรักที่อัดอั้นอยู่ข้างในมันถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรงจนเขาตั้งรับไม่ทัน แต่เขาก็ยอมจำนนต่อมันอย่างเต็มใจ
เฉินชิงเงยหน้าขึ้นจากไหล่ของเขา กะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง เมื่อกี้นี้เธอยังรู้สึกเสียใจอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับถูกเขากอดแน่นเสียจนแทบหายใจไม่ออก
แรงกอดมหาศาลนี่มันเหมือนกับจะหลอมรวมร่างเธอให้เป็นหนึ่งเดียวกับเขาเลย ความเศร้าหมองเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือไว้แต่ความรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก
"เฮ่อหย่วน ฉันว่าฉันกำลังจะขาดอากาศหายใจตายเพราะคุณแล้วนะ"
"ผม...ผมขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ" เฮ่อหย่วนสะดุ้งสุดตัว รีบคลายอ้อมแขนออกทันที เขาจ้องหน้าเธอด้วยความเป็นห่วง
"คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม" ดูเหมือนว่าเมื่อกี้เขาจะตื่นเต้นไปหน่อย
เฉินชิงพยักหน้าหงึกๆ "ยังหายใจอยู่"
การที่เขาเข้ามากอดเธออย่างเปิดเผยกลางวันแสกๆ แบบนี้ ทำให้ใบหูของเฮ่อหย่วนเปลี่ยนจากสีชมพูระเรื่อเป็นสีแดงก่ำอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สีแดงนั้นจะลุกลามไปทั่วทั้งใบหน้าและต้นคอ
"คราวหน้าผมจะระวังให้มากกว่านี้ครับ"
เฉินชิงส่งยิ้มให้เขา "ค่ะ"
เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับจ้าวกวางหรงอีกครั้ง แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบในชั่วพริบตา ขาขวาของเธอตวัดขึ้นสูงแล้วฟาดเข้าไปที่กลางอกของเขาอย่างจัง ส่งผลให้ร่างของจ้าวกวางหรงเซถอยหลังไปหลายก้าว เฉินชิงลดขาลงอย่างใจเย็น
"หมาดีๆ ที่ไหนเขาไม่ขวางทางคนอื่นกันหรอกนะ"
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาทุกคนที่มุงดูอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง นี่มัน...พลิกบทกันเร็วจนตามไม่ทันเลย
จ้าวกวางหรงเองก็ไม่ทันตั้งตัว เขาโดนเตะเข้าไปเต็มๆ จนจุก โทสะที่คุกรุ่นอยู่แล้วยิ่งปะทุขึ้นจนใบหน้าแดงก่ำ
"เฉินชิง ฉันไม่ปล่อยเธอไปแน่ แล้วก็แก..." ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดจบ เสียงฆ้องที่ดังขึ้นเพื่อบอกเวลาเลิกเรียนก็กลบเสียงของเขาจนหมดสิ้น คลื่นมหาชนตัวน้อยพากันกรูกรูออกจากอาคารเรียนเหมือนฝูงผึ้งแตกรังเพื่อมามุงดูเรื่องสนุก
เฉินชิงหันไปทางอาจารย์ใหญ่ "รบกวนนำทางด้วยค่ะ"
อาจารย์ใหญ่กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ "ดะ...ได้ครับ"
เขากำลังจะเดินนำไปยังห้องเรียนของจ้าวเจี้ยนปิน แต่เจ้าตัวก็เดินลงบันไดมาพอดี ฝูงชนต่างพร้อมใจกันแหวกทางให้โดยอัตโนมัติ
จ้าวเจี้ยนปินเพิ่งจะเดินลงมาก็เห็นพ่อตัวเองล้มคว่ำอยู่กับพื้น เขารีบวิ่งเข้าไปประคอง เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นหญิงสาวคนดังที่ปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์
เขารู้อยู่แล้วว่าเธอสวย แต่ก็ไม่คาดคิดว่าตัวจริงจะส่งผลกระทบต่อสายตาได้รุนแรงขนาดนี้
ความงามของเธอเป็นความงามที่จัดจ้านและเปิดเผย เหมือนภาพวาดดอกไม้อันวิจิตรบนผืนผ้าไหมที่งดงาม สดใสและเจิดจ้าเสียจนคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์ที่เขาเคยพบเจอต้องชิดซ้าย
"เธอคือ...เฉินชิง" ประโยคสั้นๆ เพียงประโยคเดียวกลับทำหน้าที่เหมือนน้ำมันที่ถูกสาดเข้ากองไฟ
สถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่แล้วยิ่งระอุขึ้นไปอีก บรรดานักเรียนต่างพยายามเบียดเสียดกันเข้ามาเพื่อยลโฉมหญิงสาวในตำนานให้ชัดๆ
เมื่อเห็นว่าเธอสวยสะพรั่งจริงๆ ก็อดรู้สึกภาคภูมิใจไปด้วยไม่ได้ ก็แหม...พวกเขาทุกคนต่างก็เป็นลูกหลานของคนในโรงงานเครื่องจักรเหมือนกันนี่นา
แล้วสายตาของเด็กๆ ก็เหลือบไปเห็นผ้าพันแผลหนาเตอะบนศีรษะของจ้าวกวางหรง เสียงซุบซิบก็เริ่มดังขึ้น
"ฉันได้ยินมาว่าพ่อของจ้าวเจี้ยนปินโดนเฉินชิงอัดซะน่วมจนต้องเย็บไปตั้ง 15 เข็มแน่ะ"
"เรื่องนี้ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นแหละ! ฉันยังรู้ด้วยนะว่าผู้จัดการเสิ่นก็โดนเหมือนกัน!"
"นี่ยังไม่นับหัวหน้าหยางนะ รายนั้นโดนเฉินชิงตบหน้าไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่านักเรียนดังขึ้นไม่ขาดสาย พวกเขารู้ลึกรู้จริงเรื่องซุบซิบในโรงงานดีเสียยิ่งกว่าอะไร
ผู้จัดการเสิ่นที่ยืนอยู่ในเหตุการณ์ได้แต่ทนฟังด้วยความรู้สึกเหนื่อยใจ อนาคตของชาติพวกนี้ ทำไมถึงได้ให้ความสนใจแต่เรื่องไร้สาระแบบนี้กันนะ!
เฉินชิงไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เธอจ้องหน้าจ้าวเจี้ยนปินนิ่ง แล้วยื่นคำขาด "ตบหน้าตัวเอง 10 ทีซะ แล้วฉันจะปล่อยเรื่องนี้ไป"
"เธอกล้าดียังไง!" จ้าวกวางหรงตะคอกลั่นด้วยความโกรธ จ้าวเจี้ยนปินที่อยู่ในวัย 16 ปี ซึ่งเป็นวัยที่ศักดิ์ศรีสำคัญกว่าชีวิต เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินชิงที่จงใจหยามเขาต่อหน้าคนมากมาย ความโกรธก็พุ่งขึ้นจนดวงตาแดงก่ำ
"อย่าทำตัวให้มันมากนักนะ!"
"ฉันจะนับแค่สาม"
"ถ้าไม่ทำ ฉันจะลงมือเอง"
"สาม…สอง…หนึ่ง"
"เฮ้อ...ไม่รู้จักเรียนรู้เอาซะเลย"
ว่าจบ เฉินชิงก็กระชากคอเสื้อของจ้าวเจี้ยนปินเข้ามาใกล้ เธอสบตากับแววตาที่ทั้งสับสนและหวาดกลัวของเขา ก่อนจะยกมุมปากขึ้นช้าๆ แล้วปล่อยหมัดออกไป
หมัดของเธอแหวกอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว เสียงทื่อๆ ของข้อนิ้วที่กระทบเข้ากับโหนกแก้มดังขึ้นอย่างชัดเจน จ้าวเจี้ยนปินเซถอยหลังไปสองสามก้าว ในแววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"นี่เธอ..." เขายังพูดไม่ทันจบประโยค หมัดที่สองของเฉินชิงก็สวนเข้าไปที่ท้องของเขาอย่างจัง ร่างของจ้าวเจี้ยนปินงอลงเป็นตัวกุ้ง ใบหน้าของเขาเหยเกด้วยความเจ็บปวดสุดขีด
เฉินชิงยังไม่หยุดแค่นั้น เธอกระชากคอเสื้อของเขาให้ต่ำลงอีก ก่อนจะยกเข่าขึ้นกระแทกเข้าที่ชายโครงของเขาอย่างแม่นยำ
เสียงกระดูกกระทบกันดังกร๊อบจนคนที่มุงดูอยู่ต้องสูดปากด้วยความเสียวไส้ จ้าวเจี้ยนปินโดนเข้าไปสามชุดติดกันจนสติแทบหลุดลอย
เฉินชิงปล่อยมือจากคอเสื้อของเขา แล้วผลักร่างที่อ่อนปวกเปียกนั้นไปให้จ้าวกวางหรงเหมือนกำลังโยนเศษผ้า
"แผนกรักษาความปลอดภัย!!!"
"เรียกคนของแผนกรักษาความปลอดภัยมาเดี๋ยวนี้!!"
"ลูกชายฉันโดนทำร้าย!" จ้าวกวางหรงเห็นสภาพของลูกชายที่คุกเข่าโก่งคออาเจียน เลือดกำเดาไหลไม่หยุด แถมซี่โครงยังน่าจะหักอีก เขาจึงตะโกนเรียกหาความช่วยเหลืออย่างบ้าคลั่ง
เฮ่อหย่วนเดินเข้ามาใกล้เฉินชิง แล้วมองที่มือของเธอด้วยความเป็นห่วง
"เจ็บมือไหม" คำถามของเขาทำให้เฉินชิงถึงกับไปไม่เป็น
ส่วนคนอื่นๆ นี่ไม่ต้องพูดถึง พากันเงียบกริบยิ่งกว่าเดิม นี่คุณตาบอดหรือยังไงกันนะ! ไม่เห็นหรือไงว่าฝ่ายหญิงน่ะดุยิ่งกว่าอะไรดี!
ผู้จัดการเสิ่นส่ายหัวอย่างระอา เขาสงสัยอย่างจริงจังว่าสมองส่วนที่ใช้จัดการเรื่องความรู้สึกของเฮ่อหย่วนคงจะผิดปกติไปแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดอะไรที่ไม่เข้ากับสถานการณ์แบบนี้ออกมา
จ้าวกวางหรงจ้องเฉินชิงตาเขม็ง "เฉินชิง ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่! เธอคอยดูได้เลย! เรื่องนี้ถ้าเธอไม่ตายฉันก็ต้องตาย!"
"ไม่ต้องสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่งหรอก จ้าวกวางหรง คุณมีความผิดฐานยักยอกสถานะแรงงานต้นแบบ ยักยอกเงินจำนวนมหาศาล พุ่งเป้าโจมตีสหายผู้เป็นแบบอย่าง”
“ตอนนี้คณะกรรมการปฏิวัติและหน่วยงานตำรวจจะทำการจับกุมคุณแล้ว รีบสวมกุญแจมือแต่โดยดี"
[จบบท]