บทที่ 253: อย่าแกล้งเหมาเหมานะ! (ฟรี)
เฉินชิงยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริงตรงหางตา แสร้งทำเป็นใจสลายสุดๆ กับเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำเอาคนมองอย่างเฮ่ออวี้ถิงถึงกับรู้สึกผิดจนต้องรีบออกปากปลอบ
"คุณน้าคะ... คือ... ครั้งหน้าถ้าหนูจะแต่งงานอีก หนูสัญญาว่าจะบอกคุณน้าก่อนเลยค่ะ"
"โอเค... ได้จ้ะ" เฉินชิงรับคำอย่างเสียไม่ได้
"งั้นตอนนี้หนูรีบไปง้อพี่เขาหน่อยเป็นไง พี่ชายของหนูทั้งโกรธทั้งเสียใจขนาดนั้น ป่านนี้ไม่รู้ว่าแอบไปร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่คนเดียวหรือเปล่า"
พอได้ยินแบบนั้น ใบหน้าเล็กๆ ของเฮ่ออวี้ถิงก็หงอยลงทันที หลังจากยืนลังเลอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเธอก็กำหมัดแน่นเป็นการให้กำลังใจตัวเองแล้วประกาศกร้าว
"หนูจะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ!"
เด็กหญิงตัวน้อยเดินไปที่หน้าห้องของพี่ชายด้วยท่าทางมุ่งมั่น เธอเคาะประตูเบาๆ
"พี่จ๋า เปิดประตูให้หนูหน่อย"
"อย่ามายุ่งกับพี่!" เสียงตะโกนหงุดหงิดของเฮ่ออวี้เสียงดังลอดออกมา
เฮ่ออวี้ถิงถึงกับไหล่ลู่คอตก เธอหันกลับไปมองน้าที่ยืนให้กำลังใจอยู่ห่างๆ แล้วทำปากขมุบขมิบโดยไม่มีเสียงส่งออกมา "พี่เขาไม่สนใจหนูเลยค่ะ"
เฉินชิงเห็นดังนั้นจึงทำท่ายกมือสองข้างผลักไปข้างหน้า เป็นสัญญาณให้หลานสาวลุยต่อได้เลย
เฮ่ออวี้ถิงพยักหน้ารับรู้ เธอตัดสินใจผลักประตูเข้าไปอย่างแรง ภาพที่เห็นคือพี่ชายนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงด้วยบรรยากาศมาคุ เธอไม่รอช้ารีบวิ่งปรี่เข้าไปหาทันที ส่วนเฉินชิงก็อาศัยจังหวะนี้ย่องไปแอบฟังบทสนทนาของสองพี่น้องที่ข้างหน้าต่าง
"น้องแต่งงานแล้วนี่ ต่อไปก็ต้องย้ายออกจากบ้านไปใช่ไหม" เฮ่ออวี้เสียงเปิดฉากด้วยประโยคตัดรอน
"ทำไมล่ะคะ ก็ถ้าคุณน้าแต่งงานกับคุณอา น้าก็ยังอยู่ที่บ้านของเราเหมือนเดิมนี่นา"
พอเห็นว่าพี่ชายทำท่าเหมือนจะทอดทิ้งกันจริงๆ เฮ่ออวี้ถิงก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมา ดวงตากลมโตเริ่มแดงก่ำ ไม่นานน้ำตาเม็ดเป้งก็ร่วงเผาะๆ ลงมาอาบแก้ม
ก่อนหน้านี้เฮ่ออวี้เสียงตั้งปณิธานกับตัวเองไว้อย่างแน่วแน่ ว่าตราบใดที่น้องสาวยังไม่ยอมเอ่ยปากขอโทษ เขาก็จะไม่ยอมมองหน้าเธอเป็นอันขาด
แต่เสียงสะอื้นที่ได้ยินกลับทำให้กำแพงในใจพังทลายลงมา... ก็น้องสาวของเขาเพิ่งจะ 5 ขวบเท่านั้นเอง ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ ที่ไม่ประสีประสาอะไรเลย การทำผิดทำพลาดมันก็เป็นเรื่องธรรมดาของเด็กไม่ใช่หรือ
เอาเถอะ... มองสักหน่อยก็แล้วกัน
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เฮ่ออวี้เสียงจึงตัดสินใจเหลียวไปมอง แต่ก็แค่วูบเดียวจริงๆ เร็วซะจนแทบจะเห็นเป็นภาพซ้อน
"หยุดร้องได้แล้ว"
"พี่ก็อย่าโกรธหนูสิ" เด็กหญิงยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาป้อยๆ
"เมื่อกี้คุณน้าเพิ่งสอนหนูเอง ว่าถ้าจะแต่งงานต้องบอกทุกคนก่อน ความจริงหนูก็อยากจะบอกคุณน้ากับพี่นั่นแหละค่ะ”
“แต่เห็นพวกเรากำลังยุ่งเรื่องหาเงินกันอยู่ หนูกลัวว่าจะไปกวน... หนูสัญญานะ ต่อไปนี้ไม่ว่าพวกเราจะยุ่งแค่ไหน หนูก็จะบอกเรื่องสำคัญทุกอย่างเลย ดีไหมคะ"
คำพูดซื่อๆ ของเด็กน้อยทำให้ทั้งเฮ่ออวี้เสียงและเฉินชิงที่แอบฟังอยู่ถึงกับใจหายวาบ ที่ผ่านมาพวกเขามักจะเห็นเธอยืนมองดูพวกเขาทำงานวุ่นวายอยู่เสมอ
แล้วเด็กน้อยก็จะหมุนตัวกลับเข้าห้องไปอย่างเงียบเชียบ ไม่เคยส่งเสียงดังรบกวนหรือก่อเรื่องวุ่นวายให้ปวดหัวเลยสักครั้ง บางครั้งเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ เธอก็ยังอุตส่าห์ขยันขันแข็งช่วยทำงานบ้านต่างๆ มากขึ้นไปอีก
กำแพงในใจของเฮ่ออวี้เสียงทลายลงอย่างสิ้นเชิง เขาหันไปเช็ดน้ำตาให้น้องสาวอย่างอ่อนโยน "ก็ได้ ต่อไปนี้มีอะไรต้องบอกพี่ก่อนนะ"
"ค่ะ!" เฮ่ออวี้ถิงพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย
หลังจากปรับความเข้าใจกับพี่ชายได้สำเร็จ เฮ่ออวี้ถิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินไปตักน้ำร้อนในครัวเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำ
เฉินชิงเห็นหลานทั้งสองกลับมาคืนดีกันได้ก็สบายใจหายห่วง โดยไม่รู้เลยว่าพายุลูกใหม่กำลังจะก่อตัวขึ้นในวันรุ่งขึ้น
เมื่อเฮ่ออวี้เสียงตัดสินใจจัดการปัญหาด้วยตัวเอง เขาบุกไปหาหยางอี้เหอและหวังเหวินหมิง พร้อมใช้วิธีการทั้งข่มขู่และหว่านล้อมเพื่อให้ทั้งสองยอม "หย่า" กับน้องสาวของเขา
หวังเหวินหมิงยอมตกลงแต่โดยดี แต่หยางอี้เหอกลับปฏิเสธเสียงแข็ง
เฮ่ออวี้เสียงโกรธจนควันออกหู เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่เหมาเหมาแทน "นี่! ฉันสั่งห้ามไม่ให้นายเป็นลูกของเฮ่ออวี้ถิงกับหยางอี้เหอเด็ดขาด!"
เหมาเหมาเกาหัวแกรกๆ "ทำไมล่ะ"
"ไม่ต้องถาม! ถ้าไม่ฟังก็ไม่ต้องมานั่งข้างกันอีกต่อไป!"
"เอางั้นก็ได้"
เหมาเหมาตัดสินใจเลือกที่จะรักษามิตรภาพกับเฮ่ออวี้ถิงเอาไว้ เพราะถ้าเขาไม่ได้เป็นลูกชายของเธอแล้วละก็ เธอคงจะเสียใจมากแน่ๆ คิดได้ดังนั้นเขาจึงเดินไปหาคุณครูเพื่อขอย้ายที่นั่งไปอยู่กับหวังเหวินหมิง
คุณครูหลินปฏิเสธทันควัน "ไม่ได้หรอก เธอตัวสูงจะตายไป เดี๋ยวก็บังเพื่อนคนอื่นหมด"
"แล้วผมต้องทำยังไงถึงจะได้เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกับเฮ่ออวี้ถิงล่ะครับ" เหมาเหมายังไม่ยอมแพ้
"เอาเป็นว่าถ้าวิชาภาษาจีนกับคณิตศาสตร์ของเธอได้ 80 คะแนนขึ้นไปทั้งคู่เมื่อไหร่ค่อยมาคุยกัน"
"โธ่... ผมทำไม่ได้หรอกครับ"
คุณครูหลินยักไหล่ "ถ้างั้นครูก็ไม่รู้จะช่วยยังไงแล้ว"
เหมาเหมาเดินคอตกกลับมาที่โต๊ะ เขาวางแขนลงบนโต๊ะแล้วฟุบหน้าลงไปอย่างหมดอาลัย "เฮ่ออวี้เสียง ครูบอกว่าฉันตัวสูงเกินไป ย้ายที่ไม่ได้"
เฮ่ออวี้เสียงถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก "นี่นายไม่ได้ตกลงกับฉันแล้วเหรอ ว่าจะเลิกยุ่งกับเฮ่ออวี้ถิงน่ะ"
"ฉันไปพูดตอนไหนกัน"
พอเห็นท่าทางมั่นอกมั่นใจของเพื่อน เหมาเหมาก็ชักไม่แน่ใจว่าตัวเองเผลอไปรับปากอะไรแบบนั้นเข้าจริงๆ หรือเปล่า
ทันใดนั้นเอง หยางอี้เหอก็หันขวับมาจ้องหน้าเฮ่ออวี้เสียงเขม็ง "นายอย่ามาแกล้งเหมาเหมานะ!"
"ใช่! อย่ามาแกล้งเหมาเหมานะ!"
เสียงสนับสนุนดังขึ้นจากรอบทิศทาง
เหมาเหมาได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มแฉ่งออกมาทันที "ขอบคุณนะครับคุณพ่อคุณแม่! พ่อกับแม่ของผมใจดีที่สุดในโลกเลย!"
[จบบท]