บทที่ 294: บทเรียนราคาแพง
ว่านอันหล่างก้มหน้าลง แต่ใบหูกลับตั้งชันขึ้นมารอฟังเต็มที่ หากจะวัดกันเรื่องความใจเด็ดแล้ว ก็คงต้องยกตำแหน่งนี้ให้รองหัวหน้าเฉินแต่เพียงผู้เดียว
เหมาเจี้ยนกั๋วโกรธจนริมฝีปากสั่นระริก "มันก็ไม่ใช่ว่าทุกคนบนโลกนี้จะต้องเป็นเหมือนคุณไปซะหมดหรอกนะ"
"แหม เพิ่งจะรู้เหรอคะว่าคนเรามันไม่เหมือนกัน" เฉินชิงเหลือบมองทั้งคู่อย่างไม่ยี่หระ
"ฉันก็นึกว่าสมองของพวกคุณไม่รับรู้อะไรแบบนี้ซะอีก"
คำพูดแทงใจดำทำเอาเหมาเจี้ยนกั๋วและทาเลียถึงกับพูดไม่ออก
ในที่สุดทาเลียก็เป็นฝ่ายยอมเปิดปาก "ที่เธอพูดมันก็ถูกนะ สายตาของฉันมันไม่เฉียบแหลมพอ ขืนดันทุรังไปก็อาจจะทำร้ายอนาคตของลูกได้ สู้ปล่อยให้เขาเติบโตไปในแบบของตัวเองยังจะดีซะกว่า"
ย้อนกลับไปในตอนนั้น เธอมีโอกาสที่จะได้กลับประเทศบ้านเกิดเมืองนอน
แต่เธอกลับตัดสินใจเลือกความรักอย่างไม่ลังเล
เป็นการกระทำที่โง่เขลาชนิดที่ไม่มีอะไรมาเทียบได้อีกแล้ว
ในเมื่อชีวิตของเธอเองยังเอาดีไม่ได้ขนาดนี้
ก็คงไม่มีหน้าไปคาดหวังอะไรจากเหมาเหมาอีกต่อไป
เหมาเจี้ยนกั๋วเห็นภรรยายอมแพ้ง่ายๆ ก็แทบไม่อยากจะเชื่อ "ผมพยายามพูดกับคุณตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งคุณก็ไม่เคยฟัง แต่พอมาที่นี่เจอเฉินชิงพูดแค่ไม่กี่ประโยค คุณกลับเชื่อเขาง่ายๆ เลย"
"ก็เพราะเธอฉลาดกว่าคุณยังไงล่ะ"
ทาเลียสวนกลับไปอย่างไม่ไว้หน้า
กระทั่งชีวิตของเธอเองเสี่ยวชิงก็ยังเป็นคนช่วยเอาไว้ เพราะฉะนั้นการที่เธอจะเชื่อใจเสี่ยวชิงมันเป็นเรื่องน่าแปลกใจตรงไหนกัน
เฮ่อหย่วนหันไปสมทบกับเหมาเจี้ยนกั๋วด้วยอีกแรง
"ดูเหมือนว่าพักหลังมาผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเหมาจะว่างมากไปหน่อยสินะครับ”
“พอดีเลยเพราะอีกไม่นานผมต้องไปทำงานต่างถิ่นพอดี วันมะรืนนี้ผมจะมอบหมายภารกิจให้ หวังว่าคุณจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย”
“ถ้าหากทำไม่ได้ขึ้นมา ถึงตอนนั้นต่อให้ผมไม่ได้เป็นรองหัวหน้าสถาบันวิจัยแล้ว ก็ต้องมีคนอื่นมาทำหน้าที่ตรงนี้แทนคุณอยู่ดี"
เฉินชิงถึงกับปรบมือให้กับความเด็ดขาดของเขา
เหมาเจี้ยนกั๋วถูกต้อนจนมุมเลยโกรธฟึดฟัดเดินหนีหายเข้าไปในสวนหลังบ้าน
ทาเลียจึงได้โอกาสปรับทุกข์กับเฉินชิง "ตั้งแต่เขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัย งานในหน้าที่จริงๆ มันก็น้อยลงมาก”
“แต่กลับมีงานเลี้ยงสังสรรค์เข้ามาแทนที่จนหัวหมุน เขาต้องทนฟังเรื่องไร้สาระพวกนั้นทุกวัน จนในที่สุดก็หลงคิดไปว่าตัวเองเก่งกาจเหนือใคร"
"อ๋อ เข้าใจเลย"
ก็คืออาการ 'เหลิง' นั่นเอง
ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ปุถุชน
เมื่อไหร่ก็ตามที่คนเราประสบความสำเร็จอย่างสูงในหน้าที่การงาน แถมยังได้รับคำป้อยอจากคนรอบข้างมากมาย มันก็เป็นธรรมดาที่จะเกิดความรู้สึกหยิ่งผยองขึ้นมาในใจ
เหมาเจี้ยนกั๋วก็คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดในตอนนี้
ทาเลียถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "เมื่อก่อนฉันเคยคิดว่าแค่ครอบครัวเรามีอิสระมากกว่านี้สักหน่อยก็คงจะดี แต่พอเราได้อิสระมาจริงๆ มันกลับมีปัญหาอื่นแทรกเข้ามาอีก”
“ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือความขัดแย้งระหว่างเราสองคน พอเราเริ่มทะเลาะกัน เหมาเหมาก็ต้องกลายมาเป็นโล่รับลูกหลงไป"
เฉินชิงพยักหน้าเห็นด้วย "เรื่องนี้ฉันยอมรับเลยว่าพวกคุณทั้งคู่ทำหน้าที่ได้บกพร่องจริงๆ"
ทาเลียค้อนให้วงหนึ่ง "พูดจาตรงไปตรงมาเกินไปแล้วนะ"
เมื่อก่อนเธอเคยรู้สึกว่าคนจีนเป็นพวกพูดจาวกวนน่ารำคาญ แต่หลังจากที่ได้มารู้จักกับเฉินชิง เธอกลับรู้สึกว่าคนจีนที่พูดจาวกวนแบบนี้ก็น่าสนใจดีเหมือนกัน
เฉินชิงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ "นี่ฉันอุตส่าห์เลือกใช้คำที่นุ่มนวลที่สุดแล้วนะ"
"เชื่อก็ได้"
เมื่อเทียบกับวีรกรรมครั้งก่อนๆ ของเธอ
การที่วันนี้ยังไม่ทำให้สองสามีภรรยาคู่นี้ต้องเสียน้ำตา ก็นับว่าเป็นความปรานีอย่างสูงสุดแล้ว
เฉินชิงหันไปหยิบขนมให้ว่านอันหล่าง "ทานเลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ"
"ขอบคุณมากนะครับ"
ว่านอันหล่างเอาแต่ชะเง้อมองหาเสี่ยวอวี้ ถ้าไม่มีเสี่ยวอวี้อยู่ด้วย แถมยังไม่มีเรื่องสนุกๆ ให้ติดตามอีก มันก็น่าเบื่อแย่
มื้อเที่ยงของวันสิ้นปีผ่านไปอย่างไม่ค่อยมีชีวิตชีวานัก ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกลับบ้าน เฉินชิงก็ได้เตรียมของฝากติดไม้ติดมือให้ทุกคนกลับไปคนละชุด
ว่านอันหล่างเหลือบดูของในถุงแล้วก็ตกใจ "คุณให้ผมเยอะเกินไปแล้วครับ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณต้องอยู่ตัวคนเดียว มันไม่ง่ายเลยนะ ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรก็มาหาพวกเราได้เสมอ"
เฉินชิงเดินออกไปส่งเขาที่หน้าประตู
จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่ค่อยเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเฮ่อหย่วนกับว่านอันหล่างเท่าไหร่นัก
ถ้าจะบอกว่าเป็นเพื่อนกัน
แต่ทั้งคู่กลับไม่ค่อยพูดคุยกันเลย
ทว่าในขณะเดียวกันกลับรู้สึกได้ถึงความสนิทสนมบางอย่างที่น่าประหลาดใจ
หลังจากส่งแขกกลับไปจนหมดแล้ว เฉินชิงก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เธอจูงมือเสี่ยวอวี้ไปดูเจ้าเสี่ยวเฮย เมื่อเห็นมันขดตัวอยู่บนแขนของหลานสาวอย่างเชื่องๆ
เฉินชิงก็รู้สึกสับสนในใจขึ้นมา
การที่เธอบังคับให้เสี่ยวอวี้ต้องอยู่ห่างจากสัตว์เลี้ยง จะกลายเป็นการทำลายพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดของเด็กรึเปล่า
การเป็นพ่อแม่คนนี่มันช่างยากเย็นแสนเข็ญจริงๆ
[จบบท]