บทที่ 301: สะสาง
เฉินชิงกวักมือเรียกหัวหน้าหลิวให้ออกมาคุยกันที่ระเบียงทางเดิน พอปลอดตาคน เธอก็ยัดเงินใส่มือเขาคืน
"นี่ค่ะหัวหน้า รับคืนไปด้วย ดูสิคะ เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องติดสินบนกันเลยเหรอ มันน่าขายหน้าฉันนะคะ"
"โธ่ ก็ดูเธอทำเข้าสิ แต่ละเรื่องที่ก่อไว้มันใหญ่โตขนาดไหน ใครจะไม่ใจหายใจคว่ำบ้างล่ะ"
หัวหน้าหลิวบ่นอุบ วันนี้วันเดียวผมของเขาร่วงไปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ จากที่น้อยอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งดูน่าเป็นห่วงเข้าไปใหญ่
จนเขาเริ่มคิดอย่างจริงจังแล้วว่าหลังปีใหม่นี้จะไปโกนหัวให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยดีไหม จะได้ไม่ต้องทนเห็นผมที่เหลืออยู่ไม่กี่เส้นบนหัว ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกหดหู่ใจทุกครั้งที่ส่องกระจก
เขาถอนหายใจก่อนจะเก็บเงิน 30 หยวนใส่กระเป๋าเสื้อ นี่เป็นเงินที่เขาวิ่งวุ่นไปขอยืมคนอื่นมาทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นจะหาเงินก้อนขนาดนี้มาได้ทันทีทันใดได้อย่างไร
เมื่อจัดการเรื่องเงินเรียบร้อย หัวหน้าหลิวก็หันมาสำรวจเฉินชิงตั้งแต่หัวจรดเท้า พอเห็นว่าเธอไม่มีร่องรอยบาดเจ็บก็เบาใจลงหน่อย แต่ก็ยังไม่วายถามย้ำ
"พวกเขาไม่ได้ลงไม้ลงมือกับเธอใช่ไหม"
"ไม่มีทางค่ะ มีแต่ฉันนี่แหละที่อัดคนของเขาไปคนหนึ่งจนต้องหามส่งโรงพยาบาล" เฉินชิงเล่าผลงานของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ
หัวหน้าหลิวถึงกับยกมือกุมหน้าอก รู้สึกเหมือนความดันจะขึ้น เขาคงต้องวางแผนเกษียณอายุให้เร็วขึ้นกว่าเดิมแล้วจริงๆ ขืนอยู่ต่อไปมีหวังได้หัวใจวายตายเพราะเด็กคนนี้เข้าสักวัน
“ทำไมเธอถึงทำตัวไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงแบบนี้”
"ไม่รู้จักได้ยังไงล่ะคะ ก็เขาคิดจะมาลวนลามฉัน ฉันก็ต้องสั่งสอนเขาสิคะ" เฉินชิงทำท่าทางประกอบคำพูด
จังหวะนั้นเอง ผู้จัดการเสิ่นที่เพิ่งเดินลงบันไดมาจากชั้นบนก็หยุดยืนมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
เฉินชิงรีบเปลี่ยนโหมดเป็นเด็กดีทันควัน "สวัสดีปีใหม่ค่ะผู้จัดการเสิ่น"
ว่าพลางยื่นมือออกไปแบตรงหน้า เป็นสัญญาณว่าขออั่งเปา
ผู้จัดการเสิ่นอยากจะเขกหัวเธอสักทีให้หายหมั่นไส้ "ฉันล่ะยอมเธอจริงๆ"
เขาเพิ่งให้คนไปสืบเรื่องมาหมาดๆ เฉินชิงคนนี้ช่างใจกล้าไม่เบาเลยทีเดียว กล้าไปก่อเรื่องในถ้ำเสือ เดิมทีอีกฝ่ายจะสอบสวนเธอแท้ๆ แต่เธอกลับไม่พอใจแล้วซัดเขาซะน่วม
ที่น่าเจ็บใจกว่าคือระหว่างที่ถูกคุมตัว เธอกลับได้กินขาไก่ชิ้นโตเป็นอาหารกลางวัน มีคนคอยเอาอกเอาใจส่งกระติกน้ำเคลือบไปให้ถึงที่ ชีวิตสุขสบายดีเหลือเกิน
แล้วเขาล่ะเป็นยังไง
หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ ตลอด 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา เขาโทรศัพท์ประสานงานไปไม่ต่ำกว่า 20 สาย
พอเห็นหน้าเธอยังมีแก่ใจมาขออั่งเปาอีก ผู้จัดการเสิ่นก็ล้วงซองแดงออกมาจากกระเป๋าอย่างหัวเสีย วางแปะลงบนมือเธอ
"รับไป แล้วปีใหม่นี้ช่วยก่อเรื่องให้น้อยๆ ลงหน่อย"
"รับทราบค่ะ รับรองเลย"
เฉินชิงรับอั่งเปามาเก็บไว้อย่างอารมณ์ดี
เหล่าเจ้าหน้าที่ในสำนักงานที่ลอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ต่างพากันมองหน้าเลิ่กลั่ก เมื่อเห็นว่าเฉินชิงไม่เพียงไม่ถูกตำหนิ แต่ยังได้อั่งเปาจากผู้จัดการโรงงานอีก ทุกคนต่างก็งุนงงไปตามๆ กัน
ตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
เรื่องเผือกร้อนๆ อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่กลับไม่มีใครรู้ความจริง มันช่างเป็นความรู้สึกที่ทรมานใจเสียจริง
แต่สำหรับฟางหย่งเก๋อ ความรู้สึกของเขาแตกต่างออกไป เขากำลังนั่งตัวสั่นงันงกอยู่ที่โต๊ะทำงาน พอได้ข่าวว่าหัวหน้าทีมหม่าถูกจับตัวไป เขาก็รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมาทันที
หัวหน้าทีมหม่าเป็นคนของฝ่ายบุคคล ปกติก็ดูเป็นคนซื่อสัตย์ตั้งใจทำงานดี แต่ตอนนี้กลับถูกจับไป แถมสถานการณ์ยังดูไม่น่าไว้วางใจอีกด้วย ขนาดคนที่ดูเหมือนจะมีปัญหากับรองหัวหน้าเฉินไม่มากเท่าไหร่ยังต้องเจอชะตากรรมแบบนี้
แล้วตัวเขาล่ะ ที่จ้องจะหาเรื่องเธอตั้งแต่แรกเห็น แถมยังคอยขัดแข้งขัดขาเธออยู่ตลอดเวลา จะเหลืออะไร
ฟางหย่งเก๋อคิดเตลิดไปไกลถึงขั้นว่าจะลาออกกลับไปทำนาที่บ้านเกิดดีไหม เขาคงสู้รบปรบมือกับคนในเมืองพวกนี้ไม่ไหว มันน่ากลัวเกินไปแล้ว
ตอนที่ต้องนำรายงานประจำวันไปส่งให้เฉินชิง เขาถึงกับไม่กล้าเงยหน้าสบตาเธอเลยสักนิด
หลังจากเฉินชิงเซ็นรับรองเอกสารเรียบร้อย เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก เพียงแค่นั่งรอเวลาเลิกงานอย่างสงบ
ข่าวการถูกจับกุมตัวของเฉินชิงแพร่สะพัดไปทั่วโรงงานเครื่องจักร แต่ไม่นานทุกคนก็รู้ว่าเธอถูกปล่อยตัวกลับมาแล้ว ทว่ายังไม่มีใครเข้าใจต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวทั้งหมด
จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น ความจริงจึงปรากฏ เมื่อมีประกาศออกมาว่าหัวหน้าทีมฝ่ายบุคคลของคณะกรรมการโรงงานถูกจับกุมในข้อหาทุจริตและรับสินบน ส่วนเฉินชิงนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่สำหรับรายละเอียดลึกๆ แล้ว ก็ยังไม่มีใครล่วงรู้
เช้าวันนั้นเฉินชิงเดินตรงไปยังแผนกบุคคล ทันทีที่เธอปรากฏตัว ทุกคนในแผนกที่กำลังทำงานอยู่ก็พร้อมใจกันก้มหน้าก้มตา ทำตัวลีบเหมือนนกกระทา เฉินชิงมองภาพนั้นแล้วก็ไม่ได้คิดจะข่มขู่อะไร
เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ "ตอนนี้ฝ่ายบุคคลต้องการหัวหน้าทีมคนใหม่ มีใครในที่นี้สนใจจะรับตำแหน่งนี้ไหม”
“ถ้าไม่มี ฉันจะไปหาคนจากข้างนอกมาทำแทน และอีกเรื่อง ทุกคนช่วยปรับทัศนคติการทำงานของตัวเองเสียใหม่ด้วย ให้ความเคารพหัวหน้าทีมคนใหม่ เข้าใจที่ฉันพูดนะ"
"เข้าใจครับ/ค่ะ"
เสียงตอบรับดังขึ้นพร้อมเพรียงกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
ในสายตาของพวกเขาตอนนี้ เฉินชิงไม่ต่างอะไรกับนางพญาปีศาจ ใครจะกล้าเสนอตัวขึ้นมารับตำแหน่งที่เป็นเหมือนการเอาคอไปพาดบนเขียง
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอาสา เฉินชิงก็เดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เธอเปิดตู้เอกสารแล้วหยิบเอากระดาษข้อสอบปึกหนึ่งออกมา มันคือผลสอบของพนักงาน 10 คนที่ได้คะแนนสูงสุดในการสอบคัดเลือกที่จัดขึ้นในห้องประชุมใหญ่ครั้งก่อน
เธอไล่สายตาดูรายชื่อ แล้วดึงกระดาษคำตอบของผู้ที่ได้คะแนนเป็นอันดับสองออกมา ยื่นให้กับเจ้าหน้าที่คนหนึ่งพร้อมกับสั่ง
"ไปตามคนนี้มา เขาจะเป็นหัวหน้าทีมฝ่ายบุคคลคนใหม่"
"ค่ะ"
เจ้าหน้าที่หญิงรับคำสั่งอย่างแข็งขันแล้วรีบวิ่งออกไปจัดการทันที
เฉินชิงสะสางปัญหาการทุจริตในฝ่ายบุคคลได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด จากนั้นเธอก็เดินไปหาถูซินตงเพื่อตักเตือนสั้นๆ
"อย่าลืมตัว"
ถูซินตงถึงกับหายใจสะดุด "ฉันเข้าใจแล้วค่ะ"
ถึงแม้ว่ารองหัวหน้าเฉินจะปฏิบัติต่อเธอเป็นอย่างดี แถมยังพูดคุยหัวเราะกับเถียนเมิ่งหย่าอยู่บ่อยๆ แต่ภาพที่เธอเห็นหัวหน้าหลิวยังต้องระมัดระวังทุกฝีก้าวเวลาพูดคุยกับเฉินชิง มันทำให้เธออดที่จะเกรงกลัวไม่ได้
ตำแหน่งของหูไท่หงในฝ่ายบริหารแผนกการผลิตถูกแทนที่ด้วยเด็กสาวคนหนึ่งที่เพิ่งเรียนจบมัธยมปลายปีที่ 1 ครอบครัวของเธอกลัวว่าลูกสาวจะต้องถูกส่งไปใช้แรงงานในชนบท พอรู้ว่ามีตำแหน่งงานว่างในโรงงานขาย พวกเขาก็รีบจัดการซื้อให้ทันที
เด็กสาวคนนี้ตื่นเต้นกับการจะได้เริ่มทำงานเป็นอย่างมาก แต่โชคไม่ดีที่สองวันมานี้บรรยากาศภายในคณะกรรมการโรงงานกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทุกคนต่างทำงานภายใต้ความกดดัน
เรื่องนี้ทำให้เมื่อวานพอกลับถึงบ้าน เธอก็ปล่อยโฮออกมาแล้วฟ้องพ่อกับแม่ "รองหัวหน้าเฉินน่ากลัวมากเลยค่ะ แถมเรายังต้องทำงานอยู่ในห้องเดียวกันอีก หนูกลัวจนหัวหดไปหมดแล้ว"
พ่อแม่ของเธอทำได้เพียงปลอบใจ "ไม่ต้องกลัวไปหรอกลูก แค่เราตั้งใจทำงานของเราไป เฉินชิงเขาไม่ทำอะไรลูกหรอกน่า"
แต่คำปลอบนั้นก็ช่วยได้เพียงเล็กน้อย วันนี้เธอจึงมาทำงานด้วยขอบตาที่ดำคล้ำ
ทันทีที่มาถึงห้องทำงาน เธอก็รีบสอดส่ายสายตามองหา พอเห็นเงาของเฉินชิง ก็รีบหลบไปอีกทางทันที
เฉินชิงสังเกตเห็นพฤติกรรมนั้น จึงหันไปบอกให้ถูซินตงช่วยดูแลและสอนงานเด็กใหม่ให้ดี
ถูซินตงรับคำ แล้วจึงพาฉินเซี่ยจวี๋ลงไปที่แผนกการผลิตเพื่อสอนวิธีการบันทึกคะแนนการทำงาน
หลังจากที่ทั้งสองคนเดินออกไป เถียนเมิ่งหย่าก็ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบ
"เด็กใหม่กลัวเธอจนตัวสั่นเลยนะ"
"แต่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ"
เฉินชิงรู้สึกว่าตัวเองช่างบริสุทธิ์ผุดผ่อง เธอสาบานได้ว่ายังไม่ได้พูดคุยกับฉินเซี่ยจวี๋เลยแม้แต่คำเดียว
เถียนเมิ่งหย่าทำท่าลูบคางครุ่นคิด "อืมม ถ้าจะให้พูดจริงๆ ในสามแผนกนี้ ก็คงมีแค่ฉันคนเดียวแล้วล่ะที่ไม่กลัวเธอ"
"อย่าพูดจาไร้สาระน่า"
เฉินชิงไม่เชื่อคำพูดของเพื่อน
ในฐานะรองหัวหน้า เธอมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนอ่อนโยนมาโดยตลอด ไม่เคยคิดจะหาเรื่องใครก่อน อย่างมากก็แค่ตักเตือนตามหน้าที่เท่านั้น
เถียนเมิ่งหย่าแสร้งทำหน้าจริงจัง "ก็อาจจะจริงนะ ถ้าจะนับ ก็คงต้องนับหวังเจี่ยฟ่างเข้าไปด้วยอีกคน"
เฉินชิงได้แต่กลอกตามองบน
เถียนเมิ่งหย่าเห็นท่าทางของเพื่อนก็หัวเราะออกมา ก่อนจะหยิบสมุดบันทึกของตัวเองแล้วเดินลงไปยังแผนกการผลิต ทิ้งให้เฉินชิงนั่งอยู่ในห้องทำงานที่เริ่มจะว่างลงเรื่อยๆ
เฉินชิงหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านข่าวสารบ้านเมืองเพื่อฆ่าเวลา แต่แล้วจู่ๆ ก็มีร่างเล็กๆ ของใครคนหนึ่งปรากฏขึ้นที่หน้าประตู
เฮ่ออวี้ถิงนั่นเอง
"คุณน้าคะ คุณอาต้องเดินทางกะทันหันค่ะ พวกเขาเลยให้หนูมาหาคุณน้า"
เฉินชิงถึงกับตกใจ "เขาไปแล้วเหรอ ไม่ใช่ว่าตกลงกันแล้วว่าจะไปหลังปีใหม่ไม่ใช่หรือไง"
"หนูก็ไม่ทราบรายละเอียดเหมือนกันค่ะ แต่คุณอาฝากที่อยู่นี่มาให้คุณน้าด้วย" เด็กหญิงยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ส่งให้น้าสาว
เฉินชิงรับมาก่อนจะคลี่ออกดู
ปลายทางคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นี่มันไกลสุดขอบฟ้าเลยไม่ใช่หรือไง
เธอถอนหายใจก่อนจะอุ้มหลานสาวขึ้นมานั่งบนตัก "เอาล่ะ งั้นวันนี้หนูก็อยู่ทำงานเป็นเพื่อนน้าไปก่อนก็แล้วกัน แต่พรุ่งนี้คงต้องอยู่บ้านคนเดียวนะ"
"ได้ค่ะ"
เฮ่ออวี้ถิงพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายพลางกวาดตามองไปรอบๆ ห้องทำงานของน้าด้วยความสนใจ ที่นี่ดูคึกคักมีคนเยอะแยะไปหมด
ระหว่างนั้นเอง เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลก็พาชายคนหนึ่งเดินเข้ามาเพื่อรายงานตัวกับเฉินชิง เขาคือหวงซินเผิง หัวหน้าทีมคนใหม่นั่นเอง พอสายตาของเจ้าหน้าที่หญิงเหลือบไปเห็นเฮ่ออวี้ถิง ดวงตาของเธอก็เป็นประกายขึ้นมา
"รองหัวหน้าคะ นี่ลูกสาวของรองหัวหน้าเหรอคะ น่ารักจัง"
"หลานสาวฉันเอง ชื่อเสี่ยวอวี้" เฉินชิงแนะนำ ก่อนจะหันไปบอกหลาน
"ทักทายคุณลุงกับพี่สาวเขาสิจ๊ะ"
เฮ่ออวี้ถิงฉีกยิ้มกว้าง "สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณลุง สวัสดีปีใหม่ค่ะพี่สาว"
"สวัสดีปีใหม่จ้ะเสี่ยวอวี้"
เจ้าหน้าที่หญิงโบกมือทักทายกลับอย่างอารมณ์ดี เธอไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่ารองหัวหน้าที่ดูดุขนาดนี้จะมีหลานสาวที่น่ารักน่าเอ็นดูได้ขนาดนี้
แต่หวงซินเผิงที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเฉินชิงพาเด็กมาที่ทำงาน
"รองหัวหน้าเฉินครับ การทำแบบนี้ดูเหมือนจะผิดกฎระเบียบของโรงงานนะครับ"
เฉินชิงพยักหน้ารับอย่างตรงไปตรงมา "ใช่ค่ะ ฉันยอมรับว่านี่เป็นความผิดของฉันเอง ปกติแล้วเด็กจะอยู่กับคู่หมั้นของฉัน”
“แต่พอดีเขาต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดกะทันหันเลยไม่มีใครช่วยดูแล เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะยื่นเรื่องขอทำงานชดเชยโดยไม่รับค่าจ้างเป็นเวลาหนึ่งวันก็แล้วกันค่ะ"
[จบบท]