บทที่ 339: มหรกรรมการค้ากวางเจาเปิดฉาก
สีเกามินได้ข่าวแว่ว ๆ มาว่าบูธที่เฉินชิงเป็นคนดูแลการจัดแสดงนั้นถูกตกแต่งออกมาได้สวยงามมาก เธอเลยตั้งใจแวะมาดูด้วยตาตัวเอง และพอได้เห็นเข้าจริง ๆ แววตาของเธอก็พลันสว่างวาบขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ
ของที่ใช้ประดับตกแต่งแต่ละชิ้นก็ดูธรรมดาราคาไม่แพง แต่กลับถูกนำมาผสมผสานกันจนสร้างบรรยากาศให้พื้นที่จัดแสดงดูหรูหราเกินราคาไปไกลโข ทำเอาสีเกามินถึงกับออกปากนับถือในความสามารถนี้
ความขุ่นข้องหมองใจที่เคยสะสมอยู่ในอกมานานพลันสลายหายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้เขาเฝ้ารออย่างคาดหวังว่าเสื้อผ้าคอลเลกชันนี้จะเปล่งประกายสร้างชื่อเสียงได้ในวันงานมหรกรรมการค้ากวางเจา
เฉินชิงจัดเวรยามให้มีคนเฝ้าบูธตลอดเวลาอย่างน้อย 2 คนเสมอ แม้ว่าในช่วงก่อนที่งานจะเปิดอย่างเป็นทางการ สถานที่แห่งนี้จะมีเพียงคนที่เกี่ยวข้องหรือ 'คนของตัวเอง' เดินไปมาก็ตาม
แต่เธอก็ไม่วางใจว่าทุกคนจะเป็น 'คนของตัวเอง' จริง ๆ เฉินชิงเป็นคนรอบคอบที่ชอบวางแผนเผื่อเหลือเผื่อขาดเสมอ ขนาดตอนกลางคืนเธอยังอุตส่าห์ทำเรื่องยื่นคำร้องขอคนมาเฝ้าดูแลบูธไว้โดยเฉพาะ
การกระทำที่รัดกุมของเธอนี้เองที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยที่กำลังคิดไม่ซื่อและแอบเคลื่อนไหวอยู่ลับ ๆ ต่างพากันสาปแช่งเธออย่างหัวเสีย
หนึ่งวันก่อนที่งานมหรกรรมการค้ากวางเจาจะเริ่มต้นขึ้น สมองของเฉินชิงกลับรู้สึกว่างเปล่า มันเป็นความรู้สึกกดดันอย่างมหาศาล
เธอเป็นคนเตรียมบูธทั้งหมด เธอเป็นคนออกแบบเสื้อผ้ามากมายโดยมีเป้าหมายคือลูกค้าชาวต่างชาติ หากอุตส่าห์ทุ่มเทลงแรงไปทั้งหมดแล้วกลับไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเลย แค่เพียงจินตนาการถึงจุดนั้น เฉินชิงก็รู้สึกราวกับร่างกายจะแหลกสลาย
ความเครียดถาโถมเข้าใส่จนเธอไม่นึกอยากอาหาร
เฉินชิงรู้สึกว่าสภาพจิตใจของตัวเองในตอนนี้ช่างไม่มั่นคงเอาเสียเลย เธอทำได้เพียงขดตัวนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียง
เฮ่ออวี้ถิงเองก็พลอยกังวลตามไปด้วย เด็กน้อยแอบกระซิบถามพี่ชาย "พี่จ๋า พี่คิดว่าคุณน้าจะทำเงินจากงานนี้ได้ไหม"
"พี่ว่าน่าจะได้นะ"
เฮ่ออวี้เสียงเคยเห็นเสื้อผ้าชุดที่คุณน้าของเขาลงมือทำแล้ว เขารู้สึกว่ามันสวยงามมากจริง ๆ เขาเพียงหวังว่ารสนิยมของชาวต่างชาติเหล่านั้นคงจะไม่เลวร้ายเกินไปนัก
แต่ธรรมชาติของเด็กก็มักจะอ่อนไหวและได้รับอิทธิพลจากอารมณ์ของผู้ใหญ่ได้ง่ายอยู่แล้ว น้าสาวของพวกเขาที่ปกติเป็นคนร่าเริงสดใส
แม้กระทั่งตอนที่ตัดสินใจลาออกจากงานครั้งใหญ่ เธอก็ยังไม่แสดงอาการวิตกกังวลให้เห็น แต่ตอนนี้เธอกลับเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด นั่นทำให้เด็กทั้งสองอดที่จะเป็นห่วงน้าสาวไม่ได้
เฮ่อหย่วนแวะมาหาเฉินชิงในช่วงค่ำ เขาเดินตรงเข้ามาพยุงร่างที่นอนขดอยู่ให้ลุกขึ้นนั่งดี ๆ ก่อนจะยัดซาลาเปาไส้เนื้อใส่มือเธอ
"กินซะ ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้คุณจะเอาแรงที่ไหนไปทำงาน"
"ฉันเครียดจนแทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว"
เฉินชิงกัดซาลาเปาไปเพียงคำเล็ก ๆ ส่วนที่เหลือก็ยังคงถือค้างไว้ในมือ
เฮ่อหย่วนเห็นดังนั้นจึงหยิบอีกลูกยัดใส่มือเธอ
เธอก็กัดไปอีกคำ แล้วถือไว้ทั้งสองลูก
เขาก็หยิบลูกที่สามออกมาอีก
คราวนี้เฉินชิงชักจะโกรธ "เฮ่อหย่วน!"
เฮ่อหย่วนเลยรวบข้อมือเธอไว้ แล้วบังคับให้เธอกินซาลาเปาตรงหน้า
"อย่างน้อยก็กิน 2 ลูกนี้ให้หมดก่อน"
เฉินชิงหมดหนทางต่อสู้ จำใจต้องก้มหน้าก้มตากินซาลาเปาเข้าไปทั้งที่ฝืนใจเต็มทน มันช่างเป็นมื้อที่ไร้รสชาติสิ้นดี
ในชาติที่แล้วเธอคือคนที่ยึดอาชีพผลิตเสื้อผ้า ในส่วนลึกของหัวใจเธอตระหนักดีว่านี่คือความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของเธอ ถ้าหากมันล้มเหลวไม่เป็นท่า เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะจัดการกับชีวิตตัวเองต่อไปยังไง
"วันนี้ผมแวะไปดูบูธของโรงงานเครื่องจักรมาแล้ว" เฮ่อหย่วนเอ่ยขึ้น
“เลยมีโอกาสได้เห็นบูธของคุณด้วย สวยมากๆ"
"ฉันรู้ว่ามันสวย ถ้างานนี้สำเร็จ แน่นอนว่าต้องมีคนชื่นชม แต่ถ้ามันล้มเหลว สิ่งนี้ก็จะถูกเรียกว่าเป็นแค่พวกชอบทำอะไรฉูดฉาดไร้สาระ"
เฉินชิงถอนหายใจออกมา เธอไม่ได้รู้สึกเครียดหนักขนาดนี้มานานมากแล้วจริง ๆ
เฮ่อหย่วนหยิบเอกสารปึกหนึ่งออกจากกระเป๋า "ผมไปสืบข้อมูลมาให้ 20 คนนี้มีความตั้งใจที่จะมาเลือกซื้อเสื้อผ้าโดยเฉพาะ"
ดวงตาของเฉินชิงที่เคยหม่นหมองพลันลุกวาวเป็นประกาย "เฮ่อหย่วน คุณนี่มัน... เทพบุตรส่งมาโปรดชัด ๆ!"
เฮ่อหย่วนเหลือบไปเห็นว่าเธอทำท่าจะวางซาลาเปาในมือทิ้งอีกครั้ง เขาจึงยื่นคำขาด "คุณต้องกินซาลาเปา 3 ลูกนี้ให้หมดเกลี้ยงก่อน แล้วผมถึงจะให้คุณดูเอกสารนี่"
เฉินชิงรีบจัดการยัดซาลาเปาเข้าปากอย่างรวดเร็ว เคี้ยวจนแก้มตุ่ย แทบจะสำลักติดคอ เฮ่อหย่วนเห็นท่าทางนั้นจึงต้องไปชงนมมอลต์สกัดอุ่น ๆ มาให้เธอ 1 แก้ว
เฉินชิงรับแก้วมาดื่มพลางกวาดสายตาจดจ้องข้อมูลที่เฮ่อหย่วนหามาให้ เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะจดจำรูปร่างหน้าตาของคนเหล่านี้ไว้ในหัว เพื่อที่เธอจะได้ต้อนรับพวกเขาในฐานะลูกค้ารายใหญ่คนสำคัญ
นมมอลต์สกัดอุ่น ๆ ถูกส่งมาจ่อถึงริมฝีปาก เธอยกมันขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว
งานมหรกรรมการค้ากวางเจาใกล้จะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่ช้า บรรดาผู้นำของโรงงานต่าง ๆ ที่ได้เข้าร่วมต่างก็เริ่มรู้สึกเครียดไปตาม ๆ กัน เพราะความสำคัญของการดึงดูดเงินตราต่างประเทศในยุคนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าใจตรงกันเป็นอย่างดี
โรงงานที่เป็นเจ้าบ้านในท้องถิ่นย่อมมีเวลาเหลือเฟือในการเตรียมตัว แต่สำหรับโรงงานที่มาจากต่างถิ่น พวกเขาจำเป็นต้องเดินทางมาถึงล่วงหน้าหลายวัน ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องอยู่เตรียมความพร้อมของบูธกันข้ามคืน
ผู้จัดการเสิ่นเองก็มาปักหลักอยู่ที่พื้นที่จัดงานมหรกรรมการค้ากวางเจาเช่นกัน เขาขนทีมช่างเทคนิคอาวุโสและวิศวกรฝีมือดีมาด้วยหลายคน
ส่วนเฮ่อหย่วนนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาถูกผู้จัดการเสิ่นวางตัวไว้ให้เป็นเหมือนเสาหลักที่ค้ำจุนสถานการณ์ โดยมุ่งมั่นว่าภารกิจการหาเงินตราต่างประเทศในครั้งนี้จะต้องสำเร็จลุล่วงให้จงได้!
มหรกรรมการค้ากวางเจา ซึ่งมีชื่อเรียกเต็มยศว่า 'งานมหกรรมสินค้าส่งออกของจีน' ได้เริ่มจัดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงยุค 50 และอาจกล่าวได้ว่านี่คือหน้าต่างบานเดียวของประเทศจีนในยุคนี้ที่ใช้สำหรับการค้ากับต่างประเทศ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อมหรกรรมการค้ากวางเจาเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ผู้คนจึงได้เห็นผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและสีผิวเดินกันขวักไขว่ โดยเฉพาะบริเวณบูธที่อยู่ด้านหน้าซึ่งคึกคักเป็นพิเศษ
ทว่าบูธจัดแสดงเสื้อผ้าที่เฉินชิงเป็นคนดูแลกลับว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คน
เถียนเมิ่งหย่าเริ่มแสดงอาการกระสับกระส่าย "นี่มันอะไรกัน ทำไมยังไม่มีใครแวะมาดูบูธของเราเลย"
"ใจเย็น ๆ เดี๋ยวก็มาแล้ว" เฉินชิงตอบกลับไป
ในฐานะที่เธอเป็นคนจากศตวรรษที่ 21 ต่อให้ไม่เคยนั่งดูการถ่ายทอดสด เธอก็ย่อมรู้จักกลไกของมันดี
ในช่วงยุคบุกเบิกของการไลฟ์สด กลยุทธ์การดึงดูดผู้คนด้วยการแจกของขวัญถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุด!
ย้อนกลับไปตอนนั้น ที่เฉินชิงอุตส่าห์ไปขอให้สีเกามินช่วยเรียกเด็กสาวมา 10 คน ก็เพื่อภารกิจแจกของขวัญในวันนี้นี่เอง และของขวัญที่ว่านั่นก็คือพวงกุญแจหมีแพนด้า
กติกาง่าย ๆ เพียงแค่แวะมาเยี่ยมชมบูธก็จะได้รับของที่ระลึกไปเลย แต่มีจำนวนจำกัด ใครมาก่อนย่อมได้ก่อน
ในมือของเด็กสาวแต่ละคนจะถือพวงกุญแจไว้ 5 อัน เมื่อรวมกัน 10 คน ก็เท่ากับมีของขวัญเตรียมไว้ 50 อัน
เฮนรี ไซค์ รู้ข่าวว่าบิดาของเขาได้รับบัตรเชิญให้เข้าร่วมงานในดินแดนตะวันออกอันแสนลึกลับ เขาจึงไม่รอช้าที่จะขอติดตามมาด้วย
เมื่อเดินทางมาถึงประเทศจีนและได้เห็นสภาพบ้านเมืองที่แตกต่างจากประเทศของตนเองอย่างสุดขั้ว ท่าทีของเขาก็เต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง โดยเฉพาะในวันนี้ที่ได้มาเยือนมหรกรรมการค้ากวางเจา
ซึ่งเป็นหน้าต่างการค้าเพียงแห่งเดียวของจีน เขากวาดตามองสินค้าหลายอย่างด้วยความรู้สึกเรียบเฉย ไม่ตื่นเต้น
แต่แล้วสายตาของเขาก็ไปปะทะเข้ากับ 'แพนด้า'!
นั่นคือสมบัติล้ำค่าอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศจีนโดยแท้
เฮนรี ไซค์ รีบเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังถือป้ายรูปแพนด้า ซึ่งบนป้ายนั้นมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษเขียนกำกับไว้ว่า 'ตุ๊กตาหมีแพนด้า รับได้ฟรี จำนวนจำกัด มาก่อนได้ก่อน'
ภาพวาดแพนด้าบนป้ายที่เธอถือนั้นดูมีชีวิตชีวาและน่ารักน่าชัง เฮนรี ไซค์ เริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาบ้าง เขาจึงเอ่ยปากถามทันทีว่าสามารถไปรับได้จากที่ไหน
สหายหญิงที่ได้รับมอบหมายให้มารออยู่ตรงจุดนี้โดยเฉพาะจึงรีบผายมือและนำทางเขาเดินไป
จุดที่เฉินชิงวางแผนให้พวกเธอยืนรอนั้น อยู่ห่างจากตัวบูธประมาณ 10 นาที ซึ่งเป็นระยะทางที่ไม่ไกลจนเกินไปนัก เพราะหากไปดักรอถึงหน้าประตูทางเข้า กว่าจะพาคนเดินมาถึงบูธคงใช้เวลานานจนแขกพาลหงุดหงิดเสียก่อน
เฮนรี ไซค์ เดินตามหญิงสาวผู้นำทางมาจนถึงบูธจัดแสดงแห่งหนึ่งที่ทำให้ดวงตาของเขาต้องเบิกกว้าง "นี่ก็เป็นสินค้าที่ประเทศจีนของคุณผลิตขายด้วยเหรอ"
เฉินชิงเห็นว่ามีแขกคนแรกมาถึงแล้วจึงรีบเข้าไปทักทายเขาทันที "ใช่ค่ะ สินค้าเหล่านี้คือเสื้อผ้าที่ประเทศจีนของเราผลิตเอง คุณสามารถเข้ามาชมด้านในก่อนได้เลยนะคะ"
เธอไม่ได้เตรียมมาแค่คอลเลกชันสำหรับผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังมีเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายอีก 2 แบบจัดแสดงไว้ด้วย
ระหว่างที่พูด เฉินชิงก็ยื่นตุ๊กตาแพนด้าตัวน้อยส่งให้เขา
ทันทีที่ เฮนรี ไซค์ ได้สัมผัสกับพื้นผิวของตัวตุ๊กตา เขาก็รู้สึกแปลกใจ นี่มัน... ดูเหมือนจะเป็นตุ๊กตาที่ทำด้วยมือล้วน ๆ เลยไม่ใช่หรือ
เดิมทีเขาก็เริ่มสนใจอยู่บ้างแล้ว พอได้ของที่ระลึกชิ้นนี้มาช่วยเสริมอีกแรง เขาจึงตัดสินใจหยุดเพื่อฟังคำแนะนำของเฉินชิง
อันที่จริง ตั้งแต่ตอนที่เขาเดินมาเห็นบูธนี้ เขาก็สังเกตเห็นหญิงสาวชาวตะวันออกที่หน้าตาสะสวยคนหนึ่งยืนอยู่
เธอคนนั้นแต่งตัวได้ดูเฉียบแหลมและคล่องแคล่ว สะท้อนเสน่ห์ของหญิงสาววัยทำงานออกมาอย่างเต็มเปี่ยม และในตอนนี้เธอก็กำลังอธิบายข้อมูลให้เขาฟังด้วยท่าทีสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ ซึ่งทำให้เขาเปิดใจรับฟังได้ไม่ยาก
เฉินชิงหยิบเสื้อแจ็กเก็ตสไตล์ชุดทำงานตัวหนึ่งยื่นให้เขา "ถ้าคุณไม่รังเกียจ เชิญไปลองสวมได้ที่ห้องลองเสื้อสำหรับสุภาพบุรุษของเราทางด้านนั้นเลยนะคะ การได้ลองสวมจริงจะทำให้คุณสัมผัสถึงเนื้อผ้าและเห็นทรงของมันได้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ"
เฮนรี ไซค์ ไม่ได้ลังเลใจเลยแม้แต่น้อย เขาพยักหน้าตกลงที่จะไปลองสวมดู
ในจังหวะที่เขาเดินลับเข้าไปในห้องลองเสื้อ ทาเลียก็หันมาพูดกับเฉินชิง "นี่ฉันเพิ่งเคยได้ยินเธอพูดภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย สำเนียงเป๊ะมาก"
เฉินชิงยิ้ม "จริงเหรอ ฉันอุตส่าห์ฝึกหนักมานานเลยนะ"
ฝึกหนักมาตั้งแต่ชาติที่แล้วนั่นแหละ
ในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนเรียกชื่อกันเป็นภาษาอังกฤษ มันเป็นเรื่องยากมากที่ทักษะภาษาอังกฤษจะไม่พัฒนา แถมเธอยังเป็นพวกที่มีนิสัยชอบการแข่งขันและไม่ยอมแพ้ใคร ระดับภาษาอังกฤษของเธอจึงอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก
ทั้งสองคนยังไม่ทันจะได้คุยอะไรกันต่อ ก็มีแขกหญิงชาวต่างชาติอีกคนเดินเข้ามาด้วยท่าทีตื่นเต้น เอมี่ โพ้ค ยกมือขึ้นปิดปากด้วยความทึ่ง "ว้าว! บูธนี้มันสวยงามเหนือคำบรรยายจริง ๆ!"
"ขอบคุณสำหรับคำชมนะคะ คนสวย" เฉินชิงส่งยิ้มกว้างให้
"เชิญเข้ามาชมด้านในก่อนได้เลยค่ะ"
เธอพูดพลางยื่นตุ๊กตาแพนด้าให้เช่นเคย
เอมี่ โพ้ค รับของที่ระลึกมาแล้วยกมันขึ้นมาพินิจดูใกล้ ๆ เธอมองสมบัติน่ารักในมือด้วยความเอ็นดู ก่อนจะกอดมันไว้แนบอกแล้วพยักหน้าแรง ๆ "ตกลงเลย!"
[จบบท]