บทที่ 356: ของขวัญแต่งงาน
ในที่สุดเฉินชิงก็หายใจได้ทั่วท้องเสียที! หลังจากทุ่มเทเข้าเรียนหลักสูตรสมาชิกพรรคมาอย่างยาวนาน แถมยังต้องปั่นรายงานอีกไม่รู้กี่ฉบับ
เธอก็ได้สถานะ ‘สมาชิกพรรค’ มาครอบครองสมใจ ข่าวดีนี้มาจากหัวหน้าหลินที่แวะมาแจ้งด้วยตัวเอง แต่เธอก็รีบร้อนมาไวไปไว เพราะรู้ดีว่าไม่อยากรบกวนเวลาของคู่ข้าวใหม่ปลามัน
การที่เฉินชิงได้เป็นสมาชิกพรรค ส่งผลดีต่อเฮ่อหย่วนเต็มๆ สถานะของเขาได้รับการปกป้อง และคุณงามความดีที่เคยทำไว้ก็ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาอย่างเป็นทางการเสียที
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพราะสถานะเดิมของเขา ต่อให้ทุ่มเททำงานได้ผลลัพธ์เต็มสิบ คนอื่นๆ ก็จำใจต้องกดคะแนนเขาให้เหลือแค่สาม แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้เต็มสิบ แต่ก็ได้เลื่อนขั้นมาเป็นแปดส่วนแล้ว
ช่วงค่ำวันนั้น เฮ่อหย่วนจึงได้รับเอกสารรับรองสถานะฉบับหนึ่ง ซึ่งเป็นเหมือนยันต์กันผีชั้นดี การันตีว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครสามารถใช้สถานะเดิมมาจับกุมตัวเขาได้อีกต่อไป
การตัดสินใจครั้งนี้ขององค์กรเกิดขึ้นเพราะผลงานวิจัยชิ้นโบแดงของเขาเมื่อปีกลาย เพิ่งจะแสดงประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมในปีนี้ ช่วยให้ประเทศประหยัดเงินตราต่างประเทศไปได้มหาศาล
แถมยังยกระดับวงการวิจัยของจีนให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น ต้องยอมรับว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่อยากจะลากตัวเฮ่อหย่วนไปลงโทษใจจะขาด การออกเอกสารรับรองนี้จึงเป็นวิธีที่รัดกุมที่สุดที่จะปกป้องเขาไว้
เพราะหากปล่อยไว้ ถ้าเขาเกิดถูกเป่าหูว่าต่างประเทศดีกว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ประกอบกับเป็นคนไม่มีครอบครัวให้ห่วงหน้าพะวงหลัง และคงไม่ยอมทนรับความอัปยศอีกต่อไป
เขาอาจจะชิ่งหนีตามคนอื่นไปได้ง่ายๆ แต่ด้วยมันสมองและพลังสร้างสรรค์ที่เขามี ทุกคนเลยต้องจำใจอดทน
พอเมื่อวานเขาประกาศแต่งงาน หลายคนเลยแอบลูบหน้าอกถอนหายใจอย่างโล่งอก มีครอบครัวเป็นหลักเป็นแหล่งก็ดีแล้ว ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่ต่างอะไรกับตัวอันตรายเดินได้ ลองคิดดูสิ ตัวคนเดียว ไร้ญาติขาดมิตร
แถมยังเคยผ่านการทรกรรมมานับไม่ถ้วน แต่กลับมีความสามารถด้านการวิจัยสูงลิ่ว แถมเส้นสายคอนเนกชันก็กว้างขวาง ถ้าวันดีคืนดีเขาเกิดนึกอยากแก้แค้นสังคมขึ้นมา ใครจะไปหยุดอยู่ ขอบคุณสวรรค์อีกครั้งที่เขาตัดสินใจแต่งงาน!
แต่เจ้าตัวคนที่เป็นประเด็นอย่างเฮ่อหย่วนกลับไม่ได้ยินดีกับเอกสารฉบับนี้อย่างที่ใครๆ คิด เขามองมันแวบหนึ่ง พับเก็บ แล้วยัดใส่ลิ้นชักโต๊ะทำงานอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะลุกไปเข้าครัวทำอาหารเย็น
วันนี้คุณสามีใหม่ตั้งใจจะโชว์ฝีมือทำปลาหนึ่งตัวกับซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน โดยมีเสี่ยวอวี้ยืนจ้องตาแป๋วรอชิมอยู่ข้างๆ
ส่วนเฉินชิงกำลังนั่งไล่ดูตารางสรุปของขวัญแต่งงานที่เฮ่อหย่วนทำไว้ให้เมื่อตอนบ่าย ในนั้นลิสต์ไว้หมดว่าใครให้อะไรและเป็นใครมาจากไหน แน่นอนว่าเมื่อได้รับของขวัญมามากขนาดนี้
ของที่ต้องเตรียมไว้ตอบแทนก็ย่อมไม่น้อยตามไปด้วย เธอกลอกตาดูรายชื่ออื่นๆ ก็ไม่เห็นมีอะไรสะดุดตา จนกระทั่งมาถึงชื่อของว่านอันหล่าง ที่ทำให้เธอต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ
เหตุผลก็เพราะเขาให้มาถึงสองซอง! ซองหนึ่งระบุว่าเป็น ‘ซองแดงงานแต่งงาน’ จำนวนสิบหยวน แต่อีกซองนี่สิ ระบุว่าเป็น ‘สินเดิมติดตัวให้พี่สะใภ้’ ซึ่งจำนวนเงินสูงถึงสามสิบสองหยวน!!
เฉินชิงตาโต นี่มันเงินก้อนมหึมาเลยนะ เธอไม่เข้าใจเลยว่าว่านอันหล่างคิดอะไรของเขาอยู่ ไว้ต้องหาเวลาไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง
พอไล่ดูจนจบ เฉินชิงก็ยื่นรายการนั้นให้เฮ่ออวี้เสียงดูบ้าง หลานชายมองกองของขวัญแล้วก็สรุปสั้นๆ “เป็นข้าราชการนี่ดีจังเลยนะครับ”
“แล้วเธออยากเป็นข้าราชการบ้างไหมล่ะ?” เฉินชิงถามอย่างคาดหวังนิดๆ เธอกะไว้แล้วว่ารอให้การสอบเข้ามหาวิทยาลัยกลับมาเมื่อไหร่ จะส่งเขาไปเรียนให้ได้ ด้วยวุฒิการศึกษาระดับนั้น การจะสอบเข้ารับราชการคงไม่ยากเกินความสามารถ
เฮ่ออวี้เสียงส่ายหน้าทันควัน “ไม่อยากครับ”
“อ้าว ทำไมล่ะ?”
“เดี๋ยวเกิดมีคนจับได้ว่าผมแอบโกงเงิน หัวผมได้หลุดจากบ่าพอดี” เฮ่ออวี้เสียงรู้จักตัวเองดีเกินไป
“โอ๊ย!” เฉินชิงเขกหัวหลานชายไปหนึ่งที
“ทำไมในหัวเธมีแต่เรื่องจะเป็นข้าราชการโกงกินหา!”
“ก็ผมรักเงินนี่ครับ” เฮ่ออวี้เสียงตอบหน้าตาเฉย
พูดจบปุ๊บ เจ้าคนที่บอกว่ารักเงินก็หันไปกวักมือน้องสาว แล้วยื่นซองเงินปึกหนึ่งให้
“เสี่ยวอวี้ น้องเอาสินเดิมก้อนนี้ไปให้น้าที”
“ว้าว!” เฮ่ออวี้ถิงตาเป็นประกาย เธอยิ้มแฉ่งรับซองนั้นไปยื่นให้คุณน้าที่นั่งอยู่
“คุณน้าคะ นี่เป็นสินเดิมที่หนูกับพี่เตรียมไว้ให้คุณน้าค่ะ!”
“ว้าว!” คราวนี้เป็นเฉินชิงที่ร้องบ้าง เธอถึงกับยืดตัวนั่งตรง รับซองนั้นมาด้วยสองมืออย่างทะนุถนอม รู้สึกขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
“ทำไมมันหนักๆ จังเลย พวกเธอให้มาเท่าไหร่เนี่ย?”
“หนูไม่รู้ค่ะ พี่เป็นคนจัดการหมดเลย” เสี่ยวอวี้รีบชี้ตัวการ เฉินชิงเลยเปิดซองออกมานับดู... 88 หยวนเต็ม!
นี่มันเยอะกว่าที่หลายครอบครัวใช้แต่งลูกสาวออกเรือนเสียอีก เธอซาบซึ้งจนต้องดึงเสี่ยวอวี้เข้ามากอดแน่นๆ ก่อนจะหันไปหาเฮ่ออวี้เสียงเตรียมจะกอดเขาอีกคน
แต่เฮ่ออวี้เสียงถอยกรูดขัดขืนสุดชีวิต อะไรที่มันน่าขนลุกแบบนี้เขารับไม่ไหวจริงๆ!
“เฮ่ออวี้เสียง เธอนี่มัน... น่ารักจริงๆ เลย” เฉินชิงยังคงซึ้งน้ำตาคลอ
“ไว้รอเธอแต่งงานนะ น้าสัญญาเลยว่าจะใส่ซองคืนให้เธอก้อนโตๆ เลยคอยดู!”
เฮ่ออวี้เสียง “...”
นี่มันเป็นประโยคที่น่าเศร้าชัดๆ เพราะมันการันตีว่าเงินที่เขาเพิ่งให้ไป... กำลังจะสูญเปล่า
“เอ่อ... ผมไปล้างถ้วยชามก่อนนะครับ”
เมื่ออาหารยกขึ้นโต๊ะ เฉินชิงก็รีบอวดเฮ่อหย่วนทันทีว่าเธอเพิ่งได้สินเดิมมาแปดสิบแปดหยวน เธอยิ้มจนตาเป็นสระอิ พลางแกล้งทำหน้าอวดเบ่ง
“เป็นไงล่ะ อิจฉาฉันไหม?”
“อิจฉาครับ” เฮ่อหย่วนเล่นตามน้ำไป แม้ในใจจะตกใจไม่น้อยว่าเด็กสองคนนี้ไปเก็บเงินกันอีท่าไหนถึงได้เยอะขนาดนี้
“คุณไม่มี แต่ฉันมี!” เฉินชิงไม่เพียงแต่อวด แต่ยังถือโอกาสซ้ำเติมอีกต่างหาก
เสี่ยวอวี้ เริ่มใจคอไม่ดี หันไปมองพี่ชาย ทำไมพี่ชายไม่เตรียมส่วนของคุณอาไว้ด้วยล่ะ?
เฮ่ออวี้เสียงไม่ได้เตรียมไว้จริงๆ นั่นแหละ เขาคิดว่าคุณน้ามีเงินไม่เยอะเท่าคุณอา การให้เงินก้อนนี้กับคุณน้า จะช่วยให้คุณน้ามีหลักประกันที่มั่นคงมากขึ้น... ถึงแม้ว่า... ลำพังตอนนี้คุณน้าของเขาก็ผยองไม่เห็นหัวใครอยู่แล้วก็เถอะ
เฮ่ออวี้เสียงเลยหันไปพูดกับคุณอาอย่างจริงจังแทน “ผมขอให้อาแต่งงานอย่างมีความสุขนะครับ ขอให้อากับน้าอยู่ด้วยกันไปนานๆ แล้วก็... ขอให้คนที่น้ารักที่สุดในชีวิตนี้คืออา และรักแค่อาคนเดียวตลอดไปครับ”
เฮ่อหย่วนถึงกับหลุดหัวเราะออกมา “คำอวยพรนี้ดีมาก”
เขาก็ไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่าให้เฉินชิงรักเขาตลอดไป แค่มีความรัก ทุกอย่างก็เพียงพอแล้ว
เฉินชิงแอบค้อนให้เฮ่ออวี้เสียงที่ช่างสรรหาคำพูด แต่ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายได้ประโยชน์ ก็เลยไม่ได้ขัดคออะไร กอดสินเดิมของตัวเองไว้แน่นอย่างมีความสุข พอกินข้าวเสร็จก็รีบเอาไปเก็บเข้าที่ทันที
พอมาถึงในห้องครัว เฮ่ออวี้เสียงก็กำชับกับเฮ่อหย่วนอีกครั้ง “อาครับ อาต้องดีกับน้าของผมให้มากๆ นะครับ”
“แน่นอน อาจะทำ” เฮ่อหย่วนรับคำ
หลังจากทั้งสองช่วยกันเก็บกวาดจนเสร็จ เฮ่อหย่วนก็กลับเข้าห้องมาคุยกับเฉินชิง
“ผมว่าเฮ่ออวี้เสียงเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรู้สึกคนอื่นมากนะ”
“ใช่ค่ะ” เฉินชิงพยักหน้าเห็นพ้อง
ถึงแม้ในนิยายต้นฉบับเขาจะเป็นตัวร้ายไร้หัวใจ แต่ในชีวิตจริงที่เจอ... เฮ่ออวี้เสียงเป็นเด็กดีที่จดจำบุญคุณคนอื่นได้อย่างจริงจังมากๆ เลย
[จบบท]