บทที่ 379: รสนิยมของคุณรองหัวหน้าเหมา
หลังจากเลิกงาน เหมาเจี้ยนกั๋วก็หอบหิ้วของพะรุงพะรัง เขาเตรียมของขวัญไว้หลายอย่าง
ทั้งนมมอลต์สกัด 2 กระป๋อง ขนมเปี๊ยะวอลนัท 3 กล่อง ผลไม้กระป๋องอีก 5 ขวด แถมด้วยน้ำตาลทรายแดง 2 จิน เขาหันไปชวนภรรยา
“ผมว่าจะไปขอบคุณเฉินชิง คุณจะไปด้วยกันไหม?”
พอได้ยินชื่อเฉินชิง ท่าทีของทาเลียก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “ไปค่ะ”
ยังไม่ทันก้าวขาออกจากบ้าน เหมาเหมาก็กระโดดเด้งดึ๋งออกมาจากห้อง “ผมก็ไปด้วยครับ!”
สรุปว่าเย็นวันนั้น หลังจากจัดการมื้อเย็นเรียบร้อย ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็ยกขบวนกันไปที่บ้านพักของเฉินชิงเพื่อแสดงความขอบคุณ
เมื่อมาถึง ทาเลียกวาดตามองหาที่หน้าโถงแต่กลับไม่เจอเจ้าของบ้าน เธอจึงตัดสินใจเดินตรงไปหาที่ห้องส่วนตัวของอีกฝ่าย
เฉินชิงอยู่ในห้องนั้นจริงๆ เธอกำลังนั่งหัวฟูอยู่กับกองเอกสาร ปั่นต้นฉบับอย่างเอาเป็นเอาตาย
ณ ตอนนี้ แม้ป้ายตำแหน่งของเธอจะเป็นแค่รองหัวหน้าคณะกรรมการโรงงาน แต่ภาระงานจริงกลับหนักหนาสาหัสเหมือนควบสามตำแหน่ง
ทั้งพนักงานบริการลูกค้าระหว่างประเทศ นักเขียนประจำสหพันธ์สตรี และงานบริหารในคณะกรรมการโรงงาน
“เสี่ยวชิง” ทาเลียส่งเสียงเรียก
เฉินชิงเงยหน้าขึ้นจากงานอย่างงุนงง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาหาถึงที่
ทาเลียอธิบายจุดประสงค์ทันที “เหมาเจี้ยนกั๋วมาขอบคุณเธอน่ะ”
“ในของขวัญนั่น เขาลืมผสมยาพิษมาด้วยรึเปล่า?” เฉินชิงถามคำถามแรกที่แวบเข้ามาในหัว
ทาเลียหลุดหัวเราะ “ไม่น่าจะมีนะ”
“งั้นเขาก็คงสมองกลับ หรือไม่ก็...มีรสนิยมชอบความรุนแรงจริงๆ?” เฉินชิงนึกถึงภาพที่เขานอนยิ้มรับหมัดรับเท้าจากทาเลียแล้วก็ขนลุกไม่หาย
คำถามนี้เล่นเอาทาเลียไปไม่เป็น เธอไม่รู้จะแก้ต่างให้สามีอย่างไรดี บรรยากาศในห้องจึงเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน
เสียงของเหมาเหมาดังมาจากด้านนอก เขาคงรอที่หน้าโถงไม่ไหว “คุณน้าครับ! รีบออกมาเร็วๆ สิครับ!”
เฉินชิงไม่อยากออกไปเจอหน้าเลยสักนิด
ทาเลียเองก็จนปัญญาจะอธิบายพฤติกรรมของเหมาเจี้ยนกั๋ว ลึกๆ แล้วเธอก็แอบคิดว่าที่เฉินชิงพูดมาทั้งหมดนั่นแหละคือความจริง
“เธอรับของไว้เถอะ เดี๋ยวฉันจะลากเขากลับไปเอง”
“ตกลงตามนี้นะ”
เฉินชิงเดินออกมาที่หน้าโถง เธอยืนเผชิญหน้ากับเหมาเจี้ยนกั๋วโดยไม่พูดอะไรสักคำ
เหมาเจี้ยนกั๋วกลับเป็นฝ่ายจ้องเธอเขม็งด้วยความสงสัย เขาชักไม่แน่ใจว่าผู้หญิงตรงหน้าใช่เฉินชิงตัวจริงหรือเปล่า ทำไมเธอถึงไม่เปิดปากพูดจาแดกดันเขาเลยสักคำ
“ทำไมคุณไม่ด่าผมล่ะ?”
เฉินชิงเบิกตากว้างด้วยความสยอง เขาเป็นเอามากจริงๆ!
“คุณจะไปยุ่งอะไรกับเสี่ยวชิง!” ทาเลียเป็นฝ่ายดุสามีเสียเอง
เหมาเจี้ยนกั๋วรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างบอกไม่ถูก เขาอุตส่าห์โดนซ้อมจนน่วม ยังต้องฝืนใจหอบของขวัญมาขอบคุณ นี่มันน่าอับอายสิ้นดี แต่นี่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ภรรยาก็มาตะคอกใส่อีกแล้ว!
“ของมาถึงก็พอแล้วค่ะ” เฉินชิงตัดบท
“งั้นเรากลับกันก่อนดีกว่า” ทาเลียรีบชวนกลับทันที
เหมาเจี้ยนกั๋วแทบจะพยักหน้าในวินาทีนั้น เขาอยากกลับใจจะขาด
“เดี๋ยวก่อนครับ!” เหมาเหมาอุทาน
“ผมยังนัดกับเสี่ยวอวี้ไว้เลยว่าจะเล่นด้วยกัน”
ทาเลียใช้ความคิดชั่วครู่ ก่อนจะหันไปทางเหมาเจี้ยนกั๋ว
“คุณกลับไปก่อนเลย ฉันจะอยู่เล่นกับเหมาเหมาที่นี่สักพักแล้วค่อยตามกลับไป”
เหมาเจี้ยนกั๋วอ้าปากค้าง “???” นี่ภรรยาเขากำลังไล่เขากลับบ้านงั้นหรือ?
“ไม่! ผมไม่กลับ! ผมจะอยู่ที่นี่!”
ทาเลียแทบอยากจะยกเท้าขึ้นถีบเขาสักที
“ผมไปหาเฮ่อหย่วนก็ได้” เหมาเจี้ยนกั๋วสะบัดหน้าหนี
เขารู้ดีว่าเฮ่อหย่วนมีห้องหนังสือสำหรับทำงานโดยเฉพาะ และเขาก็อิจฉาเรื่องนี้มาตลอด ไม่รู้ทำไมเฉินชิงที่ดูร้ายกาจกับคนทั้งโลก ถึงได้ใจดีกับเฮ่อหย่วนนัก
เขาเดินไปเคาะประตูห้องหนังสือ เฮ่อหย่วนลุกมาเปิดประตูให้
เหมาเจี้ยนกั๋วสอดส่องสายตาเข้าไปด้านใน ห้องนี้กว้างขวาง ของใช้มีไม่มากชิ้น แต่ทุกอย่างสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ โดยเฉพาะชั้นหนังสือขนาดใหญ่ที่จัดของไว้เข้าที่เข้าทาง มองแล้วสบายตาสบายใจ
“พวกคุณนี่แปลก ตอนเย็นอุตส่าห์ว่าง ทำไมไม่พักผ่อนกันบ้าง?” เขาเห็นเฉินชิงก้มหน้าก้มตาทำงาน เฮ่อหย่วนก็เหมือนกัน
สองสามีภรรยาคู่นี้ขยันอะไรกันนักหนา!
คนหนึ่งก็ทำงานงกๆ อีกคนก็เอาแต่วิจัย พวกเขาไม่รู้หรือไงว่าการทำตัวขยันขันแข็งแบบนี้ มันสร้างแรงกดดันมหาศาลให้คนที่เป็นหัวหน้า
ดูอย่างหัวหน้าหลิวสิ ตอนนี้หัวโล้นเตียนไปเรียบร้อยแล้ว หรือว่าเขาจะต้องเจริญรอยตามหัวหน้าหลิว จากแค่หัวล้าน กลายเป็นหัวโล้นเกลี้ยงเกลา?
แค่คิดภาพนั้น เหมาเจี้ยนกั๋วก็ขนหัวลุกแล้ว
“ผมต้องไปทำการทดลองเร็วๆ นี้แล้วครับ เลยต้องเตรียมตัวให้พร้อมหน่อย ไม่อยากให้เครื่องจักรเสียหาย” เฮ่อหย่วนอธิบาย
เขาเคยทดลองระบบนี้กับทีมแล้ว และค่อนข้างมั่นใจว่ามันสามารถใช้งานร่วมกับเฮลิคอปเตอร์ได้ แต่ยังไงก็ต้องไปดูหน้างานจริงอีกที
“ก็น่าจะไหวนะ” เหมาเจี้ยนกั๋วตอบแบบขอไปที
ปกติงานของเฮ่อหย่วนไม่เคยพลาดอยู่แล้ว พูดก็พูดเถอะ เฮ่อหย่วนนี่หน้าตาหล่อเหลาเอาการ
สหายหญิงในสถาบันวิจัยหลายคนถึงกับไม่กล้าสบตา เพราะคิดว่าเป็นพวกเสือผู้หญิง แต่พอได้รู้จักจริงๆ กลับกลายเป็นคนเคร่งขรึม น่าเบื่อชะมัด
“นายกลับมาก็มุดเข้าห้องหนังสือทุกคืนแบบนี้ เฉินชิงไม่บ่นนายแย่เหรอ?”
“ไม่ครับ” เฮ่อหย่วนตอบเสียงเรียบ
เขาลืมสนิทไปแล้วว่าเฉินชิงเคยคะยั้นคะยอให้เขากลับไปทำล่วงเวลาที่สถาบันวิจัย เพราะเสียดายเงินค่าโอที
เฮ่อหย่วนเหลือบมองเหมาเจี้ยนกั๋วที่ยืนเกะกะไม่ทำอะไร เขาเริ่มจะหมดความอดทน
“ผมยังต้องทำงานต่อ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”
“อ๋อ ไม่มีอะไร ฉันแค่มาหยิบหนังสืออ่านเล่นสักเล่ม นี่คงไม่รบกวนนานใช่ไหม”
ว่าแล้วเหมาเจี้ยนกั๋วก็เดินไปดึงหนังสือเล่มหนึ่งออกจากชั้นหน้าตาเฉย
เฮ่อหย่วนได้แต่ถอนหายใจแล้วก้มหน้าทำงานของตัวเองต่อไป
ขณะเดียวกันที่หน้าโถง เฉินชิงกำลังคุยธุระกับทาเลีย “เรื่องที่เธออยากสมัครตำแหน่งครูโรงเรียนอาชีวะ ฉันจัดการให้แล้วนะ”
“แต่ตอนนี้ให้ได้แค่ตำแหน่งคนงานชั่วคราวไปก่อน คุณตั้งใจทำงานสักภาคเรียน รับรองว่าการเลื่อนขั้นเป็นพนักงานประจำไม่น่ายาก”
“เสี่ยวชิง ขอบคุณเธอจริงๆ นะ” ทาเลียซาบซึ้งจนขอบตาแดงก่ำ
“โธ่ อย่าพูดแบบนั้นสิ นี่เป็นเพราะความสามารถของเธอเองล้วนๆ” เฉินชิงพูดตามความจริง เธอเชื่อมั่นในศักยภาพของทาเลียมาตลอด
ทาเลียเม้มปากยิ้ม “แต่มันก็ต้องมีเวทีให้ฉันได้แสดงความสามารถด้วยนี่”
“อ๊าาาาา!”
เสียงเจื้อยแจ้วดังมาก่อนตัว เสี่ยวอวี้วิ่งหน้าตื่นกลับเข้ามาในบ้าน
เฉินชิงหันไปมองตามเสียง
เด็กหญิงกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของคุณน้าอย่างแรง
“คุณน้าคะ! หนูทำลายสถิติตัวเองได้แล้ว! ตอนนี้หนูตีลังกาต่อเนื่อง 4 รอบได้แล้วค่ะ เดี๋ยวหนูตีให้คุณน้าดูเดี๋ยวนี้เลย!”
“เอาเลยจ้ะ!”
เฉินชิงจูงมือหลานสาวออกไปที่ลานหน้าบ้าน เฮ่อหย่วนได้ยินเสียงเอะอะก็เดินออกมาจากห้องหนังสือ
เฮ่ออวี้เสียงที่กำลังเล่นอยู่ก็รีบวางตุ๊กตาช้างในมือแล้ววิ่งตามมาดูน้องสาว เหมาเจี้ยนกั๋วที่ยังนั่งอู้ในห้องเฮ่อหย่วนก็เดินตามออกมาดูด้วยความงุนงง
“เฮ้!”
เสี่ยวอวี้สูดหายใจลึก รอบแรกอาจจะดูเก้งก้างไปบ้างเพราะมีกองเชียร์เยอะ แต่เธอก็ลงพื้นได้อย่างมั่นคง
รอบที่สองเห็นได้ชัดว่าคล่องแคล่วขึ้นมาก ร่างเล็กๆ พลิกตัวกลางอากาศเป็นเส้นโค้งสวยงาม
รอบที่สามยิ่งเบาราวกับปุยนุ่น ตอนลงพื้นเธอย่อเข่าลงเล็กน้อยเพื่อรองรับแรงกระแทกอย่างถูกวิธี
เฉินชิงมองภาพนั้นด้วยใจที่เต้นระทึก เสี่ยวอวี้เข้าสู่สมาธิอย่างเต็มที่ ร่างกายเล็กๆ ปลดปล่อยพลังและความสมดุลที่น่าทึ่งออกมา และในที่สุด...เธอก็ทำได้!
ตีลังกา 4 รอบติดต่อกันสำเร็จ!
เฉินชิงปรบมือเสียงดังที่สุด ในแววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและภาคภูมิใจ
“ยอดเยี่ยมมากจ้ะ! เสี่ยวอวี้ของน้ามีความพยายามที่สุดเลย!”
เสี่ยวอวี้ยืดอก ริมฝีปากบางยกยิ้มกว้าง ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีชมพูระเรื่อ เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ท่าทางเหมือนกำลังประกาศว่า ‘รีบชมหนูอีกเร็วๆ สิคะ!’
เฉินชิงตรงเข้าไปอุ้มหลานสาวตัวน้อยหมุนไปรอบหนึ่ง เด็กอะไรน่ารักน่าฟัดขนาดนี้
ครอบครัวของเหมาเหมาอยู่ต่ออีกไม่นานก็ขอตัวกลับ ระหว่างทางกลับบ้าน เหมาเจี้ยนกั๋วที่ยังไม่หายข้องใจก็เอ่ยปากถามทาเลีย
“เสี่ยวอวี้เป็นเด็กผู้หญิง ถ้าโตขึ้นยังฝึกวิทยายุทธ์แบบนี้ อนาคตเธอจะไม่ลำบากตอนแต่งงานเหรอ?”
ทาเลียหยุดกึกทันที เธอหันกลับมา ตบหน้าสามีฉาดใหญ่กลางถนน ท่ามกลางสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปมา ก่อนจะพูดเสียงเย็น
“ถ้าคุณกล้าพูดประโยคเมื่อกี้ต่อหน้าเฉินชิง หัวคุณได้หลุดจากบ่าแน่”
“ใช่เลยครับ!” เหมาเหมาสนับสนุนแม่เต็มที่
เด็กชายเดินแก้มป่องนำหน้าแม่ไป เขาล่ะไม่เข้าใจพ่อเลย เสี่ยวอวี้เป็นน้องสาวที่น่ารักที่สุดในโลก พ่อเขาตาบอดหรือไงถึงมองไม่เห็น
น้องก็แค่ฝึกวิทยายุทธ์ ทำไมต้องเอาไปโยงกับเรื่องแต่งงานด้วย แล้วไอ้ที่ว่าแต่งงานไม่ได้น่ะ มันหมายความว่ายังไง
ต่อให้แต่งไม่ได้จริงๆ มันจะสักเท่าไหร่กัน เสี่ยวอวี้มีพี่ชายตั้งสองคน ทั้งเขาทั้งเฮ่ออวี้เสียงเลี้ยงน้องสาวคนเดียวได้สบายอยู่แล้ว!
เหมาเจี้ยนกั๋วยืนลูบแก้มตัวเองป้อยๆ เขางงไปหมด
เขาก็แค่พูดความจริง ไม่ได้ว่าเสี่ยวอวี้ไม่ดีสักคำ แค่เป็นห่วงอนาคตหลานเฉยๆ ทำไมภรรยาต้องมีอคติกับเขาขนาดนี้ด้วย!
รู้อย่างนี้ไม่พูดดีกว่า
โดนตบกลางถนนแบบนี้
อายชะมัด
[จบบท]