บทที่ 411: สองสามีภรรยาได้รับรางวัล
อากาศในฤดูหนาวทางตอนใต้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยจะเก็บงำความหนาวเย็นยะเยือกไว้ในช่วงเช้าตรู่และยามค่ำคืน เฮ่อหย่วนลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนฟ้าสาง
สิ่งแรกที่เขาทำคือการตรวจสอบอุณหภูมิร่างกายของเฉินชิงอย่างละเอียด เขาสัมผัสไปทั่ว โดยเฉพาะมือและเท้า เมื่อแน่ใจว่าเธออบอุ่นเป็นปกติ เขาจึงลุกจากเตียงอย่างเงียบเชียบ
เขาผลักประตูห้องออกไปและพบว่าเฮ่ออวี้เสียงตื่นมานานแล้ว เด็กชายยืนอยู่ตรงนั้นด้วยขอบตาที่แดงก่ำและบวมเล็กน้อย แต่เฮ่อหย่วนก็เลือกที่จะไม่ทักท้วง เขาเพียงมุ่งหน้าไปจัดการธุระส่วนตัว ก่อนจะเข้าครัวไปเริ่มทำเค้กนึ่งสำหรับมื้อเช้า
ไม่นานนัก เสี่ยวอวี้ก็ตื่นตามมาในสภาพที่สวมเสื้อผ้าหนาเตอะจนกลม ร่างเล็กๆ นั้นยังคงงัวเงีย สะลึมสะลือ โอนเอนไปมาคล้ายกับลูกเพนกวินที่เพิ่งตื่นนอน หลังจากหาวออกมาหนึ่งครั้ง เธอก็หยิบแก้วของตัวเองไปเติมน้ำอุ่นที่พี่ชายต้มเตรียมไว้ให้เสมอเพื่อแปรงฟัน
เด็กหญิงตั้งอกตั้งใจแปรงฟันจนสะอาด ก่อนจะไปดึงผ้าขนหนูผืนเล็กจากราวตากผ้า จุ่มลงในอ่างน้ำร้อนแล้วบิดพอหมาด เช็ดถูใบหน้าอย่างรวดเร็ว ล้างผ้าขนหนูอีกครั้งแล้วนำกลับไปแขวนไว้ที่เดิม เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อย เสี่ยวอวี้ก็รู้สึกว่าพลังงานกลับมาเต็มเปี่ยม
"พี่จ๋า หนูตื่นแล้ว! วันนี้มีอะไรให้หนูช่วยทำบ้างไหมคะ"
"งั้นน้องช่วยล้างผักพวกนั้นทีนะ เดี๋ยวอาจะได้เอาไปผัดใส่กล่องข้าวให้"
"ได้เลยค่ะ! เดี๋ยวหนูจัดการเอง"
เสี่ยวอวี้รับคำแข็งขัน เธอตักน้ำใส่กะละมังแล้วเริ่มเด็ดผักกาดเขียวปลีทีละใบ นำมาล้างอย่างตั้งใจ ผักกาดเขียวปลีในช่วงนี้จะหวานเป็นพิเศษเพราะมีน้ำค้างเกาะในตอนเช้า
เฮ่อหย่วนลงมือทำกับข้าวที่เป็นเนื้อเสร็จไปหนึ่งอย่าง พอดีกับที่เสี่ยวอวี้ล้างผักเสร็จ เขารับผักมาหั่นและผัดอย่างรวดเร็ว ตักแบ่งใส่กล่องข้าวให้เด็กทั้งสอง พร้อมกับเติมน้ำอุ่นใส่กระติกน้ำให้จนเต็ม
เขานึกถึงคำกำชับของเฉินชิงขึ้นมาได้ จึงหันไปเตือนเสี่ยวอวี้ "ดื่มน้ำที่เอาไปให้หมดด้วยล่ะ อย่าให้เหลือกลับมา"
จุดอ่อนสำคัญของเสี่ยวอวี้คือเธอไม่ชอบดื่มน้ำเลย โดยเฉพาะในฤดูหนาว กระติกน้ำที่พกไปโรงเรียนตอนเช้ามีน้ำอยู่เท่าไหร่ ตอนเย็นกลับมาก็มักจะเหลือเท่านั้น
"ค่ะ... หนูจะพยายามจำไว้" เสี่ยวอวี้รับคำเสียงอ่อย ทั้งที่รู้ดีว่าพอไปถึงโรงเรียน เธอก็ลืมเรื่องนี้สนิท
เฮ่ออวี้เสียงเองก็จนปัญญาไม่ต่างกัน เขาพยายามดักรอน้องสาวในช่วงพักระหว่างคาบเรียนเพื่อบังคับให้ดื่มน้ำ แต่เธอกลับหลบหลีกได้ทุกครั้ง ราวกับกำลังเล่นเกมไล่จับกับเขา
เฮ่อหย่วนประเมินเวลาที่เค้กจะนึ่งสุกแล้วเห็นว่ายังเหลืออีกพักใหญ่ เขาจึงออกไปซื้อน้ำเต้าหู้ที่ร้านด้านนอก พอกลับมาถึงบ้าน เขาก็มุ่งหน้าไปที่ห้องนอนเพื่อปลุกเฉินชิง
เฉินชิงปรือตาขึ้นเพียงข้างเดียว ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหัวทำให้เธออยากจะยื่นมือออกไปบีบคอเขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่าเพียงแค่ยื่นมือออกจากใต้ผ้าห่ม ความเย็นยะเยือกก็จู่โจมจนต้องรีบดึงมือกลับเข้าไปซุกไว้ตามเดิม
"ทำไมวันนี้มันหนาวกว่าปกติล่ะเนี่ย"
"ก็อุณหภูมิมันลดลงน่ะสิ"
เฮ่อหย่วนตอบ พลางอาศัยจังหวะที่เธอไม่ทันระวังตัว กระตุกผ้าห่มผืนหนาออกจากร่างเธอ
"เฮ่อหย่วน!!! คุณจะทำบ้าอะไรเนี่ย!" เฉินชิงเบิกตากว้าง ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธ
เสียงโวยวายของเธอดังออกไปถึงข้างนอก เสี่ยวอวี้เหลือบมองไปทางห้องของคุณน้า ก่อนจะหันไปพูดกับพี่ชาย
"พี่จ๋า... คุณอากลับมาบ้านแล้วนี่ดีจริงๆ เลยนะคะ"
"นั่นสิ..." เฮ่ออวี้เสียงตอบรับเบาๆ พลางคิดในใจว่าคุณน้าของพวกเขาคือจอมขี้เกียจตื่นสายตัวยงในฤดูหนาว เธอยอมอดมื้อเช้าเพียงเพื่อจะได้นอนต่ออีกสักนิด นับเป็นคนที่ขี้เกียจที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา
สุดท้าย เฉินชิงก็ถูกเฮ่อหย่วนลากไปแปรงฟันล้างหน้าด้วยสภาพกึ่งสิ้นหวัง เมื่อมานั่งที่โต๊ะอาหาร สายตาของเธอก็ปะทะเข้ากับเค้กน้ำตาลทรายแดงและน้ำเต้าหู้ร้อนๆ ทำให้เธออดนับถือในพละกำลังของเขาไม่ได้
ทั้งที่เข้านอนดึกแต่กลับตื่นได้เช้าตรู่ แถมยังมีเรี่ยวแรงและดูสดใสกว่าเธอเสียอีก เฉินชิงได้แต่คิดว่าอาชีพนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์นี่ช่างเหมาะสมกับเขาเหลือเกิน ราวกับเขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ
หลังจากเติมพลังในมื้อเช้าจนอิ่มหนำ เฉินชิงก็ออกไปทำงานพร้อมกับเฮ่อหย่วน
เมื่อมาถึงหน้าประตูโรงงานเครื่องจักร ทั้งสองก็แยกย้ายกัน เฉินชิงมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของเธอ และปรับเข้าสู่โหมดการทำงานทันที
ช่วงปลายปีเป็นช่วงเวลาที่เฉินชิงต้องวุ่นวายมากกว่าปกติ ภารกิจหลักของเธอคือการสนับสนุนฝ่ายบุคคลในการคัดเลือกตัวแทนต่างๆ
ทั้งต้นแบบแรงงาน ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคนิค และตัวแทนคนงาน เพื่อส่งไปเข้าร่วมงานที่เมืองหลวง รวมถึงการคัดเลือกตัวแทนสำหรับเข้าร่วมการประชุมภายในมณฑลด้วย
กระบวนการคัดเลือกเริ่มต้นจากการเสนอชื่อโดยแผนกต่างๆ จากนั้นคณะกรรมการโรงงานจะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือก ก่อนจะส่งรายชื่อให้กรมอุตสาหกรรมมณฑลตรวจสอบเป็นขั้นตอนสุดท้าย
แต่ตามธรรมเนียมปฏิบัติ หากรายชื่อที่คณะกรรมการโรงงานคัดเลือกมาผ่านการตรวจสอบประวัติทางการเมืองโดยไม่มีปัญหา ก็แทบจะการันตีได้ว่าจะได้รับรางวัล
หวงซินเผิงซึ่งเพิ่งได้รับแจ้งข่าวจากสถาบันวิจัยเมื่อวาน ได้นำบัญชีรายชื่อที่ปรับปรุงใหม่เข้ามาให้เฉินชิงพิจารณา
"หัวหน้าครับ นี่เป็นรายชื่อใหม่ที่ผมเพิ่งเตรียมเสร็จ รบกวนคุณช่วยตรวจสอบอีกครั้งครับ"
เฉินชิงรับเอกสารมาไล่สายตาดู ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นชื่อของเฮ่อหย่วนปรากฏอยู่ในรายชื่อ เขาได้รับการเสนอชื่อให้รับรางวัลนวัตกรรมทางเทคนิคอุตสาหกรรมเรียนรู้จากต้าชิ่ง
"รายชื่อนี้มาจากทางสถาบันวิจัยเสนอมาเหรอ"
"ใช่ครับ เมื่อวานหัวหน้าสถาบันเหมาเป็นคนมาแจ้งกับผมโดยตรงเลยครับ"
"อ้อ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไร" เฉินชิงพยักหน้า เธอเข้าใจดีว่าการที่เหมาเจี้ยนกั๋วกล้ามาแจ้งเรื่องนี้ด้วยตัวเอง แสดงว่าเขาต้องได้รับสัญญาณไฟเขียวมาแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่กล้าพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้า
เธอตรวจสอบรายชื่อที่เหลืออย่างละเอียด ปีนี้การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งต้นแบบแรงงานนั้นดุเดือดกว่าทุกปีที่ผ่านมา สาเหตุก็เพราะความสำเร็จจากกระบวนการคัดเลือกที่ยุติธรรมและโปร่งใสเมื่อปีที่แล้ว ได้กระตุ้นให้หลายคนมุ่งมั่นที่จะคว้าตำแหน่งนี้มาครอง
แม้การแข่งขันจะสูง แต่มาตรฐานการตัดสินยังคงชัดเจน นอกจากคุณสมบัติหลักอย่างการตรวจสอบประวัติทางการเมืองที่ต้องผ่านฉลุยแล้ว
ปัจจัยอื่นๆ ยังประกอบไปด้วยประสิทธิภาพในการผลิต นวัตกรรมทางเทคนิคที่สร้างสรรค์ และความสามารถในการประหยัดทรัพยากร ตำแหน่งต้นแบบแรงงานระดับชาติไม่ได้มอบให้เฉพาะคนที่ทำงานหนักที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคนที่รู้จักใช้สมองในการทำงานด้วย
"รายชื่อนี้เรียบร้อยดี คุณพาเจ้าหน้าที่อีกสักสองคนเดินทางไปที่กรมอุตสาหกรรมมณฑลเพื่อยื่นรายงานรายชื่อนี้ได้เลย"
"รับทราบครับหัวหน้า" หวงซินเผิงรับเอกสารคืนมา เขาลอบมองหัวหน้าหญิงของตนเอง สามีของเธอได้รับรางวัลด้านนวัตกรรม ส่วนตัวเธอก็ได้เป็นตัวแทนคนงาน สองสามีภรรยาคู่นี้นับว่าโดดเด่นไม่ธรรมดา
เมื่อหวงซินเผิงออกจากห้องไปแล้ว เฉินชิงก็เริ่มวางแผนเรื่องการเดินทางไปเมืองหลวง เทศกาลตรุษจีนในปีนี้ตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ส่วนพิธีมอบรางวัลถูกกำหนดไว้ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง
หากจัดงานเร็วเกินไปก็จะกระทบกับกำหนดการส่งมอบงานในช่วงสิ้นปี แต่หากจัดช้าเกินไปก็จะชนกับช่วงเวลาการทำเกษตรกรรมในฤดูใบไม้ผลิ การจัดงานในช่วงก่อนตรุษจีนจึงถือว่าลงตัวที่สุด ผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้กลับบ้านไปเฉลิมฉลองพร้อมกับครอบครัว
การเดินทางครั้งนี้ทั้งเธอและเฮ่อหย่วนต่างก็ต้องไปรับรางวัลด้วยกันทั้งคู่ นี่จึงเป็นโอกาสดีที่จะพาหลายๆ ทั้งสองคนไปเปิดหูเปิดตาที่เมืองหลวงด้วย อย่างไรก็ตาม เธอยังมีเวลาเตรียมตัวอีกตั้งหนึ่งเดือน จึงยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อน
***
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเธอ เลขานุการหลิวโผล่หน้าเข้ามา
"หัวหน้าครับ ท่านผู้จัดการโรงงานเรียกพบคุณครับ"
"หืม? เรียกฉันหรือคะ" เฉินชิงเลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เธอจึงลุกขึ้นยืน
เธอก้าวตามเลขานุการหลิวขึ้นไปยังชั้นบน พลางเอ่ยหยอกเย้า
"สงสัยผู้จัดการหลิวคงหายโกรธฉันแล้วมั้งคะเนี่ย"
"เอ่อ... ฮ่าๆ ครับ" เลขานุการหลิวหัวเราะแห้งๆ อย่างกระอักกระอ่วน เขาได้ยินผู้จัดการหลิวบ่นพึมพำด่าทอเฉินชิงในห้องทำงานไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
หาว่าเธอไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง อุตส่าห์พยายามผลักดันให้เธอได้ตำแหน่งรองผู้จัดการโรงงาน แต่กลับถูกเธอวิพากษ์วิจารณ์กลับมาเสียยกใหญ่
เมื่อมาถึงห้องทำงานของผู้จัดการโรงงาน เฉินชิงก็ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้รับรองอย่างมั่นคง
"ผู้จัดการหลิวคะ เรียกฉันมามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ ถ้ามีก็พูดมาได้เลยค่ะ ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา"
ผู้จัดการหลิวโกรธจนใบหน้ากระตุก เขาไม่เคยเจอพนักงานคนไหนที่ไม่ให้ความเคารพผู้บังคับบัญชาเช่นนี้มาก่อน ชายวัยกลางคนสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์
"เรื่องมหรกรรมการค้ากวางเจาครั้งต่อไป คุณจะไปช่วยโรงงานเสื้อผ้าอีกไม่ได้แล้ว คุณต้องกลับมาคิดหาวิธีสนับสนุนโรงงานเครื่องจักรของเรา ในฐานะที่คุณเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบหลักของงาน การที่คุณเอาเวลาไปอยู่กับโรงงานเสื้อผ้ามันไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง"
เขาชี้แจงเหตุผลเพิ่มเติมว่า ครั้งก่อนเธอยังเป็นเพียงรองหัวหน้า และไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบแผนกประสานงานภายนอกโดยตรง การไปช่วยโรงงานเสื้อผ้าจึงยังพออนุโลมได้ แต่บัดนี้เธอคือหัวหน้า และเป็นกำลังสำคัญในการจัดเตรียมพื้นที่จัดแสดงของมหรกรรมการค้ากวางเจา
"เรื่องไม่ให้ฉันไปโรงงานเสื้อผ้า ฉันรับปากได้ค่ะ แต่เรื่องที่จะให้ฉันคิดหาวิธีช่วยโรงงานเครื่องจักรทำเงินตราต่างประเทศนี่คงเป็นไปไม่ได้ หน้าที่หลักของคณะกรรมการโรงงานคือการเตรียมความพร้อมของเวที”
“ซึ่งฉันรับรองว่าจะทำให้ดีที่สุด แต่โรงงานของเราเป็นอุตสาหกรรมหนักนะคะ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับคุณภาพและเทคโนโลยี ไม่เหมือนพวกอุตสาหกรรมเบาที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งอื่นได้ ดังนั้นเรื่องการทำเงินตราต่างประเทศ อย่ามาคาดหวังอะไรจากฉันเลยค่ะ"
ผู้จัดการหลิวขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าแม้จะอายุน้อย แต่กลับมีความคิดที่เด็ดเดี่ยวและชัดเจน
"ถ้าคุณทำไม่ได้ งั้นก็ไปบอกให้เฮ่อหย่วนตั้งใจทำงานในส่วนนี้ให้ดีก็แล้วกัน"
"คณะกรรมการโรงงานมีหน้าที่ในการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่วิจัยค่ะ แต่เราไม่มีอำนาจไปสั่งการหรือควบคุมการทำงานของพวกเขา ถ้าผู้จัดการโรงงานต้องการความร่วมมือจากสถาบันวิจัย คุณควรจะไปติดต่อพวกเขาโดยตรงนะคะ"
คำตอบของเฉินชิงยิ่งทำให้ผู้จัดการหลิวเดือดดาลขึ้นไปอีก ถ้าเขาสามารถพูดคุยกับเฮ่อหย่วนรู้เรื่อง เขาจะเสียเวลามาคุยกับเธอทำไม!
ความจริงแล้ว ในเช้าวันนี้ทันทีที่เฮ่อหย่วนมาถึงโรงงาน ผู้จัดการหลิวก็ได้เรียกตัวเขาไปพบทันที เขาคาดหวังว่าเฮ่อหย่วนจะตกลงช่วยสร้างผลงานที่โดดเด่นในมหรกรรมการค้ากวางเจาเหมือนเช่นปีที่ผ่านมา
แต่เฮ่อหย่วนนั้นโดยพื้นฐานแล้วไม่ชอบงานด้านการขาย ประกอบกับตอนนี้เขากำลังยุ่งอยู่กับภารกิจใหม่ จึงไม่จำเป็นต้องไปร่วมงานมหรกรรมการค้ากวางเจาอีก เขาจึงปฏิเสธคำขอนั้นไปอย่างไม่ใยดี
เมื่อปราศจากเฮ่อหย่วน ความหวังที่จะทำยอดเงินตราต่างประเทศของผู้จัดการหลิวก็ริบหรี่ลง เขามองเฉินชิงด้วยความไม่พอใจ สมแล้วที่เป็นคนของผู้จัดการโรงงานคนเก่า ไม่เคยคิดจะญาติดีกับเขาเลยสักนิด!
[จบบท]