บทที่ 482: กลยุทธ์ที่เปิดเผย
เมื่อไพ่ในมือถูกอ่านออกจนหมดสิ้น หยางสีเหวินก็ไม่เหลือแต้มต่อใดๆ ในการเจรจาอีกต่อไป น้ำเสียงของเขาจึงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
"เรื่องก่อนหน้านี้เป็นเพราะฉันสับสนไปชั่วขณะ เธอเองก็ได้เห็นความรุ่งเรืองของฮ่องกงมาแล้วนี่ เธอจะโทษฉันที่มีความคิดอื่นไม่ได้หรอกนะ"
เฉินชิงส่งเสียงในลำคอ "เฮอะ แม้ว่าคำเปรียบเปรยของฉันอาจจะไม่เหมาะสมนัก แต่คุณนี่เหมือนพวกผู้ชายห่วยๆ ที่กำลังทะเลาะเรื่องหย่าร้าง พอถูกคู่ชีวิตจับจุดอ่อนได้ก็หมดหนทาง”
“เลยได้แต่คร่ำครวญว่าที่นอกใจก็เพราะดอกไม้นอกบ้านมันหอมยวนใจเกินไป ไม่ว่าคุณจะพยายามพูดยังไง การกระทำใดๆ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการทำร้ายผลประโยชน์ของประเทศชาติ มันก็คือการกระทำของศัตรู”
“ถ้าคุณหลงรักโลกที่หรูหราฟู่ฟ่าของต่างประเทศจริงๆ มันก็มีสองทางเลือก หนึ่งคือคุณต้องพยายามหาทางออกไปจากที่นี่ หรือสองคือคุณต้องพยายามสร้างประเทศของเรา ให้กลายเป็นสถานที่ที่สามารถทัดเทียมกับประเทศไหนๆ ในโลกให้ได้”
“ไม่ใช่การเอาเปรียบทุกอย่างจนพอใจ แล้วยังมาตีหน้าสงสาร โยนความผิดทั้งหมดให้กับการพัฒนาของประเทศ!"
เจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจที่ฟังอยู่ต่างพยักหน้าถี่ๆ
ผู้จัดการโรงงานเฉินชื่นช่างสุดยอดจริงๆ!
เธอหาจุดโจมตีได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ตรึงหยางสีเหวินไว้บนเสาแห่งความอัปยศได้อย่างอยู่หมัด
เมื่อเฉินชิงบรรลุเป้าหมายของตนแล้วจึงไม่คิดจะอยู่ต่อและเดินจากไป ทิ้งให้หยางสีเหวินร้อนรนอยู่ด้านหลัง เขาขอให้สำนักงานตำรวจช่วยเรียกเฉินชิงกลับมา
สำนักงานตำรวจจึงกล่าว "ตราบใดที่คุณสามารถเปิดเผยข้อมูลได้มากพอ เราก็จะช่วยเกลี้ยกล่อมสหายเฉินชิงให้กลับมาคุยกับคุณอีกครั้ง"
หยางสีเหวินรู้สึกได้ว่านี่คือกับดัก
เป็นกับดักที่วางซ้อนกันไว้เป็นชั้นๆ
ทั้งหมดก็เพื่อล่อให้เขากระโดดลงไป และยอมคายความลับภายในออกมาด้วยความเต็มใจ
นี่คือกลยุทธ์ที่เปิดเผยโจ่งแจ้ง
แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมรับ!
"ตกลง ผมจะบอกทุกอย่างที่รู้"
แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงคำพูดที่ไร้ประโยชน์ ในการพูดคุยหลังจากนั้น หยางสีเหวินก็เริ่มพูดจาอ้อมค้อมไปเรื่อย พยายามทำให้เจ้าหน้าที่สำนักงานตำรวจสับสน
แม้จะดูเหมือนว่าเขาพูดออกไปมากมาย แต่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จริงๆ กลับเป็นศูนย์
เขาเชี่ยวชาญการใช้ศิลปะแห่งการเจรจาเบี่ยงเบนประเด็นได้อย่างแม่นยำ
***
ในอีกด้านหนึ่ง เฉินชิงที่กลับถึงบ้านก็ง่วงจัดจนล้มตัวลงนอนบนเตียงทันที
เฮ่อหย่วนยังคงต้องจัดการเรื่องราวที่ตามมา รวมถึงการพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับลูกๆ ที่บ้านของหยางสีเหวิน
เฮ่ออวี้ถิงซึ่งออกไปข้างนอกมาทั้งวัน ถูกเพื่อนบ้านไถ่ถามว่าเธอไปไหนมา เด็กหญิงยกนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว ย่อตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบอย่างลึกลับ "หนูไปเป็นจางกานมา พวกคุณต้องเก็บเป็นความลับนะคะ"
เพื่อนบ้านที่ได้ยินต่างก็พากันทำสีหน้าไม่ถูก
ขณะเดียวกัน เฮ่ออวี้เสียงกำลังง่วนอยู่กับการซ่อมแซมรังงูอยู่ที่บ้าน เนื่องจากเสี่ยวเฮยได้ช่วยชีวิตเหมาเหมาไว้ เหมาเหมาเลยอยากเลี้ยงเสี่ยวเฮย เขาจึงคิดอยากทำรังที่ใหญ่ขึ้นให้มัน เพื่อที่มันจะได้เหยียดตัวได้อย่างสบายๆ
อันที่จริง เสี่ยวเฮยใช้ชีวิตอยู่กับคุณอาอย่างมีความสุขมาก ห้องทำงานของคุณอานั้นกว้างขวาง และปกติก็ไม่มีคนอื่นอยู่ มันจึงสามารถเลื้อยไปมาได้อย่างอิสระเสรี
คุณอายังเป็นคนรักความสะอาดอย่างยิ่ง กระดาษหนังสือพิมพ์ที่ใช้รองพื้นรังให้เสี่ยวเฮยก็ถูกเปลี่ยนให้ตลอด ทั้งยังทำความสะอาดห้องทำงานอยู่เสมอ ทำให้เสี่ยวเฮยเป็นงูที่สะอาดสะอ้าน
ทว่าครั้งนี้พวกเขาต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านสไตล์ตะวันตก การทำรังใหม่ให้เสี่ยวเฮยจึงกลายเป็นงานใหญ่ เพราะเสี่ยวเฮยกำลังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต อย่างน้อยที่สุดก็ต้องทำกล่องขนาด 1.2 เมตรให้มัน
เฮ่ออวี้เสียงไม่รู้วิธีทำ เขาเลยตัดสินใจลอกแบบรังงูอันเก่า เพียงแค่ทำเป็นเวอร์ชันขยายใหญ่ขึ้นก็น่าจะพอ
รังงูของอามีจุดสำคัญหลักๆ 4 อย่างคือ แผ่นไม้ต้องหนาพอ ฝาปิดด้านบนต้องล็อกได้อย่างแน่นหนา การระบายอากาศต้องดีเยี่ยม และต้องสามารถรักษาความสะอาดได้ง่าย
เขาพยายามทำตามอย่างนั้น ขนย้ายไม้ไปยังสวนหลังบ้าน พอวัดขนาดเสร็จเรียบร้อยก็ตะโกนเรียกเฮ่ออวี้ถิงให้กลับมา "น้องช่วยเลื่อยไม้พวกนี้หน่อยนะ จำไว้ว่าต้องเลื่อยตามเส้นที่พี่ขีดไว้เป๊ะๆ"
"โอ้ ได้เลยค่ะ"
เฮ่ออวี้ถิงนั้นมีแรงมหาศาล
เธอจึงตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างขยันขันแข็ง
***
ภายในห้อง เฉินชิงที่หลับสนิทไม่ได้ยินเสียงใดๆ จากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาเลย จนกระทั่งเฮ่อหย่วนเตรียมตัวจะเข้านอนในตอนกลางคืน เธอก็พลันตื่นขึ้นมา
เฉินชิงขยี้หน้าตัวเองเบาๆ "สงสัยเวลานอนฉันคงต้องสลับวันสลับคืนแล้ว"
"คุณไปอ่านหนังสือหรือทำงานต่อจนถึงตี 5 ก็ได้ แล้วค่อยกลับมานอน พรุ่งนี้ก็นอนให้ถึงแค่ช่วงเที่ยง คืนพรุ่งนี้คุณก็กลับไปนอนตามเวลานอนปกติเหมือนเดิมได้แล้ว"
เฮ่อหย่วนแสดงให้เห็นว่าเขามีประสบการณ์เรื่องการปรับเวลานอนเป็นอย่างดี
"โอเค งั้นฉันจะทำตามที่คุณบอก" เฉินชิงหยิบเอกสารงานที่ต้องทำติดมือไปยังห้องหนังสือของเฮ่อหย่วน
ทีมก่อสร้างที่เธอร้องขอไปนั้นทำงานได้ช้ามาก ช้าจนเธออยากจะระเบิดอารมณ์ออกมา!
ถ้ายังไม่รีบสร้างอาคารโรงงานให้เสร็จ พวกเขาอยากให้เธอต้องจ่ายค่าปรับจากการทำผิดสัญญาหรืออย่างไร!
เฉินชิงใช้นิ้วนวดขมับ เตรียมพร้อมว่าพรุ่งนี้เธอจะต้องไปอาละวาดที่นั่น
ถ้าไม่ไปอาละวาดสักตั้ง เธอคงจบเห่แน่ๆ
ในยามดึกดื่นค่ำมืดเช่นนี้ เฉินชิงกลับมีแรงกายแรงใจเต็มเปี่ยมในการวางแผนเพื่อหาเรื่องในตอนกลางวัน
***
และคนอีกกลุ่มที่นอนไม่หลับเช่นกันก็คือครอบครัวของหยางอี้เหอ
ตากับยายของหยางอี้เหอต่างก็เป็นห่วงหยางซิวจิ่น แม้ว่าลึกๆ แล้วพวกเขาจะเกลียดชังหยางซิวจิ่นเพียงใดก็ตาม ถ้าไม่ใช่เพราะเขาทำร้ายลูกสาวของพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็คงไม่จากไปตั้งแต่ยังสาว
แต่ในตอนนี้ คนที่หาเงินเก่งที่สุดในบ้านก็คือหยางซิวจิ่น!
สองสามีภรรยาเครียดหนักจนผมแทบร่วง ซูม่านม่านเองก็มืดแปดด้านทำอะไรไม่ถูก
หยางอี้เหอก็นอนไม่หลับเช่นกัน เพราะเสียงน้องชายของเธอกำลังร้องไห้ไม่หยุด
ทั้งบ้านกำลังเคร่งเครียดอยู่กับเรื่องเงิน
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว พ่อของเธอไม่ใช่คนขาดเงิน เขามีเงินซ่อนไว้มากมายถึง 13,000 หยวน
ที่ซ่อนเงินของพ่อเธอก็หาง่ายมาก มันอยู่ใต้เตียง ในสว่านที่ถูกซ่อนไว้ และยังมีช่องลับที่โต๊ะทำงานอีก
เธอไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหาเป็นพิเศษ เพราะแม่เป็นคนบอกที่ซ่อนเงินทั้งหมดของพ่อให้เธอรู้เอง
เธอจึงรวบรวมเงินของพ่อใส่กระเป๋านักเรียน โดยตั้งใจว่าในวันพรุ่งนี้จะแบ่งเงินทั้งหมดออกเป็นสามส่วนเพื่อส่งให้เหมาเหมา เฮ่ออวี้ถิง และเฮ่ออวี้เสียง
"หยางอี้เหอ เธออย่าเพิ่งนอนนะ เธอสนิทกับเด็กสองคนบ้านเฉินชิงไม่ใช่เหรอ เธอช่วยไปขอร้องให้พวกนั้นถามเฉินชิงทีสิว่าพ่อเธอเป็นยังไงบ้าง แล้วต้องทำยังไงถึงจะออกมาได้!"
ซูม่านม่านหมดรักในตัวหยางซิวจิ่นไปนานแล้ว แต่เธอยังต้องการผู้ชาย
มีเพียงหยางซิวจิ่นอยู่เท่านั้น ถึงจะมีคนช่วยกันเลี้ยงดูลูกทั้งสองคนได้
ถ้าหากหยางซิวจิ่นเกิดเป็นอะไรไป ภาระเลี้ยงดูลูกก็ต้องตกเป็นของเธอคนเดียว แล้วใครจะมาช่วยเลี้ยง?
จะให้ตาของหยางอี้เหอกับยายช่วยเหรอ?
ไม่มีทาง!
สองคนแก่จอมตะกละนั่นกินจุจะตายไป ต่อไปเงินเดือนอันน้อยนิดของเธอยังจะต้องเอาไปเลี้ยงดูพวกเขาอีก เธอไม่มี่วันทำเด็ดขาด!
หยางอี้เหอขานรับ "หนูจะไปถามที่โรงเรียนดูค่ะ"
"ดี"
ซูม่านม่านจนปัญญาแล้วจริงๆ
เธอทำได้เพียงภาวนาให้หยางอี้เหอได้ข่าวดีกลับมา
หยางอี้เหอกลับไปนอนบนเตียง เธออยากให้ห้องของตัวเองมีสลักประตูมาก ไม่อยากให้ใครบุกพรวดพราดเข้ามาในห้องแล้วปลุกเธอตอนไหนก็ได้แบบนี้!
"อูแว้ อูแว้..."
เสียงน้องชายของเธอยังคงร้องไห้ไม่หยุด
ผู้ใหญ่สามคนกำลังผลัดกันปลอบ
หยางอี้เหอต้องยกมือขึ้นอุดหู ท่องคำว่านอนหลับซ้ำๆ ในใจ ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ในที่สุดน้องชายของเธอก็คงร้องไห้จนเหนื่อยหลับไป เธอจึงได้นอนหลับอย่างสบายใจไปชั่วครู่หนึ่ง
ในตอนเช้า ตากับยายของเธอเหนื่อยล้าจนไม่มีแรงเตรียมอาหารเช้าให้ และแน่นอนว่าไม่มีข้าวกล่องมื้อเที่ยงสำหรับเธอด้วย
หยางอี้เหอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้หิวอะไร จึงตัดสินใจไปโรงเรียนเลย
***
ที่โรงเรียน เหมาเหมายืนอยู่บนเก้าอี้ กำลังคุยโม้โอ้อวดกับเพื่อนๆ ทั้งห้อง "พวกเธอไม่รู้หรอกนะว่าฉันกำลังจะได้ใบประกาศเกียรติคุณ 'วีรบุรุษน้อย' รู้ไหมล่ะว่าฉันทำอะไรลงไป?"
"ทำอะไรเหรอ?"
เด็กๆ ทุกคนต่างพากันเงยหน้ามองเขาเป็นตาเดียว
เหมาเหมาแสยะยิ้มอย่างภาคภูมิใจ "แน่นอนอยู่แล้วว่าฉันไปสู้กับคนร้ายมาน่ะสิ ฉันเตะเขาไปทีนึง แล้วก็ต่อยไปอีกหมัดนึง คนนั้นก็ล้มลงเลย ดังนั้นฉันก็เลยกลายเป็นวีรบุรุษน้อย"
เพื่อนร่วมห้องต่างพากันสงสัยว่าเหมาเหมากำลังคิดว่าพวกเขาโง่เง่าหรือเปล่า ถึงได้กล้าโกหกเรื่องแบบนี้ออกมาได้หน้าตาเฉย
เฮ่ออวี้ถิงเดินมาเร่งเหมาเหมา "รีบมาเรียนได้แล้ว"
พวกเขายังมีเรียนพิเศษชดเชยที่ต้องเรียน
เหมาเหมาร้องโอดโอยพลางกุมมือขวาเอาไว้ "ฉันเจ็บมือนี่นา"
"เธอก็แค่ข้อเคลื่อน ไม่ได้กระดูกหักซะหน่อย" เฮ่ออวี้ถิงไม่สนใจ ยังคงลากเขาไปเรียนหนังสืออยู่ดี
เมื่อหยางอี้เหอเดินมาถึงโรงเรียน บริเวณรอบตัวเธอก็กลายเป็นพื้นที่สุญญากาศ
สายตาที่เพื่อนทุกคนมองมายังเธอ ราวกับกำลังมองสิ่งสกปรกน่ารังเกียจ
[จบบท]