บทที่ 544: ตารางงาน
เฮ่อหย่วนซึ่งเพิ่งได้สัมผัสความรู้สึกของการเป็นว่าที่พ่อคนเต็มไปด้วยความคาดหวังอันงดงามต่อลูกๆ “ผมว่าลูกของเราต้องเป็นเด็กดีมากแน่ๆ”
เฉินชิงที่ได้ยินแบบนั้นยังไม่อยากขัดขวางความคิดฝันของเขาในตอนนี้ เธอยิ้มบางๆ พลางตัดสินใจปล่อยให้เขาดีใจไปอีกสักหน่อยแล้วกัน
สักพักเฮ่อหย่วนก็กลับเข้าห้องไปหยิบไฟฉายกับสมุดโน้ตออกมาด้วย เฉินชิงจึงเงยหน้ามองเขาอย่างสงสัย “ทำไมเหรอ”
เฮ่อหย่วนตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “ผมจะอ่านสูตรคณิตศาสตร์ให้ลูกๆ ฟัง พอพวกเขารับรู้ได้ถึงความงดงามของคณิตศาสตร์ ก็จะตั้งใจคิดตามอย่างเงียบๆ”
เฉินชิง “???”
นี่มันใช่คำพูดที่คนปกติเขาพูดกันออกมาจริงๆ หรือ
ว่าแล้วเฮ่อหย่วนก็เริ่มอ่านมันออกมาดื้อๆ เสียงของเขาทุ้มไพเราะและน่าฟัง หากเขากำลังร้องเพลง เฉินชิงคงจะรู้สึกเพลิดเพลินไปด้วยอย่างแน่นอน
แต่นี่เขากลับกำลังอ่านสูตรคณิตศาสตร์ที่น่าปวดหัว ต่อให้เสียงของเขาจะไพเราะปานเสียงสวรรค์ เธอก็ไม่สามารถชื่นชมมันลงได้เลย
ลูกๆ ในท้องกำลังตั้งใจคิดตามที่คุณพ่อเขาอ่านหรือเปล่าเฉินชิงไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือเธอเริ่มง่วงซึมขึ้นมาเสียอย่างนั้น
จากที่ปกติต้องโดนเจ้าแฝดในท้องกวนจนข่มตานอนไม่หลับ คราวนี้เธอเผลอหลับไปภายในเวลาไม่ถึง 10 นาทีด้วยซ้ำ
เฮ่อหย่วนอุ้มภรรยาของเขากลับเข้าห้องไปอย่างพึงพอใจ เขาค่อยๆ วางเธอลงบนเตียงอย่างเบามือที่สุด
ก่อนจะดึงหมอนของตัวเองมาซ้อนทับบนหมอนของเฉินชิงเพื่อหนุนให้เธอนอนสบายขึ้น แล้วจึงประคองให้เธอนอนลงอย่างช้าๆ สุดท้ายก็ไม่ลืมดึงผ้าห่มผืนบางมาคลุมไว้ที่หน้าท้องนูนโตนั้น
หลังจากที่เฉินชิงได้นอนหลับเต็มอิ่มอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อนในรอบหลายเดือน เฮ่อหย่วนก็ประกาศกับเธอด้วยความภูมิใจ
“เดี๋ยวผมไปหาอุปกรณ์อัดเสียงมา อัดสูตรคณิตศาสตร์ไว้ให้คุณเยอะๆ เลย”
เฉินชิง “ห้ะ”
เธอรู้สึกมึนงงไปหมด การใช้คณิตศาสตร์มากล่อมคนท้องและลูกในท้องแบบนี้มันดีจริงๆ ใช่ไหม
เฉินชิงยกมือปิดหน้า รู้สึกสิ้นหวังในชีวิตอย่างบอกไม่ถูก อีกประมาณ 3 เดือนก็จะคลอดแล้ว ทนฟังไปเถอะ ทำไงได้ล่ะ
ถึงแม้ว่าการอัดเสียงสูตรคณิตศาสตร์ของเฮ่อหย่วนมันจะฟังดูพิลึกพิลั่น แต่ในช่วงเวลาต่อมา เฉินชิงก็นอนหลับสบายได้จริงๆ
เสียงของเฮ่อหย่วนกลายเป็นเหมือนยานอนหลับชั้นดี พอเขาเริ่มอ่าน ทั้งแม่ทั้งลูกในท้องก็นอนหลับกันถ้วนหน้า มันได้ผลดียิ่งกว่ายานอนหลับขนานไหนๆ
ตั้งแต่นั้นมา เฉินชิงก็ไม่คิดต่อต้านการอัดเสียงนั่นอีก เพราะเธอเองก็ต้องการการนอนหลับที่มีคุณภาพเหมือนกัน ถึงจะมีเรี่ยวแรงไปทำงานหนักได้อย่างเต็มที่
หลังจากที่บทความเกี่ยวกับโรงงานได้ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ไปทั่วทั้งมณฑล ผู้คนก็เริ่มให้ความสนใจกับโรงงานเสื้อผ้าเซิ่งเซี่ยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในช่วงเวลาถัดไป เพื่อเป็นการเตรียมตัวต้อนรับวันชาติ เฉินชิงก็ยังมีภารกิจต้องไปประชุมที่กรมอุตสาหกรรมเบาอีกด้วย
หม่าอ้ายอิงเข้ามารายงานตารางงานที่อัดแน่น “ช่วงนี้ค่อนข้างยุ่งนะคะ วันที่ 17 คุณกับเลขาธิการพรรคต้องไปที่กรมอุตสาหกรรมเบาเพื่อรับฟังเนื้อหาการต้อนรับวันชาติ”
“และถือโอกาสนี้ทวงถามเรื่องเงินงบประมาณสร้างหอพักไปด้วยเลยค่ะ วันที่ 19 ต้องไปที่คณะกรรมการปฏิวัติเพื่อรายงานความคืบหน้าล่าสุดกับแผนงานในอนาคต”
“วันที่ 21 คุณต้องเดินทางไปต่างพื้นที่เพื่อไปให้คำแนะนำโรงงานเสื้อผ้าในเครือของเราที่ผลประกอบการแย่ลงเรื่อยๆ ดูว่าจะพอประคองช่วยพวกเขาได้บ้างไหม”
“วันที่ 24 ต้องเข้าร่วมกิจกรรมของสหพันธ์สตรีมณฑล ทางนั้นเขาอยากให้เรื่องราวของคุณเป็นแรงบันดาลใจให้สหายหญิงคนอื่นๆ ค่ะ ส่วนวันที่ 27 ก็ต้องไปเจรจาต่อรองกับโรงงานผ้า…”
เธอไล่เรียงกำหนดการหลักๆ ของเดือนกันยายนให้ฟัง เฉินชิงพยักหน้าทำความเข้าใจภาพรวม “ได้ ฉันรู้แล้ว เรื่องรายละเอียดเวลาคุณจัดการได้เลย”
การไปรับฟังนโยบายไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่การต้องไปรายงานตัวที่คณะกรรมการปฏิวัตินั้น
จุดประสงค์หลักคือการไปเพื่อให้พวกเขาตรวจสอบว่าความคิดอุดมการณ์ของเธอยังก้าวหน้าอยู่หรือไม่ เฉินชิงจึงต้องเริ่มลงมือเขียนรายงานความคิด
ทว่าเธอเพิ่งจรดปากกาเขียนไปได้ไม่กี่บรรทัด ความรู้สึกตึงเครียดที่คุ้นเคยก็แผ่ซ่านมาจากแผ่นหลังช่วงล่างอีกระลอก
มันบีบรัดเหมือนมีเชือกที่มองไม่เห็นคอยรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ เฉินชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เผลอสูดปากออกมาเบาๆ เธอจำต้องหยุดพักงานที่ทำอยู่ชั่วคราว
แล้วเริ่มบีบนวดหลังส่วนล่างของตัวเอง และในจังหวะนั้นเอง เจ้าตัวน้อยฝาแฝดในท้องก็เริ่มออกฤทธิ์เตะต่อยกันอย่างสนุกสนาน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอกขัดจังหวะ
หัวหน้าแผนกช่างกลที่มารออยู่เห็นเธอขมวดคิ้ว จึงเอ่ยถามขึ้นอย่างระมัดระวัง “ผู้จัดการโรงงานคะ สะดวกให้เข้าไปไหมคะ”
“เข้ามาได้” เฉินชิงรีบปรับท่านั่งเล็กน้อย คว้าแก้วเคลือบข้างกายขึ้นมาจิบน้ำ พยายามเก็บซ่อนอาการไม่สบายตัวเอาไว้ให้มิดชิดที่สุด
บางครั้งเธอก็ยอมรับว่ารู้สึกว่าการตั้งท้องมันลำบากและน่าหงุดหงิดเหลือเกิน แต่ก็ต้องยอมรับว่าร่างกายของมนุษย์มีความสามารถในการปรับตัวที่ยอดเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อ
จนตอนนี้เธอเริ่มจะชินชากับความไม่สบายตัวต่างๆ นานา และสามารถอยู่ร่วมกับความเจ็บปวดพวกนี้ได้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
หัวหน้าเถี่ยก้าวเข้ามา ถามด้วยความเป็นห่วง “ผู้จัดการโรงงานคะ คุณยังไหวไหม ดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย”
“สบายมากค่ะ ไม่มีปัญหา” เฉินชิงเอื้อมมือไปรับรายงานจากอีกฝ่าย เปิดดูอย่างละเอียด
“อัตราการซ่อมบำรุงของห้องรีดกับแผนกตัดผ้าลดลงเรื่อยๆ แล้ว ถือว่าคุมงานได้ดีมาก แต่แผนกเย็บพวกคุณยังต้องไปคิดหาวิธีกันต่ออีกหน่อยนะ”
“ตัวเลขในข้อมูลมันฟ้องอยู่ชัดเจน แล้วก็เรื่องการตรวจสอบตามกำหนดเวลาก็ต้องใส่เข้าไปในตารางงานประจำด้วย ห้ามขาด”
“พวกเราทราบแล้วค่ะ” หัวหน้าเถี่ยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เธอรับผิดชอบดูแลแผนกช่างกล ซึ่งเป็นแผนกที่ต้องรับแรงกดดันมหาศาลที่สุดในช่วงเดือนกว่าๆ
ที่ผ่านมานี้ เครื่องจักรใหม่เอี่ยมพวกนี้ยังเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่คุ้นเคย ทุกครั้งที่เกิดปัญหาใหม่ๆ ขึ้นมา ก็ทำเอาคนทั้งแผนกวุ่นวายกันไปหมด
หัวหน้าเถี่ยแอบปาดเหงื่อที่หน้าผาก เธอกลัวว่าจะโดนผู้จัดการโรงงานตำหนิเอาจริงๆ ผู้จัดการโรงงานคนนี้อารมณ์ไม่ได้คงที่เหมือนที่ใครๆ คิด
ตอนที่เธอทำงานได้ไม่ดี ก็เคยโดนดุไปหลายครั้งหลายครา ก่อนหน้านี้ยังมีข่าวลือว่าเธอเป็นคนอ่อนโยนกับผู้หญิงด้วยกัน
เหอะ นั่นมันข่าวลือชัดๆ เป็นข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริงเลยแม้แต่น้อย เธอปฏิบัติกับทุกคนเท่าเทียมกันหมด ไม่เคยแบ่งแยกเพศ ถ้าคุณทำงานได้ไม่ดี เธอก็พร้อมจะตำหนิได้ทันทีไม่มีออมชอม
หัวหน้าเถี่ยนั่งตัวตรง เสนอประเด็นปัญหา “ผู้จัดการโรงงานคะ เรื่องน้ำมันเครื่องที่พวกเราขอเบิกไปทางหัวหน้าแผนกพลาธิการ ทำไมมันถึงได้ช้าตลอดเลยคะ มันทำให้งานของพวกเราล่าช้าไปหมด”
“น้ำมันเครื่อง…” เฉินชิงทวนคำ น้ำมันเป็นของที่แพงจริงๆ ในยุคนี้ แต่เครื่องจักรของโรงงานเสื้อผ้าก็จำเป็นต้องใช้น้ำมันหล่อลื่นอย่างต่อเนื่อง
ทุกครั้งที่ทำเรื่องขอเบิกขึ้นไป ก็ได้มาแบบกะปริบกะปรอยไม่เคยเต็มจำนวน
เฉินชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ฉันเข้าใจปัญหาแล้วค่ะ”
หัวหน้าเถี่ยจึงหยิบรายงานส่วนของเธอกลับคืนมา แล้วค่อยๆ ถอยออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ
เฉินชิงยกหูโทรศัพท์ต่อสายตรงถึงเสิ่นเย่าเผิงทันที “สวัสดีค่ะ หัวหน้าเสิ่น”
“เธอเป็นบ้าเหรอ ตกใจหมดเลยให้ตายสิ”
พอเสิ่นเย่าเผิงได้ยินเฉินชิงเรียกตำแหน่งของเขาด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อมทีไร เขาก็รู้สึกสังหรณ์ใจว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ
เฉินชิงหัวเราะเบาๆ “แหม ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ตกใจ”
“มีอะไรก็ว่ามา อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นอ้อมค้อม” เสิ่นเย่าเผิงคาดโทษทางโทรศัพท์
“ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมากมายหรอกค่ะ ฉันแค่อยากจะถามว่า โควตาน้ำมันเครื่องของโรงงานเราน่ะ พอจะเพิ่มให้มันสูงกว่านี้อีกหน่อยได้ไหมคะ”
“ไม่ได้เด็ดขาด” เสิ่นเย่าเผิงปฏิเสธเสียงแข็ง
“ถ้าฉันให้โรงงานเสื้อผ้าของเธอไป แล้วฉันจะไปตอบคนอื่นว่ายังไง อีกอย่างโรงงานของเธอก็ขึ้นตรงกับกระทรวงอุตสาหกรรมเบาไม่ใช่หรือไง ไปขอทางนู้นสิ”
เฉินชิงยังคงใจเย็น “โธ่ ฉันจะทำให้คุณต้องลำบากใจแบบนั้นเหรอคะ คนที่รู้ใจคุณอย่างฉัน ทำแบบนั้นไม่ลงหรอกค่ะ”
เสิ่นเย่าเผิงไม่เชื่อแม้แต่น้อย “แล้วเธอต้องการอะไรกันแน่”
เฉินชิงยื่นข้อเสนอ “พวกคุณอยากได้ชุดกีฬาไหมคะ ลองคิดดูสิว่าถ้าสิ้นปีนี้คุณแจกชุดกีฬาที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกเป็นของขวัญให้กับทุกคนในหน่วยงาน”
“พวกเขาจะคิดยังไง โอ้โห ต้องคิดว่าหัวหน้าของเราเก่งกาจ มีความสามารถขนาดนี้ เส้นสายก็กว้างขวางหาใครเทียบไม่ได้ ฉันยอมถวายชีวิตให้หัวหน้าเลย”
ยิ่งเธอสาธยาย มุมปากของเสิ่นเย่าเผิงก็ยิ่งยกสูงขึ้นเรื่อยๆ ชุดกีฬาเริ่มมีชื่อเสียงในประเทศบ้างแล้วจริงๆ อย่างน้อยๆ
พวกเจ้าหน้าที่ระดับสูงก็รู้กันดีว่าชุดกีฬาจากมหกรรมกวางเจานั้นทำเงินเข้าประเทศได้มหาศาล แต่ทว่าชุดกีฬานี้เป็นสินค้าพิเศษที่ผลิตส่งให้ต่างชาติ
โดยเฉพาะ โรงงานของพวกเขาเพิ่งจะตั้งไข่ได้ไม่นาน การจะเปลี่ยนจากส่งออกเป็นขายในประเทศคงเป็นเรื่องยากลำบาก แต่ว่า พวกเขาสามารถร่วมมือกันในรูปแบบอื่นได้นี่
ถึงตอนนั้น เขาจะเอาชุดกีฬาไปแจกเป็นสวัสดิการให้ลูกน้อง พอถึงเวลานั้นทุกคนต้องคิดว่าเขาสุดยอดมากแน่ๆ แม้แต่ชุดกีฬาที่หาโคตรยากยังหามาได้ เส้นสายต้องไม่ธรรมดาจริงๆ
“ถึงข้อเสนอของเธอจะน่าสนใจก็เถอะ แต่…”
“ถ้าไม่ชอบฉันจะได้ไปคุยกับคนอื่น คุณก็น่าจะรู้นี่คะว่าสามีของฉันน่ะ เขารู้จักหัวหน้าหน่วยงานอื่นๆ อีกเยอะแยะมากมายเลย”
“เฉินชิง เธออย่าทำเกินไปนักนะ ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ เธอก็จะเปลี่ยนคนแล้วเหรอ”
“ก็ได้ ก็ได้ ฉันจะยอมรับข้อเสนอของเธอก็ได้ เดี๋ยวเราค่อยมาคำนวณกันว่าน้ำมันเครื่องจะแลกเสื้อผ้าได้กี่ชุด ตกลงตามนี้นะ”
เสิ่นเย่าเผิงยอมแพ้เลยจริงๆ เขาหงุดหงิดเฮ่อหย่วนชะมัด จะไปรู้จักคนเยอะแยะอะไรขนาดนั้น พ่อหนุ่มสังคมผู้เย็นชาเอ๊ย
เฉินชิงยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ “ตกลงค่ะ ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคะ”
“ยินดีที่ได้ร่วมงาน” เสิ่นเย่าเผิงวางสาย แล้วรีบไปเรียกคนมาประชุมเพื่อหารือเรื่องแผนการร่วมมือกับโรงงานเสื้อผ้าของเฉินชิงทันที
เขาอยากได้ชุดกีฬานั่นมากจริงๆ แค่ดูก็รู้สึกได้ถึงความกระฉับกระเฉงแล้ว ได้ยินมาว่าใส่สบาย เคลื่อนไหวสะดวก
แถมสีสันยังสดใสถูกใจอีกด้วย พอเสิ่นเย่าเผิงเสนอในที่ประชุมว่าจะใช้น้ำมันเครื่องแลกกับชุดกีฬา ทุกคนก็ยกมือเห็นด้วยเป็นเอกฉันท์โดยไม่มีใครคัดค้าน
[จบบท]