บทที่ 63: ไม่ใช่เพื่อน
เขาไม่ควรหลงเชื่อลมปากของผู้หญิงคนนั้นเลยสักนิด!
เฮ่อหย่วนทอดกายลงบนเตียงแข็ง ความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในหัวจนเขาสงสัยว่าสมองของตัวเองอาจจะกระทบกระเทือนไปแล้วเพราะความไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมใหม่
เหตุใดเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของเฉินชิง ถึงทำให้เขายอมเสียเวลานั่งรออย่างไร้จุดหมายนานถึง 4 ชั่วโมงเต็ม
หนังสือก็ไม่ได้อ่าน เอกสารงานวิจัยก็ไม่ได้แตะ
ไม่ต่างอะไรกับคนโง่เง่าคนหนึ่ง
จากนี้ไปหากเขาหลงเชื่อคำพูดของเฉินชิงอีกแม้แต่คำเดียว ก็ให้เรียกเขาว่าสุนัขได้เลย!
ความขุ่นเคืองที่อัดแน่นอยู่เต็มอกทำให้เฮ่อหย่วนนอนพลิกตัวไปมาอย่างกระสับกระส่าย เขาย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองทำราวกับถูกผีสิง หยิบเนื้อแห้งไปให้เธอ ทั้งที่ตัวเขาเป็นพวกวัตถุนิยมที่ไม่เคยเชื่อเรื่องงมงาย
แต่การกระทำไร้เหตุผลของตัวเองก็ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่า หรือบางทีเขาอาจจะกำลังถูกเฉินชิงควบคุมจิตใจอยู่ ไม่อย่างนั้นเขาจะคิดเอาของไปให้เธอทำไมกัน? คงจะเสียสติไปแล้วแน่ๆ
การรอคอยที่สูญเปล่าตลอด 4 ชั่วโมง และการข่มตานอนไม่หลับทั้งคืน ส่งผลให้ชายหนุ่มผู้ตื่นนอนตรงเวลาเสมออย่างเฮ่อหย่วนมีร่องรอยความอ่อนล้าปรากฏเป็นเงาดำจางๆ ใต้ดวงตา แถมที่มุมปากยังปรากฏแผลร้อนในผุดขึ้นมาอีก!
ขณะที่เขากำลังแปรงฟันอยู่หน้าห้อง ภาพของหญิงสาวเจ้าของใบหน้าประจบประแจงก็ปรากฏแก่สายตา เฮ่อหย่วนเบือนหน้าหนีไปอีกทางอย่างจงใจ
“ฉันขอโทษจริงๆ นะคะ ฉันผิดไปแล้ว คุณเป็นผู้ใหญ่ใจกว้างเหมือนดั่งคำเปรียบเปรยที่ว่า ‘ในท้องเสนาบดีสามารถแล่นเรือได้’ ได้โปรดอย่าถือสาผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันเลยนะคะ”
“นี่ไงคะ ฉันเตรียมทั้งต้นฉบับกับเงินมาให้เรียบร้อยแล้ว เมื่อวานที่บ้านเกิดเรื่องวุ่นวายเกี่ยวกับเด็กๆ ขึ้นนิดหน่อย ฉันก็เลยหลงลืมไปเลยค่ะ ไม่ว่าจะยังไงทั้งหมดก็เป็นความผิดของฉันเอง ฉันขอโทษจริงๆ นะคะ!”
เฉินชิงยื่นของในมือทั้งสองข้างออกไปเบื้องหน้าด้วยท่าทางนอบน้อมประหนึ่งกำลังถวายเครื่องราชบรรณาการ
เฮ่อหย่วนไม่แม้แต่จะปรายตามอง เขายังคงแปรงฟันต่อไปด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม
คุณลุงซึ่งพักอยู่ห้องตรงข้ามเหลือบมาเห็นสีหน้าเจื่อนๆ ของเฉินชิงเข้าพอดี จึงเอ่ยทักขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“เสี่ยวชิง ไปทำอะไรให้พ่อหนุ่มหย่วนเขาโกรธเข้าล่ะนั่น?”
เฉินชิงทำหน้าเศร้าสร้อยพลางพยักหน้ารับ “ค่ะ”
คุณลุงกลับหัวเราะออกมาเสียงดัง “ดีจริงๆ ดีจริงๆ”
เฉินชิงขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ
มันจะไปดีตรงไหนกัน!
นี่คุณลุงตั้งใจจะมาดูเรื่องสนุกของเธอใช่ไหม?
หลังจากเฮ่อหย่วนจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ เขาก็ถืออ่างล้างหน้าเดินกลับเข้าห้องพักไป
เฉินชิงไม่รอช้ารีบเดินตามเข้าไปติดๆ
“นักวิจัยเฮ่อคะ คุณเป็นบุคลากรชั้นแนวหน้า เป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยาก จิตใจของคุณต้องกว้างขวางดุจมหาสมุทรอยู่แล้ว ช่วยเมตตาไม่ถือสาผู้หญิงความจำสั้นอย่างฉันจะได้ไหมคะ?”
“ออกไป” น้ำเสียงเย็นชาถูกส่งออกมาจากปากของเฮ่อหย่วน
“ก็ได้ค่ะ” เฉินชิงยอมล่าถอยแต่โดยดี เธอวางต้นฉบับและเงินสดลงบนโต๊ะ
“ถ้าอย่างนั้นฉันไม่รบกวนคุณแล้ว แต่เรื่องเมื่อวานฉันลืมจริงๆ นะคะ ไม่ได้มีเจตนาจะแกล้งคุณเลยแม้แต่น้อย”
เฮ่อหย่วนสวนกลับ “ผมเดาได้อยู่แล้วครับ เมื่อคืนผมง่วนอยู่กับงานวิจัยที่ห้องปฏิบัติการทั้งคืน ไม่ได้กลับมาที่นี่เลยสักนิดเดียว!”
คุณลุงที่อยู่ใกล้ๆ ได้ยินบทสนทนาเข้าพอดี จึงเดินเข้ามาในห้องแล้วพูดแทรกขึ้น
“เสี่ยวหย่วน แต่ฉันจำได้แม่นเลยนะว่านายกลับมาตั้งแต่หัวค่ำแล้วนี่นา ตอนนั้นนายก็นั่งอยู่ในห้องโถง ประตูก็ไม่ได้ปิดสนิท ฉันยังอุตส่าห์ถามอยู่เลยว่ากำลังรอใครอยู่หรือเปล่า”
เฉินชิงได้แต่คร่ำครวญในใจ เวรกรรมอะไรของฉันกันนี่! จบสิ้นกันแล้ว!
เฮ่อหย่วนรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน
“ไม่ใช่นะครับคุณลุง ตอนนี้ก็สายมากแล้วนะครับ ถ้าไม่รีบไปสหกรณ์การค้าและการตลาด เดี๋ยวของสดๆ จะหมดเอาได้นะครับ”
“เออ จริงด้วยสิ เรื่องสำคัญต้องมาก่อน งั้นพวกเธอคุยกันต่อเถอะนะ” คุณลุงรีบปลีกตัวออกไปอย่างรวดเร็ว แม้ในใจจะรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย
บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเฉินชิงและเฮ่อหย่วนสองต่อสอง
เฉินชิงรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง เธอควรจะกล่าวขอบคุณเขาสำหรับความช่วยเหลือ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอเป็นฝ่ายผิดนัดเขาเสียเอง
บนโลกใบนี้จะมีคนประเภทไหนกันที่เพียงเพราะรู้สึกดีใจกับการอบรมสั่งสอนเด็กจนประสบความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ แล้วจะมีความสุขจนหลงลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปได้?
“คุณทานมื้อเช้าแล้วหรือยังคะ? หรือว่าจะให้...ฉันเลี้ยงข้าวเช้าเป็นการไถ่โทษดีไหมคะ?”
เฮ่อหย่วนตอบกลับทันควัน “ไม่ล่ะครับ ผมกลัวจะอดตายเสียก่อน”
เฉินชิงถึงกับไปไม่เป็นเมื่อได้ยินคำพูดของเขา
วาจาของเขาช่างร้ายกาจเสียจริง!
หญิงสาวฝืนยิ้มอย่างสุภาพที่สุด “ถ้าอย่างนั้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของนักวิจัยเฮ่อ ฉันคงต้องขอเลื่อนนัดมื้อเช้าของเราออกไปก่อนนะคะ”
เฮ่อหย่วนหัวเราะหยันในลำคอ เขาวางอ่างล้างหน้าลงบนโต๊ะ ก่อนจะเหลือบมองต้นฉบับและเงินที่วางอยู่
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว สหายเฉินก็เชิญกลับไปได้แล้วครับ”
“ค่ะ แต่ดูเหมือนว่าเสื้อของคุณจะขาดนะคะ ให้ฉันช่วยซ่อมให้เป็นการชดเชยดีไหมคะ?”
ในเมื่อเขาเป็นถึงผู้มีพระคุณ การที่เธอผิดนัดเขาไป การจะเอ่ยปากขอโทษหรือแสดงความรับผิดชอบจึงไม่ใช่เรื่องน่าอายสำหรับเฉินชิงเลยแม้แต่น้อย
เฮ่อหย่วนก้มลงสำรวจเสื้อเชิ้ตของตนเอง พลางสังเกตเห็นรอยขาดเล็กๆ ซึ่งเขาเองก็จำไม่ได้ว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับรอยยิ้มกว้างของเฉินชิง ภาพของตัวเองที่นั่งรอเธออย่างไร้จุดหมายเมื่อวานก็ผุดขึ้นมาในหัว เขาจึงปฏิเสธออกไป
“แล้วทำไมผมต้องให้คุณเย็บด้วยล่ะครับ?”
เฉินชิงพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา
“นั่นก็มีเหตุผลค่ะ ถ้างั้นขออนุญาตถามนักวิจัยเฮ่อสักหน่อยนะคะว่า ฉันจะต้องทำอย่างไรถึงจะได้รับสิทธิ์ในการเย็บเสื้อของคุณคะ?”
เฮ่อหย่วนรู้สึกประหลาดใจที่เธอไม่แสดงท่าทีโมโหหรือเหวี่ยงหมัดใส่เขาอย่างที่คิด ตรงกันข้าม เธอกลับมีท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาจึงนึกสนุกแกล้งเธอขึ้นมา
“ก็ขอร้องผมสิครับ”
เขาเตรียมพร้อมที่จะถอยหนีอยู่ตลอดเวลา ทว่าเฉินชิงกลับก้มหน้าลง แสดงท่าทีเหมือนคนกำลังเศร้าเสียใจ
เฮ่อหย่วนเริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาตะหงิดๆ
ในฐานะลูกผู้ชาย เขาอาจจะทำตัวใจแคบเกินไปหน่อย
ด้วยความกลัวว่าเธอจะอับอาย เฮ่อหย่วนจึงรีบพูดเสริม
“ถ้าไม่อยากขอก็ไม่เป็นไรครับ”
แต่แล้วในวินาทีต่อมา เฉินชิงก็ยื่นฝ่ามือข้างหนึ่งออกมาตรงหน้าเขา ก่อนจะใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางของมืออีกข้างทำท่าทางเหมือนคนตัวเล็กๆ ค่อยๆ เดินสองก้าว แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าบนฝ่ามือนั้น พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“ขอร้องล่ะค่ะ”
ปลายนิ้วที่เรียวยาวสวยงามของเธอ ประกอบกับน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างไม่คาดคิด ทำให้บรรยากาศรอบตัวเธออบอวลไปด้วยความน่ารักอย่างประหลาด
ภาพนั้นทำให้หัวใจของเฮ่อหย่วนเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ สายตาของเขาล่อกแล่กไปมา ลมหายใจก็เริ่มขาดห้วง
“คุณ...คุณกำลังทำอะไรน่ะครับ?”
“ก็กำลังขอร้องให้ฉันได้เย็บเสื้อให้คุณไงคะ?” เฉินชิงกะพริบตาปริบๆ
“ตกลงไหมคะ?”
“...ครับ”
“ขอบคุณค่ะ!”
“ไม่เป็นไรครับ”
เมื่อมือของเฉินชิงกำลังจะเอื้อมไปถึงชายเสื้อของเขา เฮ่อหย่วนก็เพิ่งนึกขึ้นได้
“คุณไม่คิดจะหลบไปก่อนหรือไงครับ?”
“ฉันไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”
เฉินชิงเดินไปยืนรอเขาอยู่ที่หน้าประตู
เฮ่อหย่วนปิดประตูลง และหลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เขาก็ตัดสินใจลงกลอน
ชายหนุ่มกลับเข้ามาในห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า พร้อมกับตัดสินใจว่าวันนี้เขาจะต้องไปหาซื้อชิ้นส่วนมาประกอบพัดลมให้ได้ อากาศที่มณฑลกวางตุ้งมันร้อนเกินจะทนไหวแล้ว!
ขณะที่ยื่นเสื้อให้เฉินชิง เฮ่อหย่วนก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
“ผมยกโทษให้คุณ”
ใบหน้าของเฉินชิงเปล่งประกายด้วยความดีใจ
เฮ่อหย่วนรีบพูดดักคอ “แต่ห้ามมีครั้งต่อไปอีกนะครับ!”
เฉินชิงยิ้มกว้างพลางรับคำ “ทราบแล้วค่ะ”
การได้รับเสื้อของเฮ่อหย่วนมาไว้ในมือ ทำให้เฉินชิงรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เธอเดินกลับบ้านพักด้วยหัวใจที่เบิกบาน
บรรดาเพื่อนบ้านในละแวกนั้นต่างพากันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
สองคนนั้นเขาคบกันแล้วอย่างนั้นเหรอ?
ต้องรอให้คุณลุงกลับมาก่อน แล้วค่อยถามไถ่ให้รู้ความจริง!
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากถามเฮ่อหย่วนโดยตรง แต่เป็นเพราะนักวิจัยหนุ่มคนนี้ดูเข้าถึงยากและเย็นชาเสียเหลือเกิน การพูดคุยกับเขาจึงทำให้รู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก
เฮ่อหย่วนกลับเข้าห้องไปชงนมมอลต์สกัดอุ่นๆ ดื่มคู่กับขนมไข่ ขณะที่กำลังละเลียดกับของว่าง มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างสุดจะกลั้น
ก๊อกๆๆ…
“เชิญครับ”
คุณลุงเดินยิ้มเข้ามาในห้อง ก่อนจะเปิดฉากถามอย่างไม่อ้อมค้อม
“เสี่ยวหย่วน นี่นายกับเสี่ยวชิงคบกันแล้วใช่ไหม?”
“ไม่ครับ เราไม่ได้เป็นแม้แต่เพื่อนกันด้วยซ้ำ” เฮ่อหย่วนปฏิเสธทันควัน
อวี้ถิงที่กำลังถือขนมสามเหลี่ยมไส้หวานเดินเข้ามาพอดี ได้ยินดังนั้นก็ส่งเสียงขึ้นจมูก น้าของเธอยอมเสียสละเวลาเย็บเสื้อให้คุณอาโดยไม่คิดเงิน แถมยังอุตส่าห์ให้พี่ชายรีบวิ่งไปซื้ออาหารเช้าจากร้านของรัฐมาให้ แต่เขากลับบอกว่าไม่ใชแม้แต่เพื่อนกัน ต่อไปนี้ในสายตาของเธอ คุณอาคนนี้ไม่ใช่คุณอาที่ดีที่สุดในโลกอีกต่อไปแล้ว!
เด็กหญิงเดินเตาะแตะเข้าไปในห้อง วางขนมสามเหลี่ยมไส้หวานสามชิ้นลงบนโต๊ะ
“คุณอาคะ คุณน้าของหนูฝากมาให้ค่ะ ถ้าคุณอาไม่ทานเป็นมื้อเช้า จะเก็บไว้ทานเล่นก็ได้นะคะ หนูเอาของมาให้แล้ว ต้องกลับบ้านแล้วค่ะ บ๊ายบาย!”
เธอพูดจบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ก่อนจะเดินกลับไปฟ้องน้าของเธออย่างหัวเสีย
“คุณน้าคะ หนูมีเรื่องลับจะบอกค่ะ”
“เรื่องอะไรเหรอจ๊ะ?” เฉินชิงย่อตัวลง อวี้ถิงจึงขยับเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับใช้แขนป้อมๆ ของเธอโอบรอบคอของน้าสาว แล้วกระซิบที่ข้างหูเบาๆ
“คุณอาบอกว่า คุณน้าไม่ใช่เพื่อนของเขาค่ะ!”
“เรื่องแค่นี้เองเหรอ?” เฉินชิงหัวเราะออกมา เธอคิดว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเสียอีก
“คุณน้าไม่โกรธเหรอคะ?” อวี้ถิงถามด้วยความสงสัย
เฉินชิงยืดตัวขึ้นพลางยักไหล่
“ไม่เลยสักนิด เพราะเขาก็ไม่ใช่เพื่อนของน้าเหมือนกัน”
เฮ่อหย่วนที่กำลังจะก้าวเท้าเข้าสู่ลานบ้านชะงักไป ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปในทันที ถูกต้องแล้ว พวกเขาทั้งสองคนไม่ใช่เพื่อนกัน!
[จบบท]