บทที่ 79: หย่า
เหมาเจี้ยนกั๋วทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างเลื่อนลอย สมองของเขาขาวโพลนไปหมด
เยวี่ยอวี้จูรีบเดินออกมาจากห้องทำงานของเหมาเจี้ยนกั๋ว มือของเธอยังคงกำคอเสื้อไว้แน่น ใบหน้าร้อนผ่าวแดงก่ำ ภาพหญิงสาวที่เดินออกมาจากห้องทำงานของรองหัวหน้าสถาบันวิจัยในยามค่ำคืนด้วยท่าทีมีพิรุธ กลายเป็นหัวข้อซุบซิบในหมู่คนที่ไม่ชอบหน้าเหมาเจี้ยนกั๋ว และเรื่องก็ถูกส่งไปถึงฝ่ายสตรีอย่างรวดเร็ว
เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินชิงเพิ่งจะหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ได้ไม่ทันไร เถียนเมิ่งหย่าก็พรวดพราดเข้ามาลากแขนเธอให้ออกไปจากห้องทำงาน
“มีอะไร?” เฉินชิงถามอย่างงุนงงขณะที่ถูกลากออกไป
“เธอจำทาเลีย ภรรยาชาวต่างชาติของรองหัวหน้าเหมาได้ไหม ที่เธอเคยเล่าว่าสนิทกันน่ะ เมื่อคืนรองหัวหน้าเหมากับเยวี่ยอวี้จูแอบไปทำอะไรกันก็ไม่รู้ ตอนนี้ทาเลียกำลังอาละวาดจะหย่าแล้วขอกลับประเทศ”
พอได้ยินแบบนั้นเฉินชิงก็แทบอยากจะจุดประทัดฉลอง
ความรู้สึกที่เธอมีต่อเหมาเจี้ยนกั่วนั้นซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย หากมองในมุมของเขา สิ่งที่เขาทำไปก็เพื่อความอยู่รอด แต่หากมองในมุมของทาเลีย การตัดสินใจของเขาได้ทำลายชีวิตทั้งชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งไปเลย
เถียนเมิ่งหย่าหันกลับมาเผชิญหน้ากับเฉินชิง สีหน้าของเธอดูจริงจังขึ้นมา
“เฉินชิง เธอต้องเข้าใจนะว่าทาเลียจะกลับประเทศไม่ได้เด็ดขาด”
คู่ชีวิตของเธอคือรองหัวหน้าสถาบันวิจัย ผู้กุมความลับสำคัญของประเทศเอาไว้มากมาย ใครจะกล้ารับประกันว่าบทสนทนาของสามีภรรยาในยามค่ำคืนจะไม่มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวข้อง
หากความลับสำคัญเกิดรั่วไหลออกไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับการซ้ำเติมวงการวิจัยที่กำลังง่อนแง่นเต็มทีให้พังครืนลงมา
สีหน้าของเฉินชิงพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เธอรีบมุ่งหน้าไปยังฝ่ายสตรีทันที
เธอถึงบางอ้อว่าทำไมชั้นหนึ่งถึงได้มีคนมุงดูกันแน่นขนัดขนาดนี้ ตอนแรกเธอกะว่าจะแวะดูเรื่องสนุกสักหน่อย แต่เพราะตื่นสายเลยยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง จึงตั้งใจจะไปตอกบัตรทำงานก่อน แล้วค่อยกลับออกมากินมันเผาพลางดูเหตุการณ์ไปพลาง
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเรื่องสนุกที่ว่าจะเป็นเรื่องของทาเลีย
เฉินชิงฝ่าวงล้อมของผู้คนเข้าไปด้านใน
ภายในห้องของฝ่ายสตรีเต็มไปด้วยความโกลาหลวุ่นวาย เยวี่ยอวี้จูคุกเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนพื้น
“ฉันไม่ได้ทำอะไรจริงๆ นะคะ ได้โปรดอย่าถามอะไรฉันอีกเลย”
เหมาเจี้ยนกั๋วมีสภาพอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้นอนมาทั้งคืน แถมบนใบหน้ายังมีรอยนิ้วมือของทาเลียประทับอยู่คู่กับรอยคล้ำใต้ตา ยิ่งเมื่อเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของผู้คนที่มุงดูอยู่ด้านนอก ความหงุดหงิดของเขาก็ยิ่งพุ่งสูงจนแทบจะระเบิดออกมา
เขาแค่เห็นแก่ความเป็นเพื่อนเก่าของพ่อเธอและรู้สึกสงสารที่เธอดูดำรงชีวิตอย่างยากลำบาก เลยดื่มน้ำที่เธอรินให้ไปหนึ่งแก้วเท่านั้น ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน
เสียงร้องไห้จ้าของเหมาเหมาดังระงมไปทั่วห้อง ส่วนทาเลียยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ไร้ซึ่งชีวิตชีวา
เมื่อเฉินชิงปรากฏตัวขึ้น ทุกสายตาในห้องก็หันมามองที่เธอเป็นจุดเดียว หญิงสาวไม่เอ่ยคำใดออกมา แต่เดินตรงเข้าไปดึงทาเลียมาหลบอยู่ด้านหลัง
“โอ้โห ดูคึกคักกันจังเลยนะคะ”
ประกายในดวงตาที่ว่างเปล่าของทาเลียไหววูบขึ้นมาชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ขยับตัวออกห่างจากเฉินชิงอย่างเงียบเชียบ
หัวหน้าหลินมองมาอย่างแปลกใจ “เสี่ยวชิง เธอมาที่นี่ทำไม”
“รองหัวหน้าสถาบันวิจัยมีเรื่องชู้สาว เรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ฉันจะพลาดได้ยังไงล่ะคะ” เฉินชิงตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปถามต่อ
“แล้วนี่พวกคุณได้ข้อสรุปกันหรือยังคะว่าจะเอายังไงต่อ”
“ทาเลียต้องการหย่า ส่วนเยวี่ยอวี้จูก็ถูกรองหัวหน้าเหมาทำให้เสื่อมเสียเกียรติ ก็คงต้องให้แต่งงานกันไป” หัวหน้าหลินกล่าวสรุปอย่างเรียบง่าย
หยาดน้ำตาของเยวี่ยอวี้จูร่วงเผาะลงบนพื้น แต่เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอนั้น
“ไม่มีทาง” เหมาเจี้ยนกั๋วค้านเสียงแข็ง
เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเยวี่ยอวี้จูเลยแม้แต่น้อย เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุล้วนๆ ถ้าทาเลียจากเขาไป ชีวิตของเธอก็คงจบสิ้น เขาเฝ้ารักผู้หญิงคนนี้มาตั้งแต่เยาว์วัย ต่อให้ต้องทนถูกเธอทุบตีทุกวัน เขาก็ไม่มีวันยอมปล่อยมือจากเธอ แล้วเยวี่ยอวี้จูเป็นใครกันถึงจะมาแทนที่ได้
หัวหน้าหลินทุบโต๊ะเสียงดังปัง “ถ้างั้นคุณก็ควรจะรู้จักวางตัวให้เหมาะสมกว่านี้”
เหมาเจี้ยนกั๋วจ้องกลับอย่างไม่เกรงกลัว “ผมยอมถูกส่งไปเลี้ยงวัว”
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดลง
ดวงตาของทาเลียแดงก่ำขึ้นมา แต่สายตาของเธอกลับจับจ้องไปยังร่างเล็กๆ ของเหมาเหมา หยดน้ำใสๆ หยดหนึ่งก็ไหลรินลงมาอาบแก้ม
ตราบใดที่เธอยังอยู่ ลูกชายของเธอก็จะไม่มีวันได้เติบโตอย่างสง่างาม
เฉินชิงเอียงคอเล็กน้อย
“แปลกดีนะคะ ทำไมถึงมีคนไปหารองหัวหน้าเหมากลางค่ำกลางคืนกันนะ อยู่กันตามลำพังสองต่อสองแบบนั้น อืม ทำไปเพื่ออะไรกัน เลื่อนตำแหน่งเหรอคะ”
“เฉินชิง เธอพล่ามอะไรของเธอ!” เยวี่ยอวี้จูกรีดเสียงแหลม
รอยยิ้มของเฉินชิงกว้างขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน
“พล่ามอะไรน่ะเหรอ ก็พล่ามเรื่องที่เธอไม่อยากได้ยินไงล่ะ”
ทุกคนในที่นั้นต่างพากันเงียบกริบ
ปากคอเราะร้ายสมคำร่ำลือจริงๆ
เฉินชิงถามต่ออย่างไม่ลดละ “แล้วใครเป็นคนไปแจ้งเรื่องนี้กันคะ”
เยวี่ยอวี้จูสวนกลับทันควัน “มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย หรือว่าการได้เป็นพี่น้องกับคนต่างชาติมันทำให้ใจของเธอเอนเอียงไปเข้าข้างพวกเขาแล้ว”
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าของเยวี่ยอวี้จูดังลั่นไปทั่วห้อง ทุกสายตาจับจ้องไปที่เฉินชิงเป็นจุดเดียว
เฉินชิงมองเหยียดหญิงสาวที่ล้มลงไปกองกับพื้น
“เธอเคยได้ยินสำนวนที่ว่าโจรป่าวประกาศจับโจรไหม”
ใบหน้าของเยวี่ยอวี้จูแดงก่ำด้วยความโกรธและความอับอาย
“อย่ามาพูดจาไร้สาระนะ”
“ถ้างั้นก็บอกมาสิ ว่าเธอไปที่ห้องทำงานของรองหัวหน้าเหมาทำไม” เฉินชิงคาดคั้น
หัวหน้าหลินจึงเล่าคำให้การของเหมาเจี้ยนกั๋วให้ฟัง
สายตาเย็นเยียบของเฉินชิงตวัดมองไปที่เหมาเจี้ยนกั๋ว
ชายหนุ่มรีบยกมือขึ้นสาบาน “ผมขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ถ้าผมคิดอะไรไม่ซื่อกับเธอแม้แต่นิดเดียว ขอให้ผมมีอันเป็นไป”
เฉินชิงแค่นเสียง “คุณจะเป็นหรือจะตายมันเกี่ยวอะไรกับฉัน”
คำพูดนั้นแทงใจเหมาเจี้ยนกั๋วจนจุก เขารู้สึกได้ถึงรสคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในลำคอ
หัวหน้าหลินเห็นว่าเฉินชิงเริ่มเข้ามาปั่นป่วนสถานการณ์ จึงแจ้งข้อสรุปที่คณะทำงานหญิงได้ตกลงกันไว้ “ถ้ารองหัวหน้าเหมาไม่ยอมหย่า ทั้งครอบครัวจะต้องย้ายไปอยู่ที่เป่ยต้าฮวงอันแสนทุรกันดาร”
“แล้วทาเลียล่ะคะ หลังจากหย่าแล้วเธอจะเป็นยังไง” เฉินชิงซักต่อ
หัวหน้าหลินถอนหายใจ “สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากำลังขาดแคลนคนงาน ฉันจะส่งเธอไปทำงานที่นั่น ให้เธอทำแต่งานที่สกปรกและหนักที่สุด”
นั่นเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่เธอจะช่วยปกป้องทาเลียได้แล้ว
เฉินชิงเริ่มครุ่นคิด
“ลูกจะขาดแม่ไม่ได้” เหมาเจี้ยนกั๋วโพล่งขึ้นมา
นับตั้งแต่ที่เฉินชิงเข้ามาสร้างความวุ่นวายในบ้านของเขา เขาก็สั่งให้คนไปสืบประวัติของเธอมาอย่างละเอียด
ผู้หญิงคนนี้สามารถเปลี่ยนเรื่องขาวให้เป็นดำ เปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีได้ ถึงแม้จะดูกวนประสาทและหาเรื่องไปทั่ว แต่เธอก็มักจะทำในสิ่งที่ต้องการได้สำเร็จเสมอ
เขาได้แต่หวังว่าเฉินชิงจะช่วยปกป้องครอบครัวของเขาไว้ได้
เฉินชิงหันไปมองทาเลียอีกครั้ง สัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังที่แผ่ออกมาจากตัวเธออย่างชัดเจน
เธอเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ทาเลีย เธออยากหย่าจริงๆ เหรอ”
ริมฝีปากของทาเลียขยับ แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
เหมาเจี้ยนกั๋วรีบพูดเสริม “เธอไม่เคยทำงานหนักมาก่อน ถ้าต้องไปทำงานที่เหนื่อยที่สุดในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แล้วยังไม่มีใครให้คุยด้วยเพื่อระบายความในใจ เธอต้องทนไม่ไหวแน่”
“คุณเงียบไปเลย” เฉินชิงหันไปตวาด
เหมาเจี้ยนกั๋วจำต้องสงบปากสงบคำอย่างขัดใจ
ผู้จัดการเสิ่นที่เพิ่งเดินทางมาถึงเลือกที่จะยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ โดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว
ทาเลียหลุบตาลงต่ำ “ฉันต้องการหย่าค่ะ”
เมื่อการหย่าสิ้นสุดลง ก็จะไม่มีใครมาสนใจไยดีความเป็นความตายของเธออีกต่อไป
ร่างของเหมาเจี้ยนกั๋วโซซัดโซเซจนทรุดลงไปนั่งบนเก้าอี้ ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ
เหมาเหมาร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง เขาลงไปนอนดิ้นกับพื้น “ไม่เอา ไม่เอา ผมไม่เอาแม่เลี้ยง ผมจะเอาแม่ของผม”
ทาเลียเบือนหน้าหนี ปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาอย่างเงียบเชียบ
เฉินชิงจำไม่ได้ว่าในเนื้อเรื่องเดิมทาเลียจากไปอย่างไร แต่การที่เหมาเหมาต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าแม่หลังจากนั้น ก็เป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่าชีวิตของเธอหลังการหย่าร้างนั้นเลวร้ายเพียงใด
แต่การปล่อยให้เธอถูกกักขังอยู่ในสถานที่แบบนี้ต่อไปก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก
เยวี่ยอวี้จูแค่นหัวเราะ “เธอนี่ช่างสนิทสนมกับชาวต่างชาติเหลือเกินนะ เฉินชิง”
“ไปลงนรกซะ” เฉินชิงสบถก่อนจะเตะเข้าไปที่ร่างของเยวี่ยอวี้จูจนกระเด็นไปกองอยู่ตรงประตู
“ฉันกำลังอารมณ์ไม่ดี อย่ามาหาเรื่อง”
“เฉินชิง สำรวมกิริยาด้วย” หัวหน้าหลินตะคอก
“ฉันขอโทษค่ะ”
คำขอโทษที่ไร้ความจริงใจของเธอทำให้เยวี่ยอวี้จูแทบคลั่ง หญิงสาวได้แต่กรีดร้องในใจ รอวันที่จะได้เอาคืนเฉินชิงให้สาสมเมื่อเธอได้กลับไปเป็นนักวิจัยและกลายเป็นภรรยาของรองหัวหน้าสถาบันวิจัยแล้ว
เฉินชิงไม่สนใจเธออีกต่อไป สายตาของเธอเหลือบไปเห็นผู้จัดการเสิ่นที่ยืนปะปนอยู่ในกลุ่มคน มุมปากของเธอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มช้าๆ
“อ้าว ท่านผู้จัดการก็มาด้วยเหรอคะ”
ผู้จัดการเสิ่นที่ยืนอยู่กลางวงรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง เขาสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา
“ใช่ มีธุระอะไรหรือเปล่า”
“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ท่านก็ต้องมาเป็นสักขีพยานด้วยตัวเองสิคะ ไม่อย่างนั้นคนอื่นจะไม่ครหาเอาได้หรือว่าโรงงานของเราให้ท้ายคนทำผิดศีลธรรม ถึงจะมีความสามารถแค่ไหนก็ไม่ควรจะทำตัวเหลวแหลกแบบนี้นะคะ ท่านว่าจริงไหม”
เฉินชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสและรอยยิ้มที่สดใส
ผู้จัดการเสิ่นรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมืดดับลงตรงหน้า
[จบบท]