บทที่ 94: มติที่ผ่านฉลุยและสายตาที่มองการณ์ไกล
"ประเด็นที่สี่ เอกสารลับเราไม่จำเป็นต้องให้เธอเห็นทั้งหมด แค่แปลคำศัพท์เฉพาะทางให้เธอก็พอ อีกอย่างทาเลียไม่ได้เชี่ยวชาญแค่ภาษารัสเซีย แต่ยังสามารถใช้ภาษาอังกฤษและเยอรมันได้คล่องแคล่วด้วยค่ะ"
"และประเด็นสุดท้าย คือสิ่งที่ดิฉันเคยนำเสนอไปแล้ว เรื่องการจัดทำพจนานุกรมจีน-รัสเซียโดยอ้างอิงจากพจนานุกรมซินหัว ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่ต้องอาศัยบุคลากรจำนวนมาก แต่จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่นั้นคงต้องรอการพิจารณาจากกรมการศึกษาอีกที"
"ทั้งหมดนี้คือข้อดีในการใช้ประโยชน์จากทาเลียค่ะ ส่วนข้อเรียกร้องของเธอไม่ได้มากมายอะไรเลย เธอขอเพียงแค่เวลา 4 วันต่อเดือนสำหรับเดินทางเข้าไปในตัวเมือง และเราสามารถจัดส่งเจ้าหน้าที่คอยติดตามและบันทึกการพบปะของเธอได้"
"การรายงานของดิฉันก็มีเพียงเท่านี้ นี่คือเอกสารที่ดิฉันเตรียมมาสำหรับการประชุมในวันนี้ ท่านผู้บริหารสามารถส่งต่อเพื่อพิจารณาได้เลยค่ะ"
ความจริงแล้วเฉินชิงตั้งใจจะไปถ่ายเอกสารเผื่อไว้ แต่เธอคาดไม่ถึงว่าการประชุมจะเลื่อนมาเร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมง เลยทำได้แค่ส่งเอกสารฉบับจริงให้ทุกคนหมุนเวียนกันอ่าน
เหล่าผู้บริหารต่างฟังคำอธิบายของเฉินชิงแล้วก็ตระหนักได้ว่านี่คือข้อเสนอที่โรงงานมีแต่ได้กับได้ โดยที่ไม่ต้องมอบตำแหน่งงานอย่างเป็นทางการหรือจ่ายค่าตอบแทน แค่เพียงให้เวลาเธอออกไปเปิดหูเปิดตาเดือนละ 4 วัน มันช่างเป็นอะไรที่คุ้มค่ายิ่งนัก
ผู้จัดการเสิ่นเป็นคนแรกที่หยิบเอกสารขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความทึ่ง "ฝีมือเธอ..."
ลายมือบนหน้ากระดาษนั้นเรียบร้อยสวยงาม การจัดลำดับหัวข้อก็ชัดเจนอ่านง่าย ยิ่งไปกว่านั้นประเด็นสำคัญยังถูกเน้นด้วยปากกาสีแดง ยิ่งทำให้เนื้อหาดูโดดเด่นและน่าอ่านเป็นอย่างยิ่ง
เลขาธิการพรรคหยางขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ดวงตาที่เคยเรียบเฉยกลับทอประกายแห่งความชื่นชม "หัวหน้าทีมเฉินนี่จับประเด็นเก่งจริง ๆ"
เฉินชิงแย้มยิ้มอย่างนอบน้อม "ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะท่านเลขานุการ"
หัวหน้าหลิวรีบพูดขัดขึ้น "ถ่อมตัวหน่อยสิเรา" ก่อนจะหันไปยิ้มให้ผู้บริหารคนอื่น ๆ
"เด็กมันยังอายุน้อย ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการวางตัวเท่าไหร่หรอกครับ"
คำพูดนั้นเรียกเสียงหัวเราะเบา ๆ จากบรรดาผู้บริหารได้เป็นอย่างดี เลขาธิการพรรคหยางโบกมืออย่างเอ็นดู "คนรุ่นใหม่มีความคิดแหลมคมเป็นเรื่องที่ดีแล้ว"
การพูดคุยนอกเรื่องเล็กน้อยช่วยให้บรรยากาศที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้บริหารแต่ละคนผลัดกันอ่านรายงานของเฉินชิงพลางลอบประเมินตัวเธอในมุมมองใหม่ เด็กสาวคนนี้ไม่เพียงแต่มีรูปโฉมงดงามและวาทศิลป์เป็นเลิศ แต่ความสามารถในการทำงานของเธอก็โดดเด่นไม่แพ้กัน
แค่เพียงรายงานฉบับนี้ ก็มีคนหนุ่มสาวไม่กี่คนนักที่จะสามารถเรียบเรียงออกมาได้ดีเท่านี้
รองผู้จัดการโรงงานเถียนถือโอกาสนี้ชวนคุยอย่างเป็นกันเอง "เมิ่งหย่าก็เป็นลูกน้องในทีมของเธอใช่ไหม เดี๋ยวฉันจะบอกให้ลูกสาวไปเรียนรู้งานกับหัวหน้าทีมเฉินให้ดี ๆ ถึงตอนนั้นต้องรบกวนหัวหน้าทีมเฉินช่วยชี้แนะอย่างเต็มที่ด้วยนะ"
"แน่นอนค่ะ ฉันจะสอนให้หมดทุกอย่างเลย"
"เยี่ยมมาก"
รองผู้จัดการโรงงานเถียนรู้สึกแปลกใจอยู่ลึก ๆ แต่ก่อนเขาเคยห้ามปรามลูกสาวไม่ให้คบค้าสมาคมกับคนที่ดูไม่น่าไว้ใจ แต่พอได้เห็นรายงานฉบับนี้ บวกกับไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตอนที่เธอเป็นพิธีกรครั้งนั้น เขาก็ตระหนักได้ว่าเด็กคนนี้มีความสามารถเกินตัวจริง ๆ
หลังจากพิจารณารายงานจบ ก็ถึงเวลาลงมติในประเด็นของทาเลีย
ผลคะแนนคือ 17 ต่อ 3
มติผ่าน!
รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของเฉินชิง เธอลุกขึ้นโค้งคำนับให้กับทุกคน
"ขอบคุณท่านผู้บริหารทุกท่านที่เปิดใจและให้การสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ค่ะ ดิฉันเชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของทุกท่าน โรงงานเครื่องจักรของเราจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและก้าวไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมได้อย่างแน่นอน!"
เหล่าผู้หลักผู้ใหญ่มากประสบการณ์มองดูเฉินชิงที่กำลังหันไปแสดงความดีใจกับหัวหน้าหลิวอย่างเปิดเผย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน
มีเพียงหยางซิวจิ่นที่ขมวดคิ้วมุ่น
เขาจำได้ว่าเลขาธิการพรรคหยางเคยรับปากว่าจะลงคะแนนคัดค้าน แล้วเหตุใดจึงเปลี่ยนการตัดสินใจไปได้
เมื่อการประชุมเลิกราและเหล่าผู้บริหารกำลังจะแยกย้ายไปรับประทานอาหาร หยางซิวจิ่นจึงรีบหาจังหวะเข้าไปพบเลขาธิการพรรคหยางตามลำพัง
แม้เลขาธิการหยางจะอายุมากแล้ว ผิวหนังเหี่ยวย่นไปตามวัย แต่ดวงตากลับยังคงลุ่มลึก จมูกโด่งเป็นสัน ทำให้พอจะจินตนาการได้ว่าในวัยหนุ่มเขาคงมีหน้าตาที่หล่อเหลาไม่น้อย วันนี้เขาอยู่ในชุดเชิ้ตและกางเกงสีดำที่ตัดเย็บอย่างประณีต ยิ่งเสริมบุคลิกให้น่าเกรงขาม
เลขาธิการพรรคหยางถอดแว่นสายตาวางลงบนโต๊ะอย่างไม่รีบร้อน แสงที่สะท้อนจากเลนส์แว่นวูบไหว ราวกับจะปิดบังประกายคมปลาบที่ฉายผ่านแววตาไปชั่วครู่
เขามองไปยังหยางซิวจิ่นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เป็นรอยยิ้มที่เหมือนกับผู้ใหญ่ใจดีข้างบ้าน ชวนให้รู้สึกเป็นกันเอง
ทว่าหัวใจของหยางซิวจิ่นกลับเต้นระรัว เขารู้ดีว่าไม่ควรมาหาเลขาธิการหยางในเวลานี้
แต่เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเฉินชิง เขาจึงไม่อาจห้ามใจตัวเองได้ "ท่านเลขานุการครับ ไหนเราตกลงกันแล้วว่าจะลงคะแนนคัดค้านไม่ใช่เหรอครับ"
เมื่อได้ฟังคำถามที่ร้อนรนนั้น เลขาธิการพรรคหยางกลับไม่ตอบตรง ๆ แต่ย้อนถามด้วยคำถามอื่น "ฉันเคยบอกให้นายไปสู่ขอเฉินชิงไม่ใช่เหรอ แล้วเป็นไงล่ะ นายไม่เคยเลี้ยงข้าวเธอเลยสักมื้อด้วยซ้ำไปใช่ไหม"
หยางซิวจิ่นกำหมัดแน่น ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกละอาย
"ตอนแรกผมคิดว่านิสัยเธอออกจะหยิ่งยโสตรงไปตรงมา แต่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร ถ้าผมเลี้ยงเธอบ่อย ๆ เธอต้องคิดว่าเป็นเรื่องปกติแน่ ผมเลยคิดจะใช้วิธีให้ยืมเงินเพื่อควบคุมเธอแทน ไม่คิดเลยว่า..."
น้ำเสียงของเลขาธิการพรรคหยางเฉียบคมขึ้น "ไม่คิดว่าเธอไม่ใช่คนโง่ แถมยังใจกล้าและฉลาดกว่าผู้หญิงทั่วไป ตอนนี้นายเลยเกิดสนใจเธอขึ้นมา แต่เธอก็ไม่เอานายแล้ว"
"ผมไม่ได้สนใจเธอครับ" หยางซิวจิ่นรีบปฏิเสธ
เลขาธิการพรรคหยางนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ร่างของเขาพร่าเลือนในเงามืดจนมองไม่เห็นสีหน้าชัดเจน
หลังจากนิ่งไปอึดใจหนึ่ง เขาจึงเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ "นายจำตอนที่ตัวเองเข้าประชุมครั้งแรกได้ไหม ตื่นเต้นจนนอนไม่หลับไปสามวันติด แถมยังพูดติดอ่างตลอดเวลา พอมีผู้บริหารตั้งคำถาม นายก็อ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออก"
ภาพความประหม่าในอดีตย้อนกลับมา ทำให้หยางซิวจิ่นเหม่อลอยไปชั่วขณะ
เลขาธิการพรรคหยางกล่าวต่ออย่างเนิบนาบ "เฉินชิงเป็นแค่เด็กสาวอายุสิบเก้า แต่กลับรับมือกับหวังเต๋อไห่ที่ตัวใหญ่เกือบสองเมตรตอนที่เขาตะคอกใส่แล้วทุบโต๊ะได้ด้วยคำพูดไม่กี่คำ การนำเสนอของเธอไม่มีความประหม่าเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างถูกเรียบเรียงอย่างเป็นระบบและชัดเจน และรายงานฉบับนั้นก็เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าความสามารถในการทำงานของเธอโดดเด่นมาก!"
"เพียงเพราะเธอทำงานเก่ง ท่านถึงกับยอมให้ทาเลียเข้ามาทำงานในโรงงานเลยเหรอครับ" หยางซิวจิ่นยังคงไม่เข้าใจ
"การรับทาเลียเข้ามามีแต่ข้อดีนับร้อยข้อและไม่มีข้อเสียเลยแม้แต่ข้อเดียว การที่เธอสามารถขังตัวเองอยู่ในบ้านพักหลังเล็ก ๆ ได้นานขนาดนั้นก็พิสูจน์แล้วว่าเธอเป็นคนที่ควบคุมได้ง่าย อีกอย่าง คนโซเวียตที่ทำงานในหน่วยงานสำคัญก็มีอยู่มากมาย ไม่ได้มีแค่ที่เราคนเดียว"
หยางซิวจิ่นไม่เชื่อ ข้อเสนอดี ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อโรงงานมีอยู่ถมไป แต่ก็ไม่เคยเห็นว่าคณะผู้บริหารเก่าแก่กลุ่มนี้จะอนุมัติให้ผ่านง่าย ๆ ทุกเรื่อง
เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คำตอบที่ไม่น่าเป็นไปได้จะแวบเข้ามาในหัว "เป็นเพราะเฉินชิงเหรอครับ"
เลขาธิการพรรคหยางพยักหน้าเบา ๆ
อย่างน้อยก็ยังไม่ถึงกับโง่เขลาเกินไปนัก! ครั้งแรกที่เขาได้พบเฉินชิง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กคนนี้ฉลาดหลักแหลม
ยิ่งพอเธอได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ในการแข่งขันประลองฝีมือ เขายิ่งมั่นใจจึงได้กำชับให้หยางซิวจิ่นไปผูกมิตรกับเธอไว้
ใครจะคิดว่าหยางซิวจิ่นจะไปสร้างเรื่องจนผิดใจกับเธออย่างรุนแรง
เด็กสาวคนนี้ภายนอกอาจจะดูสบาย ๆ ไม่เอาจริงเอาจัง แต่แท้จริงแล้วกลับมีความสามารถในการทำงานที่โดดเด่น และที่สำคัญคือมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา
ครอบครัวของเธอมีวีรบุรุษถึงสามคน พี่เขยเป็นทหารผู้พลีชีพ ส่วนพ่อกับแม่ก็เคยสร้างคุณงามความดีช่วยให้โรงงานรอดพ้นจากความเสียหายมูลค่าหลายแสน
นอกจากนี้เธอยังต้องดูแลเด็กอีกสองคน ต่อให้เธอไปมีเรื่องกับผู้บริหาร แต่เพื่อไม่ให้มีปัญหากับคณะกรรมการปฏิวัติ พวกเขาก็ต้องจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้เธออย่างเรียบร้อยอยู่ดี มีทั้งเส้นสายที่แข็งแกร่งและสมองที่เฉียบแหลม
คนแบบนี้รับมือได้ยากที่สุด
เลขาธิการพรรคหยางจิบชาอึกหนึ่งแล้วจึงกล่าวต่อ "เหล่าหลิวก็อายุไม่น้อยแล้ว ตำแหน่งในคณะกรรมการโรงงานต้องมีคนมาสืบทอดต่อ นายลองเดาดูสิว่าสุดท้ายแล้วตำแหน่งนี้จะตกไปอยู่ที่ใคร"
"เฉินชิงเหรอครับ!" หยางซิวจิ่นอุทานอย่างไม่อยากเชื่อ
"ก็ไม่แน่เสมอไป แต่ดูจากท่าทีที่เหล่าหลิวคอยหนุนหลังเธออยู่ตลอด ก็น่าจะมีโอกาสสูง" เลขาธิการพรรคหยางวางถ้วยชาลง ก่อนจะตอบคำถามแรกของเขา
"อนาคตของเฉินชิงยังไปได้อีกไกล เรื่องของทาเลียก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร บรรดาผู้บริหารหลายคนก็แค่ต้องการซื้อใจเธอไว้ก็เท่านั้น ส่วนฉันก็แค่ปรับตัวไปตามสถานการณ์"
หยางซิวจิ่นรู้สึกกระสับกระส่ายขึ้นมาอย่างประหลาด "เธอจะเก่งกาจอะไรขนาดนั้นกัน"
เลขาธิการพรรคหยางใช้นิ้วนวดขมับเบา ๆ
เขาพบว่าในช่วงสองปีมานี้หยางซิวจิ่นยิ่งทวีความโอหังมากขึ้นทุกที คงเป็นเพราะเส้นทางที่ผ่านมามันราบรื่นเกินไปจนขาดการขัดเกลานั่นเอง!
"ฉันเคยบอกนายแล้วไง ว่าอย่าดูถูกคนหนุ่มสาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหายผู้หญิง อย่าคิดว่าผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้จะเหมือนอดีตภรรยาของนาย ที่ยอมให้นายบงการทุกอย่าง!"
[จบบท]