บทที่ 95: ที่พึ่งพิงแห่งใหม่
ผู้ชายที่ได้ทุกสิ่งทุกอย่างมาเพราะผู้หญิง ก็มักจะสูญเสียทุกอย่างไปเพราะผู้หญิงเช่นกัน
หยางซิวจิ่นรู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างจุกที่ลำคอ เขาหลุบตาลงต่ำพร้อมกับขานรับเสียงเรียบ "ท่านเลขาธิการครับ ผมเข้าใจแล้ว"
"เข้าใจก็ดีแล้ว" เลขาธิการพรรคหยางลุกไปรินชาให้เขาด้วยตัวเอง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสบายๆ
"เรื่องทองคำของตระกูลเฮ่อที่ฉันเคยให้นายไปสืบ ตอนนี้มีอะไรคืบหน้าบ้างไหม"
"ยังเลยครับ" หยางซิวจิ่นส่ายหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
"ช่วงนี้เฉินชิงกลับไปทำตัวเป็นน้าที่ดีของหลานๆ ผมเลยยังหาจังหวะเหมาะๆ ไม่ได้ คงต้องรอให้เปิดเทอมก่อน ถึงตอนนั้นผมจะให้ลูกสาวผมลอบวางยาเด็กสองคนนั่น จากนั้นค่อยหาเรื่องย้ายเฉินชิงไปอยู่ที่อื่น พอเฮ่ออวี้เสียงไม่เหลือใครแล้ว ก็น่าจะยอมคายเรื่องที่ซ่อนเงินออกมาเอง"
"ดีแล้วที่นายมีแผนการในใจ"
หลังจากบทสนทนาจบลงพร้อมกับชาในถ้วยที่หมดเกลี้ยง เลขาธิการพรรคหยางก็เดินไปส่งหยางซิวจิ่นถึงหน้าประตูห้องทำงานด้วยตัวเอง
ทันทีที่ก้าวพ้นออกมา หยางซิวจิ่นถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความกดดันที่แบกรับไว้คลายลงไปเปราะหนึ่ง
ณ โรงอาหารของโรงงานเครื่องจักร
ท้องของเฉินชิงร้องประท้วงไม่หยุด เธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องมาตั้งแต่เช้า พอได้กินมื้อเที่ยงก็ปาเข้าไปบ่ายโมงครึ่งแล้ว ความหิวทำให้เธอตาลายได้ขนาดนี้ แต่ที่น่าโมโหที่สุดก็คือ... วันนี้โรงอาหารทำเมนูมะเขือยาวอีกแล้ว!
"พรุ่งนี้โรงอาหารของเราจะเปลี่ยนเมนูได้ไหมคะ" เฉินชิงบ่นอุบอิบขณะตักข้าวเข้าปาก
"มีให้กินก็ดีแค่ไหนแล้ว" หัวหน้าหลิวเอ่ยปรามอย่างไม่จริงจังนัก เมื่อเห็นสีหน้าห่อเหี่ยวของหญิงสาว
เขาก็อดสงสารไม่ได้ จึงเดินไปขอซอสพริกจากพ่อครัวมาให้หนึ่งช้อนเล็กๆ
"อ่ะ เพิ่มรสชาติซะหน่อย"
"ขอบคุณค่ะหัวหน้า!" เฉินชิงยกมือไหว้แบบจีนอย่างล้อเลียน แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
"พอเลย รีบๆ กินเข้า ตอนบ่ายเธอต้องไปรายงานตัวที่สหพันธ์สตรีนะ ไปถึงแล้วก็ตั้งใจเรียนรู้งานจากหัวหน้าหลินให้ดี ท่านเป็นคนเก่งและมีความสามารถจริงๆ การที่เธอได้มีโอกาสไปทำงานใกล้ชิดท่าน ถือเป็นโชคดีแล้วนะ จำไว้ว่าต้องหมั่นฟัง หมั่นถาม แล้วก็หมั่นเรียนรู้ให้มากๆ"
หัวหน้าหลิวให้ความเคารพหัวหน้าหลินเป็นอย่างสูง เขาหวังว่าบารมีความเป็นหญิงแกร่งของหัวหน้าหลินจะช่วยขัดเกลาให้เฉินชิงกลายเป็นคนขยันขันแข็งและมีความสามารถมากขึ้นเมื่อต้องทำงานในคณะกรรมการโรงงาน
"รับทราบค่ะ" เฉินชิงรับคำอย่างแข็งขัน
"สหายเฉินชิง!!!" เสียงตะโกนของเหมาเจี้ยนกั๋วดังก้องไปทั่วโรงอาหารที่ค่อนข้างเงียบเหงาในเวลาบ่ายสองโมง ซึ่งส่วนใหญ่จะเหลือแต่พนักงานระดับหัวหน้าไม่กี่คน ทุกสายตาจึงจับจ้องไปยังชายหนุ่มที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
เหมาเจี้ยนกั๋วปรี่เข้ามาตรงหน้าเฉินชิงแล้วโค้งคำนับจนสุดตัว "คุณคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตผมไว้!"
"ฉันยังไม่อยากมีลูกชายตัวโตขนาดนี้หรอกนะ" เฉินชิงสวนกลับทันควัน
หัวหน้าหลิวถึงกับกุมขมับ
"รองหัวหน้าเหมาคะ ใจเย็นๆ นั่งลงก่อนค่อยๆ คุยกันก็ได้ อย่าทำเรื่องใหญ่โตไปเลย"
"เอ่อ ครับ" เมื่อคืนเหมาเจี้ยนกั๋วนอนกระสับกระส่ายทั้งคืน เช้านี้เขาก็เฝ้ารอผลอย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่งได้รับข่าวดีว่าทาเลียเป็นอิสระแล้ว ความดีใจก็เอ่อล้นจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ "สหายเฉินชิง ผมขอบคุณคุณมากจริงๆ นะครับ"
"ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันไม่ได้ทำเพื่อคุณคนเดียวเสียหน่อย ที่ฉันทำไปก็เพื่อการพัฒนาของโรงงาน และเพื่อไม่ให้เราต้องสูญเสียบุคลากรที่มีคุณภาพไปต่างหาก" เฉินชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกำลังแถลงการณ์
เหมาเจี้ยนกั๋วถึงกับนิ่งไป
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงจัดการกับพวกเฒ่าหัวงูพวกนั้นได้อยู่หมัด! ด้วยวาทศิลป์ระดับนี้ จะมีเรื่องอะไรที่เธอทำไม่สำเร็จกัน!
"ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ผมก็ยังยืนยันที่จะขอบคุณคุณอยู่ดี"
"ก็ได้ค่ะ ถ้างั้นสัปดาห์นี้ช่วยเลี้ยงข้าวฉันหน่อยแล้วกัน" ว่าแล้วเฉินชิงก็รีบพูดต่อ
"แต่ไม่เอามะเขือยาวนะคะ"
"ได้เลย!" เหมาเจี้ยนกั๋วรับคำอย่างหนักแน่น
แน่นอนว่าบุญคุณครั้งนี้ไม่อาจทดแทนได้ด้วยอาหารเพียงไม่กี่มื้อ แต่การได้แสดงความขอบคุณอย่างเป็นรูปธรรมก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก
ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าเฉินชิงจะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือเรื่องอะไร หากไม่ผิดกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี เขาก็พร้อมจะทำให้ทุกอย่าง!
หลังจากกล่าวขอบคุณเฉินชิงเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบกลับบ้านเพื่อไปแจ้งข่าวดีให้ทาเลียได้ชื่นใจ
ส่วนเฉินชิงก็มุ่งหน้าไปยังสหพันธ์สตรีเพื่อรายงานตัว
เธอค้นพบเรื่องน่าแปลกอย่างหนึ่งในโรงงานเครื่องจักรแห่งนี้... ที่อื่นยิ่งตำแหน่งสูงงานยิ่งสบาย แต่ที่นี่กลับตรงกันข้าม ยิ่งตำแหน่งใหญ่โตเท่าไหร่ งานก็ยิ่งหนักขึ้นเป็นทวีคูณ
เพิ่งจะประชุมเสร็จตอนบ่ายโมงครึ่ง พอกินข้าวเที่ยงเรียบร้อยก็ต้องรีบกลับไปเริ่มงานต่อทันที
ที่ทำการของสหพันธ์สตรีตั้งอยู่ชั้นหนึ่งของอาคาร เพื่อให้ครอบครัวของพนักงานสามารถเข้ามาปรึกษาปัญหาร้องทุกข์ได้อย่างสะดวก
เมื่อเฉินชิงก้าวเข้าไป ก็พบกับม้านั่งไม้ตัวยาววางเรียงรายอยู่ ด้านในสุดมีโต๊ะทำงานไม้สองตัววางต่อกันเป็นแนวยาวขวางอยู่กลางห้อง
เธอค่อนข้างคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ที่นี่พอสมควร เพราะก่อนหน้านี้เธอเคยมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่หน้าห้องนี้ทุกวันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เต็ม
หญิงสาวโบกมือทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเองก่อนจะเอ่ยถาม
"หัวหน้าหลินอยู่ไหมคะ"
"อยู่ในห้องทำงานค่ะ"
"ขอบคุณค่ะ"
เฉินชิงงอนิ้วแล้วเคาะประตูเบาๆ
"เข้ามาได้" เสียงของหัวหน้าหลินดังออกมา เมื่อเห็นว่าเป็นใคร เธอก็ยิ้มกว้าง
"อ้าว เสี่ยวชิงมาแล้วเหรอจ้ะ"
"ค่ะ ฉันอยากจะเข้ามาสอบถามเรื่องงาน ว่าต้องทำอะไรบ้าง แล้วมีกำหนดเวลาถึงเมื่อไหร่ ฉันจะได้วางแผนถูก" เฉินชิงนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามอย่างเรียบร้อย รอฟังคำสั่ง
หัวหน้าหลินส่งยิ้มใจดีให้ "ช่วงนี้เธอก็คงจะเหนื่อยกับเรื่องของทาเลียมามากแล้ว เรื่องกระดานข่าวของเรายังไม่รีบร้อนอะไร วันนี้ตอนบ่ายเธอนั่งพักอ่านหนังสือพิมพ์ไปก่อนแล้วกันนะ พรุ่งนี้เราค่อยมาคุยเรื่องงานกัน"
ดวงตาของเฉินชิงเปล่งประกายขึ้นมาทีละน้อย "หัวหน้าหลินคะ ตอนนี้ฉันขอย้ายมาอยู่แผนกนี้เลยได้ไหมคะ"
หัวหน้าที่ให้ลูกน้องพักผ่อนในเวลาทำงานแบบนี้ ช่างเป็นนางฟ้ามาโปรดชัดๆ! หัวหน้าหลินหัวเราะร่วน
"ฉันยินดีต้อนรับเธอเสมอจ้ะ"
"งั้นฉันจะไปบอกหัวหน้าหลิวเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!"
เธอพูดอย่างกระตือรือร้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาคือการถูกเทศนาไปหนึ่งชุดใหญ่
สุดท้ายเฉินชิงจึงต้องกลับมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ที่เดิมด้วยท่าทางหงอยๆ
แต่การนั่งอยู่ตรงนี้ก็มีเรื่องให้ดูไม่น้อย สหพันธ์สตรีแห่งนี้ไม่ต่างอะไรกับสถานีตำรวจฉบับย่อมๆ ที่มีแต่ผู้หญิงคอยไกล่เกลี่ยปัญหา มีผู้คนแวะเวียนมาขอความช่วยเหลือไม่ขาดสาย ทั้งหญิงและชาย
หลายคนคงรู้สึกว่าการพูดคุยกับผู้หญิงด้วยกันนั้นสบายใจกว่า และไม่ต้องเจอกับบรรยากาศเคร่งขรึมเหมือนตอนไปสถานีตำรวจ พวกเขาจึงกล้าที่จะมาที่นี่เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
ขณะที่เฉินชิงกำลังเพลินกับการอ่านข่าวและสังเกตการณ์เรื่องราวรอบตัว สายตาก็พลันไปสะดุดกับบุคคลที่คุ้นหน้า...
เถียนกั๋วชิ่ง อดีตคู่ดูตัวของเธอ กำลังยืนอยู่กับภรรยา ของเขา
เฉินชิงประหลาดใจไม่น้อย ไม่คิดว่าเวลาจะผ่านไปเร็วขนาดนี้ นับจากการดูตัวครั้งนั้นก็ยังไม่นานเท่าไหร่ แต่เขากลับแต่งงานมีภรรยาไปเสียแล้ว
ฝ่ายเถียนกั๋วชิ่งเองก็สังเกตเห็นเฉินชิงเช่นกัน ภาพของหญิงสาวในชุดทำงานที่ดูสะอาดสะอ้าน นั่งไขว่ห้างกินขนมเปี๊ยะอย่างสบายอารมณ์ ช่างแตกต่างจากสภาพของเขาราวฟ้ากับเหว ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก
ถ้าวันนั้นเขาได้แต่งงานกับเธอ เรื่องราวคงไม่กลายเป็นแบบนี้!
"เธอทำตัวไม่เอาไหนเลยจริงๆ!" เถียนกั๋วชิ่งระบายอารมณ์กับเจ้าหน้าที่สหพันธ์สตรี
"อยู่บ้านไม่เคยคิดจะดูแลพ่อแม่ผมเลยสักนิด ผมเป็นลูกชายคนโตนะ ในฐานะที่เป็นสะใภ้ เธอไม่มีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนเอาซะเลย!"
"เก็บคำว่าแม่บ้านแม่เรือนของคุณไปเลยเถอะ!" ภรรยาของเขาสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้
"แม่ของคุณน่ะเหรอที่ฉันต้องก้มหัวให้ ตอนแรกที่ตกลงกัน สินสอดแปดสิบแปดหยวนยังให้ฉันไม่ครบเลยด้วยซ้ำ ยัยเซวียชุนเถานั่นก็เป่าหูฉันซะดิบดีว่าคุณดีเลิศอย่างนั้นอย่างนี้ ที่แท้ก็เป็นแค่ผู้ชายไม่ได้เรื่องคนหนึ่ง ยังจะมาหวังให้ฉันทำงานบ้านรับใช้อีกเหรอ ฝันไปเถอะ ฉันเป็นคนงานนะ!"
เธอเชิดหน้าแอ่นอกอย่างภาคภูมิใจ บนอกเสื้อสีน้ำเงินมีชื่อของโรงงานเครื่องจักรปักอยู่อย่างชัดเจน
"พวกคุณดูสิครับ!" เถียนกั๋วชิ่งหันไปฟ้องเจ้าหน้าที่
"เธอเอาแต่พูดว่าตัวเองเป็นคนงาน ไม่ยอมทำอะไรเลย แล้วแบบนี้ผมจะแต่งงานกับเธอมาเพื่ออะไรกัน!"
เจ้าหน้าที่ของสหพันธ์สตรีต่างก็มีประสบการณ์ในการรับมือกับเรื่องทำนองนี้เป็นอย่างดี พวกเธอเริ่มจากการสอบถามความต้องการของฝ่ายหญิงเป็นอันดับแรก ก่อนจะพิจารณาดำเนินการขั้นต่อไป
เฉินชิงเริ่มรู้สึกรำคาญเสียงทะเลาะวิวาท เธอจึงย้ายตัวเองไปยืนอ่านหนังสือพิมพ์ที่หน้าห้องทำงานของหัวหน้าหลินแทน
"เป็นอะไรไปจ้ะ" หัวหน้าหลินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
"ขยะข้างนอกเยอะเกินไปค่ะ มันทำให้อากาศบริสุทธิ์ของฉันเสียหมด" เฉินชิงตอบพลางพลิกหน้าหนังสือพิมพ์
หัวหน้าหลินยิ้มเอ็นดู พลางหยิบขนมเปี๊ยะไส้ถั่วอีกชิ้นป้อนให้เธอ เมื่อเห็นหญิงสาวอ้าปากรับอย่างว่าง่าย หัวใจของเธอก็พลันอ่อนยวบ
"งั้นก็เข้ามาอยู่ข้างในนี้แหละ ขนมในกล่องยังเหลืออีกตั้งครึ่ง ค่อยๆ กินนะ ไม่ต้องรีบ"
"ฉันอิ่มแล้วค่ะ"
"ไม่เป็นไรหรอกน่า นี่เป็นเงินของส่วนรวม สหพันธ์สตรีของเราต้องเตรียมของพวกนี้ไว้ปลอบใจสมาชิกในครอบครัวอยู่แล้ว จะให้เราควักเงินตัวเองได้ยังไง กินเถอะ"
หัวหน้าหลินลูบศีรษะของเธอเบาๆ เมื่อเห็นหญิงสาวอ้าปากค้างน้อยๆ ด้วยความประหลาดใจ ท่าทางนั้นช่างดูเหมือนลูกสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยที่กำลังมึนงง น่ารักเสียจนเธออดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปหยิกแก้มขาวเนียนของเธอเบาๆ
[จบบท]