เหวินเฉียนไม่คิดเลยว่าคนพวกนี้จะหน้าด้านขนาดนี้ มาขอให้เธอช่วยรับส่งด้วยท่าทางมั่นใจเต็มที่
เธอปฏิเสธทันที ไม่แม้แต่จะเสียเวลาคิด เพราะแม้แต่ลังเลสักวินาทีก็ถือว่าไม่ให้เกียรติตัวเอง
แน่นอนว่าการปฏิเสธของเธอทำให้เกิดความไม่พอใจในกลุ่มชุมชนทันที
แม้แต่เพื่อนบ้านชั้นล่างของเธอก็ออกมาร่วมวง
ก่อนหน้านี้ เหวินเฉียนเคยสั่งสอนลูกชายของหญิงคนนั้นไป ทำให้อสวี่เหยียนผูกใจเจ็บมาตลอด
ตอนนี้เห็นคนในชุมชนพากันโจมตีเหวินเฉียน เธอเลยรู้สึกสะใจสุดๆ และอดไม่ได้ที่จะเข้ามาพูดด้วย
สวี่เหยียน:บ้านเธอมีเรือยาง ช่วยคนอื่นมันยากตรงไหน?
สวี่เหยียน:ตอนนี้สถานการณ์พิเศษ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ คิดเหรอว่าคนพวกนี้อยากมาขอร้องเธอ?
สวี่เหยียน:คนเราจะเห็นแก่ตัวเกินไปไม่ได้นะ ช่วยเหลือคนอื่นก็เหมือนช่วยตัวเอง
สวี่เหยียน:พรุ่งนี้ช่วยพาคนในชุมชนไปกลับหน่อย ถือว่าได้สร้างบุญสร้างกุศลให้ตัวเอง!
เหวินเฉียนอ่านข้อความแล้วถึงกับขำออกมา
ยัยนางฟ้าจอมปลอม! พูดอะไรออกมาได้ไม่อายปากเลยเหรอ?
เหวินเฉียน:ชุมชนนี้มีเป็นพันคน ฉันต้องพาใครไปบ้าง แล้วใครที่ไม่ควรพา?
เหวินเฉียน:ต่อให้ฉันไม่ทำอะไรเลย เอาแต่รับส่งพวกคุณทั้งวัน ก็ยังพาทุกคนไปไม่หมดอยู่ดี
เหวินเฉียน:แล้วฉันจะได้อะไรจากการช่วยพวกคุณ?
เหวินเฉียน:อย่าพูดเรื่องเงินนะ ฉันไม่ขาดเงิน แล้วพวกคุณก็น่าจะรู้ว่า ตอนนี้สิ่งที่ไร้ค่าที่สุดก็คือเงิน เพราะมันเอาไปใช้อะไรไม่ได้เลย
จากนั้นเหวินเฉียนก็แท็กสวี่เหยียนโดยตรง
เหวินเฉียน:@สวี่เหยียน ถ้าฉันจำไม่ผิด บ้านเธอมีเรือยางสองลำใช่ไหม? เมื่อเดือนที่แล้ว ตอนลูกชายเธอชวนฉันไปเที่ยวทะเล เขายังส่งรูปมาให้ฉันดูอยู่เลย หรือจะให้ฉันแคปหลักฐานมาให้?
เหวินเฉียน:@สวี่เหยียน ไหนบอกว่าไม่เห็นแก่ตัว? พรุ่งนี้อย่าลืมพาคนไปเยอะๆ ล่ะ
เหวินเฉียน:ส่วนฉัน ฉันไม่พาใครไปสักคน ใครไม่พอใจก็เก็บไว้ในใจแล้วกัน
หลังจากส่งข้อความไป เหวินเฉียนก็โยนโทรศัพท์ลงข้างตัว
เธอลุกขึ้นกลับไปที่ห้อง ปิดประตู แล้วเข้าไปในมิติของตัวเอง
ผักที่เหวินฉางหนิงปลูกไว้ในมิติ โตจนเก็บเกี่ยวได้อีกชุดแล้ว
เพราะที่บ้านมีเสบียงมากเกินไป กินไม่ทัน เหวินเฉียนเลยตัดสินใจขายบางส่วนให้กับระบบแลกเป็นแต้ม
ตอนนี้เธอมีแต้มสะสมในร้านค้า3,000 แต้ม
เมื่อเห็นอาวุธมากมายในร้านค้าออนไลน์ของระบบ เหวินเฉียนถึงกับน้ำลายไหล
แต่สุดท้าย เธอก็ทำใจแข็งแล้วใช้แต้มทั้งหมดที่มี
ในร้านมีชุดธนูพร้อมลูกศรขาย แถมลูกศรราคาถูกมาก ดอกละ1 แต้มเท่านั้น
เหวินเฉียนเลยซื้อ3,000 ดอกให้พี่ชาย
หลังจากใช้แต้มจนหมด เธอก็กลับไปฝึกซ้อมตามปกติ
ซ้อมจนเหงื่อโชกแล้วก็กลับไปอาบน้ำในบ้าน แช่น้ำพุร้อนในมิติ จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้า นอนพอกหน้า แล้วหลับตาพักผ่อน
พอตกกลางคืน ทุกคนก็เข้านอนแต่หัวค่ำ
เวลาเที่ยงคืน ตรง เสียงปืนกลจากระยะไกลก็ดังขึ้น
หน่วยกำจัดซอมบี้เริ่มปฏิบัติการแล้ว
เหวินเฉียนยังคงหลับต่อไป
กระทั่งถึงตีสี่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
"เหวินเฉียน ตื่นได้แล้ว เราต้องออกเดินทางแล้ว"
เป็นเสียงของกู้หรานดังมาจากด้านนอก
เหวินเฉียนลืมตาขึ้น บิดขี้เกียจ แล้วตอบกลับไป
"เดี๋ยวออกไป"
เธอลุกขึ้นไปล้างหน้า ทำครบทุกขั้นตอนดูแลผิว จากนั้นก็มัดผมหางม้า แล้วเดินออกจากห้อง
เหวินร่างเตรียมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเอาไว้แล้ว
เหวินเฉียนเดินไปกินจนหมด ก่อนจะบอกพี่ชายว่าเธอซื้อลูกศร 3,000 ดอกมาให้
เหวินร่างรู้แบบนั้น ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก
เมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จ พวกเขาก็กล่าวลาเหวินฉางหนิงกับหลี่โม่ ก่อนจะออกจากบ้าน
กู้หรานกับเหวินร่างช่วยกันหิ้วเรือยาง เดินนำหน้า
เหวินเฉียนสะพายกระเป๋าเดินตามหลังช้าๆ ด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนไปเที่ยวปิกนิก
เมื่อพวกเขาลงไปถึงชั้นล่างของอาคาร ก็พบว่ามีเพื่อนบ้านบางคนอาศัยอยู่ตามโถงทางเดิน และบางคนก็มายืนรอพวกเขาโดยเฉพาะ
พอเห็นพวกเขาปรากฏตัว คนกลุ่มนั้นก็กรูกันเข้ามา หวังว่าจะขอติดไปด้วย
เหวินเฉียนยืนอยู่ตรงขั้นบันได มองลงมาที่พวกเขาด้วยสายตาเย็นชา
"ฉันนึกว่าฉันพูดชัดเจนพอแล้วเมื่อวาน ที่แท้ยังมีคนฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องอยู่อีกเหรอ?"
"เธอ...!"
เมื่อเห็นว่าใช้วิธีพูดดีๆ ไม่ได้ผล คนกลุ่มนั้นก็เริ่มคิดจะใช้กำลัง แย่งเรือยางจากพวกเธอ
แต่ยังไม่ทันที่เหวินเฉียนจะต้องลงมือเอง กู้หรานก็จัดการพวกนั้นจนหมดแล้ว
คนพวกนั้นโดนกู้หรานอัดจนหน้าช้ำ หัวแตก เลือดไหล แล้วพากันหนีไปแบบไม่คิดชีวิต
เหวินเฉียนกับพวกหยุดพักที่ชั้นสาม ก่อนจะกระโดดออกทางหน้าต่างของทางหนีไฟ แล้วขึ้นเรือยางมุ่งหน้าไปยังภูเขาเฮยซานที่เป็นจุดแจกจ่ายเสบียง
หลังจากใช้เวลาหลายชั่วโมงกวาดล้างซอมบี้ไปแล้ว ตอนนี้บนถนนแทบไม่เหลือพวกมันให้เห็น
ผู้คนเริ่มออกจากบ้าน บ้างว่ายน้ำ บ้างใช้แพยางจากสระเด็ก บางคนถึงกับรื้อแผ่นไม้จากเตียงตัวเองมาทำเป็นแพแบบง่ายๆ
คนที่นั่งเรือยางแบบเหวินเฉียนก็มี แต่มีไม่มาก
ทุกที่ที่เรือของพวกเธอผ่านไป ล้วนมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีใครหยุด พวกเธอมุ่งหน้าไปยังภูเขาเฮยซานด้วยความเร็วสูงสุด
จุดแจกจ่ายเสบียงตั้งอยู่ที่กลางเขา
กู้หรานหิ้วเรือยางเดินนำไปข้างหน้าแบบสบายๆ ไม่แม้แต่จะหอบหายใจ
พวกเขาเดินขึ้นเขาไปกว่า 20 นาทีในที่สุดก็มาถึงจุดหมาย
ขณะนี้ มีคนต่อแถวอยู่แล้วเกือบ 2,000 คน
คนที่มาถึงก่อนส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านแถวนี้ ริมทางมีเจ้าหน้าที่ติดอาวุธคอยดูแล จึงยังไม่มีเหตุปล้นชิงเสบียงเกิดขึ้น
เหวินเฉียนใส่หูฟังบลูทูธ เปิดเพลงฟังอย่างเงียบๆ แล้วเข้าคิวรอ
เวลากว่าชั่วโมงกว่าผ่านไปอย่างไร้ค่า ในที่สุดก็มาถึงคิวของพวกเธอ
พวกเขายื่นบัตรประชาชนเพื่อตรวจสอบตัวตน แล้วรับเสบียง
ในถุงมี
บิสกิตอัดแท่ง 5 ห่อ
น้ำดื่ม 5 ขวด
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 2 ห่อ
ถึงจะไม่ได้มากมายอะไร แต่เมื่อรวมจำนวนคนที่มารับเสบียงก็ถือว่าเป็นปริมาณมหาศาล
หลังจากรับของครบแล้ว พวกเขาก็หันหลังเดินลงเขาทันที
เหวินร่างหยิบเสบียงของกู้หรานมา แล้วส่งให้เหวินเฉียน
เหวินเฉียนทำท่าเหมือนเก็บใส่เป้ แต่จริงๆ แล้วเธอโยนเข้าไปในมิติ
เส้นทางลงจากภูเขานั้นไม่สงบสุขเหมือนตอนขึ้นมา
ที่ตีนเขามีกลุ่มโจรดักซุ่มอยู่จำนวนมาก พวกมันรอแย่งเสบียงจากคนที่ลงมา
พอเห็นเหวินเฉียนกับพวกเดินมาพร้อมเรือยาง กลุ่มนั้นก็คลั่งกันใหญ่ รีบพุ่งเข้ามาล้อมพวกเขาทันที
เหวินเฉียนถูกเหวินร่างกับกู้หรานกันไว้ข้างหลัง
เธอจ้องมองกู้หรานจัดการพวกโจรด้วยท่าทางคล่องแคล่ว แล้วอดชื่นชมไม่ได้
สมกับเป็นอดีตหน่วยรบพิเศษ ฝีมือโคตรสวย!
ส่วนพี่ชายของเธอก็ไม่เลว
ถึงแม้เหวินร่างจะไม่เคยฝึกแบบมืออาชีพ แต่เขาเรียนมวยจีนมาตั้งแต่เด็ก
บวกกับการถูกเหวินเฉียนลากไปซ้อมหนักตลอดช่วงนี้ และได้รับโบนัสพลังจากระบบเมื่อไม่กี่วันก่อน
ตอนนี้เขาเลยแข็งแกร่งกว่ากู้หรานเสียอีก
แค่ประสบการณ์สู้จริงยังไม่เท่ากู้หราน เลยดูเหมือนไม่ได้เปรียบขนาดนั้น
เหวินเฉียนไม่จำเป็นต้องลงมือ
เธอเอนตัวพิงต้นไม้ เคี้ยวหมากฝรั่งพลางดูพวกโจรโดนอัดอย่างสบายใจ
แต่พวกที่เข้ามาหาเรื่องกลับมีมากขึ้นเรื่อยๆ
บางคนต้องการเสบียงของพวกเธอ บางคนหวังจะแย่งเรือยาง
และบางคน…เป็นเพื่อนบ้านจากชุมชนของเธอเอง
พวกนั้นยังโกรธที่เหวินเฉียนไม่ยอมให้พวกเขาติดเรือมาด้วย เลยคิดจะใช้โอกาสนี้สั่งสอนเธอ
เหวินเฉียนเหลือบมองไปที่คนคุ้นหน้า แล้วแสยะยิ้มเย็นชา
ดูเหมือนว่าชื่อเสียงของฉันจะยังไม่พอแรงนะ…
ไม่งั้นพวกโง่พวกนี้คงไม่กล้าเอาชีวิตมาทิ้งแบบนี้!
ใครให้พวกแกกล้ามาหาเรื่องฉัน?