เหวินร่างฝึกยิงปืนอยู่ที่บ้านทั้งบ่าย จนกระทั่งถึงหกโมงเย็น เมื่อแดดไม่ร้อนจัดแล้ว ทั้งสามคนก็สวมเสื้อเกราะกันกระสุน แล้วออกเดินทางไปยังฐาน
ตลอดทาง กู้หรานไม่พูดอะไรสักคำ ใบหน้าที่ปกติก็แทบไม่มีอารมณ์อยู่แล้ว ตอนนี้ดูน่ากลัวขึ้นไปอีก
เขายืนอยู่บนเรือกู้ภัย มือกำปืนแน่น เต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร
ปืนพกที่เหวินเฉียนแลกมาให้กู้หรานและเหวินร่างนั้นเป็นแบบแม็กกาซีนคู่ บรรจุกระสุนได้ 34 นัดต่อครั้ง อัตรายิงสูง ทะลุทะลวงดี มีระยะหวังผล 100-150 เมตร และสามารถเลือกโหมดยิงอัตโนมัติหรือยิงทีละนัดได้
เหวินร่างตอนนี้เริ่มชำนาญขึ้นแล้ว รู้สึกว่าปืนใช้ง่ายกว่าธนูและหน้าไม้เยอะ แค่ยกขึ้นมาเล็งแล้วลั่นไกก็จบ เห็นซอมบี้เมื่อไรก็ยิงเมื่อนั้น มันสะใจสุดๆ!
แค่อากาศมันร้อนเกินไป บวกกับในน้ำมีซากศพลอยอยู่เต็มไปหมด บางส่วนเริ่มเน่าเปื่อยแล้ว มองไปทีไรก็รู้สึกน่าขยะแขยง
ทั้งสามคนสวมหน้ากากและแว่นตาป้องกันตลอดทาง ไล่ฆ่าซอมบี้ไปเรื่อยจนมาถึงหน้าฐานโดยไม่มีปัญหา ระหว่างทางก็เจอเพื่อนบ้านจากหมู่บ้านเดิมโดยบังเอิญ
ห่างจากฐานไปหนึ่งกิโลเมตร มีรั้วกั้นเขตความปลอดภัยเอาไว้ พื้นที่ด้านในยังปลอดภัยอยู่ ชาวบ้านที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในฐานจึงต้องรออยู่ตรงนี้
เดิมทีเหวินเฉียนคิดว่า คนจากหมู่บ้านเธอออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า ก็น่าจะถึงที่นี่ตั้งนานแล้ว
แต่ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะมีคนหลั่งไหลมาฐานเยอะมากจนเจ้าหน้าที่จัดการไม่ทัน พวกเขาจึงต้องรออยู่ที่เขาเฮยซานหลายชั่วโมง กว่าจะถูกส่งมาถึงที่นี่
เมื่อเพื่อนบ้านเห็นพี่น้องตระกูลเหวินมาถึง ต่างก็ตะลึงไปชั่วขณะ
ฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเดือน แม้ว่าพวกเขาจะเอาชีวิตรอดมาได้ แต่แต่ละคนก็ผอมลงไปมากจากความอดอยาก
ทว่าพอเห็นเหวินเฉียนกับเหวินร่าง กลับรู้สึกว่าทั้งคู่ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมเลย มิหนำซ้ำหุ่นยังดูแข็งแรงขึ้นกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำ!
ครอบครัวเหวินต้องไม่เคยลำบากเลยแน่ๆ! พวกเขาต้องมีอาหารมากพอ! แต่พวกมันกลับเห็นแก่ตัว ไม่แบ่งให้ใครเลยสักนิด!
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ทุกคนก็โกรธขึ้นมา พากันพูดจาแดกดันทันที
“โอ๊ะ! นั่นใครน่ะ? ทำไมดูคุ้นๆ จัง?”
“อ้าว! นั่นมัน ‘เทพสงคราม’ ที่เขาลือกันไม่ใช่เหรอ?”
“เหอะ! นึกว่าจะเก่งสักแค่ไหน ที่สุดแล้วก็ต้องมาหลบภัยที่ฐานเหมือนกันนี่แหละ!”
“อย่าพูดแบบนั้นสิ พวกเราต่างหากที่ไม่เหมือนเธอ เราไม่ได้ใจดำขนาดนั้น!”
“ใช่ ฆ่าซอมบี้ไม่พอ ยังฆ่าเพื่อนบ้านตัวเองได้ลงคออีก! นังฆาตกร!”
“ใช่! ฆาตกร! ใครก็ได้! จับตัวเธอไปที!”
เหวินเฉียนได้ยินเสียงโวยวายของพวกขี้แพ้พวกนั้นแต่ไกล เธอหันไปมองด้วยสายตาเย็นชา พวกนั้นถึงจะกลัวจนหัวใจเต้นแรง แต่เพราะอยู่ในเขตของฐานทัพ ก็พากันทำใจกล้าขึ้นมา
“มองอะไร? จะฆ่าพวกเราหรือไง?”
“ใช่! นี่มันที่ไหนกัน? คิดว่าจะมากร่างแบบที่เคยทำได้เหรอ?”
ชาวบ้านจากที่อื่นที่ไม่รู้เรื่อง ต่างจับตามองเหตุการณ์ด้วยความสนใจ
พวกเขาเองก็เคยเห็นคลิปของเหวินเฉียนขณะฆ่าซอมบี้มาก่อน
ตอนนั้น จางจื่อหยางเห็นว่าเหวินเฉียนกำลังถูกโจมตีทางวาจา ก็รีบแสร้งทำเป็นคนดี พูดไกล่เกลี่ยว่า
“ทุกคนใจเย็นๆ หน่อย พอเข้าไปในฐานแล้ว เราก็ยังเป็นเพื่อนบ้านกันอยู่ อย่าทะเลาะกันเลย”
แต่พอเขาพูดแบบนั้น พวกที่ยืนอยู่ข้างหลังก็ยิ่งได้ใจ
“เพื่อนบ้านบ้าอะไร? มีแค่นายเท่านั้นแหละที่เข้าข้างเธอ!”
“ใช่แล้ว! นายบอกความจริงมาเหอะ ตระกูลจางของนายต้องคอยช่วยเหลือเธอใช่ไหม? ไม่งั้นเธอจะไม่อดตายมาได้ยังไง?”
“ได้ข่าวว่าบ้านนายมีกองข้าวสารตั้งร้อยกิโล พวกนายให้เธอไปเท่าไร?”
“ของพวกนั้นให้ฟรีไม่ได้แน่ๆ ใช่ไหม? หรือว่าเอาตัวเข้าแลก?”
ยิ่งพูดก็ยิ่งเลยเถิด พวกมันเริ่มใช้คำพูดส่อไปทางลามกอย่างไม่ปิดบัง สายตาที่จ้องมองเหวินเฉียนเต็มไปด้วยความโลภและสกปรก
“แค่มีข้าวให้กินก็พอใช่ไหม?”
“ตั้งราคามาเลย คืนหนึ่งกี่กิโล?”
“พวกเราก็ยังมีของเหลืออยู่นะ ถ้าเสียงครางไพเราะหน่อย อาจจะให้มากกว่าปกติก็ได้”
คำพูดโสโครกเหล่านั้นทำให้บางคนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ถึงกับขมวดคิ้วแน่นด้วยความขยะแขยง
เหวินร่างกับกู้หรานฟังแล้วเดือดจัด กำลังจะพุ่งเข้าไปเอาเรื่องพวกมัน
แต่เหวินเฉียนกลับเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าพวกเขา
ร่างของเธอพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว จนทุกคนยังไม่ทันตั้งตัว
เธอคว้าหัวของชายคนหนึ่ง กระชากเส้นผมแล้วกระแทกเข่าขึ้นใส่เต็มแรง!
เสียงกระดูกจมูกแตกดังกร๊อบ!เลือดไหลท่วมใบหน้า ชายคนนั้นเจ็บจนตาพร่า แทบจะหมดสติ
ผู้คนที่มุงดูอยู่ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
แต่เพียงชั่วพริบตา สิ่งที่ทำให้พวกเขาช็อกยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น!
เหวินเฉียนบิดคอของชายคนนั้นอย่างแรง!
ศีรษะของเขาหันไปในมุมที่เป็นไปไม่ได้ ก่อนที่ร่างจะล้มลงไปกองกับพื้น
พวกที่เหลือถึงกับสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
พอพวกมันรู้สึกตัวว่าผู้หญิงคนนี้ฆ่าคนจริงๆ! ก็รีบพุ่งเข้ามาหมายจะรุมเล่นงานเธอ
เหวินเฉียนปรายตามองพวกขยะพวกนี้อย่างเย็นชา ก่อนจะยกขาถีบตรงเป้าของคนหนึ่ง!
เสียงพลัก!ดังลั่น อวัยวะส่วนสำคัญของมันแตกกระจาย ร่างทั้งร่างปลิวกระเด็นออกไป!
พวกที่เหลืออีกสองคนพยายามรุมโจมตีเธอจากทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมกัน!
ชายคนหนึ่งลอบโจมตีจากด้านหลัง ใช้แขนรัดคอเธอแน่นหมายจะบีบให้ขาดอากาศหายใจ
อีกคนพุ่งเข้าโจมตีจากด้านหน้า กำมีดพกในมือหมายจะแทงเธอให้ตาย
เหวินเฉียนคว้าแขนของชายที่อยู่ข้างหลังไว้ด้วยมือเดียว จากนั้นใช้ท่าทุ่มข้ามไหล่เหวี่ยงร่างของมันลงกระแทกพื้นอย่างแรง!
เธอแย่งมีดจากมือของคนสุดท้ายที่กล้าท้าทายเธอ ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง แล้วเสียบใบมีดลงไปที่ลำคอของชายที่นอนอยู่กับพื้น!
หลังจากจัดการศัตรูตรงหน้าแล้ว เธอหันไปมองเจ้าของมีด
อีกฝ่ายรู้ตัวแล้วว่าไม่มีทางสู้เธอได้แน่ๆ จึงรีบหันหลังวิ่งหนีเข้าไปในกลุ่มคน
“ช่วยด้วย! ฆ่าคนแล้ว!”
เขาตะโกนร้องสุดเสียงด้วยความหวาดกลัว จนกางเกงเปียกชุ่มไปหมด
แต่เพิ่งจะวิ่งไปได้แค่สองเมตร ศีรษะของเขาก็หลุดออกจากบ่า!
ร่างของเขาหยุดนิ่งชั่ววินาที ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น
เหวินเฉียนดึงดาบถังที่พกติดตัวออกมา แล้วฟันคอของเขาขาดในดาบเดียว!
ภายในเวลาไม่กี่วินาที เธอสังหารสามศพ บาดเจ็บสาหัสอีกหนึ่งคน
เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วบริเวณ จนในที่สุดเจ้าหน้าที่ของฐานก็เข้ามา
เหวินเฉียนยืนอยู่ตรงจุดเดิม ขณะที่มีชายสองคนในชุดต่อสู้ใช้ปืนจ่อมาที่เธอ
“วางอาวุธซะ! ฐานนี้ห้ามทะเลาะวิวาท และห้ามฆ่าคนโดยเด็ดขาด! เธอฝ่าฝืนกฎ ต้องรับโทษตามระเบียบ!”
แต่เพียงไม่นานหลังจากพูดจบ ร่างของพวกเขาก็แข็งทื่อไปในทันที
เพราะเหวินร่างกับกู้หรานได้ยกปืนขึ้นจ่อที่ขมับของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว
ไม่มีใครคาดคิดว่ากลุ่มของเหวินเฉียนจะมีอาวุธปืน!
เธอถอดแว่นตาป้องกันออกมาเช็ดเลือดที่เปื้อนอยู่ จากนั้นก็ใส่กลับเข้าไปใหม่ ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วพูดกับเจ้าหน้าที่สองคนนั้นว่า
“กฎของพวกนายไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน ฉันจะนับถึงสาม ถ้ายังไม่วางปืน ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะให้พวกนายรู้ว่าปืนของใครเร็วกว่ากัน”
“เป็นไปไม่ได้! คิดว่าฆ่าคนในฐานเราแล้วจะหนีไปได้ง่ายๆ หรือไง?!”
เหวินเฉียนยกปืนขึ้นแล้วเริ่มนับ
“สาม...”
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นจากกระบอกของกู้หราน เจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาล้มลงกับพื้นในทันที!
ในพริบตาเดียว เหวินเฉียนก็รับปืนจากมือของเขามาถือไว้เอง แล้วเล็งไปที่ชายอีกคนพร้อมกับเหวินร่าง
เจ้าหน้าที่ที่เหลืออยู่ตกตะลึง เขาไม่คิดว่าพวกนี้จะลงมือก่อน!
เมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมล้มลงไปกองกับพื้น เขาก็ตะโกนลั่น
“พวกแกกล้าลอบยิงงั้นเหรอ?!”
เหวินเฉียนหมุนปืนในมือเล็กน้อยก่อนจะพูดเสียงเรียบ
“เขาเป็นฝ่ายลั่นไกก่อน”
จากนั้นเธอก็เลื่อนกลไกของปืนให้ดู
“ปืนถูกปลดเซฟแล้ว ถ้าเขาไม่ยิงก่อน ฉันก็คงเป็นคนที่ต้องตายแทน”
ถ้าหากเมื่อครู่กู้หรานไม่ลงมือก่อน ป่านนี้ คนที่ร่วงลงไปกองกับพื้นก็คงเป็นเธอเอง!