“ไม่เป็นไร พวกเรากินด้วยกัน!”
ผู้ชายพูดอย่างจริงจัง
ปากของเจียงเหยาก็อ้าค้างเล็กน้อย กู้เฉิงเจ๋อก็รู้สึกว่าคำพูดของตัวเองฟังดูไม่ค่อยเหมาะ รีบแก้ทันที “คือหมายถึง เราแบ่งกันกิน”
เจียงเหยาถอนหายใจแรง ทำไมพูดไม่รู้เรื่องสักที ต้องพูดให้คลุมเครือขนาดนั้นเลยเหรอ?
ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองหน้าตาน่าเกลียดแค่ไหน คงสงสัยไปแล้วว่าพระเอกจีบเธออยู่
เกี๊ยวน้ำมาเสิร์ฟ กู้เฉิงเจ๋อให้เจียงเหยากินก่อน แต่เจียงเหยาอยากให้เขาคีบเกี๊ยวออกไปก่อนสักหน่อย
แต่กู้เฉิงเจ๋อยืนกราน “เธอกินก่อนเถอะ!”
ยังไงเขาก็ไม่คิดจะกินของเหลือของเธออยู่แล้ว ตอนนี้เขาไม่คีบ ต่อไปก็ต้องกินของที่เธอเหลือไว้
เจียงเหยาไม่พูดมากอีก กินเกี๊ยวน้ำไปครึ่งชาม แล้วส่งชามให้กู้เฉิงเจ๋อ เขาก็จัดการเกี๊ยวที่เหลือในชามอย่างรวดเร็ว พร้อมกับซดน้ำเกลี้ยงไม่เหลือสักหยด แสดงให้เห็นถึงคติว่าไม่ทิ้งของกินให้เสียเปล่า
เจียงเหยาหน้าร้อนผ่าว อยู่ๆ ให้กู้เฉิงเจ๋อกินของที่เธอเหลือ ก็รู้สึกเกรงใจนิดหน่อย เกี๊ยวชามเดียวกินกันสองคน แบบนี้ก็เหมือนจูบกันทางอ้อม ความรู้สึกคลุมเครือแบบไม่มีคำพูดปกคลุมบรรยากาศ น่าอึดอัดสุดๆ!
เธอไม่กล้ามองหน้าเขสเลย ความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนตอนนี้ มันดูจะสนิทเกินไปหน่อยหรือเปล่านะ?
แต่กู้เฉิงเจ๋อไม่รู้ถึงความคิดในใจของเจียงเหยา จ่ายเงินค่าเกี๊ยวเรียบร้อย
ตอนจะกลับ เขาแวะซื้อโซดาขวดหนึ่งจากแผงลอยข้างทาง
เจียงเหยารับมาด้วยความ งุน งง แล้วก็เห็นว่ามือของเขาว่างเปล่า
“ซื้อแค่ขวดเดียวเหรอ?”
หมอนี่ไม่คิดจะทำเหมือนเมื่อกี้อีกนะ จะดื่มจากขวดเดียวกับเธอ?
เกี๊ยวยังพอมีชามรอง โซดาต้องดูดจากหลอด ถ้าดื่มขวดเดียวกัน ก็เหมือนจูบกันชัดๆ
หมอนี่มันบ้าไปแล้วหรือเปล่า?
ถ้าร่างกายของเธอไม่ใช่ผู้หญิงอ้วนสองร้อยจิน เจียงเหยาคงสงสัยว่าพระเอกพยายามแต๊ะอั๋งเธอแน่ๆ
หรือว่าเขามองทะลุผ่านร่างอ้วนของเธอ เห็นความงามและจิตใจดีภายใน แล้วอยากอยู่ด้วยกันแบบสามีภรรจาจริงๆ?
เจียงเหยารู้สึกมึนๆ ถ้า… ถ้าเขาคิดแบบนั้นจริงๆ เธอควรทำยังไงดี?
พระเอกหล่อมาก หล่อแบบตรงสเปกทุกอย่างของเธอเลย
แต่ไม่ได้ เธอเป็นแค่ตัวประกอบ พระเอกเป็นพระเอก สองคนนี้ไม่มีทางลงเอยกันได้ เธอไม่อยากมีความรักแบบจุดไฟกับบุหรี่
ใจเย็นไว้ ถึงกู้เฉิงเจ๋อจะคิดจะทำอะไรกับเธอ
เธอก็จะปฏิเสธเด็ดขาด ในฐานะผู้หญิงยุคใหม่ศตวรรษที่ 21 ที่ย้อนเวลากลับมาอยู่ยุคแปดศูนย์ เธอจะไม่หลงกลผู้ชายเพียงเพราะหน้าตาเด็ดขาด เจียงเหยา สิ่งที่รอเธออยู่คือเส้นทางสดใสที่ไร้อุปสรรค ห้ามหลงทางเด็ดขาด!
เธอตั้งใจไว้แล้ว ถ้ากู้เฉิงเจ๋อเสนออะไรที่ใกล้ชิด เธอก็จะไม่หวั่นไหวแน่นอน
แต่แล้ว...
“โซดานี้อร่อยนะ เธอเก็บไว้ดื่มบนรถไฟก็ได้ ก่อนขึ้นรถไฟก็แวะเข้าห้องน้ำสักหน่อย บนรถไฟเข้ายาก”
เสียงผู้ชายพูดเบาๆ ทำให้เจียงเหยาหมดความรู้สึกฟุ้งฝันลงทันที บรรยากาศโรแมนติกหายวับ
ก็ว่าอยู่!
หนักร้อยกว่ากิโล หน้าบานจนดูไม่ออกว่ามีจมูกหรือปาก พระเอกคงไม่รสนิยมหนักขนาดนั้น
แต่ทำไมลึกๆ ในใจเธอกลับรู้สึกผิดหวังเล็กๆ?
เจียงเหยารีบเก็บอารมณ์ “คุณคิดรอบคอบดีนะ”
จากโรงหนังถึงสถานีรถไฟ ปั่นจักรยานต้องใช้เวลาสิบกว่านาที ถ้าเดินก็ไม่ถึงชั่วโมง
แสงจันทร์สาดส่องบนพื้นถนน มองทางได้สบาย
เจียงเหยารู้สึกว่าต้องตั้งสติเสียหน่อย เธอเหมือนจะเริ่มชอบพระเอกเข้าแล้ว กำลังถลำลึกลงในวังวนแห่งความรัก
รถไฟออกตอนตีหนึ่ง ถ้าไปเร็วเกินไปก็มีแต่ยุงที่สถานี เจียงเหยาเลยเสนอให้เดินไปเรื่อยๆ
กู้เฉิงเจ๋อยินดี เขาตั้งใจจะไปส่งเจียงเหยาขึ้นรถไฟอยู่แล้ว
ในค่ำคืนอันเงียบสงบ สองคนเดินเคียงกัน ตะกร้าหน้าจักรยานใส่ของที่เจียงเหยาเก็บไว้ เธอถือโซดาที่เขาซื้อให้
กู้เฉิงเจ๋อเข็นจักรยาน เดินย่อยอาหารหลังจากกินเกี๊ยวมา
เจียงเหยาคิดสับสน เดิมทีตั้งใจจะคืนเงิน 500 หยวน แล้วพูดเรื่องหย่า แต่ตอนนี้เธอรับเงินมัดจำค่าชุดมาหลายรายการ อีกทั้งยังรีบไปปักกิ่งซื้อของเพื่อส่งของตามออเดอร์ลูกค้าให้ทันเวลา
เรื่องหย่าเลยยังไม่มีโอกาสพูด
อีกอย่างเมื่อกี้พวกเขา...
เจียงเหยารู้สึกยุ่งเหยิงในใจ สองคนไปดูหนังรักเรื่องลู่ซาน กินเกี๊ยวยามดึก และกินจากชามเดียวกัน ความรู้สึกที่คลุมเครือที่สุดคือช้อนชามเดียวกันเลย!
ชาติก่อนเธอไม่เคยมีแฟน ไม่มีประสบการณ์ด้านความรัก
แต่ตอนนี้ อยู่ใกล้กู้เฉิงเจ๋ออีกนิด หัวใจก็เต้นแรงตุ้บๆ!
กู้เฉิงเจ๋อแบบนี้ ตอนนักเขียนสร้างตัวละครนี้ขึ้นมา ก็คัดเอาความดีงามทั้งโลกมาใส่ไว้ แทบไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่หวั่นไหว
เธอยอมรับ เธอเองก็คนธรรมดา ควบคุมหัวใจไม่ได้ เริ่มรู้สึกดีกับกู้เฉิงเจ๋อแล้ว
แต่เธอก็มีสติพอ เมื่อเทียบกับอนาคตข้างหน้า ผู้ชายคนหนึ่งยังไม่คุ้มค่าพอจะเสียสละ
เพราะงั้น หลังกลับจากปักกิ่ง เธอจะหาเวลานั่งคุยเรื่องหย่ากับกู้เฉิงเจ๋อให้ชัดเจน
เหตุผลเธอก็เตรียมไว้แล้ว พระเอกไม่สนใจเธอเลย ไม่เคยแตะต้อง แบบนี้ไม่เรียกว่าสามีภรรยาหรอก เธอจะทนอยู่แบบไม่มีชีวิตคู่ไปตลอดไม่ได้
พระเอกเป็นคนมีเหตุผล ถ้าเธอยกเหตุผลนี้ขึ้นมา เขาคงไม่ขัดขวางหรอกมั้ง?
เว้นแต่ว่า... เว้นแต่ว่าเขาอยากใช้ชีวิตเป็นสามีภรรยากับเธอจริงๆ!
แค่คิดก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้! รูปร่างหน้าตาเธอตอนนี้ ขนาดเธอยังไม่อยากส่องกระจก ถ้ากู้เฉิงเจ๋อกลืนเธอลงคอได้จริง เธอจะตะโกนว่าขอยอมแพ้เลย!
“พอซื้อตั๋วรถไฟขากลับแล้ว โทรมาบอกฉันด้วยนะ ถ้ามาถึงตอนกลางคืน ฉันจะไปที่สถานีก่อน”
คำพูดของกู้เฉิงเจ๋อทำลายความเงียบในยามค่ำคืน เจียงเหยากระตุกมุมปาก ก่อนพยักหน้าเบาๆ “ได้ ถ้าซื้อแล้วจะบอก”
ไม่ใช่ว่าเธอเล่นตัวไม่ยอมรับน้ำใจของพระเอก แต่ถ้าต้องถึงที่ตอนดึกๆ คนเดียว ผู้หญิงอยู่ที่สถานีรถไฟคนเดียว ก็น่ากลัวอยู่นะ ไม่ใช่เพราะเธอกลัวหรอก ยุคแปดศูนย์ เรื่องความปลอดภัยสู้ยุคหลังไม่ได้จริงๆ
มีผู้ชายอยู่ด้วยก็อุ่นใจหน่อย อีกอย่างพระเอกเป็นสามีของเธออย่างถูกต้อง จะมารับเมียที่สถานีรถไฟ จะเป็นอะไรไป?
เจียงเหยาไม่คิดว่ามีปัญหาอะไร
แม้สองคนจะไม่มีความสัมพันธ์จริงจัง แต่ในเมื่อเขามีชื่อว่าเป็นสามีแล้ว ช่วยเหลือหน่อยก็ควรอยู่แล้ว!
ยามค่ำคืนยิ่งดึกลง เจียงเหยา อดไม่ได้ที่จะกระชับเสื้อคลุมให้แน่นขึ้น
กู้เฉิงเจ๋อเห็นการกระทำนั้นของเธอทันที
“เอาเป็นว่าพวกเราปั่นจักรยานไปกันเถอะ ลมตอนกลางคืนเย็น อาจหนาวได้”
เจียงเหยาพยักหน้าเร็วๆ
พระเอกก็รู้ความพอควร เธอเองก็เริ่มหนาวแล้ว
กู้เฉิงเจ๋อถอดเสื้อคลุมตัวเอง ส่งให้เจียงเหยา เธอกะพริบตาปริบๆ
“ใส่ซะเถอะ!”
ไม่ให้เธอปฏิเสธ ขายาวของเขาก็ข้ามจักรยานขึ้นนั่งบนเบาะเรียบร้อย เจียงเหยาขึ้นไปนั่งซ้อนท้าย
จักรยานแล่นไปบนถนน เจียงเหยากอดเอวเขาหลวมๆ มืออีกข้างกำโซดาที่เขาซื้อให้แน่น
เงยหน้าขึ้นมอง เห็นพระจันทร์ส่องแสงเจิดจ้า ล้อมรอบด้วยหมู่ดาวระยิบระยับ
เจียงเหยาค่อยๆ ยิ้มออก เธอไม่คิดถึงอนาคตระหว่างเธอกับกู้เฉิงเจ๋อ ไม่คิดถึงจุดจบในนิยายต้นฉบับ
เธอแค่รู้ว่า ตอนนี้เธอมีความสุข และจะขอใช้ช่วงเวลานี้ให้เต็มที่!