เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไปจนเซี่ยซางซางตั้งตัวไม่ทัน
โจรคนนั้นรูปร่างสูงใหญ่ สูงเกินหนึ่งเมตรเจ็ดสิบเซน
แต่กลับถูกเจียงหยูล็อกไว้จากด้านหลัง ยกเขาขึ้นเท้าลอยไม่แตะพื้น
เจียงหยูจับตัวโจรไว้ ก่อนยื่นกระเป๋าผ้าปักลายใบไผ่มาให้เซี่ยซางซาง
“นี่ของคุณหรือเปล่า?”
เซี่ยซางซางรีบรับมากอดไว้แน่น “ของฉันเองค่ะ!”
โจรรีบร้องโวยวายทันที “นี่คุณเข้าใจผิดแล้ว! คนมันเยอะ กระเป๋าเด็กผู้หญิงคนนี้หล่นมาอยู่ในมือฉันเอง! ฉันไม่ได้ขโมยนะ!”
ชาวบ้านรอบข้างได้ยินก็พากันด่าทันที “ยังจะเถียงอีก!”
“ค้นตัวมันเลย ดูว่ามันขโมยอะไรไปอีกบ้าง!” หญิงชราคนหนึ่งรีบพุ่งเข้าไปล้วงกระเป๋าโจร ก่อนของหลายอย่างจะร่วงกราวลงบนพื้น
“ดูสิ! มันขโมยของมาตั้งเยอะเลย!” สุดท้ายเจียงหยูจึงพาตัวโจรพร้อมกับของกลางส่งให้เจ้าหน้าที่ตลาดจัดการ
หลังทุกอย่างจบลง เซี่ยซางซางถึงได้สติ เธอมองเขาด้วยความประหลาดใจ
“คุณมาที่นี่ได้ยังไง?” เจียงหยูตอบเรียบๆ “ลุงของคุณให้ฉันมาตาม คุณไปกินข้าว”
เซี่ยซางซางกอดกระเป๋าไว้แน่น ก่อนพูดขอบคุณจากใจจริง ในกระเป๋าไม่ได้มีแค่เงิน แต่ยังมีของสำคัญอีกหลายอย่าง
ถ้าหายไปคงเป็นปัญหาใหญ่แน่ เจียงหยูเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ๆ เขาก็ชะงัก สีหน้าเคร่งขึ้นทันที
เซี่ยซางซางจึงหันมองตามสายตาเขาไป และร่างกายเธอก็แข็งค้างในพริบตา
เพราะคนที่กำลังเดินเข้ามา… คือซ่งหยางจินนั่นเอง
จริงๆ แล้ววันนี้ซ่งหยางจินไม่อยากมาที่ตลาดเลยด้วยซ้ำ เขาไม่ชอบสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน
อีกทั้งรอยช้ำบนหน้ายังไม่หาย จึงยิ่งทำให้สะดุดตา แต่ไป๋เจี๋ยอยากมาดูร้านค้าสำหรับอนาคต หลังจากที่เกิดเรื่องการถอนหมั้น
เขาก็ไม่พอใจซ่งหยางจินเอามากๆ ซ่งหยางจินจึงไม่กล้าขัด ได้แต่ตามมาด้วยความระมัดระวัง
เซี่ยซางซางเองก็ไม่คิดว่าจะเจอเขาที่นี่เหมือนกัน เมื่อเห็นซ่งหยางจินเดินเข้ามาใกล้ เธอเผลอกำหมัดแน่น และความคิดมากมายแล่นเข้ามาในหัวทันที
เขาไม่ชอบตลาดไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะ? หรือว่าเขาตามเธอมางั้นเหรอ
นี่เขาคิดจะหาเรื่องหรือมีจุดประสงค์อื่นแผงอยู่อีกกันแน่?
สายตาเธอเลื่อนไปด้านข้าง แล้วก็สังเกตได้ว่า คนที่มากับเขาด้วยแต่ไม่ใช่เซียงหง แต่เป็นชายแต่งตัวดีไว้หนวดทรงสามเหลี่ยม กำลังเดินคุยกับเขาอยู่ ยิ่งซ่งหยางจินเดินเข้ามาใกล้มากเท่าไหร หัวใจของเซี่ยซางซางก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ซ่งหยางจินเองก็เห็นเธอกับเจียงหยูแล้วเช่นกัน วินาทีนั้นเขาหน้าซีด เดินสะดุดเท้าตัวเองแทบล้ม
ไป๋เจี๋ยที่ไม่เคยเห็นทั้งสองมาก่อน รีบประคองเขาไว้พลางพูดว่า “ระวังหน่อยสิ เดินภาษาอะไรของนายเนี่ย”
“ฉันไม่เป็นไร...” ซ่งหยางจินตอบเสียงสั่น ก่อนรีบก้มหน้าเดินผ่านเซี่ยซางซางกับเจียงหยูไปอย่างรวดเร็ว
ทำเหมือนว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เซี่ยซางซางเตรียมใจรับมือไว้แล้ว แต่ผลกลับไม่เป็นแบบที่คิด เธอจึงอดแปลกใจไม่ได้
เธอหันไปมองเจียงหยู และเห็นว่าเขาเองก็ดูงุนงงไม่แพ้กัน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนถามเสียงต่ำ
“เราจะทักเขาดีไหม?” เซี่ยซางซางส่ายหน้า “ไม่ดีกว่า ฉันเกลียดขี้หน้าเขา เห็นแล้วอยากจะอ้วก
ในใจเธออดหัวเราะเยาะตัวเองไม่ได้ว่าชาติที่แล้วเธอต้องตาบอดขนาดไหน ถึงคิดว่าซ่งหยางจินรักเธอจริง?
ดูจากท่าทางเมื่อครู่แล้ว ก็เห็นได้ชัดว่าเขาอยากจะหนีเธอไปให้ไกลที่สุดเลยด้วยซ้ำ
ชาติก่อนเธอนี่มันโง่จริงๆเลย เจียงหยูเหลือบเห็นรอยยิ้มเย็นๆ บนใบหน้าเธอ ความรู้สึกหงุดหงิดก็ผุดขึ้นในใจของเขาโดยไม่ทราบสาเหตุ “ช่างเถอะ เรารีบไปกันเถอะ ลุงของคุณคงรอนานแล้ว”
เซี่ยซางซางพยักหน้า “อืม ไปกันเถอะ” ทั้งสองเดินออกจากตลาดไป เพราะเจียงหยูตัวสูง แม้เดินออกมาแล้ว เขาก็ยังมองเห็นแผ่นหลังของซ่งหยางจินได้ไกลๆ อีกฝ่ายเดินตัวลีบ สีหน้าหวาดระแวง ราวกับกำลังกลัวอะไรบางอย่าง
หลังเจอเซี่ยซางซางกับเจียงหยู ซ่งหยางจินก็ยิ่งกระสับกระส่าย โดยเฉพาะตอนที่เซี่ยซางซางมองไป๋เจี๋ย สายตานั้นทำให้เขาหนาวไปทั้งตัว ไป๋เจี๋ยสังเกตได้ว่าเขาเหม่อลอย จึงถามขึ้น
“เป็นอะไรไป?” ซ่งหยางจินไม่กล้าพูดความจริง รีบโกหกทันที ไม่มีอะไรหรอกครับพอดีฉันรู้สึกปวดท้องนิดหน่อย”
ไป๋เจี๋ยส่ายหน้า มิน่าล่ะถึงพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ซ่งหยางจินได้แต่หัวเราะแห้งๆ
“อาจเป็นเพราะกินอะไรผิดสำแดงเข้าไป พี่เจี๋ย… พวกเราเดินมานานแล้ว เรากลับกันเถอะ คราวหน้าค่อยมาใหม่”
เมื่อเห็นสีหน้าเขาแปลกๆ ไป๋เจี๋ยจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ
“ก็ได้ แต่ตอนนี้เที่ยงแล้ว ไปหาอะไรกินก่อนเถอะ” ซ่งหยางจินไม่อยากเจอคนรู้จักอีกแล้ว จึงรีบพูดทันที
“ไปกินแถวถนนใหญ่ในเมืองเถอะครับ วันนี้ฉันมีเงิน เดี๋ยวซื้อหมูตุ๋นไปกินที่เกสต์เฮาส์ดีกว่า”
พอได้ยินคำว่า “เกสต์เฮาส์” ไป๋เจี๋ยก็เหลือบมองเขา แต่ไม่ได้พูดอะไร
อีกด้านหนึ่ง เซี่ยซางซางเดินตามเจียงหยูไปยังร้านบะหมี่เนื้อหน้าตลาด
จางว่านหลี่สั่งอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว พอเห็นพวกเขาก็รีบโบกมือ “ชักช้าอะไรกันอยู่ รีบมากินสิ เดี๋ยวบะหมี่เย็นหมด!”
เซี่ยซางซางกำลังจะเล่าเรื่องกระเป๋าหาย แต่เจียงหยูพูดขึ้นก่อน
“ฉันหิวน้ำ เลยแวะกินน้ำถั่วเขียวไปถ้วยหนึ่งครับ” จางว่านหลี่จึงไม่ได้ถามอะไรต่อ
เซี่ยซางซางมองเจียงหยูด้วยความแปลกใจ ไม่เข้าใจว่าเขาช่วยปิดเรื่องนี้ให้เธอทำไม
หลังกินเสร็จ ทั้งสามก็เดินซื้อของต่ออีกเล็กน้อย ก่อนตกลงกันว่าจะกลับหมู่บ้าน
แม้เซี่ยซางซางจะยังซื้อของไม่ครบ แต่ในใจเธอเริ่มมีแผนบางอย่างแล้ว
ตกเย็น เซี่ยลี่ลี่ยังคงยืนรออยู่ตรงทางเข้าหมู่บ้านเว่ยฉวน
ตอนบ่ายเธอไปหาซ่งหยางจินที่หมู่บ้าน แต่กลับรู้ว่าเขาเข้าเมืองไปตลาด
และเมื่อรู้ว่าเซี่ยซางซางก็ไปด้วย เธอก็ยิ่งกระวนกระวาย
เธอกลัวว่าเขาจะใจอ่อน แล้วกลับไปคืนดีกับเซี่ยซางซาง
เมื่อเห็นจักรยานของซ่งหยางจินปรากฏขึ้นไกลๆ เซี่ยลี่ลี่ก็รีบวิ่งออกไปขวางกลางถนน
ซ่งหยางจินไม่ได้สนใจเธอมากนัก รู้แค่ว่าเธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของเซี่ยซางซาง
แต่เขาชินกับการวางภาพลักษณ์ต่อหน้าคนอื่น แม้ในใจจะรำคาญ ก็ยังยิ้มอ่อนโยน
“เซี่ยลี่ลี่ใช่ไหม? มีอะไรหรือเปล่า?”
เพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มของเขา หัวใจเซี่ยลี่ลี่ก็เต้นแรงทันที
อย่างน้อยซ่งหยางจินก็ไม่ได้โกรธเธอเพราะเรื่องเซี่ยซางซาง แถมยังจำชื่อเธอได้ด้วย
แต่พอถึงเวลาจริง เธอกลับไม่รู้จะพูดอะไรกับเขา
แต่แล้วจู่ๆ เธอก็นึกถึงคำพูดของเซี่ยซางซางขึ้นมา
“จริงๆ มีบางเรื่องที่ฉันไม่ควรพูด… แต่ถ้าไม่พูดฉันก็รู้สึกไม่สบายใจ พี่ซ่งเป็นคนดี ฉันทนเห็นพี่ถูกหลอกไม่ได้…”