เซี่ยซางซางจ้องมันเทศในมือของเจียงหยูอยู่ครู่หนึ่ง แต่ร่างกายอ่อนแรงเกินกว่าจะยกมือขึ้นรับ
เธอส่ายหน้าเบาๆ “ฉันไม่อยากกิน…”
เจียงหยูไม่ได้คะยั้นคะยอ เขาเพียงวางมันเทศไว้บนกอ กกข้างตัวเธอ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ไม่นานหลังจากนั้น ควันจางๆ ก็ลอยขึ้นมาจากด้านหลังต้นไม้ใหญ่ริมแม่น้ำ และเจียงหยูก็กลับมาอีกครั้ง
“ฉันก่อไฟไว้ตรงนั้น” เขาพูดเสียงต่ำ “ไปผิงไฟไหม”
ครั้งนี้เซี่ยซางซางไม่ได้ปฏิเสธ เสื้อผ้าที่เปียกชื้นแนบติดกับร่างจนรู้สึกหนาว
แม้จะเป็นต้นฤดูร้อน แต่ถ้าอยู่ในสภาพนี้นานเกินไปก็คงป่วยแน่ อีกอย่าง เธอไม่มีทางกลับบ้านทั้งที่ตัวเปียกแบบนี้ได้
ก่อนหน้านี้เธออาเจียนจนแทบไม่มีอะไรเหลือในท้อง คอ ทั้งแห้งทั้งเจ็บ พอเอ่ยปาก เสียงก็แหบพร่าแทบฟังไม่ออก
“ขอบคุณค่ะ…”
เจียงหยูขมวดคิ้วนิดๆ เมื่อได้ยินคำขอบคุณนั้น
เซี่ยซางซางหยิบมันเทศ ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก แล้วเดินไปนั่งข้างกองไฟเล็กๆ ก่อนเอนหลังพิงต้นไม้
เมื่อเห็นว่าเธอนั่งเรียบร้อยแล้ว เจียงหยูก็หันหลังเดินออกไปอีกครั้ง
เซี่ยซางซางไม่รู้ว่าเขาไปไหน เธอมองจนร่างสูงนั้นลับไปหลังแนวต้นไม้ ก่อนจะหันมองรอบตัว พอแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ เธอจึงขยับเข้าใกล้กองไฟ แล้วยกชายเสื้อขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ความร้อนช่วยไล่ความชื้น
แม้กองไฟจะไม่ใหญ่ แต่เปลวไฟสว่างและให้ความอบอุ่นมาก ไม่นานเสื้อผ้าของเธอก็แห้งไปเกือบครึ่ง
เรี่ยวแรงในร่างค่อยๆ ฟื้นกลับมา แต่เจียงหยูก็ยังไม่กลับมา
เซี่ยซางซางคิดว่า เขาคงไปแล้ว ตอนนี้ซ่งหยางจินหนีไปแล้ว เธอเองก็ปลอดภัยแล้ว
เจียงหยูจึงไม่มีเหตุผลต้องอยู่ต่อ อีกอย่าง ต่อให้เขาไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่เขาก็ยังเป็นผู้ชาย
และยังเป็นเพื่อนของซ่งหยางจินด้วย
เมื่อครู่เขากอดเธอ ช่วยพยุง และตบหลังให้เธออาเจียน เรื่องพวกนั้นถ้าเป็นตามธรรมเนียมทั่วไป ถือว่าสนิทชิดใกล้เกินไปมาก
แต่เธอก็รู้ว่าเขาทำเพราะสถานการณ์บีบบังคับ
หลังจากนั้นเจียงหยูก็จงใจรักษาระยะห่างมาตลอด เห็นได้ชัดว่าเขาให้เกียรติเธอมากพอ
เซี่ยซางซางกำมันเทศในมือแน่น เมื่อนึกถึงซ่งหยางจิน แววตาก็ค่อยๆ เย็นลง
เดิมทีเธอคิดว่า ความแค้นจากชาติที่แล้วไม่มีค่าพอให้แบกไว้ ขอแค่หลีกเลี่ยงคนเลวๆ แล้วใช้ชีวิตใหม่ให้ดีก็พอ
แต่ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว ต่อให้เธอไม่คิดเอาคืน คนพวกนั้นก็ไม่มีทางปล่อยเธอไปอยู่ดี
ในเมื่อมันเป็นแบบนั้น… ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องยอมอีก
รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนริมฝีปากของเซี่ยซางซาง
ถ้าวันนี้เธอไม่รอด ชีวิตที่สองนี้ก็คงสูญเปล่าไปแล้วจริงๆ
ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า เซี่ยซางซางสูดหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมแรงลุกขึ้น
เธอต้องรีบกลับบ้าน ก่อนที่คนในครอบครัวจะเป็นห่วง
เสื้อผ้าแห้งเกือบหมดแล้ว แม้ร่างกายยังอ่อนแรง แต่เมื่อมองมันเทศในมือ
เธอก็อดคิดไม่ได้ว่าเจียงหยูเป็นคนละเอียดรอบคอบกว่าที่คิด
ทั้งก่อไฟ ทั้งหาอาหารให้ เขาเตรียมทุกอย่างไว้ให้เธอแล้ว
หลังนิ่งเงียบอยู่พักหนึ่ง เซี่ยซางซางก็ปอกมันเทศกัดคำแรก
เนื้อมันเทศนุ่ม หวาน และหอม ความอบอุ่นค่อยๆ ไหลผ่านลงสู่ท้อง ราวกับเติมเรี่ยวแรงกลับคืนมาให้ร่างกาย
หลังจากกินเสร็จ เธอก็ดับกองไฟ แล้วเดินกลับไปยังริมแม่น้ำเพื่อเก็บถุงใส่กล่องข้าวที่ตกไว้ตอนถูกซ่งหยางจินผลัก
เมื่อปัดฝุ่นออกเรียบร้อย เธอก็ออกเดินทางกลับบ้าน
แต่พอเดินมาถึงถนนใหญ่ เซี่ยซางซางก็ชะงัก เพราะมีคนคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล นุ่นคือเจียงหยู
ที่แท้เขาไม่ได้กลับไปไหน เขานั่งรอเธออยู่ตรงสันดินใกล้ทางแยกมาตลอด
เมื่อเห็นเธอ เจียงหยูก็ลุกขึ้นยืน เดินเข้ามาใกล้เพียงไม่กี่ก้าว ก่อนหยุดรักษาระยะห่างไว้เหมือนเดิม
จากตรงนั้น เขาพูดเสียงเบา “คืนนี้ไม่ปลอดภัย”
“ฉันจะไปส่งคุณกลับบ้าน”