ทันทีที่เซี่ยซางซางพูดจบ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสนิททันที
แต่ไม่นาน เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังขึ้น “คุณหนู พูดจาเหลวไหลอะไรน่ะ?”
“ใช่แล้ว! วันนี้เป็นวันมงคลแท้ๆ จะมาพูดเรื่องถอนหมั้นได้ยังไง?”
“ได้ยินว่าเธอนิสัยไม่ดี แต่ก็ไม่ควรไร้มารยาทขนาดนี้นะ ต่อไปบ้านไหนจะกล้ารับเธอเป็นลูกสะใภ้อีกล่ะ?”
ป้าๆ หลายคนมองซ่งหยางจินเติบโตมาตั้งแต่เด็ก เดิมทีก็เข้าข้างฝ่ายเจ้าบ่าวอยู่แล้ว
พอเห็นเซี่ยซางซางทำเรื่องวุ่นวายในวันแต่งงาน ต่างก็พากันตำหนิเธอทันที
แต่เซี่ยซางซางกลับไร้อารมณ์ เธอเพียงยืนนิ่ง สายตาเหม่อลอยราวกับไม่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นเลยสักนิด
ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอจึงได้สติ ก่อนกวาดตามองเหล่าป้าๆ อย่างเย็นชา เธอไม่ได้พูดอะไรแล้วหมุนตัวเดินออกไป
ขณะเดียวกัน พี่ชายพี่สาวที่มาส่งเจ้าสาวกำลังกินอาหารอยู่ในลานบ้าน
เมื่อได้ยินว่ามีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น พี่ชายจึงรีบเรียกเซี่ยจวนจวน พี่สาวคนโต ให้เข้าไปดูแทน
เพราะตามธรรมเนียม ผู้ชายห้ามเข้าไปในห้องเจ้าสาว
เซี่ยจวนจวนรีบวางชามบะหมี่แล้วเดินออกไปทันที
ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป เธอก็เห็นเซี่ยซางซางยืนร้องไห้น้ำตาอาบหน้า สีหน้ามึนงงเหมือนคนเสียขวัญ
หัวใจของเซี่ยจวนจวนกระตุกวูบทันที
ปกติน้องสาวของเธอเป็นคนร่าเริง เอาแต่ใจบ้างแต่ไม่เคยอ่อนแอขนาดนี้
เธอรีบดึงเซี่ยซางซางเข้ามาข้างตัว ถามด้วยความร้อนใจ
“ซางซาง เกิดอะไรขึ้น? ใครทำอะไรเธอ?”
เมื่อมองเห็นใบหน้าของพี่สาวที่ยังอ่อนเยาว์ ความทรงจำในอดีตก็ถาโถมเข้ามาทันที
ชาติที่แล้ว หลังจากเธอแต่งเข้าตระกูลซ่ง ความสัมพันธ์กับครอบครัวค่อยๆ ห่างเหิน
จนสุดท้ายแม้แต่ตอนลำบากที่สุด เธอก็ไม่มีโอกาสได้พบหน้าคนในครอบครัวอีกเลย
เมื่อคิดถึงตรงนั้น น้ำตาของเซี่ยซางซางก็ไหลออกมาอีกครั้ง ร่างกายสั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้น
เซี่ยจวนจวนต่างจากเธอโดยสิ้นเชิง
พี่สาวคนนี้เป็นคนอ่อนโยน มีน้ำใจ เป็นที่ชื่นชอบของคนทั้งหมู่บ้าน แทบไม่เคยทะเลาะกับใครเลยสักครั้ง
แต่ตอนนี้ เมื่อเห็นน้องสาวร้องไห้จนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ สีหน้าของเธอก็เย็นลงทันที
เธอกอดเซี่ยซางซางไว้แน่น ก่อนหันไปมองกลุ่มป้าๆ ด้านหลังแล้วถามเสียงแข็ง
“พวกคุณทำอะไรน้องสาวฉัน?”
ป้าหลิวแค่นเสียงอย่างไม่พอใจ “วันแต่งงานแท้ๆ ดันนอนตื่นสาย พอพวกฉันพูดนิดหน่อย เธอก็ร้องไห้โวยวายว่าจะยกเลิกงานแต่ง! ฉันยังไม่เคยเห็นเด็กคนไหนไร้มารยาทขนาดนี้มาก่อนเลยนะ!”
สีหน้าของเซี่ยจวนจวนมืดลงทันที “เป็นไปไม่ได้หรอก ฉันรู้นิสัยน้องสาวตัวเองดี
วันนี้ควรเป็นวันที่เธอมีความสุขที่สุด เธอไม่มีทางร้องไห้แบบนี้โดยไม่มีเหตุผลแน่”
พอได้ยินแบบนั้น ป้าหลิวก็ยิ่งโมโห
“นี่เธอหมายความว่ายังไง? จะบอกว่าพวกเรารุมรังแกเธองั้นเหรอ?”
อีกคนรีบเสริมด้วยน้ำเสียงประชด
“น้องสาวเธอเป็นคนพูดเองว่าจะถอนหมั้น! วันมงคลแบบนี้ยังกล้าพูดเรื่องอัปมงคลอีก!”
เซี่ยจวนจวนไม่สนใจพวกป้าๆ เธอลูบไหล่น้องสาวเบาๆ แล้วถามเสียงอ่อนโยน
“ซางซาง บอกพี่มา เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
คำถามนั้นเหมือนเปิดประตูให้อารมณ์ทั้งหมดพังทลาย
เซี่ยซางซางร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ราวกับความทุกข์ทั้งหมดในชีวิตก่อนกำลังถูกระบายออกมา
สวรรค์ยังเมตตาเธอ… ครั้งนี้ เธอยังมีครอบครัวอยู่ ยังมีคนปกป้องเธอ
และเธอจะไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองสูญเสียพวกเขาไปอีก
เธอส่ายหน้า น้ำเสียงสั่นเครือ
“พี่… ฉันจะไม่แต่งแล้ว พวกเขาไม่ใช่คนดี ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ฉันอยากกลับบ้าน… พาพี่พาฉันกลับบ้านทีนะ…”
“ฉันว่าเด็กคนนี้เสียสติไปแล้วแน่ๆ!” ป้าหลิวร้องเสียงดัง ก่อนรีบวิ่งออกไปเรียกคนอื่น
ไม่นาน ข่าวที่ว่า “ลูกสาวบ้านเซี่ยจะถอนหมั้น” ก็แพร่สะพัดไปทั่วลานบ้าน
ตอนแรกหลายคนยังคิดว่าเจ้าสาวแค่ร้องไห้อาลัยบ้านเดิม แต่พอเห็นทั้งครอบครัวเซี่ยและครอบครัวซ่งรีบร้อนเข้าไปในห้อง
สีหน้าของทุกคนก็ตึงเครียดขึ้นทันที ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว
ห้องหอของคู่บ่าวสาวมีพื้นที่เพียงเล็กน้อย เตียงอิฐอุ่นขนาดเล็กตั้งชิดผนัง
ข้างๆ มีตู้ไม้สองใบกับตู้เสื้อผ้าตั้งพื้น กินพื้นที่ไปเกือบหมด
เมื่อคนกว่าสิบคนมายืนรวมกัน ห้องจึงยิ่งดูอึดอัดคับแคบ
เซี่ยซางซางร้องไห้จนหมดแรง เซี่ยจวนจวนจึงช่วยพยุงเธอไปนั่งบนเตียงที่ปูผ้าสีแดง
ครอบครัวเซี่ยยืนอยู่ฝั่งหนึ่ง ส่วนครอบครัวซ่งยืนอยู่อีกฝั่ง บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
ซ่งหยางจินมองเซี่ยซางซางด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
ปกติเขาเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มง่าย ดูสุภาพอบอุ่น แต่ตอนนี้รอยยิ้มบนใบหน้ากลับดูฝืนอย่างเห็นได้ชัด
“ซางซาง เกิดอะไรขึ้น? ใครทำให้คุณไม่พอใจอีกแล้ว?”
คำพูดนุ่มนวลของเขา ทำให้คนในครอบครัวซ่งยิ่งไม่พอใจ โดยเฉพาะอู๋ชุยจู
ในสายตาของเธอ เซี่ยซางซางกำลังจงใจสร้างเรื่องในวันมงคล ทำให้ครอบครัวซ่งขายหน้า
แต่วันนี้มีแขกอยู่มาก เธอจึงต้องอดทนไว้ก่อน
รอให้แต่งเข้าบ้านเมื่อไร เธอค่อยจัดการอีกที
เซี่ยซางซางเงยหน้าขึ้น สายตาเย็นเฉียบจับจ้องสองแม่ลูกตรงหน้า
หึ เหมือนในความทรงจำไม่มีผิด
ภายนอกดูอ่อนโยน มีเหตุผล แต่เบื้องหลังกลับค่อยๆ ทำลายเธอทีละนิด
พวกเขาตั้งใจสร้างภาพให้เธอเป็นลูกสะใภ้นิสัยเสีย เอาแต่ใจ ชอบรังแกพ่อแม่สามี
ต่อหน้าทำดีด้วย แต่ลับหลังกลับยุยง สร้างความขัดแย้งระหว่างเธอกับครอบครัวตัวเอง
ทุกอย่างเหมือนการต้มกบในน้ำอุ่น กว่าจะรู้ตัว เธอก็ถูกตัดขาดจากทุกคน
ไม่มีที่ให้ถอยกลับ และสุดท้ายก็ทำได้เพียงยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสเธอเริ่มต้นใหม่ เธอก็จะไม่มีวันปล่อยให้คนพวกนี้ทำลายชีวิตเธออีก
เซี่ยซางซางหลับตา สูดหายใจลึกเพื่อระงับอารมณ์ ก่อนพูดออกมาชัดถ้อยชัดคำ
“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะไม่แต่งงานกับคุณ”
“พวกเรายังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ก็ดี จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหย่าทีหลัง ครอบครัวฉันจะคืนของหมั้นให้
งานแต่งครั้งนี้ยกเลิกเถอะ”
สิ้นคำพูด ทั้งห้องก็แตกตื่นทันที
ซ่งหยางจินหน้าซีดเผือด อู๋ชุยจูเม้มริมฝีปากแน่น สีหน้าไม่น่ามอง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เธอก็ส่งสายตาให้ป้าหลิวทันที
ป้าหลิวเองก็เข้าข้างครอบครัวซ่งมาตลอดและอีกอย่าง เธอยังแอบหวังลึกๆว่าจะให้หลานสาวของตัวเองได้แต่งกับซ่งหยางจินด้วย
พอเห็นโอกาสมาถึง เธอจึงรีบพุ่งออกมาทันที
“ยัยเด็กโง่! คิดว่าการแต่งงานเป็นเรื่องเล่นๆ หรือไง?” เธอเท้าสะเอว ชี้หน้าเซี่ยซางซางแล้วตวาดเสียงดัง
“ครอบครัวเขาเตรียมงานกันมาตั้งนาน แขกก็เชิญมาหมดแล้ว อยู่ๆ จะมายกเลิกง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง?”
“คิดว่าคืนแค่ของหมั้นแล้วจะจบหรือไง? ไม่มีทางหรอก!”