เซี่ยซางซางนึกขึ้นได้ทันที ก่อนหน้านี้ตอนจางว่านหลี่คุยเล่นกับเจียงหยู เขาเคยพูดว่าเจียงหยูไม่มีพ่อแม่ ไม่มีภาระอะไรต้องแบกรับ หาเงินได้ก็ใช้เองทั้งหมด ไม่เหมือนคนอื่นที่ต้องคอยคิดหน้าคิดหลังเรื่องค่าใช้จ่าย
“ใช้ชีวิตเขานี่สบายจริงๆ...” เธออดคิดไม่ได้
ช่วงบ่าย จางว่านหลี่ยังไม่กลับมา มีเพียงเจียงหยูที่กลับมาคนเดียว
พอเห็นสีหน้าเหนื่อยล้าของเขา เซี่ยซางซางก็เดาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายรีบกลับมาเพราะรับปากว่าจะไปบ้านตระกูลซ่งกับเธอ
ในใจเธอพลันรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมา จึงยื่นเหลียงผีที่พี่รองเอามาให้ตอนเที่ยงส่งให้เขา
เจียงหยูไม่เกรงใจ เขานั่งลงกินคำโตๆ ก่อนคว้าขวดน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวหลายอึก
ลำคอของเขาขยับขึ้นลงชัดเจนภายใต้แสงแดดยามบ่าย ผิวสีแทนยิ่งขับให้กล้ามเนื้อที่แน่นแข็งดูโดดเด่น ไม่ได้หยาบกร้าน
กลับดูแข็งแรงและน่ามองอย่างประหลาด
แม้แต่ท่าทางดื่มน้ำธรรมดาๆ ก็ยังแฝงความมั่นคงและดุดันแบบผู้ชายเต็มตัว
แตกต่างจากซ่งหยางจินโดยสิ้นเชิง
ซ่งหยางจินนั้นดูสะอาด เรียบร้อย อ่อนโยน แต่เจียงหยูให้ความรู้สึกเหมือนเปลวไฟที่ร้อนแรงและตรงไปตรงมา
เซี่ยซางซางรีบเบนสายตาหนี แต่ความคิดบางอย่างกลับผุดขึ้นในหัว
เธอเริ่มรู้สึกว่า... เรื่องนี้อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด
แค่เธอถอนหมั้น เปิดโปงเรื่องเซียงหง ซ่งหยางจินก็ถึงกับลงมืออย่างโหดร้ายกับเธอขนาดนั้นจริงหรือ?
มันเหมือนว่ายังมีอะไรบางอย่างที่เธอยังไม่รู้
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิดปกติ ทุกอย่างดูเชื่อมโยงกัน แต่เธอกลับจับต้นชนปลายไม่ถูก
อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้รีบร้อน ยังมีเวลา... เธอจะค่อยๆ ขุดความจริงออกมาทีละอย่าง
ตกเย็น เซี่ยซางซางปิดแผงขายผัก ก่อนเงยหน้าสบตากับเจียงหยู
เขาพยักหน้าเล็กน้อย “ไปกันเถอะ คุณเดินไปก่อน”
แม้ตอนนี้ทั้งคู่จะทำงานด้วยกันทุกวัน แต่คนในหมู่บ้านชอบนินทา
หากเห็นชายหญิงเดินด้วยกันลำพัง ก็คงเอาไปพูดกันสนุกปากอีก
เรื่องแบบนี้ ทั้งเจียงหยูและเซี่ยซางซางต่างเข้าใจดี
จริงๆ แล้ว สิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่ให้เจียงหยูช่วยลงมืออะไร แค่อยากเขาอยู่ใกล้ๆ ก็พอแล้ว
จากท่าทีของซ่งหยางจินเมื่อวาน ตราบใดที่มีเจียงหยูอยู่ เขาคงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
แม้เธอจะเป็นฝ่ายลงมือเสียเองก็ตาม
เมื่อมาถึงหน้าบ้านตระกูลซ่ง เซี่ยซางซางมองลานบ้านตรงหน้า บ้านที่ในชาติที่แล้วเธอเคยใช้ชีวิตอยู่เกือบทั้งชีวิต
ความรู้สึกเย็นเฉียบแล่นผ่านหัวใจเธอทันที
ก่อนเธอจะหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆ แล้วตะโกนเข้าไปด้านใน
“ซ่งหยางจิน! ออกมาเดี๋ยวนี้!”
ณ เวลานี้ ซ่งหยางจินยังนอนซมอยู่บนเตียงทั้งวัน
ยิ่งพัก อาการเจ็บก็ยิ่งชัดขึ้น
วันนั้นเจียงหยูลงมือหนักกว่าคนตระกูลเซี่ยมาก แม้ภายนอกจะไม่มีบาดแผลชัดเจน
แต่ภายในกลับเจ็บระบมไปหมด จนเขาได้แต่นอนครางด้วยความทรมาน
ทันทีที่ได้ยินเสียงเซี่ยซางซาง เขาก็สะดุ้งจนแทบตกเตียง
เซี่ยซางซางมาที่นี่ทำไม?!
เธอไม่กลัวคนซุบซิบนินทาหรือยังไง?
“ซ่งหยางจิน! ออกมานะ!”
เสียงตะโกนดังขึ้นอีกครั้งจากหน้าบ้าน
หัวใจซ่งหยางจินเริ่มเต้นแรงขึ้น เขาไม่รู้ว่าเซี่ยซางซางคิดจะทำอะไร หรือว่าเธอจะพาคนตระกูลเซี่ยมาด้วยหรือเปล่า?
น่าเสียดายที่วันนี้อู๋ชุยจูและซ่งเหนียนจูออกไปทำไร่ ไม่มีใครอยู่บ้านเลย
เขาทำได้เพียงกัดฟัน สวมรองเท้าอย่างลนลาน มือหนึ่งกุมเอวที่ปวดระบม ก่อนเดินโซเซออกไปดูสถานการณ์
ที่หน้าบ้านตระกูลซ่ง เวลานี้เริ่มมีชาวบ้านมามุงดูแล้ว
เซี่ยซางซางยืนอยู่ท่ามกลางสายตาผู้คน ฟังเสียงกระซิบกระซาบรอบตัวโดยไม่แสดงสีหน้าแม้แต่น้อย
พอเห็นซ่งหยางจินเดินออกมา เธอก็ก้าวตรงเข้าไปหาเขาทันที