กว่าจะไปถึงหมู่บ้านต้าเฉอเตียน ต้องผ่านหมู่บ้านเว่ยฉวนก่อน เซี่ยซางซางปั่นจักรยานไปตามถนนดิน
ระหว่างทาง เจอชาวบ้านไม่น้อย ทุกคนต่างมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ บ้างก็ซุบซิบ บ้างก็มองอย่างดูแคลน
เธอเดาได้ไม่ยากว่าอู๋ชุยจูคงเอาเรื่องที่เธอซ้อมซ่งหยางจินไปพูดต่ออีกแล้ว
ตอนนี้ภาพลักษณ์ของเธอในสายตาคนอื่น คงกลายเป็นผู้หญิงปากร้าย นิสัยเสียไปเรียบร้อย
แต่เซี่ยซางซางไม่ได้ใส่ใจ ตราบใดที่ชีวิตของเธอดีขึ้นทุกวัน ครอบครัวมีความสุข คำพูดของคนนอกก็ไม่มีความหมายอะไร
เธอปั่นจักรยานต่อจนเหงื่อชุ่มแผ่นหลัง กว่าจะมาถึงหมู่บ้านต้าเฉอเตียนก็เล่นเอาหอบ
พอมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน เธอก็จอดรถพัก ก่อนเริ่มคิดแผนในใจอีกครั้ง
ชาวบ้านทั่วไปไม่ค่อยยอมเสียเงินซื้อของกินเล่นง่ายๆ อย่างแรกเพราะเสียดายเงิน
อย่างที่สองคือที่บ้านก็มีข้าวมีอาหารอยู่แล้ว จะซื้อเพิ่มทำไม? แต่เหลียงผีต่างออกไป
ของแบบนี้ยังใหม่สำหรับหมู่บ้าน ไม่มีใครเคยกินมาก่อน นั่นจึงเป็นโอกาสของเธอ
ถึงอย่างนั้น คนที่จะยอมควักเงินได้ก็ต้องเป็นคนที่พอมีกำลังซื้ออยู่บ้าง จากประสบการณ์ในชาติก่อน
เธอรู้ว่าบริเวณสำนักงานคณะกรรมการหมู่บ้านมักมีคนฐานะดีกว่าคนทั่วไป อย่างน้อยก็เต็มใจจ่ายเงินลองของใหม่มากกว่า
ไม่นาน ประตูสำนักงานก็เปิดออก ผู้คนเริ่มเดินเข้าออก บางคนสวมเสื้อจงซานสีน้ำเงินเข้ม ดูมีหน้ามีตาไม่น้อย
ดวงตาเซี่ยซางซางเป็นประกายทันที เธอรีบจอดจักรยาน สูดหายใจลึกๆ เตรียมเริ่มขายของ
แต่พออ้าปาก เสียงกลับไม่มีออกมา เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า การตะโกนขายของมันน่าอายขนาดไหน!
เธอวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว ทั้งสูตร ทั้งราคา ทั้งสถานที่ขาย แต่ดันลืมเรื่องสำคัญที่สุดไป
คนขายของต้องหน้าด้านพอสมควร ระหว่างที่เธอกำลังยืนเก้ๆ กังๆ ก็มีคนสองคนก็เดินผ่านไป
และก็มองเธออย่างสงสัย เมื่อเห็นลูกค้าเดินหนีไปต่อหน้าต่อตา เซี่ยซางซางก็เริ่มปวดใจ
สุดท้าย ความเสียดายเงินก็ชนะความอายทั้งหมด เธอกัดฟันแล้วตะโกนออกไป
“เหลียงผีจ้า! เหลียงผีอร่อยๆ!” พอตะโกนครั้งแรกได้ ครั้งต่อๆ ไปก็ง่ายขึ้น แม้จะยังเขินอยู่บ้าง
แต่เสียงเริ่มดังและมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ “เหลียงผีจ้า! เหลียงผีรสเด็ดจากในเมือง!” “อร่อยจนถ้าได้กินแล้วต้องอยากกินอีก!”
เธอตะโกนอยู่พักใหญ่ ในที่สุดหญิงสาวอายุประมาณสามสิบต้นๆ คนหนึ่งก็เดินเข้ามา
“ขายอะไรเหรอ? ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลยนะ” พอเห็นลูกค้า เซี่ยซางซางรีบเปิดผ้าคลุมอ่าวทันที
จากนั้นคีบเส้นเหลียงผีใส่ชามเล็กๆให้เธอชิม หญิงคนนั้นลองกินหนึ่ง คำ ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
“อร่อยดีนะ! นี่มันอะไรเหรอ?” เซี่ยซางซางยิ้มทันที “เหลียงผีค่ะ ของกินชื่อดังจากในเมือง ตอนนี้กำลังฮิตมาก”
พอได้ยินว่าเป็นของที่คนในเมืองกินกัน หญิงคนนั้นก็ดูสนใจขึ้นทันที
“แล้วขายเท่าไหร่ล่ะ?” เซี่ยซางซางรีบหยิบเขียงออกมาวาง พร้อมตอบอย่างคล่องแคล่ว
“ไม่แพงค่ะ ชามละห้าเหมาเท่านั้น หญิงคนนั้นสะดุ้งเล็กน้อย “ห้าเหมายังว่าไม่แพงอีกเหรอ?”
เซี่ยซางซางเตรียมคำตอบไว้แล้ว เธอยิ้มอย่างใจเย็น “พี่สาวคะ ถ้าพี่สาวเข้าเมืองไปก็ต้องซื้อราคาเดียวกัน แถมยังเสียค่าเดินทางอีก
แต่ตอนนี้หนูเอามาขายถึงหมู่บ้านเลยนะคะ อีกอย่าง เหลียงผีนี่ทำยาก ต้องใช้ฝีมือด้วย”
ผู้หญิงคนนั้นคิดตามแล้วก็รู้สึกว่ามีเหตุผล สุดท้ายจึงพยักหน้ารับ
“มันก็จริงนะ... เอาอย่างนี้แล้วกัน วันนี้ฉันยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย งั้นเอามาชิมชามหนึ่งก่อนนะ”