พอได้ยินว่าลูกค้าจะซื้อ เซี่ยซางซางก็แทบยิ้มไม่หุบ รีบลงมือทันที
เธอหยิบเขียงออกมา คีบเหลียงผีจากอ่างขึ้นมาหนึ่งแผ่น หั่นเป็นสี่ส่วน ก่อนซอยเป็นเส้นพอดีคำอย่างคล่องแคล่ว
จากนั้นใส่กลูเตนลงไปอีกสองสามชิ้น แล้วเทเครื่องปรุงทีละอย่าง
คลุกให้เข้ากันด้วยตะเกียบไม้ขนาดใหญ่ ก่อนตักใส่ชามส่งให้ลูกค้า
เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ เธอยังล้างชามต่อหน้าให้ดูอีกรอบด้วย
ระหว่างคลุกเหลียงผี กลิ่นหอมเปรี้ยวเผ็ดก็ลอยออกมาอย่างยั่วน้ำลาย
หญิงคนนั้นมองจนแทบอดใจไม่ไหว พอรับชามไปก็เริ่มกินทันที
เธอยืนกินอยู่ข้างรถของเซี่ยซางซาง สีหน้าดูเพลิดเพลินอย่างชัดเจน
คนที่เดินผ่านไปมาจึงเริ่มมองด้วยความสงสัย
“กินอะไรน่ะ?”
เซี่ยซางซางรีบฉวยโอกาสแนะนำทันที
“เหลียงผีค่ะ ของกินดังจากในเมือง เย็นๆ กินแล้วสดชื่นมาก!”
หญิงคนนั้นเองก็ช่วยพูดอีกแรง
“อร่อยจริงนะ! รสชาติต่างจากบะหมี่ปกติเลย ไม่แปลกใจที่คนในเมืองชอบกินกัน”
การขายอาหารก็แบบนี้ ยิ่งมีคนบอกว่าอร่อย คนอื่นก็ยิ่งอยากลอง โดยเฉพาะตอนที่กลิ่นหอมโชยไปทั่ว
ไม่นาน เซี่ยซางซางก็ขายเพิ่มได้อีกห้าชาม
ลูกค้าหลายคนยืนกินไปคุยไป ส่วนเธอก็แทบไม่ได้หยุดมือ
พอใครกินเสร็จ เธอก็รีบล้างชามทันที กลัวว่าชามจะไม่พอใช้
ผ่านไปประมาณชั่วโมงหนึ่ง เธอลองนับดู
เหลียงผีหนึ่งแผ่นขายได้สี่ชาม ตอนนี้เธอขายไปแล้วสิบหกชาม เท่ากับใช้ไปสี่แผ่น
ในอ่างยังเหลืออีกยี่สิบหกแผ่น
ขณะกำลังยืนคิดอะไรเพลินๆ ชายร่างใหญ่คนหนึ่งที่เพิ่งกินเสร็จก็พูดขึ้น
“ตรงนี้ขายได้เรื่อยๆ แหละ แต่ถ้าอยากขายดีจริงๆ ต้องไปที่ทุ่งนา ตอนเที่ยงคนเต็มเลย ขายได้อีกเป็นสิบชามแน่”
ดวงตาเซี่ยซางซางสว่างวาบทันที
เธอรีบถามทาง ก่อนกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ
ชายคนนั้นหัวเราะพลางโบกมือ
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก คราวหน้าถ้ามาอีก เพิ่มกลูเตนให้ฉันเยอะๆ ก็พอ”
ตอนนี้ทุกคนเริ่มจำชื่อ “เหลียงผี” กับ “กลูเตน” ได้แล้ว
เซี่ยซางซางยิ้มกว้าง “ได้เลยค่ะ!”
เส้นทางไปทุ่งนาไม่ได้สะดวกนัก บางช่วงต้องลงจากจักรยานแล้วเข็นต่อ
เซี่ยซางซางเหนื่อยจนเหงื่อไหลเต็มตัว แต่ก็ยังกัดฟันสู้
โชคดีที่เธอมาถึงก่อนเที่ยงไม่นาน
มองจากไกลๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมคันนา มีชาวบ้านหลายคนนั่งพักกันอยู่
บ้างถือกระติกน้ำ บ้างถือปิ่นโต เดินมาหาที่ร่มหลังจากทำงานกลางแดดมาทั้งเช้า
เซี่ยซางซางรีบเข็นจักรยานเข้าไปทันที
“เหลียงผีจ้า! เหลียงผีเย็นๆ กินคลายร้อน!”
เดือนกรกฎาคมอากาศร้อนจัด ชาวบ้านที่ทำงานกลางแดดทั้งเช้าต่างเหนื่อยและหิว
พอเห็นของกินเย็นๆ แบบนี้ หลายคนก็เริ่มสนใจทันที
แม้ราคาชามละห้าเหมาจะไม่ถือว่าถูก แต่ปริมาณเยอะ รสชาติดี แถมกินแล้วสดชื่น
ไม่นานเหลียงผีของเซี่ยซางซางก็ขายดิบขายดี
เธอคลุกชามแล้วชามเล่า มือแทบไม่ได้พัก จนแขนเริ่มล้า
กว่าจะว่างได้หายใจสักหน่อยก็ผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้ว
เซี่ยซางซางยกมือเช็ดเหงื่อที่ลำคอ ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียกดังมาจากด้านบน
“เซี่ยซางซาง!”
เธอสะดุ้ง รีบเงยหน้าขึ้นทันที
ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล สวมเสื้อเชิ้ตสีซีดกับหมวกฟาง อายุไล่เลี่ยกับเธอ ใบหน้าดูคุ้นๆ อย่างประหลาด
พอเห็นเธอมองมา เขาก็ยิ้มกว้าง พลางตบอกตัวเอง
“จำฉันไม่ได้แล้วเหรอ? ฉันโจวจื่อห่าวไง! ตอนประถมเราเรียนห้องเดียวกันที่โรงเรียนเมืองหยางซู่”
เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนพูดต่อด้วยสีหน้าภูมิใจ
“ฉันยังเคยเอาจดหมายให้เธอตอนเรียนจบด้วยนะ!”